สิงหาคม 10, 2022, 09:35:00 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: การจัดสร้างปะการังเทียมในโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำร  (อ่าน 5997 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 91 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nicaonline
Nicaonline
Administrator
YaBB God
*****

Karma: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2685



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กันยายน 03, 2007, 09:31:12 PM »

การจัดสร้างปะการังเทียมในโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเลอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส

เริ่มตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา โดยความร่วมมือของหลายหน่วยงาน เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวง
กองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร กรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ( กปร.) และ กรมประมง มีการจัดวางตู้รถไฟเก่า รวม 608 ตู้ ท่อคอนกรีตระบายน้ำ
707 ท่อ รถยนต์ 189 คัน และแท่งคอนกรีตมากกว่า 23,000 แท่ง ซึ่งกระจายอยู่ตามชายฝั่งจังหวัดปัตตานีและ
จังหวัดนราธิวาส รวม 47 แห่ง อีกทั้งกรมประมงได้กำหนดแผนให้มีการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในพื้นที่โครงการ
จังหวัดละ 1 แห่งในทุกๆปี งบประมาณแห่งละ 3 ล้านบาท

 จากการติดตามผลในแหล่งตู้รถไฟ พบว่า ตู้รถไฟทั้งหมดจัดวางอยู่บนพื้นทราย สภาพตู้รถไฟใต้น้ำมีการเกยซ้อนกัน
และเกาะกลุ่มตามพิกัดที่กำหนด ไม่พบการจมตัวของตู้รถไฟลงในพื้นทรายหรือเคลื่อนย้ายเพราะกระแสน้ำแต่อย่างใด
ที่ผิวของตู้รถไฟด้านนอกมีปะการังอ่อน เพรียงหิน ฟองน้ำ และสัตว์น้ำอื่นๆ ขึ้น ปกคลุมบริเวณ คุณภาพน้ำ
อยู่ในเกณฑ์ปกติตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล ปริมาณเหล็กที่ละลายในน้ำไม่เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ตามปกติ
พบแพลงก์ตอน ลูกปลาวัยอ่อน และสัตว์หน้าดินจำนวนมาก จากการสำรวจโดยการดำน้ำในปีแรก พบปลาจำนวน
15 ชนิด และในปีที่สอง ได้พบชนิดปลามากขึ้นจำนวนถึง 43 ชนิด ปลาที่มีมากได้แก่ ปลาหางแข็ง ปลาสีกุน
ปลาช่อนทะเล ปลากะพงชนิดต่างๆ ปลาน้ำดอกไม้ ปลากะรัง ฯลฯ เป็นต้น

 ชนิดสัตว์น้ำที่จับได้จากเครื่องมือเบ็ดในปีแรก มี 19 ชนิด ต่อมาในปีที่สอง สัตว์น้ำที่จับได้เพิ่มขึ้นเป็น 29 ชนิด
อัตราการจับสัตว์น้ำด้วยเบ็ดตกปลาในปีแรก เท่ากับ 7.9 กิโลกรัมต่อลำต่อวัน ในปีที่สอง อัตราการจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น
เกือบสองเท่าเป็น 14.5 กิโลกรัมต่อลำต่อวัน ส่วนในแหล่งท่อคอนกรีตและแท่งคอนกรีต จะมีชนิดของเครื่องมือที่เข้าไป
ทำการประมงมากกว่า คือ อวนลอยกุ้ง อวนจมปู อวนลอยปลาทู ลอบหมึก และเครื่องมือเบ็ด เป็นเพราะระยะที่ตั้ง
จะห่างจากชายฝั่งน้อยกว่าแหล่งตู้รถไฟ

 ชาวประมงพื้นบ้านที่จับสัตว์น้ำด้วยการใช้เครื่องมือเบ็ดเป็นหลัก มีรายได้รวมยังไม่หักค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุด
22,500 บาท/เดือน มักจะทำการประมงเฉพาะในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูมรสุม ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 7 เดือนในรอบปี
สำหรับในช่วงมรสุมจะมีรายได้น้อย เพราะออกทำการประมงไม่ได้เนื่องจากคลื่นลมแรง โดยเฉลี่ยแล้วชาวประมง
ทุกเครื่องมือที่ทำมาหากินในบริเวณที่จัดสร้างมีรายได้ที่ยังไม่หักค่าใช้จ่ายก่อนมีการจัดสร้าง มีรายได้เฉลี่ย
10,680 บาทต่อเดือนต่อราย และในปีที่ 1 และ 2 ภายหลังการจัดสร้าง ชาวประมงมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น
เป็น 12,272 และ 15,440 บาทต่อเดือนต่อราย ตามลำดับ อย่างไรก็ตามชาวประมงมีความประสงค์ให้มีการจัดสร้าง
ปะการังเทียมเพิ่มขึ้นอีก เพราะสามารถจับสัตว์น้ำได้มากขึ้นและแหล่งประมงอยู่ใกล้บ้าน มีความปลอดภัยในการ
ออกทะเลมากขึ้น และจะได้มีส่วนร่วมในการช่วยดูแลทรัพยากรดังกล่าวของตนได้

 นอกเหนือจากการทำการประมงขนาดเล็กด้วยตนเองแล้ว ชาวประมงในพื้นที่ใกล้เคียงกับแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล
ยังได้รวมตัวกันตั้งเป็นกลุ่มเที่ยวบ้านปลานราตานี โดยมีวัตถุประสงค์ให้บริการการท่องเที่ยวตกปลา
และดำน้ำในบริเวณที่จัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล ด้วยการให้เช่าเหมาเรือ ติดต่อ-สอบถามข้อมูลสภาพท้องทะเล
วันเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยว ฯลฯ นับเป็นการสร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัวและท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย

 และด้วยน้ำพระทัยอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทำให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
ทำให้สัตว์น้ำได้มีที่พักอาศัย แพร่ขยายพันธุ์ นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งทรัพยากรของท้องทะเลไทย
และความอยู่ดีกินดีของพี่น้องชาวประมง มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืนสืบไป




รายละเอียดเพิ่มเติมที่
http://www.fisheries.go.th/marine/Atificial_Reef/Queen_project/Ar_queen.html
บันทึกการเข้า

ความรู้ ข่าวสาร สร้างปัญญา

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: