ธันวาคม 03, 2022, 09:54:58 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ระทึก! เรือไดร์วิ่งดำน้ำ 10 ล้านบาทบึ้มกลางทะเล นทท.ต่างชาติลอยคอ 21 ชีวิต  (อ่าน 1812 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 10 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
atthasard
Global Moderator
YaBB God
*****

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16882


I Love Songkhlafc


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 25, 2017, 08:57:10 AM »

ระทึก! เรือไดร์วิ่งดำน้ำ 10 ล้านบาทบึ้มกลางทะเล นทท.ต่างชาติลอยคอ 21 ชีวิตหวิดดับ


       สตูล - เกิดเหตุเรือไดร์วิ่ง หรือเรือพานักท่องเที่ยวดำน้ำ เกิดระเบิดมีไฟลุกท่วมทั้งลำกลางทะเล ก่อนที่เรือประมงอวนล้อมจะเข้าช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติ 18 คน ชาวไทย 3 คนไว้ได้
       
       วานนี้ (23 ม.ค.) พ.ต.ท.สันติพงษ์ พันสวัสดิ์ สว.ส.รน.3 กก.9 บก.รน. ได้รับแจ้งจากเรือเพชรอุดมชัย 10 เรือประมงอวนล้อม ว่า ได้เข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ 18 คน ไทย 3 คน ไว้ได้ขณะลอยคออยู่กลางทะเล จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.กนกพงษ์ สำราญใจ ผู้การเรือ 521 พร้อมกำลัง และเจ้าหน้าที่เจ้าท่าภูมิภาค สาขาสตูล นำเรือออกช่วยเหลือทันที โดยใช้ระยะเดินทางจากท่าเทียบเรือปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู. ร่วม 3 ชม. เนื่องจากมีคลื่นลมแรงกลางทะเล


       โดยระหว่างการเปลี่ยนถ่ายคนจากเรือประมงเพชรอุดมชัย 10 มายังเรือตรวจการณ์ 521 ได้พยายามหาจุดหลบคลื่นลมยังเกาะบุโหลนเล เพื่อใช้เป็นที่หลบลมในการเคลื่อนย้ายนักท่องเที่ยว และผู้ควบคุมเรือมาจนสำเร็จ โดยทันทีที่ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และผู้ควบคุมเรือลำเกิดเหตุ จำนวน 21 คน ทุกคนต่างรู้สึกยินดี และอุ่นใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำเดินทางมาถึง แต่ก็ยังรู้สึกเสียขวัญต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
       
       นายแสนศักดิ์ หาญทะเล อายุ 32 ปี หรือน้องมิเชล แม่ครัวเรือจรัญ 3 ซึ่งเป็นเรือไดร์วิ่ง (เรือพานักท่องเที่ยวดำน้ำ) เล่านาทีเป็นนาทีตายว่า ขณะนั้นตนนอนเล่นพักผ่อนอยู่บนชั้น 2 ของเรือ ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจึงวิ่งออกมาดูด้านล่าง ก่อนที่เสียงระเบิดจะดังขึ้นอีก จังหวะนั้นทุกคนพร้อมใจกันกระโดดหนีลงน้ำลอยคออยู่นานร่วมชั่วโมงจังหวะนั้นเป็นตายเท่ากัน คิดถึงแต่พ่อแม่ให้ช่วยลูกด้วย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วยกันพยุงมือลอยคออยู่พักใหญ่ก่อนมีเรือประมงที่หาปลาบริเวณนั้นเข้ามาช่วยเหลือไว้ และไม่คิดว่าจะรอดชีวิตมาได้


       นายจำเริญ หนูมี อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 666 หมู่ที่ 2 ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล กัปตันเรือ กล่าวว่า ได้นำเรือจรัญ 3 ออกจากท่าเทียบเรือหลีเป๊ะ เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 23 มกราคม 2560 เพื่อมุ่งหน้าไปดำน้ำที่เกาะรอก จ.ตรัง และจุดหมายปลายทางที่เกาะราชา จ.ภูเก็ต ระยะทางไปกลับ 5 วัน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 15.00 น. ระหว่างเกาะราวี และเส้นทางมุ่งหน้าไปเกาะรอก จังหวัดตรัง
       
       ช่างเครื่องได้ทำการอัดลมใส่ถังอากาศอยู่ระหว่างทางแล่นเรือได้เกิดระเบิดขึ้น ตนจึงวิ่งเอาถังดับเพลิงไปฉีดสกัดแต่ไม่อยู่ ระหว่างนั้นไฟได้ไหม้ลุกลามไปทั่ว ถังอากาศที่ใช้สำหรับดำน้ำก็ระเบิดทีละลูก นักท่องเที่ยวต่างชาติ 18 คน และตนซึ่งเป็นกัปตันเรือ พร้อมช่างเครื่อง และแม่ครัวทั้งหมด 3 คน บอกให้ทุกคนกระโดดหนีลงน้ำเพราะแรงระเบิดของถังอากาศ และเพลิงไฟที่ลุก โดยทิ้งสัมภาระไว้บนเรือ เพลิงไฟที่ลุกไหม้ค่อยๆ เผาวอดเรือไปทั้งลำ และจมดิ่งใต้ทะเล พวกตนก็ลอยคอกลางทะเลนึกถึงแต่สิ่งศักดิ์ที่นับถือ และไม่คิดฝันว่าจะมีใครมาช่วยชีวิตไว้ได้ สำหรับเรือลำดังกล่าวมีมูลค่า 10 ล้านบาท เนื่องจากเป็นเรือไม้ และมีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ พร้อมอุปกรณ์เครื่องอัดอากาศ
       
       ในขณะที่ด้านชาวต่างชาติก็ไม่ได้มีสีหน้าที่วิตกกังวลมากเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเสียขวัญ โดยทุกคนบอกว่าไม่ได้หยิบทรัพย์สินอะไรมาเลย มี 4 คนเท่านั้นที่หยิบพาสปอร์ตมาด้วยแต่ก็อยู่ในสภาพเปียกน้ำ และขอบคุณเรือประมงที่ช่วยเหลือพวกเขาให้รอดตายมาได้
        

       จากนั้นเรือตำรวจน้ำสตูล นำนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และผู้ประสบภัยคนไทยทั้งหมด 21 คน ซึ่งมีไทย 3 สวีเดน 2 อังกฤษ 2 เยอรมนี 2 รัสเซีย 2 อิตาลี 1 ฟินแลนด์ 4 บราซิล 4 และสเปน 1 ขึ้นฝั่ง โดยประสานตำรวจท่องเที่ยว โรงพยาบาล ตำรวจ สภ.ละงู ฝ่ายปกครองอำเภอละงู และผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวเข้าอำนวยความสะดวก และนำนักท่องเที่ยวและช่างเครื่องคนไทย 3 คน ทำบาดแผลจากไฟลวก และบาดแผลจากการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก่อนนำไปแจ้งความยัง สภ.ละงู เรื่องทรัพย์สินเสียหาย 
       
       ทาง ร.ต.ท.มนัส ธรรมดี รองสารวัตรตำรวจท่องเที่ยว 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ได้ประสานให้บริษัทนำเที่ยวเข้ามารับผิดชอบ และอำนวยความสะดวกในเรื่องที่พัก อาหาร และการเดินทางตลอดการเดินทางกลับของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งจะเร่งติดต่อสถานทูตของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศในการเดินทางกลับ ส่วนทางด้านคดีจะมีการสอบสวนเจ้าของเรือว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่ 











http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9600000007746
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: