กันยายน 26, 2022, 05:35:51 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: "สึนามิ"ถล่มไทย บอบช้ำไกลถึงยุโรปเหนือ  (อ่าน 4047 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 63 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nicaonline
Nicaonline
Administrator
YaBB God
*****

Karma: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2685



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มกราคม 17, 2005, 10:26:02 AM »


 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 มกราคม 2548 23:13 น.
 
 
       ณ เวลานี้ ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายการเยือนของบรรดาผู้นำประเทศตะวันตกมากที่สุดแห่งหนึ่ง
       
       ยังไม่นับการเดินทางของเหล่ารัฐมนตรีต่างประเทศหลายสิบประเทศ ที่เทียวไปมาที่กรุงเทพฯและภูเก็ต แทบทุกวัน รวมทั้งผู้แทนองค์กรต่างประเทศอีกเป็นร้อยแห่ง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ธรณีพิบัติ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.47
       
       แน่นอนว่า ไม่ได้เป็นความตั้งใจล่วงหน้า ที่ผู้นำ 3 ประเทศนอร์ดิก อันได้แก่ นายเยอราน เพร์สซอน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรสวีเดน นายเชลล์ มังเนอ บอนเดอวิก นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ และนายมัตติ วันฮาเนน นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ เดินทางมาไทยพร้อมๆกัน ระหว่างวันที่ 16-18 ม.ค.48
       
       ในช่วงเวลาของการฉลองคริสต์มาส นักท่องเที่ยวตะวันตกหลายหมื่นคนเลือกที่จะพักผ่อนบนชายหาดฝั่งทะเลอันดามันของไทย และที่ครองสัดส่วนมากที่สุดเห็นจะเป็น นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก อันได้แก่ สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ทางยุโรปเหนือ
       
       โดยเฉพาะชาวสวีเดน ประเทศไทยกลายเป็นที่เที่ยวยอดนิยมในช่วงวันหยุดยาวๆ มานับสิบปี เพราะมีแสงแดดอุ่นและค่าใช้จ่ายถูก นักท่องเที่ยวสวีเดนที่มากันเป็นครอบครัวจะจองโรงแรมและรีสอร์ตชายทะเลในไทยล่วงหน้าหลายเดือน แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวสวีเดนมาเยือนไทยถึง 220,000 คน
     
       รัฐบาลสวีเดนระบุว่า มีชาวสวีเดนถึง 20,000 กำลังพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ในเมืองไทย ส่วนใหญ่ตามชายหาดภูเก็ต เขาหลัก และรีสอร์ตหลายแห่งย่านอันดามัน ในช่วงที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
       
       นักท่องเที่ยวจากสวีเดนและกลุ่มนอร์ดิก จึงได้รับความบอบช้ำมากที่สุด ในบรรดานักท่องเที่ยวตะวันตกจากธรณีพิบัติครั้งนี้
       
       ตัวเลขเบื้องต้นจากสถานเอกอัครราชทูตของสวีเดน นอร์เวย และฟินด์แลนด์ (10 ม.ค.) แจ้งว่า สวีเดน มีผู้เสียชีวิต 52 ราย สูญหาย 597 ราย,นอร์เวย์ มีผู้เสียชีวิต 12 ราย สูญหาย 82 ราย และฟินด์แลนด์ มีผู้เสียชีวิต 5 ราย สูญหาย 177 ราย
       
       แต่นั่นเป็นข้อมูลที่สามารถระบุตัวนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพราะความจริงยังหานักท่องเที่ยวไม่พบอีกหลายพันคน เฉพาะชาวสวีเดน ซึ่งนับว่าเป็นต่างชาติสูญเสียมากที่สุด มีตัวเลขผู้ที่ยังไม่ทราบชะตากรรมมากกว่า 3,500 คน
       
       ผู้นำสวีเดน ถึงกับบอกว่า "สวีเดนเป็นประเทศเล็กๆ แต่จำนวนคนตายมหาศาล" ส่วนสำนักข่าวต่างประเทศพาดหัวว่า "ชาวสวีเดนอาจตายมากกว่าเหตุการณ์ 9/11"ในนครนิวยอร์ก และอาจเป็นการสูญเสียผู้คนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 200 ปีของสวีเดน
       
       สื่อมวลชนทั้งสวีเดน นอร์เวย์ และฟินแลนด์ ยังออกข่าวชื่นชมและขอบคุณคนไทยที่ให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บจากคลื่นยักษ์อย่างไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นักท่องเที่ยวชาวสวีเดนผู้หนึ่งยกย่องทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ให้เป็นวีรสตรีในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทรงให้ความช่วยเหลือบุตรชายวัย 18 เดือน ในวันเกิดเหตุ
       
       แต่ชาวนอร์ดิกที่บาดเจ็บรายล่าสุด คือ นายกรัฐมนตรีเพรสซอน ของสวีเดน ที่ถูกสื่อมวลชนและฝ่ายค้านสวีเดนโจมตีอย่างหนัก ถึงความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเครื่องบินมารับประชาชนของตนเองกลับประเทศ ที่ล่วงเลยมาถึง 2 วัน หลังจากเกิดคลื่นยักษ์ ทั้งๆที่มีข่าวประโคมไปทั่วโลกว่านักท่องเที่ยวจากสวีเดนสาหัสที่สุดจากเหตุการณ์นี้ ทั้งกล่าวกันว่า 1 ใน 3 ของชาวสวีเดน หรือประมาณ 2,800,000 คน จะได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมจากภัยพิบัติ
       
       นายบอนเดอวิก นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์ความโยกโย้ในการรับมือกับสถานการณ์นี้ เนื่องจากมีชาวนอร์เวย์กว่า 1,000 คน ยังไม่มีใครทราบชะตากรรม
       
       นายเพร์สซอน จึงหาทางมึง้สถานการณ์ หารือกับนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ตัดสินใจเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อออกสำรวจพื้นที่โดยตรง และขอบคุณคนไทยที่นั่น ต่อมาผู้นำฟินด์แลนด์ ก็ตัดสินใจรวมวงเดินทางครั้งนี้ด้วย
       
       นอกจากนี้นายเพร์สซอน ยังได้ขอให้ไทยอนุมัติการเลื่อนสถานะสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวีเดน ที่ จ.ภูเก็ต เป็นสถานกงสุลใหญ่สวีเดน เพื่อให้การช่วยเหลือชาวสวีเดนที่ประสบภัยจากคลื่นสึนามิที่ จ.ภูเก็ต และใกล้เคียง ซึ่งคณะรัฐมนตรีไทยก็ได้อนุมัติไปแล้ว
       
       สำหรับนายกรัฐมนตรี แอนเดอร์ส ฟอจห์ ราสมุสเซ่น แห่งเดนมาร์ก ประสงค์จะเดินทางมาเยือนไทยเช่นกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่ชัด
 
       นอกจากผู้นำสวีเดนแล้ว พระเจ้าคาร์ล กุสตาฟ ที่ 16 กษัตริย์แห่งสวีเดน ก็ประกาศแผนเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการเช่นกัน เพื่อแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และชาวไทยที่มีต่อชาวสวีเดนหลายพันคนในช่วงมหันตภัยครั้งนี้
       
       ขณะเดียวกับที่นายพอล มาร์ติน นายกรัฐมนตรีแห่งแคนาดา ได้เดินทางมาไทยช่วงสั้นๆ โดยเดินทางเยือน จ.ภูเก็ตโดยตรง วานนี้(16 ม.ค.) เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย และแสดงความขอบคุณไทยเช่นกัน
       
       นายกรัฐมนตรีสวีเดน นอร์เวย์ และฟินด์แลนด์ ได้เดินทางถึงกรุงเทพฯ วันเดียวกัน (16ม.ค.) ผู้นำทั้ง 3 ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน และ มีการพบหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และร่วมรับประทานอาหารค่ำ
       
       ช่วงเช้าวันนี้(17 ม.ค.) นายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ประเทศ จะเดินทางเยือน จ.ภูเก็ต และ พังงา เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัย ที่เขาหลัก ศูนย์ชันสูตรศพที่วัดย่านยาว และเยี่ยมพื้นที่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นอร์ดิก จากนั้นจะเข้าพบนายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย และผวจ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ที่ศาลากลาง จ.ภูเก็ต
       
       ในช่วยเย็น นายกรัฐมนตรีสวีเดนและนอร์เวย์ จะร่วมพิธีเปิดสถานกงสุลใหญ่สวีเดน ณ โรงแรมเพิร์ลวิลเลจ จ.ภูเก็ต ซึ่งนอร์เวย์ จะใช้ร่วมกับสวีเดนด้วย ส่วนนายกรัฐมนตรีฟินด์แลนด์ จะแยกเดินทางไปสำรวจพื้นที่ชายหาดกะตะ และเยี่ยมอาสาสมัคร
       ในอนาคตสถานกงสุลแห่งนี้ ยังจะช่วยดูแลชาวสวีเดนที่เดินทางมาที่ภูเก็ต และพื้นที่ใกล้เคียงด้วย แน่นอนว่ามีทั้งที่มาเที่ยวและการตามหาญาติพี่น้องผู้สูญหาย รัฐบาลสวีเดนจึงเตรียมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่การทูตที่มีประสบการณ์มาประจำที่นี่ด้วย
       
       แต่การบ้านที่ผู้นำ 3 ประเทศนอร์ดิกจะต้องทำให้ลุล่วงหรือคืบหน้ามากที่สุดจากการเยือนครั้งนี้ คือ การค้นหาผู้สูญหาย และระบุตัวผู้เสียชีวิตชาวนอร์ดิก ตลอดจนการดูแลผู้บาดเจ็บ และนำกลับประเทศโดยเร็ว
       
       การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่รัฐบาล 3 ประเทศได้ดำเนินการแล้ว คือ สวีเดนมอบเวชภัณฑ์,คอนเทนเนอร์ 20 ตู้ ส่งหน่วยนิติเวช และเจ้าหน้าที่แพทย์ จัดส่งเครื่องบินมารับผู้ประสบภัยชาวสวีเดนกลับประเทศ ด้านนอร์เวย์ก็ได้มอบเวชภัณฑ์ ส่งหน่วยนิติเวชและเจ้าหน้าที่แพทย์ ส่งเครื่องบินมารับชาวนอร์เวย์กลับประเทศเช่นกัน
       ส่วนฟินด์แลนด์ นอกจากจะส่งหน่วยนิติเวชและพิสูจน์หลักฐาน ยังได้มอบเงินจำนวน 25 ล้านยูโรผ่านองค์กรอนามัยโลก(WHO), สภากาชาด, UNICEF, และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO)
       
       แผนงานต่อไปจะเป็นเรื่องการหาแนวทาง ช่วยแหลือการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งความร่วมมือในการสร้าง"อนุสรณ์สถานธรณีพิบัติ" ซึ่งกลุ่มประเทศนอร์ดิกให้ความสนใจมาก
       
       เพราะนั่นจะเป็นศูนย์รวมของการเดินทางมารำลึกถึงญาติพี่น้อง และเพื่อนพ้องผู้หายไปกับกระแสคลื่นสึนามิ
 
 
บันทึกการเข้า

ความรู้ ข่าวสาร สร้างปัญญา

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: