กันยายน 28, 2021, 11:56:18 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
  แสดงกระทู้
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 ... 160
46  Aquaculture and Fisheries News / Ornamental Fish / Systems engineering for ornamental fish production in a RAS เมื่อ: กันยายน 04, 2013, 04:16:19 PM
Systems engineering for ornamental fish production in a recirculating aquaculture system
Ilan Halachmi, Institute of Agricultural Engineering, Agricultural Research Organization, The Volcani Center, P.O. Box 6, Bet Dagan 50250, Israel
Received 31 October 2005Revised 11 May 2006Accepted 17 May 2006Available online 3 June 2006

--------------------------------------------------------------------------------

Abstract
The aim was to develop a simulation model for determining the optimal layout and management regime for ornamental fish recirculating aquaculture system (ORAS). The work plan involved: (1) quantifying the effects of fish growth rates, the nature of the products, and the management practices; (2) developing a mathematical simulation model of the ORAS, taking into account all factors that directly influence system profitability; and (3) maximizing the production level attainable with the existing facilities and within the prevailing costs, thus raising the profitability of the ORAS. The resulting model is process-oriented; it follows the flow of fish through the ORAS facility and generates an animated graphic representation of the processes through which the fish pass as they progress through the system. The model enables a user to anticipate how system profitability would be affected by changes in: design, operating practices, costs of inputs, and/or prices of products. A step-by-step approach was taken in designing an optimal RAS that both met marketing demand and conformed with stocking-density limits. Optimal design specifications were presented for several case studies based on data from an ORAS in Kibbutz Hazorea, Israel where koi (Cyprinus carpio) are raised in a recirculating system. The addition of one reproduction cycle per year reduced the maximum biomass load from 8 to 5 ton. The addition of two reproductions per year would enable the system to process an additional 1 million fingerlings per year, elevating sales by 60% without changing the biomass load. If the waste rate could be reduced from 80 to 44% while processing the same number of fingerlings, sales could be increased by a factor of 3 without exceeding the biofilter limits. If the final koi size were to be reduced from 50 to 25 cm, the number of fingerlings could be doubled (to 5 million) while maintaining the existing low biomass load. Alternatively, purchasing larger fingerlings (4.5 instead of 0.1 g) might cause the biomass load to exceed the filter limitation (14 compared with 7.4 ton). Further research should include more extensive testing and validation of the integrated model, which then could be disseminated within the aquacultural community.


47  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / ประมงพื้นบ้านระนองผวาโรฮิงญาหวั่น เมื่อ: ตุลาคม 08, 2012, 01:29:03 PM
นายสมชาย อาซาน ชาวประมงพื้นบ้านตำบลม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกลุ่มประมงชายฝั่ง ซึ่งเป็นชาวประมงขนาดเล็ก รวมถึงกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเล เริ่มมีความหวดกลัวต่อกลุ่มชาวโรฮิงญา หรืออาระกัน เนื่องจากมีการคาดการณ์กันว่าหลังหมดช่วงฤดูมรสุมในเดือน ต.ค.นี้ชาวโรฮิงญาจากรัฐยะไข่ประเทศพม่าซึ่งกำลังถูกกดดันอย่างหนักจะทะลักเดินทางออกนอกประเทศเป้าหมายคือไทยเป็นหลักโดยเฉพาะช่องทางด้าน จ.ระนองที่ชาวอาระกันมักใช้เป็นทางผ่านสู่ประเทศที่สาม
 
"แม้ว่ากลุ่มโรฮิงญา จะไม่เคยมีประวัติการทำร้ายคนไทยมาก่อน แต่การที่ถูกกดดันให้จนตรอก ก็อาจจะเป็นสิ่งเร้าให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ที่จะใช้วิธีการปล้นเรือประมง หรือปล้นบ้านเรือนผู้คนเพื่อสะสมอาหารหรือเสบียงสำหรับใช้ในการหลบหนีต่อไป โดยทางหมู่บ้านได้มีการเตรียมพร้อม โดยการจัดตั้งกองกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านขึ้นมาเพิ่มเติม พร้อมทั้งมีการฝึกเตรียมความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเป็นภัยต่อชุมชน พร้อมกันนี้ได้มีการจัดชุดลาดตระเวนทั้งบนบกและชายฝั่งทะเลตลอด 24 ชม."นายสมชาย กล่าว

เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงจังหวัดระนองรายหนึ่ง เปิดเผยว่า กลุ่มคนอาระกัน เป็นกลุ่มบุคคลหรือชนชั้นที่คนพม่า รัฐบาลพม่าไม่ยอมรับเนื่องจากในอดีตบรรพบุรุษของกลุ่มบุคคลเหล่านี้ โดนอังกฤษกวาดต้อนมาจากบังกลาเทศเพื่อมาร่วมทำสงคราม หรือใช้แรงงานให้กับอังกฤษในการต่อสู้กับรัฐบาลพม่า จึงทำให้เกิดปัญหาความไม่ยอมรับจากรัฐบาลพม่า อีกทั้งชาวโรฮิงญาเองก็ไม่ยอมรับว่าตนเป็นชาวพม่า จึงถูกกดดันตลอดเวลาจากรัฐบาลพม่า ทำให้ชาวอาระกันพยายามหาทางออกจากประเทศพม่า เพื่อหาที่ตั้งรกรากใหม่ ในประเทศที่ยอมรับ โดยเฉพาะประเทศที่นับถือศาสนาเดียวกันคือมุสลิม
 
ช่วงระหว่างเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี ถือว่าเป็นช่วงที่กลุ่มคนเหล่านี้มีการเดินทางมากที่สุดเนื่องจากปลอดจากมรสุมและพายุต่างๆ โดยเฉพาะในปีนี้ทราบว่ากลุ่มโรฮิงญาจำนวนมากนับหมื่นคนเตรียมที่จะเดินทางออกนอกประเทศ โดยเฉพาะการเดินทางเข้ามายังประเทศไทย ขึ้นฝั่งที่ จ.ระนอง และจังหวัดในฝั่งอันดามัน ซึ่งสาเหตุที่กลุ่มบุคคลเหล่านี้เลือกขึ้นฝั่งที่ จ.ระนอง ทราบว่าเป็นเพราะมีกลุ่มบุคคลนับถือศาสนาเดียวกันคอยให้การช่วยเหลือ อีกทั้งยังมีกลุ่มขบวนการค้าแรงงานเถื่อนที่มีเครือข่ายคอยให้การช่วยเหลืออีกทาง ซึ่งขณะนี้ได้มีการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจเข้มบริเวณแนวชายแดนตลอด 24 ชม.หากพบในปีนี้จะใช้มาตรการไม่เหมือนกับช่วงที่ผ่านมาที่มีการลากจูงเรือเข้าฝั่ง ปรากฏว่ากลายเป็นการเอื้อให้กลุ่มอาระกันเข้ามาในไทยได้ง่ายขึ้น ดังนั้นในปีนี้จะใช้วิธีการผลักดันไม่ให้เข้ามาใกล้ฝั่งหรือขึ้นฝั่งได้เป็นอันขาด แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม

http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=653250
48  ข่าวสารจากNICAonline.com / เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง / การเลี้ยงปลาทะเลแบบพัฒนาระบบปิด 6 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 03:05:23 PM
6 สรุป
             การเลี้ยงปลากะพงขาวความหนาแน่นสูงในระบบน้ำหมุนเวียน เท่าที่ทำการทดลองกันมา มีความเป็นไปได้สูงปลาสามารถอยู่รวมกันในสภาพ 100 ตัว/1 ลบ.ม. ได้เป็นอย่างดี  ซึ่งได้ผลตอบแทนพอสมควร  จากการเลี้ยงในระบบนี้ ปัจจุบันนี้เราได้พัฒนาเทคโนโลยีการเลี้ยงปลากะพงขาวที่ความหนาแน่นสูงในระบบน้ำหมุนเวียน ที่ระดับ854 กก/บ่อขนาด36ลบ.ม. มีความเป็นไปได้ในอนาคตที่จะสามารถเพิ่มความหนาแน่นถึง 1000 กกในขณะที่การเลี้ยงปลากะพงขาวในกะชังได้ผลผลิตประมาณ 300-400 กก./กะชังขนาด 5X5 เมตร และสามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้เลี้ยงปลาทะเลชนิดอื่นที่มีราคาแพงได้ เช่น ปลากะรัง ปลาช่อนทะเล ปลากุดสลาด เพื่อลดภาวะความเสี่ยงจาการเลี้ยงปลาในแหล่งธรรมชาติ เช่น น้ำเสีย โรคระบาด คลื่นลม อย่างไรก็ดีการเลี้ยงปลาทะเลที่ระดับความหนาแน่นสูง ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี RAS การจัดการระบบที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมโรคที่ดี ซึ่งแม้จะทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้น แต่สามารถชดเชยได้ด้วยการเลี้ยงในระดับความหนาแน่นสูง  การเลี้ยงปลาทะเลในระบบน้ำหมุนเวียนจึงเหมาะสมกับการเลี้ยงปลาทะเลที่มีราคาสูง เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในอนาคต
   แนวโน้มปัจจุบันผู้บริโภคนิยมบริโภคสัตว์น้ำที่มีระบบการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้สิ่งแวด ล้อมเสื่อมโทรม ไม่มีการใช้ยาและสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในเนื้อปลาและสิ่งแวดล้อม  มีการนำวัสดุที่ใช้แล้วนำมาใช้อีกเพื่อลดการใช้ทรัพยากรที่มากเกินจำเป็น ลดการใช้พลังงาน ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นแนวทางเดียวกันกับการเลี้ยงปลาทะเลในระบบปิดน้ำหมุนเวียน ในอนาคตรูปแบบการเลี้ยงปลาทะเลอาจเปลี่ยนไปตามแนวทางนี้




เอกสารอ้างอิง
Chen, S., Coffin, D.E., Malone, R.F., 1993. Production, Characteristics, and modeling of aquaculture   sludge from  recirculating aquaculture system using a granular media biofilter.  In: J.K.  Wang    (Ed.), Techniques for modern aquaculture.  St.  Joseph,  MI, American Society of Agricultural    Engineers, pp.  16-25.
Chen.  1997.  Sludge production and management for recirculating aquacultural system.  Journal of the    world aquaculture society.  Vol 28(4) 303-315.
Groeneweg, J., Sellner, B.,  Tappe, W., 1994.  Ammonia oxidation in Nitrosomonas at NH3    concentrations near Km: effects of pH and temperature.  Water Res. 28, 2561-2566.
Hanaki, K.,  Wantawin, C., Ohgaki, S.,  1990.  Effects of the activity of heterotrophs on nitrification in a    suspended-growth reactor.  Water Res. 24, 289-296.
Huang, J., Hao, O.J., 1996.  Alternating aerobic-anoxic process for nitrogen removal: dynamic    modeling.  Water Environ. Res. 68, 94-104.
Kaiser, G.E.,  Wheaton,  F.W.,  1983.  Nitrification filters for aquatic culture systems: state of the art. J.     World Maricult.  Soc.,  14:302-324.
Lyssenko, C. and F. Wheaton.  2005.  Impact of rapid impulse operating disturbances on ammonia    removal by trickling and submerged-upflow biofilters for intensive    recirculating aquaculture.     Aquaculture engineering Vol 35 (1) 26-37.
Malone,  R.F., Chitta, B.S., Drennan, D.G., 1993.  Optimizing nitrification in bead filters  for warmwater    recirculating aquaculture systems.  In: J. wang (Ed.),  Techniques for modern aquaculture.  St.     Joseph, MI,  American Society of Agricultural Engineers, pp.  315-325.
Okabe.  S., Oozawa, Y., Hirata, K., Watanabe. Y. 1996.  Relationship between population dynamic of    nitrifiers in biofilms and reactor performance at various C : N ratio.  Water    Res. 30. 1563-1573.
Rusten, G., McCoy, M., Proctor, R., Siljudalen, J., 1998. The innovative moving bed biofilm reactor/solid contact reaeration process for secondary treatment of municipal wastewater. Water Environment  Research 70:1083-1089.
Summerfelt  S.T., 1999.  Waste-handling systems.  In: CIGR (Series Ed.) and F. Wheaton (Volume Ed.),     CIGR handbook of agricultural engneering:  Volume II, Aquacultural Engineering St. Joseph, MI,    American Society of Agricultural Engineers, pp.  309-350.
Summerfelt  S.T. and M. J. Sharrer.  2004.  Design implication of carbon dioxide production     within    biofilters contained in recirculating salmonid culture systems.  Aquaculture    engineering. Vol 32    (1) 171-182.
Summerfelt, S.T. and Wade, E.M., 1997. Recent advances in water treatment processes to intensify fish production in large recirculating system. In:  Advance in Aquacultural Engineering, Proceeding from Aquacultural Engineering Society Technical session at the 4th International Symposium on Tilapia in Aquaculture, November 9-12, Orlando, FL, NRAES-105, pp.350-367.
Timmons, M.B, Ebeling, J.M, Wheaton, F.W, Summerfelt, S.T and Vinci, B.J. 2002. Recirculating Aquaculture Systems. 2nd Northeastern Regional Aquaculture Center Publication No. 01-002.
Wheaton, F.W., Hochheimer, mJ.N., Kaiser, G.E., 1991. Principles of biological filtration. In M.B. Timmons (Ed.) Engineering Aspects of Intensive Aquaculture. Northeast Regional Agricultural Engineering Service Cooperative Extension, Ithaca, NY, pp. 1-31.
49  ข่าวสารจากNICAonline.com / เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง / การเลี้ยงปลาทะเลแบบพัฒนาระบบปิด 5 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 03:03:24 PM
6  การทดลองเลี้ยงปลาทะเลในระบบปิดน้ำหมุนเวียนที่สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง(NICA)
   สถาบันได้ทดลองเลี้ยงปลาทะเลในระบบปิดน้ำหมุนเวียนมาไม่ต่ำกว่า 10  ปี  ที่ผ่านมานั้นได้พัฒนาการเลี้ยงปลาชนิดต่างๆ เช่น ปลากะพงขาว ปลาตะกรับ ปลาช่อนทะเล ปลากะรังหน้างอน ปลาหมอทะเล ปลากุดสลาด ทั้งในระบบอนุบาล การเลี้ยงปลาเนื้อ การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ถึงแม้นต้นทุนตอนเริ่มแรกจะสูงกว่าการเลี้ยงในกะชัง  แต่การเลี้ยงในกะชังปัจจุบันเริ่มมีปัญหากันมาก  เลี้ยงปลากัน 8-9 เดือน น้ำเสียมาชั่วโมงเดียวขาดทุนทันที เรียกได้ว่าพลาดไม่ได้แม้นแต่ชั่วโมงเดียว
   วัสดุกรองสำคัญอย่างไร วัสดุกรองเป็นที่เกาะของแบคทีเรียพวก nitrifrying ที่จะเปลี่ยนสารแอมโมเนียที่ได้จากการขับถ่ายของสัตว์น้ำ  กากของเสีย อาหาร ให้กลายเป็นปุ๋ยไนเตรทที่พืชน้ำสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ประสิทธิภาพของวัสดุกรองขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิวจำเพาะของวัสดุ วัสดุกรองโดยทั่วไปมีพื้นที่ผิวจำเพาะอยู่ในช่วง 100-500 ตรม./ลบ.ม. จากที่ได้ปรับปรุงบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำเดิมที่ NICA หลังจากปรับปรุงเสร็จ ก็เริ่มสำรวจว่าจะเอาอะไรมาเป็นฟิลเตอร์ดีโดยพิจารณาจากข้อมูลดังนี้คือ พื้นที่ผิววัสดุกรอง ถ้าวัสดุกรองมีพื้นที่ผิวมาก สามารถกรองของเสียได้ประสิทธิภาพดี ก็สามารถเลี้ยงปลาได้ความหนาแน่นสูงน้ำที่ไหลผ่านระบบกรองสามารถกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง ตะกอนไม่อุดตันง่าย น้ำหนักเบา สามารถรื้อเอามาล้างทำความสะอาดได้ง่ายมีความคงทนดัดแปลงให้เข้ากับรูปทรงบ่อและราคาถูก
   ในระยะเริ่มแรกของการเลี้ยงปลาในระบบน้ำหมุนเวียน ได้เคยทดลองใช้อิฐหัก เปลือกหอยนางรม ไบโอบอลชนิดกลม ไบโอฟิลเตอร์ชนิดทรงกระบอก ก็พบว่าอิฐหักและเปลือกหอยนางรม พื้นที่ผิวจำเพาะค่อนข้างน้อย ไม่น้อยสะดวกในการเคลื่อนย้ายเวลาล้างทำความสะอาด ส่วนไบโอบอลและไบโอฟิลเตอร์ชนิดทรงกระบอกค่อนข้างเบาแต่ราคาก็แพงเอาการอยู่เหมือนกัน อวนเก่าวัสดุเหลือใช้จากเรือประมงคือวัสดุกรองที่ดี ลองไปเอาอวนชนิดต่าง ๆ มาหาพื้นที่ผิวจำเพาะของวัสดุกรองประเภทนี้ดู ก็พบว่าอวนเก่ามีคุณสมบัติที่ดีเหมาะสมสำหรับวัสดุกรองในระบบบำบัดน้ำจากการเลี้ยงปลา ราคาก็ถูกมาก กิโลกรัมละ 10 บาท จากการที่ได้นำอวนหลากหลายขนาดมาหาพื้นที่ผิวจำเพาะ ก็พบว่าอวนมีพื้นที่ผิวจำเพาะตั้งแต่ 280-1300 ตรม./ลบ.ม โดยที่ปริมาตรของบ่อบำบัด 1 ลบ.ม สามารถบรรจุอวนเก่าได้ประมาณ 100 กก. ข้อดีของการใช้อวนเก่า มาเป็นวัสดุกรองน้ำหนักเบา หาได้ง่าย ราคาถูก  พื้นที่ผิวจำเพาะสู้ฟิลเตอร์ราคาแพง ๆ ได้ดี ทำความสะอาดง่าย มีความคงทน น้ำไหลผ่านได้ทั่วถึง จัดรูปทรงให้เข้าบ่อกรองได้ง่าย เป็นการนำวัสดุที่ไม่ใช้ทำอย่างอื่นแล้วกลับมาใช้ใหม่
การทดลองเลี้ยงปลากะพงขาวครั้งแรกในบ่อกลมขนาด 15 ลบ.ม. แต่ใส่น้ำ 12 ลบ.ม..  เริ่มต้นเลี้ยงปลาขนาด 150 กรัม จำนวน 500 ตัว  ใช้เวลา  7 เดือน  ปลามีอัตรารอดตาย  87 %  ขนาดตัวเฉลี่ย 0.75 กิโลกรัม  มีอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ 3.1 : 1  ติดตั้งปั๊มให้อ๊อกซิเจนยี่ห้อ resun 4800 กำลัง 90 วัตต์ 2 ตัว  ให้อากาศตลอดเวลา  หัวทรายจากปั้มลมอีก 4 หัว  ที่น่าสังเกตคือ  อัตราการแลกเนื้อต่ำกว่าปกติเลี้ยงในกะชัง ประมาณ 6 หมายความว่า ต้นทุนค่าอาหารปลาลดไปครึ่งหนึ่ง  สำคัญต้องมีระบบไฟสำรองเมื่อไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องสำรองต้องทำงานทันทีได้ผลผลิต  325  กก. ต้นทุน   56.98 บาท/กก.
การทดลองเลี้ยงปลากะพงขาวครั้งที่สอง ที่ความหนาแน่นสูงในระบบน้ำหมุนเวียน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการเลี้ยงปลา เชิงพาณิชย์ ได้สาธิตการเลี้ยงปลากะพงขาวในบ่อไฟเบอร์กลาสสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 5 ลูกบาศก์เมตร น้ำหนักปลาเริ่มต้น 65   กรัม หรือขนาด 5 นิ้ว ที่ความหนาแน่น 500 ตัว/บ่อ (125 ตัว/ลูกบาศก์เมตร บ่อใส่น้ำได้ 4 ลูกบาศก์เมตร ) จำนวน 2 บ่อให้อาหารปลาสดกินทุกวัน วันละครั้งจนอิ่ม พบว่า น้ำหนักปลาเฉลี่ย  830  กรัมต่อตัว ผลผลิตเฉลี่ย 407.78 กิโลกรัม/บ่อ อัตรารอด 98.5 เปอร์เซ็นต์ FCR 5.75 และเมื่อศึกษาความคุ้มทุนต่อระยะเวลาการเลี้ยง พบว่าผลตอบแทนจากการเลี้ยงปลากะพงขาวที่ระยะเวลา 12 เดือน ได้ปลากะพงขาวเฉลี่ย 750 กรัม สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มทุนสูงสุด คือ 20,158.74 บาทต่อบ่อ โดยที่ต้นทุนการผลิต เท่ากับ 30,430.98  บาทต่อบ่อ หรือ  81.90 บาทต่อกิโลกรัม
การทดลองเลี้ยงปลากะพงขาวครั้งที่สาม บ่อเลี้ยงที่ทดลองขนาดที่ 36 ลบ.ม. บ่อขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 5 เมตร ก้นบ่อเป็นทรงกรวย ลึก 2 เมตร ตรงกลางบ่อลึกกว่าขอบ 1 เมตร เพื่อวัตถุประสงค์ในการรวบรวมของเสียตะกอนต่างๆออกได้ง่าย ทำให้ลดการสะสมของตะกอนภายในบ่อเลี้ยง บ่อจะบุด้วยผ้าใบที่ซีลด้วยความร้อน ป้องกันการรั่วไหลของน้ำ  ตรงกลางก้นบ่อวางท่อขนาด 3 นึ้ว สำหรับให้น้ำทิ้งหมุนเวียนไปยังบ่อตกตะกอน
เนื่องจากโครงการนี้เน้นประหยัดพลังงานเลยต้องออกแบบให้ระบบบำบัดอยู่ในระดับที่สูงสุด ระดับรองลงมาเป็นระดับบ่อเลี้ยง รางน้ำทิ้ง และบ่อตกตะกอนอยู่ในระดับต่ำสุด  การใช้บ่อที่บุด้วยผ้าใบภายในสามารถเก็บกักน้ำได้ดี ไม่มีรั่วซึม ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก(ค่าก่อสร้างบ่อ) การที่ให้บ่อครึ่งหนึ่งฝังอยู่ในดินก็เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการทำโครงเหล็กมาค้ำยัน ในการเลี้ยงปลา งานที่หนักอย่งหนึ่งที่ทุกคนต้องยอมรับคือตะกอนเศษอาหาร ขี้ปลา ที่ชิ้นใหญ่บ้างเล็กบ้าง ในระบบน้ำหมุนเวียนที่เลี้ยงปลาหนาแน่นสูง เรามักต้องใส่เครื่องปั้มให้อ็อกซิเจนเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มอ็อกซิเจนให้พอเพียง ที่ปลาอยู่อย่างสบายและโตดีพอสมควร พื้นบ่อจึงได้ดีไซด์ให้เป็นทรงกรวย โดยลึกจากระดับพื้นขอบบ่อประมาณ 1 เมตร เมื่อเวลาน้ำหมุน จะได้นำเอาตะกอนต่างลงสู่ก้นกรวย นำไปสู่บ่อตกตะกอนต่อไป  ทำให้คุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงดีขึ้น น้ำใสขึ้น
ในระบบน้ำหมุนเวียนโดยเริ่มต้นเลี้ยงปลาขนาด 250 กรัม  จำนวน 894 ตัว  เป็นเวลา 7 เดือน  เมื่อสิ้นสุดการทดลองได้ปลาขนาดเฉลี่ย 1.07 กก.จำนวน  800  ตัวคิดเป็นน้ำหนัก 854 กก. อัตรารอด 89.5 % อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ 4.99 สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มทุนสูงสุด คือ 54,604 บาทต่อบ่อ ต้นทุนการผลิต 95 บาท/กิโลกรัมหรือ 81,396  บาทต่อบ่อ
50  ข่าวสารจากNICAonline.com / เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง / การเลี้ยงปลาทะเลแบบพัฒนาระบบปิด 4 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 03:01:40 PM
4 ข้อควรพิจารณาในการเลี้ยงปลาในระบบปิดน้ำหมุนเวียน
ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก คือ คุณภาพน้ำที่เหมาะสม เพื่อให้สัตว์น้ำเจริญเติบโตได้ดี ได้แก่  ออกซิเจนที่ละลายน้ำ แอมโมเนียไนโตรเจน ไนไตรท์ไนโตรเจน  คาร์บอนไดออกไซด์  ไนเตรท อัลคาลินิตี้ พีเอช ในการผลิตปลาด้วยต้นทุนต่ำระบบการผลิตปลาที่ดีต้องรักษาคุณภาพน้ำที่ดีไว้ในช่วงที่ปลาโตเร็ว  และเพื่อให้ปลาโตเร็ว ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องให้อาหารปลาที่มีระดับโปรตีนสูงและเพียงพอ
ความสามารถในการรองรับของบ่อเลี้ยงระบบปิดต้องสูงพอที่จะลดต้นทุนในการผลิตปลา เนื่องจากต้นทุนเริ่มแรกของการเลี้ยงระบบปิดสูงกว่าการเลี้ยงปลาในบ่อดิน  เมื่อต้องเลี้ยงปลาด้วยระบบที่มีความหนาแน่นสูง ผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องถ่ายน้ำนำของเสียออกจากบ่อเลี้ยง  นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องเพิ่มการให้อากาศ หรือให้ออกซิเจนบริสุทธิ์ อัตราการเปลี่ยนถ่ายน้ำเพื่อรักษาคุณภาพน้ำให้เหมาะในการเลี้ยงปลาสามารถคำนวณได้จากน้ำหนักของปลาในบ่อ อาหารที่ต้องใช้ ปริมาณแอมโมเนียไนโตรเจนที่เกิดขึ้น
1 ตะกอนขี้ปลา เศษอาหาร
ตะกอนขี้ปลา เศษอาหาร เมื่อถูกย่อยโดยแบคทีเรียจะทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำลดลง มีการสะสมแอมโมเนียไนโตรเจนในระบบ ด้วยเหตุนี้ระบบบำบัดที่ดีจึงต้องกำจัดตะกอนออกโดยเร็ว และอย่างมีประสิทธิภาพ  ตะกอนที่ละเอียดสามารถไประคายเคืองเหงือกปลา ส่วนฟองหรือเมือกซึ่งจะไปลดออกซิเจนที่ละลายน้ำสามารถลดได้โดยการใช้โปรตีนสกิมเมอร์


2 แอมโมเนียไนโตรเจน
แอมโมเนียไนโตรเจนถูกกำจัดออกจากตัวปลาผ่านเหงือก และจากขบวนการย่อยสารอินทรีย์โดยแบคทีเรีย โดยทั่วไปพบว่า ระดับแอมโมเนียอิสระที่จะไม่มีผลต่ออัตราการเจริญเติบโตไม่ควรเกิน 0.05 มก./ล. ไนไตรท์ไม่ควรเกิน 1 มก./ล. ส่วนไนเตรทพบว่า สัตว์น้ำสามารถทนต่อไนเตรทที่ระดับความเข็มข้นมากกว่า 200 มก/ล โดยทั่วไปพบว่าไนเตรทในระบบการเลี้ยงไม่เคยสูงถึงระดับดังกล่าว เนื่องจากไนเตรทลดลงจากระบบการเลี้ยง โดยขบวนการดีไนตริฟิเคชั่น การถ่ายน้ำ การดูดตะกอน
อีกกรณีหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ ความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นพิษของแอมโมเนียและ pH  โดยปกติค่าที่เราวัดจากห้องปฏิบัติการคือ ค่า Total ammonia (เกิดจาก ammonia + ammonium ion) ตัวที่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำคือ ammonia บางทีเรียกว่า unionized ammonia ในสภาวะที่พีเอชต่ำๆ แอมโมเนียที่พบส่วนใหญ่จะเป็น ammonium ion หรืออยู่ในรูปที่ไม่เป็นพิษ อย่างไรก็ตามเมื่อพีเอชเพิ่มขึ้นจาก 6.5 ถึง 7.5 ammonium ion จะเปลี่ยนเป็น ammonia ที่เป็นพิษถึง 10 เท่า ดังนั้น ในการปรับพีเอชโดยการใส่ปูนขาวจึงต้องระวังในจุดนี้ด้วย การเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพน้ำจึงมีความจำเป็นต้องใช้ในการปรับสภาพน้ำ
3 พีเอชและอัลคาลินิตี้ 
พีเอชมีผลต่อคุณภาพน้ำหลายตัว เช่นแอมโมเนียไนโตรเจนและมีผลต่อขบวนการย่อยสลายทางชีววิทยา ทางเคมี จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมพีเอชในการเลี้ยงปลาในระบบน้ำหมุนเวียน  ส่วนอัลคาลินิตี้เป็นความสามารถของน้ำในการลดกรด น้ำที่มีอัลคาลินิตี้สูง พีเอชจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ขบวนการไนติฟิเคชั่นทำให้พีเอชลดลง ถ้าพีเอชต่ำกว่า 7.0 ทำให้การเกิดไนติฟิเคชั่นลดลง จึงต้องใช้วัสดุปูนชนิดต่างๆ ในการเพิ่มพีเอช
4 ข้อจำกัดของก๊าซที่ละลายในน้ำ
ออกซิเจนที่ละลายในน้ำเป็นข้อจำกัดที่สำคัญที่บอกว่าบ่อเลี้ยงสามารถรองรับมวลชีวภาพของปลาได้เท่าไร การเพิ่มก๊าซออกซิเจนจึงมีความจำเป็นเพื่อรักษาระดับของออกซิเจนให้เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของปลาอย่างเต็ม ที่   อย่างน้อยการเพิ่มของออกซิเจนลงในบ่อเลี้ยงต้องเท่ากับออกซิเจนที่ใช้ไปโดยปลาและแบคทีเรีย  ในระบบการเลี้ยงปลาที่ระดับความหนาแน่นสูง การใช้ออกซิเจนของปลาและแบคทีเรียมากกว่าการให้ออกซิเจนด้วยฟองอากาศโดยทั่วไป  จึงมักใช้ก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ฉีดลงในน้ำเพิ่มอัตราการเพิ่มออกซิเจนลงในบ่อเลี้ยงปลา เพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ออกซิเจนที่สูงขึ้น โดยทั่วไปจุดอิ่มตัวของออกซิเจนน้ำไม่เกิน 8.75 มก/ล. ที่อุณหภูมิน้ำ > 20  oc  การฉีดออกซิเจนบริสุทธิ์ลงในน้ำทำให้ระดับของออกซิเจนในน้ำสูงถึง 5 เท่าหรือ 43 มก./ล.ที่ระดับความดันบรรยากาศมาตรฐาน
คาร์บอนไดออกไซด์เกิดจากการหายใจของปลาและแบคทีเรีย  สามารถสะสมได้ในระบบการเลี้ยงปลาปกติจะไม่เป็นพิษสูงนักเมื่อระดับออกซิเจนในน้ำสูงเพียงพอ  ในการเลี้ยงปลาส่วนใหญ่แล้วในบ่อเลี้ยงควรระวังไม่ให้ระดับของคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 20 มก./ล.  ไนโตรเจนไม่ค่อยเป็นปัญหามากในการเลี้ยงปลาระบบปิด อย่างไรก็ดีควรระวังในกรณีที่มีการอัดอากาศลงน้ำหรือการใช้ระบบการให้ออกซิเจน เนื่องจากไนโตรเจนในอากาศสามารถละลายจนถึงจุดอิ่มตัวในน้ำและเกิดโรคฟองอากาศในระบบหมุนเวียนในปลาได้ 
ดังนั้นจึงควรรักษาระดับของออกซิเจนในน้ำให้เพียงพอ ลดระดับของคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำ  ในระบบการเลี้ยงปลาความหนาแน่นสูงที่เครื่องให้อากาศไม่ทำงาน  ปลาทั้งหมดอาจตายใน 30 นาที
51  ข่าวสารจากNICAonline.com / เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง / การเลี้ยงปลาทะเลแบบพัฒนาระบบปิด 3 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 02:59:52 PM
3 การจัดการควบคุมและบำบัดคุณภาพน้ำในระบบปิด
การเลี้ยงปลาในระบบปิดน้ำหมุนเวียนมีหลักการสำคัญคือ ต้องมีระบบบำบัดคุณภาพน้ำที่มีประสิทธิภาพ สามารถกำจัดตะกอน แอมโมเนียไนโตรเจน ไนไตรท์ไนโตรเจน รวมทั้งแบคทีเรียและปรสิตที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ การขับเคลื่อนให้มวลน้ำไหลเวียนอาจใช้ลมดัน (airlift) ปั๊มน้ำ หรือใช้แรงโน้มถ่วงไล่ระดับของน้ำ ระบบบำบัดน้ำทางชีวภาพที่ใช้ไบโอฟิลเตอร์ การออกแบบระบบที่ดีสามารถลดปัญหาในการจัดการระบบหมุนเวียนของน้ำได้มาก เช่น การควบคุมตะกอน  คุณภาพน้ำ และระบบมีความมั่นคง แข็งแรง ทนทาน
ไบโอฟิลเตอร์เป็นสิ่งที่สำคัญในระบบบำบัดคุณภาพน้ำทางชีวภาพ กล่าวคือ  ใช้ในการกำจัดของเสียจากการเลี้ยงปลา ได้แก่ การเปลี่ยนรูปสารละลายแอมโมเนียให้เป็นไนไตรท์ และเปลี่ยนรูปไนไตรท์ให้เป็นไนเตรทที่ไม่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำโดยกระบวนการไนตริฟิเคชัน (Groeneweg et.al., 1994) ไบโอฟิลเตอร์สามารถเสื่อมสภาพได้ถ้าแบคทีเรียที่อยู่ที่ผิวตายลง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากสารเคมีที่ใช้ในการรักษาโรคปลา   สภาวะออกซิเจนในน้ำที่น้อยเกินไป (Huang,1996) ความเป็นกรด-ด่างสูงหรือต่ำเกินไป (Kaiser and Wheaton, 1983)  ปริมาณคาร์บอนได ออกไซด์สูงเกินไป (Timmons et.al., 2002) เมื่อประชากรแบคทีเรียตายลงต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพปกติ
ไบโอฟิลเตอร์ที่ใช้ในระบบบำบัดน้ำจากบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีต้องมีความสามารถลดแอมโมเนียและไนไตรท์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้พื้นที่น้อย ราคาไม่แพง ไม่ต้องใช้แรงดันน้ำในการผลักดันให้น้ำไหลผ่าน ง่ายในการบำรุงรักษา โดยทั่วไปไบโอฟิลเตอร์ที่ใช้งานแบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท (Timmons et.al., 2002)ได้แก่
1 Submerged biofilters 
2 Trickling biofilters 
3 Rotating biological contactors (RBC) 
4 Bead filters 
5 Fluidized-bed biofilters
Submerged biofilters มีไนตริฟลายอิ้งแบคทีเรียเกาะที่ผิวของไบโอฟิลเตอร์ น้ำสามารถไหลผ่านได้ทั้งขึ้นบนและลงล่าง สามารถควบคุมการไหลของน้ำได้โดยการปรับอัตราการไหลของน้ำ สารแขวนลอยสามารถไปทับถมบนไบโอฟิลเตอร์ได้  ไบโอฟิลเตอร์ชนิดนี้อาจเป็นหินขนาดเล็กมีพื้นที่ผิวจำเพาะ 75 m2/m3 หรือชิ้นพลาสติก อย่างไรก็ดีปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาไบโอฟิลเตอร์ชนิดนี้เป็นแบบทรงกระบอกกลวงโดยใช้วัสดุพวก polyethylene ขนาด 7 x 10 mm ซึ่งสามารถลอยน้ำและมีพื้นที่ผิวมากสำหรับแบคทีเรียมาเกาะ (Rusten, et.al., 1998) ไบโอฟิลเตอร์ชนิดนี้ใช้พลังงานต่ำ และมีอัตราไนตริฟิเคชั่นสูง พื้นที่ผิวจำเพาะสำหรับไบโอฟิลเตอร์ชนิดนี้ที่ให้ประสิทธิภาพสูงควรมีค่าประมาณ 350 m2/m3 ข้อดีของไบโอฟิลเตอร์ชนิดนี้คือ hydraulic head ต่ำ ข้อเสียคือ ต้องใช้พลังงานค่อนข้างสูงในการทำให้ไบโอฟิลเตอร์มีการเคลื่อนไหวตลอดเTrickling biofilters ทำงานเช่นเดียวกับ Submerged biofilters แต่น้ำถูกโปรยจากบนลงล่าง ทำให้ฟิลเตอร์เปียกตลอดเวลา แต่จะไม่จมอยู่ใต้น้ำเหมือนกับ Submerged biofilters (Wheaton et.al., 1991) เนื่องจากช่องว่างภายในฟิลเตอร์ชนิดนี้เป็นอากาศ ดังนั้นไนตริฟลายอิ้งแบคทีเรียที่เกาะอยู่ที่ผิวของฟิลเตอร์สามารถทำงานได้เต็มที่เนื่องจากมีออกซิเจนสูงตลอดเวลาจึงเป็นที่นิยม นอกจากนี้ฟิลเตอร์ชนิดมีประสิทธิภาพในการดึงก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์ออกจากน้ำที่ไหลผ่าน (Summerfelt and Sharrer, 2004) ปัจจุบันนี้ trickling biofilters ผลิตจากวัสดุพลาสติกที่มีพื้นที่ผิวจำเพาะสูงถึง 100-300  m2/m3  สามารถรับน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ถึง 100-250 m3m-2วัน-1 โดยสามารถลดแอมโมเนียได้ 0.1-0.9 g m-2วัน-1
   Rotating biological contactors (RBC)  ประกอบด้วยแผ่นไบโอฟิลเตอร์ ที่ประกบกันเป็นม้วนบรรจุอยู่ในน้ำที่มาจากการเพาะเลี้ยง แบคทีเรียเกาะอยู่บนแผ่นไบโอฟิลเตอร์ในขณะทำงาน RBC หมุนลงในน้ำและอากาศสลับไปมา ซึ่งการหมุนสามารถให้อ๊อกซิเจนกับแบคทีเรียได้ดี (Summerfelt, 1999)
Bead filters ทำจากเม็ดพลาสติก polyethylene ขนาด 3-5 mm ความถ่วงจำเพาะ 0.91 มีพื้นที่ผิวจำเพาะ 1150-1475 m2/m3 (Malone et.al., 1993) ฟิลเตอร์ชนิดนี้สามารถลดตะกอน (Chen et.al., 1993) และสามารถลด TAN ในน้ำได้ ข้อได้เปรียบของ bead filters คือ เล็กกะทัดรัด ติดตั้งและใช้งานง่าย
      Fluidized-bed filter ใช้ในระบบบำบัดน้ำทิ้งจากการเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่ที่มีอัตราการไหล 15-150 m3/min ข้อได้เปรียบของ filters ชนิดนี้คือ ใช้ทรายที่คัดขนาดหรือเม็ดพลาสติกขนาดเล็ก มีพื้นที่ผิวจำเพาะ 4,000-45,000 m2/m3 มีข้อเสียคือใช้งานยาก บำรุงรักษายาก เนื่องจากมีตะกอนไปอุดตันฟิลเตอร์ได้ง่าย (Summerfelt and Wade, 1997) ในการเลี้ยงปลาแซลมอนแถบอเมริกาเหนือนิยมใช้ไบโอฟิลเตอร์แบบ fluidized-sand filters เนื่องจากราคาไม่แพง พื้นที่ผิวจำเพาะสูง ประสิทธิภาพในการบำบัดสูง ขนาดเล็ก
   ในการเลี้ยงปลาทะเลต้องการน้ำที่มีคุณภาพดี  จึงควรสูบน้ำจากบริเวณที่ปลอดจากมลพิษ  และอาจจะมีการฆ่าเชื้อโรคที่มากับน้ำ เช่น  ตัวอ่อนของพยาธิต่างๆ  โดยการใช้คลอรีน  ถ้าไม่รีบอาจจะสูบน้ำมาเก็บกักไว้ 2-3 สัปดาห์ ก็สามารถตัดวงจรของโรคได้เช่นกัน เช่น โรคจุดขาว โอโอดิเนียม   ในขณะที่มีการเลี้ยงปลาอาจมีการดูดตะกอนหรือเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตามที่ทำให้น้ำหายไปจากระบบ  จึงต้องมีการเตรียมน้ำสะอาด  สำหรับเติมเข้าสู่ระบบให้เต็มอยู่เสมอ ในด้านคุณภาพน้ำ  ควรต้องมีการตรวจสอบอยู่เสมอว่าคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยง  ในระบบบำบัดน้ำทางชีวภาพ ในบ่อเก็บน้ำเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการจัดการคุณภาพน้ำในระบบน้ำหมุนเวียน  คุณภาพน้ำที่ควรตรวจสอบอยู่เป็นประจำ ได้แก่  แอมโมเนียรวม  ไนไตรท์  ไนเตรท  พีเอช  อัลคาลินิตี้ และความเค็ม  เมื่อเห็นว่าคุณภาพน้ำภายหลังการบำบัดไม่เหมาะสมต่อสัตว์น้ำแล้วจำเป็นต้องปรับปรุงจัดการระบบบำบัดน้ำ
52  ข่าวสารจากNICAonline.com / เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง / การเลี้ยงปลาทะเลแบบพัฒนาระบบปิด 2 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 02:58:08 PM
1 การเลี้ยงปลาทะเลในระบบน้ำหมุนเวียนเริ่มต้นในต่างประเทศ
การเลี้ยงปลาในระบบน้ำหมุนเวียน(Recirculating Aquaculture System ;RAS) ได้มีการทดลองวิจัยมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี  แต่การพัฒนาเพื่อนำมาใช้ในเชิงการค้าเพิ่งจะเริ่มได้เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีการพัฒนาใช้งานอย่างแพร่หลายในยุโรปและอเมริกา  ซึ่งราคาสัตว์น้ำค่อนข้างแพงมาก  RAS สามารถเลี้ยงสัตว์น้ำได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าเป็นแบบชนิดเดียว หรือแบบหลายๆ ชนิดรวมกัน  แต่ RAS มีข้อเสียเปรียบเมื่อเปรียบเทียบกับการเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อ  นั่นคือ  เป็นระบบที่การลงทุนขั้นแรกมีราคาแพง ทั้งอาคาร  บ่อ  ระบบปั้มลมและน้ำ  ระบบกำจัดของเสียต่างๆ ระบบควบคุมการให้อากาศ  ระบบฆ่าเชื้อโรค  มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นระยะ  นอกจากนั้นยังเป็นระบบที่มีความสลับซับซ้อน  การดำเนินการจึงต้องการคนที่มีความชำนาญด้านเทคนิคพอสมควร  ควรมีช่างที่ชำนาญด้านไฟฟ้าและจักรกลดูแลอุปกรณ์ต่างๆ  เพราะเมื่อกระแสไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ต่างๆ เกิดขัดข้อง อาจส่งผลต่อการตายของปลาได้  ผลจากการวิจัยในต่างประเทศมีรายงานว่าสามารถเลี้ยงปลา Arctic char ในระบบปิดน้ำหมุนเวียนได้ผลผลิตสูงถึง 100-130 กก./ลบ.ม. เลี้ยงปลา Gilthead sea bream ได้ผลผลิต 73 กก/ลบ.ม.  ในประเทศออสเตรเลียได้นำการเลี้ยงปลาระบบ RAS มาใช้ในการเลี้ยงปลา Barramundi, Murray Cod, Snapper, Black Beam, Rainbow Trout  เป็นต้น  ส่วนที่มณฑลกวางโจว ประเทศจีน ได้มีฟาร์มเลี้ยงปลาTurbot เชิงพาณิชย์ ทั้งการเพาะพันธุ์  การอนุบาล  ตลอดจนการเลี้ยงเป็นปลาเนื้อ  ซึ่งสามารถผลิตได้ 40 กก./ลบ.ม. โดยได้นำเข้าเทคโนโลยีจากยุโรป  เช่น drum filter, moving biofilter, protein skimmer, UV sterilizer สร้างผลผลิตรวมไม่ต่ำกว่าปีละ 350 ตัน
2 ข้อได้เปรียบของการเลี้ยงปลาในระบบปิดน้ำหมุนเวียน
การเลี้ยงปลาทะเลในระบบปิดน้ำหมุนเวียนมีข้อได้เปรียบกว่าการเลี้ยงปลาโดยวิธีอื่นๆ ดังนี้
1 สามารถควบคุมคุณภาพน้ำซึ่งมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของปลา ส่งผลให้สามารถเลี้ยงปลาได้ความหนาแน่นสูง  จึงมีผลผลิตต่อหน่วยสูงและมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
2 สามารถเลี้ยงปลาในที่ขาดแคลนน้ำได้ เนื่องจากในแต่ละวันไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นจำนวนมาก มีแค่เติมน้ำในส่วนที่ขาดหายไปเท่านั้น
3 สามารถจัดการกำจัดของเสียที่เกิดจากกิจกรรมการเลี้ยงปลาแบบดั้งเดิมได้ทั้งหมด จึงมีความได้เปรียบที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการผลิตของสินค้าเกษตรในปัจจุบันที่เน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สะอาด มีความปลอดภัย
4    สามารถสร้างฟาร์มใกล้กับตลาดได้  ทำให้ลดต้นทุนด้านการขนส่งไปยังตลาด
5  ลดการใช้พื้นที่ได้เป็นจำนวนมาก  เนื่องจากระบบนี้เลี้ยงปลาแบบความหนาแน่นสูงจึงไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก นอกจากนี้ยังสามารถพัฒนากิจกรรมด้านการเกษตรผสมผสานควบคู่ไปด้วยกันเช่น การเลี้ยงสาหร่ายทะเล  การปลูกพืชแบบไร้ดิน (aquaponic)
53  ข่าวสารจากNICAonline.com / เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง / การเลี้ยงปลาทะเลแบบพัฒนาระบบปิด 1 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2012, 02:53:08 PM
การเลี้ยงปลาทะเลแบบพัฒนาความหนาแน่นสูงระบบปิด....
เทคโนโลยีการเลี้ยงปลาทะเลแห่งอนาคตที่สีเขียว สะอาด ปลอดภัย

ยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร และ วารินทร์ ธนาสมหวัง
สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง   สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง
   การเลี้ยงปลาทะเลในระบบปิดน้ำหมุนเวียน เป็นระบบการผลิตปลาทะเลที่กำลังได้รับความนิยมมากทั่วโลกในปัจจุบัน ทั้งในยุโรป  อเมริกา และจีน เนื่องจากการเลี้ยงปลาทะเลในระบบนี้สามารถเลี้ยงปลาทะเลในพื้นที่ที่จำกัดในระดับความหนาแน่นสูงได้ดี  สามารถปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับปลาทะเลชนิดนั้น ๆ เป็นการเลี้ยงปลาทะเลที่มีการกำจัดของเสีย  เช่น  ตะกอน  แอมโมเนียไนโตรเจน โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมแล้วนำน้ำกลับไปใช้ใหม่   แนวทางดังกล่าวเหมาะสมกับสภาวะปัจจุบันที่มีความพยายามในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม  ลดมลภาวะทางน้ำ ลดของเสียที่จะทำให้เกิดสภาวะเรือนกระจก  นอกจากนี้การเลี้ยงปลาทะเลในระบบน้ำหมุนเวียนสามารถป้องกันความเสี่ยงต่อความล้มเหลวของการเลี้ยงปลาทะเลแบบดั้งเดิม อันเนื่องมาจากโรคปลา  สภาวะน้ำเสีย สารพิษปนเปื้อน และภัยธรรมชาติ
การเลี้ยงปลาทะเลในระบบน้ำหมุนเวียนใช้พื้นที่น้อยเมื่อเปรียบเทียบการเลี้ยงสัตว์น้ำในรูปแบบอื่น  เป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด  สามารถควบคุมปัจจัยการเลี้ยงทั้งภายนอกและภายในให้มีความสมดุลเหมาะสม  เช่น สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับสัตว์น้ำที่เลี้ยง  ควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะสมสำหรับการผลิตสัตว์น้ำด้วยความหนาแน่นสูง เพื่อให้มีความปลอดภัยด้านอาหารและสามารถปรับให้เข้ากับมาตรฐานการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเกิดความยั่งยืน ลดข้อจำกัดในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเรื่องฤดูกาล  นำเทคโนโลยีด้านการจัดการระบบการเลี้ยงปลาทะเล  ระบบการบำบัดคุณภาพน้ำ เครื่องกล ไฟฟ้า มาปรับใช้ให้ระบบสามารถผลิตปลาทะเลอย่างเหมาะสมและคุ้มต่อการลงทุน  แม้นว่าต้นทุนในการสร้างระบบการเลี้ยงปลาทะเลแบบปิดนี้การลงทุนขั้นต้นค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการเลี้ยงปลาทะเลในบ่อดินและในกระชัง   อย่างไรก็ดีถ้าผู้เลี้ยงสามารถจัดการระบบนี้ให้สามารถเลี้ยงปลาแบบความหนาแน่นสูงได้ตลอดปีแล้ว ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่ได้จะคุ้มค่าต่อการลงทุน
54  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / เกาหลีใต้ประกาศเตรียมล่าวาฬ อ้างเห เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2012, 07:15:40 PM
 เอเอฟพี/ASTV ผู้จัดการออนไลน์- เกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันพุธ (4) ว่า จะเริ่มทำการล่าวาฬ ภายใต้ช่องโหว่ของข้อตกลงระหว่างประเทศที่เปิดทางให้มีการล่าวาฬเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับชาติที่ชูนโยบายอนุรักษ์อย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
       
        รายงานข่าวล่าสุดจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการล่าวาฬระหว่างประเทศ (IWC) ที่กรุงปานามา ซิตี เมืองหลวงของปานามา ระบุว่า เกาหลีใต้ได้ประกาศจะล่าวาฬในเร็วๆนี้ โดยจะประกาศเพิ่มเติมอีกในภายหลังถึงจำนวนวาฬที่จะล่า รวมถึงระยะเวลาในการล่า พร้อมเน้นย้ำว่า การตัดสินใจดังกล่าวของเกาหลีใต้ไม่จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากต่างชาติ ท่ามกลางการแสดงจุดยืนคัดค้านของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นชาติแนวหน้าที่ชูนโยบายต่อต้านการล่าวาฬมาโดยตลอด
       
        คัง จูน-ซอค หัวหน้าคณะผู้แทนของเกาหลีใต้ระบุว่า การบริโภคเนื้อวาฬในคาบสมุทรเกาหลีนั้น มีหลักฐานย้อนไปตั้งแต่ยุคโบราณ นอกจากนั้น จำนวนประชากรของวาฬ ?มิงค์? ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกาหลีใต้ต้องการจะล่านั้นก็ได้เพิ่มจำนวนขึ้นมาก นับตั้งแต่ที่ข้อตกลงว่าด้วยการล่าวาฬระหว่างประเทศมีผลบังคับใช้เมื่อปี ค.ศ.1986
       
        ?การห้ามล่าวาฬที่เข้มงวดของนานาชาติตลอด 26 ปีที่ผ่านมา มันถือเป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวดและสับสนอย่างยิ่งสำหรับบรรดาผู้คนที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันเก่าแก่ ในการบริโภคเนื้อวาฬมานมนานอย่างในเกาหลี? คัง จูน-ซอค กล่าว
       
        หัวหน้าคณะผู้แทนของเกาหลีใต้ยังระบุว่า เกาหลีใต้จะจำกัดการล่าวาฬเฉพาะในน่านน้ำของตนเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากญี่ปุ่นที่มีกองเรือออกไปล่าวาฬยังน่านน้ำต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก รวมถึง น่านน้ำแถบขั้วโลกใต้หรือทวีปแอนตาร์กติกา โดยอ้างเหตุผลด้านการวิจัย
       
        ทั้งนี้ ข้อตกลงเมื่อปี 1986 ครบคลุมเฉพาะการห้ามล่าวาฬเพื่อการค้าเท่านั้น แต่การล่าที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังสามารถกระทำได้ โดยที่ผ่านมา หลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ต่างมีประวัติว่าอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อล่าวาฬจำนวนมากในแต่ละปี จนทำให้ทางคณะกรรมาธิการล่าวาฬระหว่างประเทศ ต้องมีมติจัดตั้งเขตคุ้มครองวาฬในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 31 ล้านตารางกิโลเมตรเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 1994

55  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงกุ้ง / เกษตรกรเลี้ยงกุ้งปัตตานี บุกศาลากล เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2012, 07:10:27 PM
ปัตตานี - ผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งปัตตานี เรียกร้องให้จังหวัดช่วยแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำ ยื่น 4 ข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งเปิดโครงการรับจำนำกุ้ง ภายในวันที่ 15 ก.ค.นี้ 20,000 ตัน พร้อมยกเลิกโครงการรักษาเสถียรภาพกับห้องเย็นโดยด่วน
       
       วันนี้ (5 ก.ค.) ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดปัตตานี ได้มีตัวแทนผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งปัตตานี มารวมตัวกันพร้อมติดป้ายข้อความ เพื่อเรียกร้องให้ทางจังหวัดแก้ไขปัญหาราคากุ้งขาวแวนาไมที่มีราคาตกต่ำ เสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดทุนอย่างหนัก ที่ผ่านมา แม้เกษตรกรจะเข้าโครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้งแวนาไมเมื่อวันที่ 10-30 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากเกิดปัญหาความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา และเกษตรกรที่แจ้งยื่นความจำนงกลับไม่ตรงกับขนาดที่ห้องเย็นต้องการ เพราะกุ้งขนาดใหญ่ห้องเย็นไม่รับชื้อ นอกจากนั้น ยังมีห้องเย็นบางรายรับซื้อเฉพาะเกษตรกรที่ใช้อาหารของตัวเองเท่านั้น
       
       โดยเฉพาะเกษตรกรที่จับกุ้ง มีปัญหาต้องจับขายก่อนกำหนดต้องยอมขายในราคาที่ขาดทุน เช่น กุ้งขนาด 50 ตัว/กก. ในราคา 120 บาท จากต้นทุนที่มี 127 บาท/กก. กุ้งขนาด 60 ตัว/กก. มีต้นทุน 123 บาท แต่ขายเพียง 114 บาท และกุ้งขนาด 70 ตัว/กก. ต้นทุน 117 บาท/กก. ขายเพียง 110 บาท ซึ่งมีนายสุกิจ รัตนวินิจกุล ประมงจังหวัดปัตตานีเป็นผู้รับหนังสือเรียกร้องแทนจากตัวแทนเกษตรกร ก่อนที่จะเข้าประชุมเพื่อหารือหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันที่ห้องประชุมเล็ก ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด โดยมี ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงค์โพธิพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นั่งเป็นประธาน
       
       นายกฤษฎา จินดารัตน์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งปัตตานี กล่าวว่า วันนี้เราได้นัดรวมตัวกับผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งประมาณ 20 ฟาร์ม ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อยื่นหนังสือให้แก่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ให้เข้ามาแก้ไขปัญหาราคากุ้งชาวแวนาไมที่มีราคาตกต่ำ โดยมีข้อเรียกร้องจากรัฐบาลดังนี้ 1ให้รัฐบาลเร่งเปิดโครงการรับจำนำกุ้ง ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 จำนวน 20,000 ตัน พร้อมยกเลิกโครงการรักษาเสถียรภาพกับห้องเย็นโดยด่วน
       
       2.ให้รัฐบาลจัดหาเงินสำหรับการแทรกแซงราคาโดยวิธีการจำนำ 3.ให้เกษตรกรลดกำลังการผลิตอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสถานการณ์ไม่จูงใจ และ 4.ขอความร่วมมือโรงเพาะฟักลูกกุ้งทั่วประเทศ ลดกำลังการผลิตลูกกุ้ง 50 เปอร์เซ็นต์
56  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงกุ้ง / รายงานพิ?เศษ : กุ้ง?ไทยปลอดภัย-?เป็น เมื่อ: เมษายน 26, 2012, 09:45:28 AM
"กุ้ง" ?เป็นหนึ่ง?ใน?เมนูที่?ได้รับ?ความชื่นชอบจาก?ผู้บริ?โภคทั่ว?ไป ?ซึ่ง?เป็นที่น่าภาคภูมิ?ใจว่ากุ้ง?เหล่านั้น ส่วน?ใหญ่?เป็นผลผลิตจากประ?เทศ?ไทย ข้อมูลจากกรมประมงรายงานผล?การส่งออกที่ผ่านมา สินค้ากุ้ง?และผลิตภัณฑ์ (Shrimp & Shrimp Products) มีมูลค่า?การส่งออกประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี กระทั่งปัจจุบันประ?เทศ?ไทยสามารถครอง?แชมป์?เป็น?ผู้นำ?การส่งออกกุ้ง?เป็นอันดับ 1 มายาวนานกว่า 15 ปี สร้าง?เม็ด?เงินจำนวนมหาศาลนำกลับ?เข้ามาพัฒนาประ?เทศ ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี?ให้กับ?ผู้?เกี่ยวข้องรายย่อยตลอดสาย?การผลิตรวมมากกว่า 1 ล้านคน

ดร.วิมล จันทร?โรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าว?ถึง?การ?เลี้ยงกุ้ง?ในปัจจุบันว่า กระทรวง?เกษตร?และสหกรณ์ ?ได้นำหลัก?การปฏิบัติที่ดีด้าน?การ?เพาะ?เลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับฟาร์ม?เลี้ยงกุ้งทะ?เล (GAP : มกษ 7401-2552) ?ซึ่ง?เป็นมาตรฐาน?แห่งชาติมา?ใช้?ใน?การรับรองมาตรฐานฟาร์ม ?ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวครอบคลุมทุกขั้นตอน?ใน?การปฏิบัติระดับฟาร์ม รวม?ถึง?การ?เ?ก็บ?เกี่ยว?และ?การดู?แลหลัง?การ?เ?ก็บ?เกี่ยวก่อน?การขนส่งออกจากฟาร์ม ?โดยคำนึง?ถึงหลัก?การต่างๆ ?เพื่อ?ให้?ได้กุ้งทะ?เลที่มีคุณภาพที่ดี ปลอดภัยต่อ?การบริ?โภค มีระบบ?การ?เลี้ยงที่คำนึง?ถึงสุขภาพภาพของสัตว์ ?การรักษาสิ่ง?แวดล้อม มี?ความรับผิดชอบต่อสังคม ?และสามารถตรวจสอบย้อนกลับ?ได้ ?ซึ่ง?เป็นหลัก?การของมาตรฐานสากล อีก?ทั้ง กุ้งที่ส่งออก?ไปยังต่างประ?เทศต้องมาจากฟาร์มที่?ได้มาตรฐาน GAP ?จึงสามารถส่งออก?ได้ (ผลผลิตกุ้งทะ?เล 80% ส่งออก?ไปยังต่างประ?เทศ)

สำหรับ?การ?ทำฟาร์มกุ้ง?ในประ?เทศ?ไทย จะต้องจดทะ?เบียนฟาร์มกับกรมประมง?และต้องมี?เอกสารสิทธิ์?ในที่ดินอย่างถูกต้อง ดังนั้น ?จึง?ไม่สามารถ?ทำฟาร์มกุ้ง?ใน?เขตป่าชาย?เลน?หรือพื้นที่อนุรักษ์?ได้ อีก?ทั้ง ?เกษตรกรจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด กฎหมายด้านสิ่ง?แวดล้อมของ?ไทย ?โดยจากข้อมูลพบว่า พื้นที่ป่าชาย?เลน?ในประ?เทศ?ไทย?เพิ่มขึ้นมาตั้ง?แต่ปี 2554 ?ซึ่ง?เป็น?ไป?ในทิศทาง?เดียวกับผลผลิตกุ้ง ?เนื่องจาก?เกษตรกร?ผู้?เลี้ยงกุ้งทะ?เลมี?ความ?เข้า?ใจ?เกี่ยวกับ?การ?เลี้ยงกุ้ง?แบบยั่งยืน กล่าวคือ ?การ?เลี้ยงกุ้ง?ในป่าชาย?เลนนั้น?ไม่?เหมาะสม ?เพราะตามหลักวิชา?การพบว่า ?การ?เลี้ยงกุ้ง?แบบพัฒนา?ในป่าชาย?เลน?เป็น?การ?เพิ่มต้นทุน?การผลิต ?เพราะดิน?ใน?เขตป่าชาย?เลนมีลักษณะ?เป็นกรด ?ทำ?ให้กุ้งทะ?เล?ไม่?เจริญ?เติบ?โต ประกอบกับ?ในบริ?เวณดังกล่าวยังมีราก?ไม้ ตอ?ไม้ ส่งผล?ให้บ่อรั่ว ?ไม่สามารถ?เ?ก็บกักน้ำ?ได้ ?และด้วย?เหตุผลสนับสนุนที่ว่าป่าชาย?เลนยัง?เป็น พื้นที่?ซึ่ง?เป็น?แนวกันคลื่นลม?และสามารถช่วยดูดซับสารอินทรีย์จาก?การ?เลี้ยงกุ้ง?ไม่?ให้?ไป?ทำลายสิ่ง?แวดล้อมอื่นๆ หากป่าชาย?เลนถูก?ทำลาย?ก็?เท่ากับสิ่ง?แวดล้อมอื่นๆ ถูก?ทำลาย?ไปด้วย ดังนั้น ?เกษตรกร?ผู้?เลี้ยงกุ้งส่วน?ใหญ่?จึงตระหนัก?ถึง?ความสำคัญดังกล่าว ?และ?ให้?ความสำคัญ?ใน?การอนุรักษ์ ฟื้นฟูป่าชาย?เลนด้วย?การจัดกิจกรรมปลูกป่าชาย?เลนกันอย่างต่อ?เนื่อง

ด้าน?ความปลอดภัยทางอาหาร กรมประมงมี?โปร?แกรม?เฝ้าระวัง?และติดตาม?การตกค้างของยาปฏิชีวนะ?ในฟาร์มกุ้งทะ?เล ?โดยมี?การตรวจติดตามทุกฟาร์มอย่างต่อ?เนื่อง?เป็นประจำทุกปี นอกจากนี้ ก่อน?การส่งออกกุ้ง ?ไปยังต่างประ?เทศผลิตภัณฑ์กุ้งจำ?เป็นต้องมี?การตรวจสารตกค้าง ?และยาปฏิชีวนะ ?เพื่อ?ให้?ได้?ใบรับรองคุณภาพสัตว์น้ำ ?ใน?การยืนยันว่าผลิตภัณฑ์กุ้งของ?ไทยปลอดภัย ?ไร้สารตกค้าง กระทั่ง?เมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ?จึง?ไม่พบ?การตีกลับสินค้าจากสหภาพยุ?โรปอัน?เนื่องมาจากพบยาปฏิชีวนะ?เกินระดับที่กำหนด?เลย

?ในส่วนของบ่อ?เลี้ยง น้ำที่สูบออกมาจากฟาร์ม?เลี้ยงกุ้ง?ในปัจจุบัน จะมี?การส่ง?ไปยังบ่อบำบัด ?เพื่อตกตะกอน ?และปรับสภาพน้ำ?ให้สามารถนำกลับมา?ใช้?ใหม่?ได้ ?หรือ ?เป็น?การ?เลี้ยง?ในระบบปิดน้ำหมุน?เวียน ?เพื่อช่วย?ใน?การป้องกัน?โรคระบาด?ในกุ้งมายังฟาร์มของตน

ดังนั้น กรมประมง?จึง?ให้?ความมั่น?ใจกับ?ผู้บริ?โภค?ในตลาดต่างประ?เทศ ว่ากุ้ง?ไทย?เป็นกุ้งที่มีคุณภาพมาตรฐาน ?ความปลอดภัย ?และ?เป็นมิตรกับสิ่ง?แวดล้อม ?ซึ่งถือ?เป็น?การ?เลี้ยงกุ้งทะ?เลตาม?แนวทาง?การพัฒนาอย่างยั่งยืน

http://www.ryt9.com/s/nnd/1385951
57  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / พบโลมาอิรวดีตายเพิ่มอีก 1 เป็นตัวที เมื่อ: เมษายน 26, 2012, 09:44:19 AM



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - พบโลมาอิรวดีเพศเมีย อายุประมาณ 15 ปี ตายเพิ่มอีก 1 ตัว เป็นตัวที่ 3 ของเดือนนี้ และตัวที่ 6 ในรอบปี สาเหตุมาจากการติดอวนปลาบึกของชาวประมง นักวิชาการเผยประชากรโลมาอิรวดีเหลือแค่ 20-30 ตัว ซึ่งอยู่ในขั้นวิกฤตที่จะสูญพันธุ์
       
       วันนี้ (25 เม.ย.) นายอุทัย ยอดจันทร์ ประธานชมรมอนุรักษ์โลมาอิราวดีบ้านแหลมหาด ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากนายประเวศย์ บางพงศ์ เครือข่ายชมรมอนุรักษ์โลมาอิราวดีว่า พบโลมาอิรวดีลอยตายอยู่ในทะเลสาบสงขลา ห่างชายฝั่งพื้นที่ อ.กระแสสินธิ์ ประมาณ 8 กิโลเมตร จึงนำเรือออกไปลากซากโลมากลับเข้าฝั่ง พร้อมกับประสานไปยัง เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง มาทำการตรวจสอบ
       
       จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เป็นโลมาเพศเมีย ความยาวประมาณ 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 170 กิโลกรัม อายุประมาณ 15 ปี ตายมาแล้วประมาณ 3 วัน ที่บริเวณหัว พบร่องรอยการติดอวนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเครื่องมือการทำประมงจับปลาบึกในทะเลสาบสงขลา สำหรับการตายของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาตัวนี้เป็นตัวที่ 6 ในรอบปีนี้ และเป็นตัวที่ 3 เฉพาะเดือนนี้เดือนเดียว
       
       นายณรงค์ สอเหรบ นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กล่าวว่า สถานการณ์โลมาอิรวดีอยู่ในขั้นวิกฤต และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากชาวประมงจำนวนกว่า 20 ราย ที่ใช้อวนขนาดใหญ่วางอวนจับปลาบึกในทะเลสาบสงขลา บริเวณที่ใกล้กับแหล่งอาศัยของฝูงโลมาอิรวดี ไม่มีจิตสำนึกที่จะช่วยกันอนุรักษ์โลมาอิรวดีให้คงอยู่คู่กับทะเลสาบสงขลา ในอนาคตอันใกล้นี้ ก็จะไม่มีโลมาอิรวดีเหลือให้คนรุ่นหลังพบเห็นในทะเลสาบสงขลาอีกต่อไป ซึ่งหมายถึงการสูญพันธุ์ของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา
       
       เจ้าหน้าที่พยายามสื่อให้ชาวประมงรอบๆ ทะเลสาบสงขลาทั้งในพื้นที่ จ.สงขลา และ จ.พัทลุง ได้ทราบถึงประโยชน์ของโลมาอิรวดี และช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่กับทะเลสาบสงขลาเพื่อให้ลูกหลานได้ศึกษาต่อไปในอนาคต ขณะนี้ โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาไม่เกิน 20-30 ตัวเท่านั้น


http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9550000051187
58  คอมพิวเตอร์ไอที / คอมพิวเตอร์อัพเดท / Updated - แอปเปิลขาย iPhone 16,000 เครื่องต่อชั่วโ เมื่อ: เมษายน 26, 2012, 09:36:50 AM

แอปเปิล (Apple) ประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุด มกราคม-มีนาคม 2012 อย่างเป็นทางการ พบยอดจำหน่าย iPhone สูงเกินคาด ส่งให้ตัวเลขกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
       
       ตลอด 3 เดือน คือมกราคม-มีนาคมที่ผ่านมา แอปเปิลสามารถจำหน่าย iPhone ได้ถึง 35.1 ล้านเครื่องทั่วโลก โดย Gene Munster นักวิเคราะห์ของบริษัทวิจัย Piper Jaffray นำมาแจกแจงว่าตัวเลขนี้คิดเป็นยอดขายเฉลี่ย 385,000 เครื่องต่อวัน เท่ากับแอปเปิลสามารถจำหน่าย iPhone ราว 16,000 เครื่องต่อชั่วโมง หรือประมาณ 266 เครื่องต่อนาที
       
       สถิติที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนว่า iPhone ลอยลำเกินกว่าสินค้าอื่นๆ ของแอปเปิล โดยสินค้ายอดนิยมอย่าง iPad ข้อมูลเฉลี่ยพบว่าแอปเปิลสามารถขาย iPad ได้ 5,400 เครื่องต่อชั่วโมง
นักวิเคราะห์คาดว่ายอดจำหน่าย iPhone ถล่มทลายนี้ได้รับอานิสงส์เต็มตัวจากตลาดจีน โดยยอดขาย iPhone จากจีนซึ่งมีแม่เหล็กตัวใหญ่คือ iPhone 4S นั้นทำเงินให้แอปเปิลถึง 7.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 20% ของยอดขายรวมแอปเปิล
       
       จุดที่น่าสนใจคือ ยอดจำหน่าย iPhone ในจีนนั้นคิดเป็นอัตราการเติบโต 500% ต่อปี ซึ่งสูงลิ่วจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยในพื้นที่ทั่วโลกซึ่งทำได้ 88%
       
       ทั้งหมดนี้ นักวิเคราะห์มองว่าแอปเปิลมีโอกาสและพื้นที่เติบโตในจีนอย่างโดดเด่นในปีนี้ เพราะที่ผ่านมาโอเปอเรเตอร์แดนมังกรอย่าง China Unicom และ China Telecom ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย iPhone อย่างเป็นทางการนั้นให้บริการครอบคลุมประชากรจีนเพียง 25% เท่านั้น ยังไม่มีโอเปอเรเตอร์อย่าง China Mobile ที่เป็นผู้ให้บริการเบอร์ 1 ของจีน เท่ากับเมื่อ China Mobile จะร่วมเป็นตัวแทนจำหน่าย iPhone 5 ในช่วงตุลาคม ปี 2012 ยอดจำหน่าย iPhone ในจีนก็จะกระฉูดยิ่งกว่าเดิมแน่นอน
       
       สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มูลค่ากำไรของแอปเปิลเติบโตเกินกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยเฉพาะสัดส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในตลาดประเทศกำลังพัฒนา
       
       Updated - Q1 แอปเปิลกำไรเพิ่ม 94%
       
       ยอดจำหน่าย iPhone นั้นจุดระเบิดให้บริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 94% เมื่อเทียบกับปี 2011 ระบุยอดรายได้สุทธิ 3 เดือนแตะระดับ 1.16 หมื่นล้านเหรียญ (ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท) หรือประมาณ 12.30 เหรียญต่อหุ้น บนยอดขายที่เพิ่มขึ้น 59% คิดเป็น 3.92 หมื่นล้านเหรียญ (ราว 1.17 ล้านล้านบาท)
       
       ตัวเลขทั้งหมดนี้เหนือกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยรายได้สุทธินั้นถูกประเมินว่าแอปเปิลจะทำได้ 10.02 เหรียญต่อหุ้น บนยอดขายรวม 3.69 หมื่นล้านเหรียญเท่านั้น
       
       ทิม คุ้ก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลยอมรับว่าความสำเร็จเหล่านี้มาจากตลาดจีนซึ่งทำรายได้ให้แอปเปิลมากกว่า 20% ของรายได้รวมแอปเปิล ดีดตัวจาก 12% ซึ่งจีนทำให้แอปเปิลในปีที่แล้ว ทั้งหมดนี้แอปเปิลเชื่อว่าโอกาสเติบโตยิ่งขึ้นเมื่อ iPad รุ่นใหม่เริ่มวางจำหน่ายในจีนและเอเชีย
       
       หลังการประกาศผลประกอบการครั้งนี้ มูลค่าหุ้นแอปเปิลพุ่งกระฉูดในตลาดเงินหลายประเทศ เช่น ตลาดเยอรมนีที่หุ้งพุ่งขึ้นไป 9.9% และตลาดสหรัฐฯ 7.8%
       
       ตลอด 3 เดือน แอปเปิลระบุว่าสามารถจำหน่าย iPad ได้ 11.8 ล้านเครื่อง เบ็ดเสร็จรวมตั้งแต่เปิดตัว iPad ในปี 2010 แอปเปิลสามารถจำหน่าย iPad ได้ 67 ล้านเครื่อง จุดนี้ซีอีโอแอปเปิลระบุว่าหากเป็นคอมพิวเตอร์แมคอินทอช (Mac computer) จะต้องใช้เวลาถึง 24 ปีในการทำยอดขายระดับเดียวกัน
       
       ปริมาณการจำหน่ายสินค้ามหาศาลส่งให้สัดส่วนกำไรหรือ Gross margin ของแอปเปิลเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ โดยมีสัดส่วน 47.4% เทียบกับ 41.4% ในปีที่แล้ว
       
       สำหรับคอมพิวเตอร์แมคอินทอช แอปเปิลระบุว่าสามารถจำหน่ายได้ 4 ล้านเครื่องตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา โดยจำหน่ายเครื่องเล่นเพลง iPod ไป 7.7 ล้านเครื่อง
       
       นอกจากจะแถลงผลประกอบการ ซีอีโอแอปเปิลยังยอมรับว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดตัวในเร็ววันนี้ โดยบอกใบ้เพียงว่าผู้ใช้ทั่วโลกจะได้พบกับนวัตกรรมที่มีเพียงแอปเปิลเท่านั้นที่สามารถผลิตได้
       

http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9550000051422
59  งานราชการ ประกาศ สมัครงาน หางาน งานราชการ การจัดซื้อจัดจ้าง / งานราชการ / พิมพ์ ส่งให้เพื่อน รับสมัครบุคคลเ เมื่อ: เมษายน 26, 2012, 09:26:15 AM
สำนักงาน  ก.ถ.  สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
 รับสมัครบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการปฏิบัติงานในหน้าที่  ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระบบงานคอมพิวเตอร์
 คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัคร
 1. ได้รับวุฒิปริญญาตรี  สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมศาสตร์  สาขาคอมพิวเตอร์
      หรือสาขาอื่นที่สามารถปฏิบัติงานด้านคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี
 2. มีความรู้ ความสามารถในการออกแบบและสร้างฐานข้อมูลใน Website
 3. มีความรู้ ความสามารถในการติดตั้งและดูแลระบบ  Network Hardware  และ Software
    เป็นอย่างดี  มีความรู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ  Window
 4. มีความรู้ด้านการจัดการฐานข้อมูลเบื้องต้น และระบบเครือข่าย
 
 รับสมัครตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่  18 พฤษภาคม 2555  ระหว่างเวลา 09.00 - 16.30 น.
 ทุกวันในเวลาราชการ  เว้นวันหยุดราชการ สนใจติดต่อได้ที่  ส่วนสารสนเทศ ฯ สำนักงาน ก.ถ.
 โทร. 02 225 8965

http://www.goosiam.com/work/job/question.asp?gid=14957
60  ข่าวสารจากNICAonline.com / เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง / Re: A Review of Automated Control Systems for Aquaculture แปลไทยโดย admin เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2011, 03:15:52 PM
ระบบควบคุมอุตสาหกรรม
   ระบบควบคุมอัตโนมัติขนาดใหญ่ มีการบันทึกน้อยในเอกสารวิชาการ หลายบริษัทได้ทำการตลาดระบบควบคุมในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แต่ตลาดมีขนาดไม่ใหญ่มาก หลาย ๆ บริษัทได้เลิกกิจการหรือหันไปทำธุรกิจกับตลาดที่สามารถหากำไรได้มากกว่า เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ระบบบำบัดน้ำเสีย การเปลี่ยนแปลงนี้ดูเหมือนเป็นตรงกันข้าม เมื่อมีผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ด้านระบบติดตามและควบคุมเข้าสู่ตลาดด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

บางระบบซึ่งใช้ในโรงเพาะฟักปลาผลิตโดย Alfa-logTM microcomputer system ;  ระบบนี้ใช้สำหรับติดตาม และควบคุมอุณหภูมิ และออกซิเจนที่ละลายน้ำในโรงเพาะฟักปลา (Sanno, 1987) มีเพียง Distributed control system (DCS) ที่ใช้ในควบคุมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ได้รายงานโดย Hansen (1987) ระบบนี้ประกอบด้วย minicomputer (host) และโปรแกรมควบคุมที่ต่อเป็นเครือข่ายถึง 16 ตัวควบคุม เพื่อติดตามการไหลของน้ำ, อุณหภูมิ, การบริโภคพลังงาน, ระดับน้ำ, ออกซิเจนที่ละลายน้ำ, PH, การนำไฟฟ้า, ความขุ่น, ระดับการให้อาหาร, อุปกรณ์ให้อาหาร, ระบบนี้ยังคงควบคุมเครื่องให้อาหาร, ปั้มน้ำ,อัดอากาศ, ผลการดำเนินงานของระบบนี้ สามารถควบคุมการเลี้ยงปลาอย่างอัตโนมัติทั้งระบบ
ระบบต้นแบบสำหรับการเลี้ยงปลานิลโดยการใช้ระบบผู้เชี่ยวชาญที่อ้างอิงกฎ ได้รายงานโดย Padala and Zilber (1991) ระบบนี้ใช้ PLC เป็นตัวควบคุมและติดตามคุณภาพน้ำและการเคลื่อนไหวของปลา Ebeling (1993) ได้รายงาน ระบบควบคุมที่ใช้ในการติดตามและควบคุมบ่อเลี้ยงปลาในระบบน้ำหมุนเวียนหลาย ๆ บ่อ ในห้องปฏิบัติการวิจัยด้านน้ำจืด ระบบควบคุมนี้ประกอบด้วย PLC ขนาดใหญ่ โปรแกรมสำเร็จรูปและโทรศัพท์ ระบบจะติดตาม : อุณหภูมิน้ำ, ออกซิเจนในน้ำ และ PH ของน้ำใช้ ; อุณหภูมิและระดับน้ำของบ่อเลี้ยง ; ระดับน้ำในบ่อเก็บน้ำ ; อัตราการไหลของน้ำในท่อต่าง ๆ ; ความกดอากาศในท่อลม และไฟฟ้าในระบบ การใช้งาน PLC ทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานครั้งแรกสูง แต่ระบบได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
Lee (1991,1993) ได้ปรับปรุง ระบบควบคุมที่ในโรงงานอุตสาหกรรมมาใช้ในงานเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ระบบประกอบด้วยไมโครคอมพิวเตอร์ (SCADA) พร้อมโปรแกรมสำเร็จรูปเชิงพาณิชย์ I/O multiplexer และอุปกรณ์ตรวจวัดอีกหลายชนิด
อุณหภูมิ, ความเค็ม, ความแสง, PH, ออกซิเจนในน้ำ, การไหลน้ำ, ระดับน้ำได้ถูกติดตามและควบคุมในการเลี้ยงปลาระบบปิดแบบน้ำไหล ระบบนี้มีทั้งระบบ automated denitrifying bioreactor สำหรับควบคุมระดับไนเตรดในน้ำทะเล (Lee, 1991, 1993 ; Whitson el al., 1993) ระบบ automated denitrifying bioreactor ประกอบด้วย bacterial bed column, I/O multiplexer พร้อม sensor, ปั้มฉีดคาร์บอนพร้อมถังบรรจุ, ปั้มที่สามารถปรับความเร็วได้ พร้อมกับไมโครคอมพิวเตอร์ (Whison et al, 1993)  ระบบนี้ถูกควบคุมโดยโปรแกรมควบคุมเชิงพาณิชย์และดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี ระบบนี้กำลังถูกปรับปรุงเป็นระบบ DCS ซึ่งจะควบคุมระบบการเลี้ยงปลาในหลายสถานที่

โปรดติดตามตอนต่อไป
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 ... 160