พฤศจิกายน 30, 2022, 02:48:50 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ซีพีเอฟตั้งเป้าปีจอ1.3แสนล. ส่งทีมศึกษาตปท.ขยายลงทุน  (อ่าน 3899 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 48 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nicaonline
Nicaonline
Administrator
YaBB God
*****

Karma: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2685



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ธันวาคม 24, 2005, 10:54:57 PM »

  จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2073   25 ธ.ค.  - 28 ธ.ค. 2548

ซีพีเอฟตั้งเป้ายอดขายปีหน้า 1.3 แสนล้านบาท กุ้ง-ไก่ ยังเป็นสินค้าหลัก เตรียมใช้เงินลงทุนขยายกิจการอีก 6,000-7,000 ล้านบาท พร้อมส่งทีมศึกษาลู่ทางลงทุน 4 ประเทศ ได้แก่รัสเซีย ปากีสถาน ฟิลิปินส์ ลาว เผยรัสเซียน่าเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอาหารมาก เพราะแต่ละปียังนำเข้ามหาศาล


นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า คาดว่าถึงสิ้นปีนี้ซีพีเอฟจะมียอดขายรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 47 ประมาณ 25% โดยสินค้าที่ทำรายได้สูงสุดได้แก่กุ้งสัดส่วน 30% รองลงมาคือไก่ 20% หมู10% ที่เหลือเป็นอื่นๆ เช่นเป็ด ปลา อาหารสัตว์ ส่วนปี 49 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ของซีพีเอฟปัจจุบันทำตลาดในประเทศ 75% ส่งออก25% โดยตลาดในประเทศสินค้าที่มีอัตราการเติบโตสูงคือไก่ยางห้าดาว จึงทำให้บริษัทมีแผนขยายจุดจำหน่ายจาก 2,000 จุด เป็น 3,000 จุดในปีหน้า ส่วนต่างประเทศซีพีเอฟมีจุดจำหน่ายครอบคลุมทุกประเทศทั่วโลกมากกว่า 20 จุด


นอกจากนี้สถานการณ์ตลาดทั้งในและต่างประเทศคลี่คลายดีขึ้นมาก ในประเทศสถานการณ์การระบาดของโลกไข้หวัดนกสามารถควบคุมได้ ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการบริโภคไก่สุก ส่วนต่างประเทศ ไก่สุกยังสามารถส่งออกไปได้ ขณะเดียวกันสินค้ากุ้งได้รับคืนจีเอสพี (สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากสหภาพยุโรป) ปัจจัยเหล่านี้จึงทำให้เชื่อมั่นว่ายอดขายของซีพีเอฟที่ตั้งไว้จะบรรลุเป้าหมาย


"อย่างไรก็ดีเศรษฐกิจปีหน้ายังมีปัจจัยเสี่ยงเช่นราคาน้ำมันยังคงแพงอยู่ ค่าแรงงานสูงขึ้น ซีพีเอฟรวมถึงบริษัทอื่นๆ จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์บริหารธุรกิจอย่างรอบคอบการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่ายมีความจำเป็นมาก กลยุทธ์ทางการตลาดต้องถูกต้องแม่นยำ การพัฒนาบุคลากรมีความจำเป็นเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้สามารถแข่งขันได้และธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง"


สำหรับงบลงทุนที่ได้เตรียมไว้สำหรับปีหน้า 6,000-7,000 ล้านบาท จะใช้สำหรับการขยายกำลังผลิตกุ้งแปรรูป อาหารปลา พันธุ์ปลา พันธุ์กุ้ง หมูปรุงสุก เป็ดปรุงสุก


นายอดิเรก กล่าวถึงแผนการขยายการลงทุนในต่างประเทศ ว่าปัจจุบันซีพีเอฟได้เข้าไปลงทุนประเทศต่างๆ มากกว่า 10 ประเทศ เช่นอินเดีย มาเลเซีย เวียดนาม จีน ตุรกี ขณะนี้ให้ความสนใจที่จะขยายการลงทุนไปยังประเทศรัสเซีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ และลาว ซึ่งได้ส่งทีมไปศึกษาแล้วแต่ต้องใช้เวลาพอสมควร เช่นที่รัสเซียได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำอยู่ที่นั่น 4 คน ศึกษาตั้งแต่ภาวะตลาด วัตถุดิบ โรงงาน ฟาร์ม ซูเปอร์มาร์เก็ต เงื่อนไขการลงทุน การชำระภาษี ต้องดูอย่างรอบคอบหลังจากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านี้มาทำแผนศึกษาความเป็นไปได้อีกครั้งนี้ คาดว่าจะสรุปผลได้กลางปีหน้า แต่มีแนวโน้มสูงที่ซีพีเอฟจะเข้าไปลงทุนในรัสเซีย และประเทศที่วางแผนไว้ทั้งหมด


"รัสเซียต้องการนักลงทุนต่างประเทศเข้าไปลงทุนเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ เพื่อทดแทนการนำเข้าสินค้าที่ปัจจุบันยังต้องพึ่งพาอยู่มาก โดยเฉพาะไก่รัสเซียเป็นผู้นำเข้าไก่รายใหญ่ของโลก ปีหนึ่งๆ นำเข้าเกือบ 2 ล้านตัน สหรัฐเป็นผู้ป้อนสินค้าให้เกือบ 80% นำเข้าหมูอีกปีละ 5 แสนตัน ในเมื่อซีพีเอฟเป็นผู้ผลิตอาหาร มีความเชี่ยวชาญทั้งไก่และหมู จึงควรจะเข้าไปลงทุน เท่าที่ทราบข้อมูลเบื้องต้นการลงทุนในรัสเซียไม่จำเป็นต้องร่วมทุน และลักษณะของซีพีเอฟอาจจะเข้าไปซื้อโรงงานที่มีอยู่แล้วเป็นการต่อยอดไม่ต้องไปลงทุนใหม่"นายอดิเรกกล่าวและว่า ส่วนที่ฟิลิปปินส์สนใจเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมกุ้ง เนื่องจากฟิลิปปินส์มีศักยภาพธุรกิจนี้ และปากีสถานน่าจะเป็นอุตสาหกรรมไก่
บันทึกการเข้า

ความรู้ ข่าวสาร สร้างปัญญา

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: