สิงหาคม 10, 2022, 09:12:08 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลาการ์ตูน  (อ่าน 3615 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 87 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nuch Jiraporn
systems Research
Full Member
******

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 216


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2017, 10:46:58 AM »


เมื่อนึกถึงปลาสวยงามทะเล คนส่วนใหญ่จะนึกถึงปลาการ์ตูนเป็นลำดับต้น ๆ เนื่องจากปลาการ์ตูนเป็นปลาที่มีสีสรรสวยงาม น่ารัก เชื่องง่าย เมื่อการเลี้ยงปลาทะเลสวยงามเริ่มขยายตัว ปลาการ์ตูนจากธรรมชาติจึงถูกจับมาขายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตลาดมีความต้องการสูงและเป็นปลาที่จับได้ง่าย ปัจจุบันนี้พบว่า ประชากรของปลาการ์ตูนชนิดต่าง ๆได้ลดจำนวนลงอย่างมาก เกือบเข้าภาวะวิกฤติ จะต้องได้รับการช่วยเหลือโดยด่วน สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการในสังกัด กองเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปลาชนิดนี้ทั้งในด้านการอนุรักษ์และคุณค่าทางเศรษฐกิจ จึงเริ่มศึกษาด้านการเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนของไทยตั้งแต่ต้นปี 2544 โดยผสมผสานความรู้จากการศึกษาพฤติกรรมการวางไข่และการเจริญเติบโตของปลาการ์ตูนส้มขาวของอุ่นจิต (2537) กับความรู้ด้านการเพาะพันธุ์ปลากะรังของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดกระบี่ จนถึงปัจจุบัน ( กรกฎาคม 2545) สามารถเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูนได้ 5 ชนิด คือ ปลาการ์ตูนส้มขาว ปลาการ์ตูนลายปล้อง ปลาการ์ตูนลายปล้องหางเหลืองปลาการ์ตูนหลังอาน และปลาการ์ตูนอินเดียน ทั้ง 5 ชนิด สามารถผลิตปลาขนาด 1 นิ้ว ได้จำนวนมากและมีอัตรารอดสูงอย่างสม่ำเสมอ

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=6-ap5HkQsiM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=6-ap5HkQsiM</a>

1.ตู้เลี้ยงปลา อาจเป็นตู้กระจกหรือตู้พลาสติก โดยขนาดของตู้ต้องขึ้นอยู่กับ ขนาด ชนิด และปริมาณของที่เลี้ยง
2.ระบบให้อากาศ การให้อากาศต้องเพียงพอและเหมาะสมเพราะระบบให้อากาศ เพื่อการดำรงชีพของปลา แล้วยังเป็นการรักษาระบบสมดุล ในตู้ปลาอีกด้วย
3. ระบบกรอง อาจใช้ระบบกรอง ทราย หิน ธรรมดาหรือในปัจจุบัน ระบบตู้ปลาได้พัฒนาไปมาก ระบบกรอง ย่อมพัฒนามากยิ่งขึ้น
4. น้ำทะเล สามารถใช้น้ำทะเลมาทำการเลี้ยงได้จาก 2 แหล่ง คือ น้ำทะเลธรรมชาติ ที่มีความเค็มตั้งแต่ 25 พีพีที ขึ้นไป โดยการนำมากรอง หรือตกตะกอนให้ใส หรืออาจนำมาฆ่าเชื้อด้วยคลอรีน 5 ? 10 พีพีเอ็ม ทิ้งไว้จนคลอรีนหมด และ การทำน้ำทะเลเทียม โดยซื้อเกลือเทียมซึ่งมีขายตามร้านขายปลาทั่วไป วิธีการ ใช้จะมีฉลากบอกไว้แต่โดยทั่วไปจะนำผงเกลือเทียมละลายกับน้ำจืดในปริมาณที่ กำหนดแล้วให้อากาศ ไว้ประมาณ 3 ? 7 วัน จึงนำมาใช้
5. อาหาร สามารถให้เนื้อปลา เนื้อกุ้ง อาร์ทีเมีย แต่สำหรับปลาที่ได้จากการพาะเลี้ยง สามารถให้อาหารสำเร็จรูป ชนิดเม็ดหรือชนิดแผ่นเป็นอาหารได้ โดยให้วันละ1 ? 2 ครั้ง ในปริมาณที่ไม่มากเกินเพราะปริมาณอาหารที่เหลือจะทำให้คุณสมบัติน้ำเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดโรคได้ง่ายขึ้น
6. การดูแลจัดการเรื่องน้ำ ตู้ปลาที่กรองด้วยทรายหรือหิน ควรเปลี่ยนน้ำทุก 1 ? 2 สัปดาห์ โดยเปลี่ยน 70 ? 80 เปอร์เซ็นต์ของน้ำ ส่วนตู้ปลาสมัยใหม่ที่มีระบบกรองที่พัฒนาขึ้น มีระบบกำจัดโปรตีน มีระบบให้โอโซน มีการให้แสง UV พบว่า สามารถใช้น้ำได้นานกว่า 1 เดือน ดังนั้น การเปลี่ยนถ่ายน้ำจึงขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของน้ำในตู้เป็นสำคัญ
7. ข้อควรระวังในการป้องกันโรค ปลาที่รวบรวมจากธรรมชาติมักเป็นปลาที่บอบช้ำและอ่อนแอ จึงต้องเลือกซื้อปลาที่ไม่เป็นโรคหรืออ่อนแอมาเลี้ยง ส่วนปลาที่ได้จากการเพาะเลี้ยงหากสามารถซื้อจากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมง ชายฝั่ง จ. กระบี่ จะได้ปลาที่มีสุขภาพแข็งแรงทนทานและมีขนาดสม่ำเสมอ ไม่ควรให้อาหารมากเกินไป ปริมาณและชนิดปลาต้องเหมาะสมกับระบบการเลี้ยง คุณสมบัติน้ำต้องเหมาะสมและเมื่อปลาเป็นโรคต้องปรึกษาผู้รู้หรือปฎิบัติตามคู่มือการรักษาโรคปลาของกรมประมง

ที่มา : https://nanafish.wordpress.com
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: