ธันวาคม 03, 2022, 10:28:00 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: เศรษฐกิจใต้จมน้ำเสียหาย 2.7 หมื่นล้าน-ยางพาราอ่วมสุด  (อ่าน 1684 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 51 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
atthasard
Global Moderator
YaBB God
*****

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16882


I Love Songkhlafc


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มกราคม 18, 2017, 08:47:23 AM »


        เศรษฐกิจภาคใต้สำลักน้ำรับปีระกา เม็ดเงินภาคเกษตร ประมง ท่องเที่ยวลอยตามน้ำ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช อ่วม ภูเก็ตโดนลูกหลง คาดฟื้นตัวได้เร็ว เหตุมีปัจจัยบวกรอหนุน
       
       ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics)
ประเมินผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ ตั้งแต่ 2 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา กระทบกับพื้นที่เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ประมง และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวภาคใต้น่าจะทำให้เม็ดเงินหายจากเศรษฐกิจภาคใต้ประมาณ 27,400 ล้านบาท โดยชาวสวนยางพาราได้รับผลกระทบที่สุด เพราะฝนที่ตกต่อเนื่อง น้ำท่วม และการขนส่งถูกตัดขาด ทำให้ผลผลิตยางทั้งระบบลดลง 281,000 ตัน หรือร้อยละ 6.3 ของปริมาณยางทั้งปีทั่วประเทศ คิดเป็นเม็ดเงิน 19,124 ล้านบาท ธุรกิจผลิตยางแผ่น/ยางแท่ง รมควันยาง น้ำยางข้น จำเป็นต้องหยุดผลิตชั่วคราว
       
       ด้านปาล์มน้ำมัน คาดผลผลิตลดลงกว่า 5 แสนตัน หรือร้อยละ 4.8 ของปริมาณผลผลิตทั้งปีทั่วประเทศ มูลค่าประมาณ 2,939 ล้านบาท โดยจังหวัดกระบี่ สุราษฎร์ธานี และชุมพร เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มสำคัญที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่งผลต่อธุรกิจลานปาล์ม โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบอาจมีวัตถุดิบไม่เพียงพอ
       
       อย่างไรก็ตาม TMB Analytics คาดว่า ผลผลิตที่ลดลงจะเกิดเพียงช่วงสั้นๆ เนื่องจากยางพารา และปาล์มจะกลับมาผลิตได้ตามปกติหลังน้ำลด แตกต่างจากธุรกิจค้าปุ๋ย และเคมีเกษตร ซึ่งขายสินค้าให้ชาวสวนยางพารา และสวนปาล์มน้ำมัน แม้ว่าเกษตรกรจะกลับมาเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายได้ แต่ยอดขายปุ๋ย และเคมีภัณฑ์ เดือนมกราคม จะลดลงประมาณ 282 ล้านบาท และรายได้ธุรกิจชะลอตัวไปอีกระยะหนึ่ง เพราะเกษตรกรมีรายจ่ายเพิ่มจากการฟื้นฟูซ่อมแซมที่พัก และยานพาหนะหลังน้ำท่วม
       
       ส่วนฟาร์มเลี้ยงกุ้ง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญตามแนวชายฝั่งทะเลภาคใต้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม คาดว่าทำให้ผลผลิตกุ้งลดลงกว่า 4,500 ตัน มูลค่าประมาณ 838 ล้านบาท และต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน เพื่อฟื้นฟูการเพาะเลี้ยงกุ้งให้เข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับเรือประมง โดยเฉพาะเรือขนาดเล็กยังถูกห้ามออกจากฝั่ง เพราะลมมรสุมรุนแรง จึงต้องหยุดทำประมงไปโดยปริยาย ทำให้สูญเสียโอกาสจากการขายปลา และสัตว์น้ำ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 751 ล้านบาท กระทบกับธุรกิจแปรรูปอาหารทะเล อาหารทะเลกระป๋อง ล้ง แพปลา
       
       แม้ว่าน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก แต่ก็กระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวเช่นกัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวเกิดความไม่มั่นใจในสถานการณ์ บางส่วนอาจยกเลิก หรือ ชะลอการเดินทางเพื่อรอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนขึ้น ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านสนามบินต่างๆ และยอดเข้าพักแรมลดลง คิดเป็นการเสียโอกาสสร้างรายได้ประมาณ 3,533 ล้านบาท โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต แม้ไม่มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม แต่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิก หรือเลื่อนการเดินทาง ทำให้เสียโอกาสสร้างรายได้กว่า 1,200 ล้านบาท
       
       หากเหตุการณ์น้ำท่วมคลี่คลายทั้งหมดก่อนเดือนกุมภาพันธ์ มูลค่าความเสียหายจะลดลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม หลังภาวะน้ำท่วมคาดว่า เศรษฐกิจภาคใต้จะฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว จากการเร่งใช้จ่ายเพื่อบูรณะฟื้นฟูของประชาชน การลงทุนปรับปรุงซ่อมแซมสาธารณูปโภคต่างๆ ของรัฐ รวมถึงราคายางพาราที่เพิ่มขึ้นก่อนหน้านี้ มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากภาวะผลผลิตที่ลดลง เนื่องจากน้ำท่วมครั้งนี้เกษตรกรชาวสวนจึงมีรายได้สำหรับจับจ่ายใช้สอยออกสู่เศรษฐกิจภาคใต้มากขึ้น
       
       กรณีดังกล่าวถือเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจขายสินค้าอุปโภค-บริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง ธุรกิจผู้รับเหมาก่อสร้าง อู่ซ่อมรถ อีกทั้งยังมีโอกาสทยอยระบายสต๊อกยางพาราของรัฐฯ ในช่วงที่ผลผลิตลดลง เพราะน้ำท่วม เพื่อไม่ให้สต๊อกยางกดดันราคายางให้ลดลงในอนาคต ซึ่งถือว่าปัจจัยร้ายกำลังจะผ่านไป ข่าวดีก็ต่อคิวเข้ามาต่อเนื่องให้เศรษฐกิจภาคใต้ฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว









http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000004956
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: