กันยายน 26, 2022, 04:21:31 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกับตัวชี้วัดย้อนกลับ กรณีปล่อยกุ้งแชบ้วยของศูนย์ประมงสตูล  (อ่าน 4603 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 51 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nicaonline
Nicaonline
Administrator
YaBB God
*****

Karma: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2685



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ตุลาคม 22, 2005, 02:18:29 PM »

                           สืบเนื่องมาจากเป้าหมายการปล่อยลูกกุ้งลงส่งธรรมชาติ  ของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสตูล  ปีละ  28  ล้านตัว  หากถามว่าเราสามารถนำกุ้งเหล่านั้นกลับมาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยแค่ไหน คงไม่สามารถตอบได้  แต่วันนี้เรามีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม และมีคุณค่าต่อชุมชนมากกว่าตัวเลขบนแผ่นกระดาษ เมื่อมีแกนนำชาวบ้านประมาณ  7-10  คน เข้ามาที่ศูนย์ฯ สอบถามได้ความว่าอยากให้ทางศูนย์ฯ ช่วยเพาะลูกกุ้งแชบ๊วยให้จะนำไปปล่อย  ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง  คุยไปคุยมาพบว่า เป็นกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านจะนำกุ้งไปปล่อยในทะเล  โดยจะรวบรวมแม่พันธุ์กุ้งมาให้  นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ชุมชนเห็นคุณค่าและได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและใช้ประโยชน์ทรัพยากรร่วมกันอย่างถูกวิธี

วิชาการระดับชาวบ้านเสริมแผนงานของกรมประมง
เมื่อสอบถามเพิ่มเติมทราบว่าเป็นชาวบ้านหมู่  14  และหมู่  2  บางส่วนของบ้านหลอมปืน  อำเภอละงู  จังหวัดสตูล  ซึ่งมีอยู่ประมาณ  133  ครัวเรือน มีประชากร  678  คน  80  เปอร์เซ็นต์  ประกอบอาชีพทางด้านการประมงได้แก่  อวนกุ้ง  และลอบหมึก  มีเรือเล็ก  75  ลำ  เรือใหญ่  8  ลำ  มีนายอาลีย์  ติงหวัง  เป็นผู้ใหญ่บ้าน    

 

 

ผู้ใหญ่อาลีย์  ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  มีแกนนำหลักๆ ประกอบด้วย นายสมพงษ์ กาเหร็ม, นายหมีด  ม่าหมูด, นายสำสูเด็น  องศารา, นายกอเฉ็ม  ฮาลี, นายดาวารินทร์  โต๊ะสะเหล่  และนายนิตย์  กมลเจริญ  ซึ่งมีอาชีพวางอวนกุ้ง ได้พูดคุยปัญหากันว่า ปัจจุบันต้องออกไปวางอวนไกลๆ  และยังจับกุ้งได้น้อยวันหนึ่งได้  300-400  บาท/ลำ  แทบไม่คุ้มค่าน้ำมัน  แต่ก็ต้องทำเพราะเป็นอาชีพ และได้ตั้งข้อสังเกตกันว่าช่วงไหนที่ประมง  (หมายถึงหน่วยงานของกรมประมง)  ปล่อยกุ้งมากนับไปอีก  4-5  เดือนข้างหน้าก็จะจับกุ้งได้มากขึ้น  ผู้ใหญ่อาลีย์  กล่าวติดตลกว่า  มันก็เป็นนักวิชาการและวิจัยของมันกันเอง  ถูกหรือเปล่าเราก็ไม่รู้นะ  แต่บางทีก็อาจจะจริงของพวกมัน

ดูอย่างปี  43  จากการติดตามของชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล  ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทุกอำเภอชายทะเล  บ้านเราก็เป็นเครือข่ายอยู่ด้วย  ปีนั้นกรมประมงปล่อยกุ้งมากและบ่อย  ปีนั้นจับกุ้งได้มากและจับได้ตลอดปีพูดง่ายๆ ว่ากุ้งขึ้นฝั่งมากโดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม-กันยายน  จับได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไร  พวกผู้หญิงไปนั่งจับที่ชายฝั่งน้ำลึก  40-50  เซนติเมตร  เอามือควานขี้โคลนรอบๆ ตัว กุ้งก็วิ่งเข้ามาซุกขี้โคลน  จับได้คนละกิโลสองกิโล  แต่ไม่ได้หมายความว่ากุ้งจะขึ้นให้จับแบบนี้ทุกวัน  แต่ละเดือนจะขึ้น  2-3  วัน  ถ้าจำไม่ผิดก็เป็นช่วงน้ำ  10  ค่ำ  ช่วงต้นปี  44  ก็ยังจับได้มากอยู่  แต่พอช่วงปลายๆ ปีกุ้งจะจับได้น้อย  ไม่ทราบเพราะอะไร  คงเพราะกรมประมงปล่อยกุ้งน้อยในปีนั้น  ปี 45  ก็จับกุ้งได้มากตลอดปีเหมือน ปี 43  ถึงแม้น้ำมันจะแพง แต่ก็ยังพอทำมาหากินกันได้  ก็ต้องยกความดีอันนี้ให้กับกรมประมง  ผู้ใหญ่อาลีย์หยอดคำหวานให้เป็นที่ชื่นใจ

จากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่อาลีย์  เราได้กลับไปค้นข้อมูลการปล่อยกุ้งของศูนย์ฯ ในปี  43 – ปี 45  ก็พบว่าข้อมูลที่เรามีสอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้ใหญ่  ในปี  43  เราปล่อยกุ้งเดือนเว้นเดือนตลอดปี  มากน้อยแตกต่างกันไป แต่ยอดรวมอยู่ที่ 28 ล้านตัว ในปี 44 ก็ยังปล่อย 28  ล้านตัวเหมือนเดิม ไม่ได้ปล่อยน้อยลง แต่ในปี 44 นั้น  เราปล่อยติดกันทุกเดือนและปล่อยช่วง  6  เดือนแรกของปี  ไม่ได้ปล่อยตลอดปีเหมือนปี  43  อาจเป็นไปได้ที่จับกุ้งได้น้อยในช่วงปลายปี ในปี 45 เราก็ปล่อยทำนองเดียวกับ ปี 43  ถึงแม้จะเป็นข้อมูลแค่จุดเล็กๆ แต่ก็มีประโยชน์สำหรับการวางแผนปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในอนาคต

ตายหนึ่งเกิดแสนทดแทนธรรมชาติ
“พวกเรามีแต่จับกันอย่างเดียว ไม่ช่วยมันบ้างต่อไปมันก็หมด”  ผู้ใหญ่พูดด้วยท่าทางจริงจัง  เรารอลูกกุ้งธรรมชาติหรือจากที่กรมประมงปล่อยคงจะไม่พอ  พวกเราจึงคิดกันที่จะจับกุ้งมาให้กรมประมงเพาะให้ ได้ช่วยปล่อยเสริมอีกแรง  ถึงแม้จะเป็นจุดเริ่มต้น แต่ต่อไปถ้าโครงการนี้ขยายไปชาวประมงกลุ่มอื่น ก็จะเป็นประโยชน์กับพวกเราทุกๆคน พวกเราหลายๆ คนตั้งข้อสังเกตว่า กุ้งที่จับได้ส่วนใหญ่เป็นกุ้งจากที่กรมประมงปล่อย  สังเกตได้จากสีถ้าเป็นกุ้งธรรมชาติตัวจะเล็กและมีตีน  (ขาว่ายน้ำ)  สีแดง ส่วนกุ้งที่กรมประมงปล่อยตัวจะใหญ่กว่า  และมีตีนสีเหลืองอมส้ม  จากกุ้งที่ชาวบ้านจับได้ประมาณ  20  ตัว  จะเป็นกุ้งจากธรรมชาติ 7 ตัว  กุ้งจากการปล่อย  13  ตัว

นายฐานันดร์ ทัตตานนท์  (ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งสตูล)  กล่าวในเรื่องเดียวกันนี้  ผมทึ่งในความสามารถและเป็นคนชั่งสังเกตของชาวบ้านที่สอดคล้องและลงตัว  กุ้งแชบ๊วยที่ทางศูนย์ฯ นำมาเพาะพันธุ์และปล่อย เป็นกุ้งแชบ๊วยชนิด   Peneaus merguiensis  สีของลำตัวและขาว่ายน้ำจะค่อนข้างเหลือง  ซึ่งรวบรวมได้มากจากฝั่งอ่าวไทย  ส่วนกุ้งแชบ๊วยที่พบมากฝั่งอันดามันหรือกล่าวได้ว่าเป็นพันธุ์ประจำถิ่นจะเป็นกุ้งแชบ๊วยชนิด  Peneaus  indicus  ซึ่งลำตัวและขาว่ายน้ำจะมีสีแดงเข้มกว่าชนิดแรก  ทางศูนย์ฯ เองก็เป็นห่วงเหมือนกันว่าการนำพันธุ์กุ้งจากแหล่งอื่นมาปล่อยจะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลง  แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างและที่สำคัญในจังหวัดสตูล  ไม่มีผู้รวบรวม  P. indicus  มีชีวิตขาย เราเองก็ไม่มีความสามารถที่จะไปรวบรวมเองได้  และในการผลิตลูกพันธุ์กุ้งแต่ละครั้งต้องใช้แม่พันธุ์อย่างน้อย  80-100  แม่  เพื่อให้ได้ลูกพันธุ์ที่เพียงพอ  และอยู่ในจุดคุ้มทุน  แต่นับจากวันนี้และในอนาคตเราคงได้เพาะพันธุ์และปล่อยลูกกุ้งที่เป็นพันธุ์ประจำถิ่นของเราเองหากชาวบ้านเห็นความสำคัญและเป็นความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

จิตสำนึกไม่เคยหลับไปกับทะเล  
เมื่อแกนนำและ ผอ.ศูนย์ฯ คุยกันเป็นที่เข้าใจก็ได้คำตอบว่า ได้เลยครับจับมาเลยผมเพาะให้เอง  เหล่าแกนนำก็ไปรวบรวมแม่กุ้งจากเรืออวนกุ้งลำละตัวสองตัว  ได้มาเพาะครั้งแรก  80  แม่  ได้ลูกกุ้งไปปล่อยสมใจ  2  ล้านตัว  เมื่อวันที่ 18  กรกฎาคม 2546  วันนี้ถึงแม้จะไม่ใช่วันสำคัญของชาติ  แต่วันนี้สำคัญสำหรับชาวบ้านหมู่  14  บ้านหลอมปืน  ชาวบ้านประมาณ  50  คน  รวมทั้งผู้หญิงและเด็กพร้อมใจกันมาปล่อยพันธุ์กุ้งลงสู่ทะเล  ด้วยความเบิกบานและรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข  รักและหวงแหนท้องทะเลที่หล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเขา
 


       หลังปล่อยกุ้งเสร็จ นายสมพงษ์ กาเหร็ม  แกนนำกล่าวด้วยความตื้นตัน ที่เรามีจุดเริ่มต้นที่ดีในวันนี้ได้ก็มาจากการร่วมแรงร่วมใจของพวกเราทุกคน และที่ขาดเสียไม่ได้ก็ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของกรมประมงทุกท่านที่ทำให้ฝันของพวกเราเป็นจริงอยากให้พี่น้องเราช่วยประชาสัมพันธ์ต่อๆ กันไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อเราจะได้มีกิจกรรมดีๆ แบบนี้อีกพวกเราอยากจะให้มีการปล่อยกุ้งแบบนี้ทุกๆ เดือน ยิ่งปล่อยมากยิ่งดี  ปล่อยตรงไหนก็ทะเลของเราทั้งนั้น


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2005, 02:44:16 PM โดย Nicaonline » บันทึกการเข้า

ความรู้ ข่าวสาร สร้างปัญญา

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: