พฤศจิกายน 29, 2022, 05:55:18 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: “หน่อย”ตีฆ้องโคล้านครอบครัว-ดีเดย์แจกรอบปฐมฤกษ์ 5 ธ.ค.นี้  (อ่าน 4210 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 61 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nicaonline
Nicaonline
Administrator
YaBB God
*****

Karma: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2685



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2005, 09:15:09 AM »

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 4 พฤศจิกายน 2548 18:58 น.
 ช่วงเช้า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รมว.กระทรวงเกษตรฯและคณะ เดินทางไปประกอบพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทานกระทรวงเกษตรฯ ที่วัดสระแก้ว อ.เมือง จ.นครราชสีมา วันนี้ ( 4 พ.ย.)
 
บรรดาผู้ว่าฯหรือผู้แทน ปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัด ผู้อำนวยการธ.ก.ส.จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกว่า 200 คน

 
         ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ควง “อดิศร เพียงเกษ” พร้อม รมว.วิทย์ จัดประชุมใหญ่ชี้แจง ‘โคล้านครอบครัว’ ครั้งแรกที่โคราชบ้านเกิด ดีเดย์แจกโครอบปฐมฤกษ์ 5 ธ.ค.นี้ ก่อนเดินเครื่องเต็มสูบครบ 1 ล้านครอบครัว ในปี 2551 ย้ำต้องไม่มีทุจริต เผยใช้งบ 21,876 ล้าน คาดปี 2551 เป็นต้นไปเกษตรกรร่วมโครงการ 1.5 ราย หลุดพ้นความยากจนมีรายได้รวม 34,534-34,596 ล้านบาท/ปี ด้าน ก.วิทย์ เสนอเทคโนโลยีไมโครชิพ RFID ฝีมือคนไทยติดโคแก้จน
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (4 พ.ย ) ที่โรงแรมราชพฤกษ์ แกรนด์ โฮเทล อ.เมือง จ.นครราชสีมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจง และมอบนโยบายการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อล้านครอบครัวเป็นครั้งแรก พร้อมด้วย นายประวิช รัตนเพียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายอดิศร เพียงเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมมอบนโยบาย
       
       โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทน ปศุสัตว์จังหวัดทุกจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัด (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะคณะกรรมการบริหารโครงการส่งเสริมเลี้ยงโคเนื้อล้านครอบครัวระดับจังหวัด เข้าร่วมประชุมเพื่อรับทราบนโยบาย สร้างความเข้าใจในแผนงาน ขั้นตอน และวิธีการดำเนินงานโครงการกว่า 200 คน
       
       คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนให้กับประชาชน กระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อล้านครอบครัวขึ้น ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของเกษตรกรด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงโคขุนเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เพื่อผลิตเนื้อโคให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศและส่งออก รวมทั้งเป็นการผลิตปุ๋ยคอกทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีอีกทางหนึ่งด้วย
       
       สำหรับโครงการโคเนื้อล้านครอบครัว จะเน้นคัดเลือกเกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการที่มีฐานะยากจนและได้ขึ้นทะเบียนคนจน หรือมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ.แต่มีศักยภาพในการเลี้ยงโค ซึ่งจะจัดหาโคที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เกษตรกรยืมไปเลี้ยงส่วนหนึ่ง และจัดหาลูกโคที่เกิดจากการผสมเทียมอีกส่วนหนึ่ง โดยพิจารณาจากจำนวนโคที่มีอยู่ในจังหวัดของตัวเอง เพื่อลดปัญหาโรคระบาด และค่าใช้จ่ายในการขนส่ง โดยให้ยืมเลี้ยงครอบครัวละไม่เกิน 2 ตัว จำนวน 1 ล้านครอบครัว รวมโค 2 ล้านตัว
       
       ส่วนเป้าหมายการจัดหาโคต้องเป็นไปตามดีมานด์และซัพพลาย ของจำนวนสัตว์ จำนวนเกษตรกรที่ต้องการเลี้ยง และจำนวนโคที่จัดหาซื้อได้ภายในจังหวัดเท่านั้น จะไม่มีการซื้อโคข้ามจังหวัด และได้กำหนดสเปกของโคที่จะรับซื้อและราคากลางเป็นราคาเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการปั่นราคา และการเคลื่อนย้ายโคข้ามจังหวัด โดยมี SPV (Special Purpose Vehicle) คือ บริษัท ส่งเสริมธุรกิจเกษตรกรไทย จำกัด (สธท.) เป็นผู้ดำเนินการรับซื้อโคจากเกษตรกร
       
       “มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี โดยในปีแรก ตั้งเป้าแจกโคจำนวน 2.5 ล้านครอบครัว ปีที่ 2 จำนวน 3.5 ล้านครอบครัว และปีที่ 3 จำนวน 4 ล้านครอบครัว จะครบ 1 ล้านครอบครัว ในเดือน พ.ย.ปี 2551 ทั้งนี้ คาดว่า จะเริ่มแจกโคงวดแรกได้ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
       
       คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการเน้นย้ำและฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ 5 ขั้นตอนที่สำคัญ คือ ในเดือน พ.ย.นี้จะมีการเปิดรับขึ้นทะเบียนเกษตรกร 3 กลุ่ม ซึ่งถือเป็นผู้ร่วมหุ้นกับบริษัท SPV ประกอบด้วย กลุ่มที่นำลูกโคเข้าร่วมโครงการ หรือนำลูกโคมาขายให้กับโครงการ, กลุ่มที่มีแม่โคและต้องการนำแม่โคเข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นแม่พันธุ์ในการผลิตลูก และกลุ่มสุดท้าย คือ เกษตรกรที่จะนำโคไปเลี้ยง ให้แยกแยะแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน และขั้นตอนต่อมา คือ ต้องทำความเข้าใจกับเกษตรกรทั้ง 3 กลุ่มให้มีความชัดเจนว่า หลังจากเข้าร่วมโครงการดังกล่าวแล้วจะได้อะไร และมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง
       
       ส่วนขั้นตอนที่ 3 ต้องอบรมอาสาสมัครสุขภาพสัตว์ ซึ่งอาสาสมัครจะเข้ามาช่วยในการผสมเทียมและช่วยดูแลสุขภาพสัตว์ในพื้นที่ กลุ่มนี้จะได้รับฝึกอบรมและให้ความรู้ เพื่อให้สามารถออกไปทำงานได้จริง โดยจะใช้อาสาสมัครในโครงการนี้มากถึง 8,000 คน หลังผ่านการอบรมแล้วจะมีการมอบใบประกาศนียบัตรให้แก่อาสาสมัครเหล่านี้ด้วย
       
       ขั้นตอนที่ 4 ให้ปศุสัตว์จังหวัดเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการระหว่าง ดีมานด์กับซัพพลายให้สอดคล้องกัน เพื่อการวางแผนผลิตโคได้ตามความต้องการ สำหรับขั้นตอนสุดท้าย คือ ดำเนินการจ่ายผลตอบแทนเงินปันผลต่าง ๆ ของบริษัท SPV ซึ่งการพิจารณาแบ่งปันผลประโยชน์ให้เกษตรกรทั้ง 3 กลุ่มนั้น ขณะนี้กระทรวงอยู่ในระหว่างการตกลงในหลักเกณฑ์รายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ กับบริษัท SPV ซึ่งคืบหน้าไปกว่า 95% แล้ว
       
       “ขอย้ำว่า การดำเนินโครงการนี้ ต้องไม่มีการปั่นราคาโค หรือมีใครเข้ามาหาผลประโยชน์จากประชาชนอย่างเด็ดขาด ทุกอย่างทุกขั้นตอนต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรมโปร่งใส เพราะรัฐบาลต้องการให้เป็นโครงการแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรอย่างแท้จริง” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว
       
       ทั้งนี้ เอกสารประกอบการประชุม ระบุว่า โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อล้านครอบครัวดังกล่าว ที่รับผิดชอบโดยกรมปศุสัตว์ และบริษัท สธท.นั้นใช้งบประมาณดำเนินการระหว่างปี 2548-2551 รวม 21,876 ล้านบาท ผลที่คาดว่าจะได้รับ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นไป เกษตรกรรวม 1.5 ราย ทั้งอาสาสมัครผสมเทียม, เกษตรกรเลี้ยงแม่โคผลิตลูก, เกษตรกรเลี้ยงโครุ่นหย่านม และเกษตรกรเลี้ยงโคขุน จะมีรายได้ รวม 34,534-34,596.6 ล้านบาทต่อปี
       
       ด้าน นายอดิศร เพียงเกษ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการซักซ้อมทำความเข้าใจและวิธีปฏิบัติในการคัดเลือกเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งหลังจากการประชุมชี้แจงวันนี้ (4 พ.ย.) แล้ว บริษัท SPV ที่ตั้งขึ้นมาจะไปหาเกษตรกรที่ยากจนและเข้าหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มแจกวัวงวดแรกได้ประมาณต้นเดือน ธ.ค.ที่จะถึงนี้
       
       “เบื้องต้นคาดว่า จะแจกโครอบปฐมฤกษ์ในวันที่ 5 ธ.ค.นี้ เพราะเป็นวันมหามงคล โดยอาจจะทำพิธีส่งมอบโคงวดแรกที่ จ.นครราชสีมา เพราะเป็นจังหวัดขนาดใหญ่ที่มีความเหมาะสมมีเกษตรกรจะเข้าร่วมเลี้ยงโคมากที่สุด ซึ่งถูกเรียกว่า เป็นเมืองโคราชา แต่อย่างไรก็ตาม ปลายเดือน พ.ย.นี้จะประชุมหารือกันอีกครั้ง” นายอดิศร กล่าว
       
       ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการนี้ ตนขอกำชับกับทุกคนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การดำเนินโครงการโคล้านครอบครัว จะต้องไม่มีเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด และทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันดำเนินโครงการนี้ให้ประสบผลสำเร็จให้ได้ เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน และยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมาก เช่น ประเทศชาติไม่ต้องสูญเสียเงินนำเข้าโคเนื้อถึงปีละกว่า 3-4 พันล้านบาท
       
       “โครงการโคล้านครอบครัวเป็นการคิดใหญ่ใฝ่สูงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ประชาชนทุกคนหายจน ดังคำกลอนที่ผมเขียนขึ้น คือ โคเนื้อล้านครอบครัว ให้สองตัวยืมไปเลี้ยง รายได้มีพอเพียง ขจัดเกลี้ยงความยากจน เลี้ยงโคอาชีพเสริม มีเงินทุกคน ใช้จ่ายไม่กังวล โคช่วยคนหายจนเอย” นายอดิศร กล่าวในที่ประชุม
       
       ทางด้าน นายประวิช รัตนเพียร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เสนอเทคโนโลยีไมโครชิพ RFID เพื่องานด้านปศุสัตว์ให้กับโครงการโคเนื้อล้านครอบครัว ของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งสามารถนำไปใช้ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล การเคลื่อนย้ายสัตว์ และไมโครชิพสามารถเก็บประวัติของสัตว์และข้อมูลพื้นฐานได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากนำมาใช้กับโครงการดังกล่าว
       
       “ไมโครชิพดังกล่าวนี้ เป็นฝีมือของคนไทยมีต้นทุนต่ำกว่าต่างประเทศมาก หากกระทรวงเกษตรฯสนใจที่จะนำไปใช้ ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯก็มีความพร้อมเต็มที่ที่จะผลิตให้ตามจำนวนที่ต้องการ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการหารือกับกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อช่วยในการแยกตัวอ่อน หรือเพศผู้เพศเมียของสัตว์ เป็นต้น ด้วย ” นายประวิช กล่าว
 
 
 
 
 
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 05, 2005, 09:16:56 AM โดย Nicaonline » บันทึกการเข้า

ความรู้ ข่าวสาร สร้างปัญญา

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: