กันยายน 28, 2021, 11:49:47 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
  แสดงกระทู้
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 ... 160
31  ข่าวสารจากNICAonline.com / เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยง / Re: คู่มือฟาร์มเลี้ยงปลากะพงขาวความหนาแน่นสูง ในระบบน้ําหมุนเวียนเชิงพาณิชย์ เมื่อ: เมษายน 24, 2019, 02:44:14 PM
ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าดูระบบดังกล่าวได้ที่NICA
32  ข่าวสารจากNICAonline.com / ดาวน์โหลดเอกสารวิชาการ / หลักการออกแบบ และการทำงานของการเลี้ยงสัตว์น้ำในระบบปิดน้ำหมุนเวียน เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2019, 03:43:29 PM
หลักการออกแบบ และการทำงานของการเลี้ยงสัตว์น้ำในระบบปิดน้ำหมุนเวียน  โดย ยงยุทธ ปรีดาลัมพะบุตร และคณะ

สรุบจากผลงานการออกแบบและทดสอบการทำงานจากสถานที่จริงที่สถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง สงขลา
 รวมทั้งการพัฒนาระบบติดตามและควบคุมการให้ออกซิเจนอัตโนมัติ ที่ยังใช้งานอยู่  ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้าชมได้


คำนำและสารบัญ 6หน้า
https://drive.google.com/file/d/1Y2QE-aCsOj6Fwc8MvmxGug-hdIqjvX4n/view?usp=sharing

เนื้อหา 62 หน้า
https://drive.google.com/file/d/1gv-LI3HFmH2e0-ICohn3Ipg3RJfdZHtG/view?usp=sharing
33  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ / อากาศหนาวปลากระชังเกิดโรคระบาด เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:48:35 AM
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=uSJLiRsdaYE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=uSJLiRsdaYE</a>

ชาวบ้านริมฝั่งโขงมีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย กำลังได้รับความเดือดร้อนปลาในกระชังหนาวตาย พร้อมกับมีโรคประหลาดเกิดขึ้น ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน โดยขณะนี้ทำให้ปลาในกระชังกินอาหารน้อย ไม่เจริญเติบโตทยอยตายวันละกว่า 400-500 ตัว
              
นายสิรินาฏ  นาควิทย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังริมแม่น้ำโขง บ้านคกมาตย์  อำเภอเชียงคาน เปิดเผยว่า อาการเริ่มแรกตัวปลาเหมือนมีฝุ่นเล็กๆ จับแล้วกระจายไปทั่วตัว และระบาดเร็วมาก เพียงไม่กี่วันปลาก็ตาย แม้จะพยายามคัดปลาตัวที่คิดว่า ติดเชื้อโรคออกจากกระชัง แต่ปลาก็ยังทยอยตายอยู่











http://news.ch7.com/detail/59143/อากาศหนาวปลากระชังเกิดโรคระบาด.html
34  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / อากาศหนาวภาคเหนือ ยิงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:46:54 AM
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=WpaUK3o1-OU" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=WpaUK3o1-OU</a>

จังหวัดเชียงใหม่ บนดอยอินทนนท์ , ดอยผ้าห่มปก และดอยอ่างขาง  อุณหภูมิยังคงติดลบ มีน้ำค้างแข็งในหลายพื้นที่ รวมถึงอำเภออมก๋อย ก็มีน้ำค้างแข็งเกาะตามยอดหญ้าในหมู่บ้าน และมีประชาชนเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

 ที่บ้านร่องกล้า อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็ยังมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นต่อเนื่อง

 จังหวัดลำพูน ประชาชนต้องเผชิญกับความหนาวเย็น อุณหภูมิลดต่ำกว่า 9 องศาเซลเซียส ยิ่งพื้นที่อำเภอรอบนอกจะหนาวเย็นกว่าปกติ ชาวบ้านต้องมานั่งล้อมวงผิงไฟเพื่อช่วยคลายหนาว เพราะเครื่องกันหนาวเอาไม่อยู่

 อำเภอเมืองตาก เช้านี้อุณหภูมิต่ำสุด 8.8 องศาเซลเซียส  นักเรียนที่เข้าค่ายภาษาอังกฤษ ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  คุณครูต้องให้นักเรียนเต้นรำ ยืดเส้น ยืดสาย สร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายสู้กับอากาศที่หนาวเย็น

 จังหวัดน่าน ตลาดริมทางสายน่าน - ทุ่งช้าง เต็มไปด้วยพืชผักจากป่าและสินค้าพื้นบ้านที่ชาวบ้านนำมาวางขาย ซึ่งอากาศที่หนาวยาวนานกว่าปีก่อนๆ ทำให้พืชผลจากธรรมชาติ รวมทั้งที่ชาวบ้านปลูกงอกงามดี รวมถึงหนอนไม้ไผ่ที่มีมากกว่าทุกปีด้วย

 ชาวนาในอำเภอเมืองนครสวรรค์ หันมาปลูกผักแทนการทำนามากขึ้น หลังอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะผักกาดขาว คะน้า ผักชี และอื่นๆ ซึ่งจะโตเร็ว และช่วงเช้ามีน้ำค้างลง เกษตรกรไม่จำเป็นต้องลดน้ำบ่อยเพราะดินมีความชื้นอยู่แล้ว











http://news.ch7.com/detail/59290/อากาศหนาวภาคเหนือ_ยิงต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง.html
35  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / อุณหภูมิจะลดลงอีก เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:46:13 AM
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=Qb5VhLQJFQE" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=Qb5VhLQJFQE</a>

อุณหภูมิที่อุ่นขึ้นเล็กน้อยในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา กำลังจะลดลงอีกครั้ง เพราะหลังจากวันนี้จะมีความกดอากาศสูงกำลังปานกลางระลอกใหม่แผ่เสริมลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศอีกครั้ง ซึ่งก็จะทำให้อุณหภูมิโดยทั่วไปลดลงเล็กน้อย เพราะฉะนั้นเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวก็ยังต้องใช้กันต่อเนื่อง

อุณหภูมิจะลดลงอีก              
ภาคเหนือ วันนี้อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ยอดดอย 3-9 องศาเซลเซียส              

ภาคอีสาน อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ยอดภู 4-10 องศาเซลเซียส              

ภาคกลาง อุณหภูมิต่ำสุด 15-17 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า              

ภาคตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส เทือกเขา 11-15 องศาเซลเซียส              

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส ทะเลคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป คลื่นสูง 2 เมตร              

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส ทะเลคลื่นสูง 1-2 เมตร
              
กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อุณหภูมิต่ำสุด 18-20 องศา กับมีหมอกในตอนเช้า
              
สภาพอากาศที่เดี๋ยวอุ่นขึ้นเล็กน้อย เดี๋ยวเย็นลงอีก ได้รับการเปิดเผยจาก ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร หรือ สสนก.ว่า ลักษณะอากาศในบ้านเราจะเป็นแบบนี้ไปจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และหลังจากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าร้อนตามปกติ แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีการวัดภาวะความกดอากาศสูงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งพบว่าในปีนี้กรุงเทพฯ มีความกดอากาศสูงมากที่สุดในรอบ 20 ปี จากปกติที่วัดได้ 1,010 มิลลิบาร์ แต่จากอากาศหนาวเย็นในกรุงเทพฯ จนทำให้มีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 17 องศาเซลเซียส ทำให้วัดความกดอากาศสูงได้ที่ 1,020 มิลลิบาร์










http://news.ch7.com/detail/59520/อุณหภูมิจะลดลงอีก1.html
36  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เกษตรและอาหาร / เพาะเลี้ยง'ครั่ง'อาชีพถูกมองข้าม เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:43:23 AM


เพาะเลี้ยงครั่งอาชีพถูกมองข้าม แมลงเศรษฐกิจที่เทวดาดูแลให้ : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน

                         หากย้อนถึงวิถีชีวิตเกษตรกรชาว จ.ลำปาง โดยเฉพาะชาว อ.แม่ทะ ซึ่งมีพื้นที่การทำนา และปลูกต้นจามจุรี หรือฉำฉา ตามหัวไร่ปลายนา จะมีการเลี้ยงครั่งมายาวนาน สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี ระยะหลังมีเกษตรกรชาวนาบางรายถึงกับยกเลิกการทำนา และหันมาใช้พื้นที่นาปลูกต้นฉำฉาเพาะเลี้ยงครั่งในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมีรายได้ดีกว่าทำนาหลายเท่า เพราะการเลี้ยงไม่ต้องลงทุน และไม่ต้องดูแล ปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เป็นอาชีพที่เทวดาดูแลให้ แต่ขณะเดียวกันเกษตรไทยจำนวนไม่น้อยที่มองข้ามการเพาะเลี้ยงครั่ง แม้แต่ภาครัฐก็ยังไม่มีนักวิชาการหรือนักวิจัยคนไหนที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับครั่ง ราวกับว่าอาชีพการเลี้ยงครั่งเป็นอาชีพที่ถูกมองข้าม ทั้งที่ตลาดรับไม่อั้น ทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ

                         ข้อมูลจากสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง ระบุว่า ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเพาะเลี้ยงครั่งมากที่สุดในโลก แซงหน้าประเทศอินเดียที่กำลังประสบปัญหากับภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะที่ จ.เชียงราย เพาะเลี้ยงครั่งมากที่สุด สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรปีละไม่น้อยกว่า 400 ล้านบาท มากกว่ารายได้ที่มาจากการปลูกสตรอเบอร์รี่ใน จ.เชียงใหม่ จึงทำให้มีผู้ประกอบการมาสร้างโรงงานแปรรูปครั่ง เพื่อนำไปใช้ในวงการอุตสาหกรรมทำเป็นเชลแล็กทาไม้ ทำสีสำหรับย้อมผ้าไหม ใช้เคลือบผิวอาหาร ช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์ยา ผิวผลไม้ ถนอมอาหาร และใช้ในวงการอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง มีถึง 5 โรงงานด้วยกัน สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้ปีละกว่า 1,000 ล้านบาท .

                         นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ระบุว่า อาชีพการเลี้ยงครั่งเป็นอาชีพเก่าแก่ของชาวลำปาง จะเห็นได้จากการเขาไปอยู่ลำปางมา 38 ปี เห็นเกษตรกรชาวลำปางปลูกต้นฉำฉา และจะเก็บครั้งไปขายทุกปี โดยมีโรงงานของเอกชนในพื้นที่ 5 แห่งรับซื้อไม่อั้นในราคา กก.ละ 100-250 บาท ถือได้ว่าเป็นอาชีพสำคัญอีกอาชีพหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่อาชีพนี้ถูกลืมไปแล้ว ไม่มีนักวิชาการหรือนักวิจัยคนไหนทำการศึกษาเกี่ยวกับครั่ง และไม่มีหน่วยงานไหนแนะนำและส่งเสริมการเลี้ยงครั่งแต่อย่างใด

                         "ทางสภาเกษตรกรฯ เรามองว่า อาชีพการเลี้ยงเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีกว่าทำนา ควรยกระดับขึ้นมาให้มีความสำคัญมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะทราบมาว่าปีที่แล้วราคาครั่งในท้องตลาดสูงถึง กก.ละ 250 บาท เกษตรกรที่เลี้ยงครั่งสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และที่สำคัญเป็นอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะการที่จะเลี้ยงครั่งต้องปลูกไม้ใหญ่ คือต้นฉำฉา สร้างความชุ่มชื่นให้แก่ผิวโลก เวลาตัดกิ่งเก็บรังครั่ง สามารถขายกิ่งให้แก่โรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลได้ ที่สำคัญต้นฉำฉาเป็นพืชตระมึงลถั่วใบสามารถให้ไนโตรเจนให้แก่ดินด้วย" นายประพัฒน์ กล่าว

                         ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาสภาเกษตรกรจังหวัดลำปางได้มีมติในการที่จะส่งเสริมเกษตรกรเพาะเลี้ยงครั่ง และได้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อจะได้นำเอาการเพาะเลี้ยงครั่งมาเป็นยุทธศาสตร์เพื่อจะส่งเสริมให้แก่พี่น้องชาวลำปาง พร้อมกันนี้จะผลักดันให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อจัดตั้งศูนย์วิจัยครั่งที่ลำปางต่อไป

                         ด้านนายทองดี อินนันชัย อดีตกำนัน ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง กล่าวว่า เดิมชาวลำปางเก็บครั่งบนต้นฉำฉาเป็นอาชีพเสริม ที่ชาวบ้านไปเก็บตามต้นฉำฉาที่อยู่ตามหัวไร่ปลายนา ระยะหลังตลาดต้องการมากขึ้น ทำให้เกษตรกรบางรายถึงกับใช้พื้นที่นาข้าวมาปลูกต้นฉำฉาเพื่อเลี้ยงครั่งเป็นอาชีพหลัก มีการปลูกต้นฉำฉาเพื่อเพาะเลี้ยงครั่งเชิงพาณิชย์อย่างแพร่หลาย จนปัจจุบันในพื้นที่ จ.ลำปาง มีการผลิตครั่งถึง 90% ของการผลิตครั่งทั่วประเทศ

                         ขณะที่ นายจำนงค์ แปงสาย เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมจากสภาเกษตรกรจังหวัดลำปาง และสำนักงานเกษตรอำเภอแม่ทะ เลี้ยงครั่งภายใต้โครงการยกระดับและติดอาวุธทางปัญญาส่งเสริมอาชีพจังหวัดลำปาง ที่บ้านบ้านแม่ปุง ต.น้ำโจ้ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง บอกว่า เดิมที่มีอาชีพทำนาปลูกข้าวปีละ 1 ครั้ง ในระหว่างนั้นมีต้นฉำฉาที่หัวไร่ปลายนาหลายต้น พอถึงปลายปีก็ตัดกิ่งเอารังครั่งขายตั้งราคา กก.ละ 80 บาท ตอนหลังราคาข้าวตกต่ำ เมื่อคำนวณกับรายได้ของต่อต้นฉำฉา 1 ต้น มองว่ามีรายได้ดีกว่าขายข้าว จึงตัดสินเอาที่ปลูกนาแปลงแรก 9 ไร่ และแปลงที่อีก 4 ไร่ ปลูกต้นฉำฉา พออายุได้ 3 ปี ก็ปล่อยครั่ง ผ่านไป 1 ปีก็เก็บได้แล้ว มีพ่อค้าซื้อเหมาเป็นต้น ในราคาตั้งแต่ต้นละ 5,000-10,000 บาท อย่างปีที่แล้วราคาดีมาก กก.ละ 250 บาท เก็บขาย 25 ต้น ได้เงินมา 1.8 แสนบาท

                         "แม้ตอนนี้รัฐบาลรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท สู้เลี้ยงครั่งไม่ได้ เพราะทำนาต้องลงทุนไร่เกือบหมื่นบาท กำไรไม่กี่บาท ถ้าเลี้ยงครั่ง 1 ไร่ 15 ต้นเก็บขายได้เป็นแสนแล้ว ที่สำคัญครั่งไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงเอารังครั่งไปแขวนตามกิ่งฉำฉา ปล่อยครั่งจะขยายเอง พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 12-18 ต้น ปุ๋ยต้นฉำฉาใส่ เพราะใบเป็นปุ๋ยอยู่แล้ว ไม่ต้องรดน้ำ ใบฉำฉาจะขายก็ได้ราคา กก.ละ 3-4 บาท กิ่งขายให้โรงไฟฟ้าชีวมวล พอต้นแก่นำมาแกะสลัก ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือขายต้นแก่ต้นละเกือบหมื่นบาท ทุกอย่างได้เงินหมด" จำนงค์ กล่าวอย่างมั่นใจ

                         การเพาะเลี้ยงครั่งเป็นอาชีพที่น่าสนใจ ที่ควรมีการยกระดับเพื่อสร้างรายให้แก่เกษตรกรในอนาคต 

 

----------------------

มารู้จักกับ 'ครั่ง' และได้ประโยชน์จากส่วนไหน


                         ครั่งเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Laccifer lacca kerr จัดอยู่ในประเภทเป็นเพลี้ยชนิดหนึ่ง การเจริญเติบโตจากไข่เป็น ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ลักษณะสีแดงตัวเล็กมาก โดยครั่งตัวเมียจะวางไข่ในช่องว่างภายในเซลล์ มีอายุในสภาพไข่ประมาณ 8-20 นาที ไข่นั้นจะถูกฟักเป็นตัวอ่อนหรือเป็นลูกครั่ง ลูกจะคลานออกมาทางช่องสืบพันธุ์ โดยตัวอ่อนหรือลูกครั่ง จะไม่สามารถแยกเพศผู้หรือเพศเมียได้

                         ลูกครั่งจะหาที่ยึดเกาะบนกิ่งไม้ แล้วดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นไม้เป็นอาหาร โดยไม่เคลื่อนย้ายที่อยู่อีกต่อไป แต่จะเกาะเรียงตัวกันประมาณ 220 ตัวในพื้นที่ 1 ตร.ซม. จากนั้นจะขับสารเหนียวออกมาห่อหุ้มตัว และลอกคราบหลายครั้งเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงรูปร่างเป็นครั่งตัวผู้และครั่งตัวเมียเกาะจับกิ่งไม้

                         ประโยชน์ที่ได้รับจากครั่ง คือ ครั่งจะขับสารชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเป็นเหมือนยางหรือชันออกมาไว้ป้องกันตัวเองจากศัตรู การที่ขับถ่ายออกมานี้เรียกว่า ครั่งดิบ สารเป็นสีแดงม่วง ลักษณะคล้ายขี้ผึ้งสีเหลืองแก่ หรือยางสีส้ม ที่มีคุณสมบัติเป็นสมุนไพร เป็นยารักษาโรคโลหิตจาง, โรคลมขัดข้อ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการทำเชลแล็ก แลกเกอร์, เครื่องใช้ เครื่องประดับต่างๆ ย้อมสีผ้า สีโลหะ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นต้น

 

----------------------

(เพาะเลี้ยงครั่งอาชีพถูกมองข้าม แมลงเศรษฐกิจที่เทวดาดูแลให้ : ดลมนัส กาเจ ... รายงาน)

 

 

 




http://www.komchadluek.net/detail/20140127/177630.html
37  คอมพิวเตอร์ไอที / คอมพิวเตอร์อัพเดท / รหัสผ่าน'ยอดแย่'ประจำปี2556 เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:42:09 AM

รหัสผ่าน'ยอดแย่'ประจำปี2556 : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า

                   สำหรับคนที่ชื่นชอบข้อมูลสถิติประเภท "ที่สุด" จะต้องรักช่วงเวลาระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคมของทุกปี เป็นพิเศษ เพราะแทบทุกวงการต่างก็จะแข่งกันประกาศโผรายชื่อยอดเยี่ยม ยอดแย่ และที่สุดแห่งปีที่ผ่านไปออกมาเรียกเสียงฮือฮาจากผู้เสพข้อมูล

                   ในวงการไอทีก็เช่นกัน หลังจากทยอยเปิดผลสำรวจและบทวิเคราะห์แนวโน้มต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีออกมาเอาใจทั้งผู้ใช้งานและคนรักเทคโนโลยีกันไปมากมายแล้ว ล่าสุดก็มีผู้จัดทำสรุปผลสำรวจ "รหัสผ่าน (พาสเวิร์ด) ยอดแย่" ประจำปี 2556 ออกมา เพื่อไม่ให้ใครเอาไปเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะการคิดรหัสผ่านง่ายๆ ขึ้นมาใช้งานนั้น ก็เสมือนเป็นการเชิญชวนให้วายร้ายออนไลน์เข้ามาเจาะรหัสเพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์และโซเชียล

 

                   เมื่อไม่กี่วันมานี้ บริษัท สแปลชดาต้า (SplashData) ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นด้านความปลอดภัย ได้เผยผลสำรวจ 25 รหัสผ่านยอดแย่ในรอบปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่น่าตกใจว่า ทุกวันนี้ยังมีผู้ใช้ตัวเลข "123456" เป็นรหัสผ่านในการเชื่อมเข้าสู่โลกออนไลน์อยู่ และจำนวนผู้ที่ใช้รหัสผ่านนี้มีมากที่สุด ในกลุ่มรหัสผ่านยอดแย่อีกด้วย

 

                   และที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับผู้เลือกใช้รหัสผ่านข้างต้น ก็คือ เมื่อรหัสผ่านเดิมถูกแฮ็กก็จะมีการตั้งรหัสผ่านใหม่โดยเติม "เลข 7" ต่อท้ายรหัสเดิมที่ไม่ปลอดภัย

 

                   สำหรับอีก 24 รหัสผ่านยอดแย่ที่มีผู้ใช้งานในอันดับรองๆ ลงไป ประกอบด้วย password, 12345678, qwerty, abc123, 123456789, 111111, 1234567, iloveyou, adobe123, 123123. Admin, 1234567890, letmein, Photoshop, 1234, monkey, shadow, sunshine, 12345, password1, princess, azerty, trustno1 และ 000000

 

                   โดยเฉพาะใน 5 อันดับแรกนั้น เป็นการครองแชมป์ต่อเนื่องจากผลสำรวจปีก่อนหน้า แต่อาจมีการสลับตำแหน่งกันบ้าง

 

                   ข้อมูลนี้อาจจะเป็นอินเตอร์ไปนิด เพราะบริษัทผู้สำรวจเป็นบริษัทระดับโลก อย่างไรก็ตาม ก็เห็นได้ชัดเจนถึงจุดร่วมที่เป็นสากลของผู้ใช้งานออนไลน์ทั้งหลาย แม้แต่ในประเทศไทยเอง เชื่อว่าแทบทุกคน ต้องมีเพื่อนหรือญาติ (หรือแม้กระทั่งตัวเอง) ที่เลือกใช้ "ตัวเลข" ง่ายๆ หรือคำว่า "password" หรือสัตว์เลี้ยงสุดโปรด มาตั้งเป็นชื่อรหัสผ่าน ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า "กลัวลืม"

 

                   และที่แน่ๆ คำว่า password ยังถือว่าเป็นรหัสผ่านที่ได้รับความนิยมแบบอมตะนิรันดร์กาล เพราะก่อนหน้านี้ มึงเกิล ก็เคยทำผลสำรวจรหัสผ่านสุดเสี่ยงที่ติดอันดับท็อป 10 ออกมา พบว่า password ก็ติดโผเช่นกัน

 

                   อย่างไรก็ตาม บริษัทผู้สำรวจให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า แม้ปัจจุบันเว็บไซต์แทบทุกแห่งต่างก็เน้นย้ำนโยบายการใช้งาน ให้ผู้ใช้ตั้งรหัสผ่านที่มีความปลอดภัยสูง ยากต่อการคาดเดาหรือการเจาะรหัส แต่ในแง่พฤติกรรมผู้ใช้ออนไลน์ กลับพบว่า มีการตั้งรหัสที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม โดยใช้ชุดตัวเลขจำนวนไม่กี่หลัก เช่น 1234, 12345, 000000 เป็นต้น ซึ่งเป็นรหัสผ่านใหม่ๆ ที่เพิ่งเห็นการแพร่กระจายความนิยมใช้ในปี 2556

 

 

 

......................

 

(รหัสผ่าน'ยอดแย่'ประจำปี2556 : คอลัมน์อินโนเทค : โดย...คนชอบเล่า)

 

 

 




http://www.komchadluek.net/detail/20140126/177549.html
38  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เกษตรและอาหาร / 'ต้องแล่ง'กินได้-เป็นยา เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:40:56 AM

ไม้ดีมีประโยชน์ : 'ต้องแล่ง' กินได้-เป็นยา : โดย...นายสวีสอง

                          "ต้องแล่ง" หรือบางพื้นถิ่นเรียก "นมน้อย" นอกจากผลกินได้แล้ว ชาวบ้านยังนำรากต้มน้ำดื่ม แก้กล้ามเนื้อท้องเกร็ง และบำรุงน้ำนม ขณะที่สัตว์อย่างโคกระบือก็ชอบกิน เพราะคุณค่าทางอาหารสูง ทั้งโปรตีน ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียม เป็นต้น

 

                          เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ในวงศ์ ANNONACEAE ลำต้นตรง แตกกิ่งก้านมาก เท่าที่พบลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร เปลือกต้นเรียบสีเทา

 

                          ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับตามกิ่ง รูปทรงรีกึ่งขอบขนาน กว้าง 2-4 เซนติเมตร ยาว  6-10 เซนติเมตร สีเขียวสด

 

                          ดอก ออกเป็นช่อเดี่ยวตามซอกใบ หรือปลายกิ่ง เวลาบานสีเหลืองอ่อน

 

                          ผล ทรงกลม ออกเป็นกลุ่ม ผลสุกมีสีน้ำตาลแดงด้านในมี 1เมล็ด

 

                          ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ขึ้นได้กับทุกสภาพดิน อย่างยิ่งดินร่วนปนทรายแถวภาคอีสาน ชอบความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน

 

 

----------------------------
(ไม้ดีมีประโยชน์ : 'ต้องแล่ง' กินได้-เป็นยา : โดย...นายสวีสอง)





 

 

 
http://www.komchadluek.net/detail/20140124/177446.html
39  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / นายกฯ ญี่ปุ่นออกโรงป้อง ?ล่าโลมา? อ้างเป็น ?วัฒนธรรมท้องถิ่น? วอนทั่วโลกเข้าใจตา เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:39:27 AM
       เอเจนซีส์ - นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ออกมาแถลงปกป้องกิจกรรมล่าโลมา พร้อมวิงวอนให้ทั่วโลกเข้าใจว่าการโลมาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ช่วยให้ชุมชนชาวประมงในญี่ปุ่นสามารถอยู่รอดได้
       
นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น

       ประเพณีการล่าโลมาประจำปีที่เมืองไทจิ จังหวัดวากายามะ กำลังกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่ แคโนไลน์ เคนเนดี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงโตเกียว ได้โพสต์ทวิตเตอร์ต่อต้านการต้อนโลมาเข้ามาในอ่าวและสังหารอย่าง ?ไร้มนุษยธรรม?
       
        อย่างไรก็ดี ผู้นำญี่ปุ่นได้ออกมาแก้ต่างและให้เหตุผลสนับสนุนประเพณีที่ชาวประมงกระทำสืบทอดกันมานับร้อยๆ ปี
       
        ?การล่าโลมาที่เมืองไทจิเป็นวิธีทำประมงแบบดั้งเดิมซึ่งมีรากเหง้ามาจากวัฒนธรรมของชาวประมง และช่วยให้พวกเขามีรายได้เลี้ยงชีพ? อาเบะให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ซึ่งได้นำบทสัมภาษณ์มาเผยแพร่ลงเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นญี่ปุ่น เมื่อวานนี้ (24)
       
        ?เราหวังว่าพวกคุณทุกคนจะเข้าใจ... ในทุกๆ ประเทศและทุกภูมิภาคย่อมจะต้องมีธรรมเนียมปฏิบัติและวิถีชีวิตที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น... ซึ่งผมมองว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะได้รับการเคารพ? อาเบะ กล่าว
       
        องค์กรปกป้องสิ่งแวดล้อม ซี เชปเพิร์ด ได้นำภาพกิจกรรมการล่าโลมาที่เมืองไทจิมาถ่ายทอดสดให้ชาวโลกได้รับรู้ หลังจากที่ประเพณีนี้กลายเป็นที่สนใจจากภาพยนตร์สารคดีเรื่อง The Cove เมื่อปี 2010
       
        กลุ่มที่สนับสนุนการล่าโลมาอ้างว่า นี่คือประเพณีท้องถิ่นของชาวประมงญี่ปุ่น และสัตว์ที่ถูกล่านั้นก็ไม่ใช่สัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แต่อย่างใด ซึ่งรัฐบาลโตเกียวก็หยิบยกประเด็นนี้มาอ้างเช่นกัน พร้อมตำหนิชาวตะวันตกว่า ?สองมาตรฐาน? และไม่เคยใส่ใจว่ามีวัว, หมู และแกะอีกมากมายเท่าใดที่ถูกเชือดเพื่อตอบสนองการบริโภคของมนุษย์ในดินแดนอื่นๆ

ข้อความรณรงค์ต่อต้านประเพณีล่าโลมาที่เมืองไทจิ จัดทำโดยกลุ่ม ซี เชปเพิร์ด










http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000009564
40  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / พายุซัดเรือประมงจม ช่วย5ลูกเรือต่างด้าว ที่เหลือไม่รู้ชะตากรรม เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:37:48 AM

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 24 มกราคม ร.ต.ท.พิเชษฐ์ อิงชัยภูมิ ร้อยเวร สภ.เพ อ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจากเรือประมง พบลูกเรือประมงลอยคออยู่กลางทะเลห่างจากเกาะเสม็ด 20 ไมล์ทะเล และมีเรือประมงชื่อพรชรินรัตน์ เข้าช่วยเหลือลูกเรือนำขึ้นฝั่งที่ท่าเรือประสิทธิผล ไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และเจ้าหน้าที่ พบแรงงานต่างด้าวจำนวน 5 คน อยู่ในสภาพอิดโรย ผิวหนังไหม้เกรียม เท้าเปื่อย บนเรือ พรชรินรัตน์ ที่ช่วยเหลือนำลูกเรือกลับขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง เข้าปฐมพยาบาล และนำลูกเรือประมงแรงงานต่างด้าวส่งโรงพยาบาลระยอง

   จากการสอบสวนนายดำ แซ่ลิ้ม อายุ 50 ปี ไต๋เรือพรชรินรัตน์ ให้การว่า ได้นำเรือออกทำการประมงมาจากจังหวัดสมุทรสงครามและได้ทำการประมงอยู่ห่างจากเกาะเสม็ด 20 ไมล์ทะเล ขณะแล่นเรือหาปลาพบลูกเรือต่างด้าวกำลังลอยคอโดยใช้ถังพลาสติก 20 ลิตร พยุงลอยคออยู่ จึงได้นำเรือเข้าเทียบและช่วยเหลือขึ้นมาจำนวน 5 คน และให้ลูกเรือแรงงานต่างด้าวของตนสอบถาม ทราบว่าเป็นลูกเรือ ร.โชคดี มาจากอำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเรือลากเดี่ยวหาปลาและปลาหมึก ถูกพายุซัดทำให้เรือพลิกคว่ำอับปางกลางทะเล ทำให้ไต๋เรือที่เป็นแรงงานต่างด้าวและลูกเรือต่างด้าวจมสูญหายไปในน้ำ และลอยคออยู่กลางทะเล 2 วัน จนมีเรือประมงมาพบและให้ความช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมไต๋เรือและลูกเรือต่างด้าวที่จมหายไปยังไม่ทราบชะตากรรม









http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=709722
41  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / พายุซัดเรือประมงจม ใกล้เกาะเสม็ด ช่วยได้แค่ 5 ลูกเรือ เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:37:27 AM
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 24 มกราคม ร.ต.ท.พิเชษฐ์ อิงชัยภูมิ ร้อยเวร สภ.เพ อ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งจากเรือประมง พบลูกเรือประมงลอยคออยู่กลางทะเลห่างจากเกาะเสม็ด 20 ไมล์ทะเล และมีเรือประมงชื่อพรชรินรัตน์ เข้าช่วยเหลือลูกเรือนำขึ้นฝั่งที่ท่าเรือประสิทธิผล ไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 และเจ้าหน้าที่ พบแรงงานต่างด้าวจำนวน 5 คน อยู่ในสภาพอิดโรย ผิวหนังไหม้เกรียม เท้าเปื่อย บนเรือ พรชรินรัตน์ ที่ช่วยเหลือนำลูกเรือกลับขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง เข้าปฐมพยาบาล และนำลูกเรือประมงแรงงานต่างด้าวส่งโรงพยาบาลระยอง




จากการสอบสวนนายดำ แซ่ลิ้ม อายุ 50 ปี ไต๋เรือพรชรินรัตน์ ให้การว่า ได้นำเรือออกทำการประมงมาจากจังหวัดสมุทรสงครามและได้ทำการประมงอยู่ห่างจากเกาะเสม็ด 20 ไมล์ทะเล ขณะแล่นเรือหาปลาพบลูกเรือต่างด้าวกำลังลอยคอโดยใช้ถังพลาสติก 20 ลิตร พยุงลอยคออยู่ จึงได้นำเรือเข้าเทียบและช่วยเหลือขึ้นมาจำนวน 5 คน และให้ลูกเรือแรงงานต่างด้าวของตนสอบถาม ทราบว่าเป็นลูกเรือ ร.โชคดี มาจากอำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเรือลากเดี่ยวหาปลาและปลาหมึก ถูกพายุซัดทำให้เรือพลิกคว่ำอับปางกลางทะเล ทำให้ไต๋เรือที่เป็นแรงงานต่างด้าวและลูกเรือต่างด้าวจมสูญหายไปในน้ำ และลอยคออยู่กลางทะเล 2 วัน จนมีเรือประมงมาพบและให้ความช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมไต๋เรือและลูกเรือต่างด้าวที่จมหายไปยังไม่ทราบชะตากรรม

   








http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1390539493
42  คอมพิวเตอร์ไอที / คอมพิวเตอร์อัพเดท / มึงเกิลชู Line whocall เป็นแอปยอดเยี่ยมปี 56 เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:36:38 AM
หน้าจอแอปพลิเคชัน LINE whocall

หน้าจอแสดงข้อมูลการตรวจสอบจากเลขหมาย

เมนูการเข้าสู่ฟีเจอร์การบล็อกแบบต่างๆ

มึงเกิลยกให้แอปพลิเคชัน LINE whocall ของ LINE เป็นแอปยอดเยี่ยมแห่งปี 2556 ด้วยความสามารถในการเข้าถึงฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์กว่า 600 ล้านเลขหมาย เพื่อตรวจสอบเลขหมายแบบเรียลไทม์ พร้อมป้องกันแหล่งที่มาที่เป็นอันตราย จนได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลก
       
       LINE whoscall ซึ่งเป็นฟรีแอปพลิเคชันสำหรับกรองและตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ จากการพัฒนาขึ้นโดย Gogolook บริษัทชั้นนำของโลกด้านผู้ให้บริการ ID caller ได้รับการยอมรับจากมึงเกิล ผู้พัฒนาแอนดรอยด์แพลตฟอร์มบนมือถือระดับโลก ประกาศให้เป็นแอปพลิเคชันยอดเยี่ยมแห่งปี 2556 ใน 8 ภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย, ไต้หวัน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
       
        LINE whoscall สามารถตรวจสอบที่มาของเบอร์ที่โทร.เข้า รวมถึงกรองเบอร์และข้อความที่ผู้รับไม่ต้องการรับสาย โดยตัวแอปได้ถูกดัดแปลงจากแอป whoscall ตัวเก่าที่มียอดดาวน์โหลดไปแล้วกว่า 5 ล้านครั้งทั่วโลก ด้วยการเข้าถึงฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ได้กว่า 600 ล้านเลขหมาย ครอบคลุมทั้งร้านค้าและธุรกิจต่างๆ โดยมีแหล่งที่มาจากเยลโล่เพจเจสและข้อมูลสาธารณะอื่นๆ ซึ่งสามารถระบุและแสดงที่มาของข้อความและเบอร์ที่โทร.เข้ามาได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผู้ใช้สามารถกรองเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องสงสัยก่อนที่จะรับสายได้ถูกต้องแม่นยำ รองรับการใช้งานใน 4 ภาษา ประกอบด้วย ภาษาอังกฤษ, ภาษาจีน, ภาษาเกาหลี และภาษาญี่ปุ่น โดยเปิดให้บริการทั่วโลก นับตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2557 เป็นต้นไป
       
       ทั้งนี้ ข้อมูลเลขหมายบนโทรศัพท์เคลื่อนที่จะไม่ถูกบันทึกโดยบริการจาก LINE whoscall เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ อีกทั้งแอปพลิเคชันนี้จะไม่มีการเชื่อมโยงกับบัญชีผู้ใช้ LINE ปกติ ดังนั้นข้อความและสายที่ได้รับผ่านแอป LINE จะไม่ได้ถูกกรองโดย LINE whoscall
       








http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9570000008841
43  งานราชการ ประกาศ สมัครงาน หางาน งานราชการ การจัดซื้อจัดจ้าง / งานราชการ / กองทัพอากาศเปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการประจำป ี 2557 เมื่อ: มกราคม 27, 2014, 09:34:24 AM
กองทัพอากาศเปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการประจำป ี 2557 จำนวน 598 อัตรา รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม - 5 มีนาคม 2557

กองทัพอากาศเปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการประจำป ี 2557 จำนวน 598 อัตรา รับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม - 5 มีนาคม 2557
 
 ตําแหน่งที่เปิดรับสมัคร
 1. บรรจุเป็นข้าราชการชั้นสัญญาบัตร (แต่งตั้งยศเป็นว่าที่เรืออากาศตรี) จํานวน 62 อัตรา (ปริญญาตรี ,ปริญญาโท)
 - ผู้สมัครสอบตําแหน่งข้าราชการชั้นสัญญาบัตร มีอายุระหว่าง 18 ปีบริบูรณ์ ถึง 35 ปี
 
 2. บรรจุเป็นข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร (แต่งตั้งยศเป็นจ่าอากาศตรี) จํานวน 391 อัตรา(มัธยมศึกษาตอนปลาย ,ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปวช.)
 - ผู้สมัครสอบตําแหน่งข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตร มีอายุระหว่าง 18 ปีบริบูรณ์ ถึง 30 ปี (เกิดในระหว่างปี พ.ศ.๒๕๒๗ - พ.ศ.๒๕๓๙)
 
 ตำแหน่งส่วนกลาง (กทม.) จำนวน 452 อัตรา
 - ปริญญาโท 4 อัตรา
 - ปริญญาตรี 58 อัตรา
 - ปวช. 285 อัตรา
 - ม.ปลาย 105 อัตรา
 
 ตำแหน่งกองบินและโรงเรียนการบิน จำนวน 146 อัตรา
 - ปวช. 121 อัตรา
 - ม.ปลาย 25 อัตรา
 
 ข้อควรระวัง
 - ผู้สมัครจะต้องใช้คุณวุฒิตรงกับที่ประกาศรับสมัครสอบเท่านั้น ไม่สามารถใช้วุฒิที่สูงกว่าสมัครสอบได้
 
 การรับสมัครสอบ
 กองทัพอากาศเปิดรับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม - 5 มีนาคม 2557 ทางเว็บไซต์ http://job.rtaf.mi.th/
 
 รายละเอียดเพิ่มเติม
 - ตำแหน่งส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร)
 - ตำแหน่งกองบินและโรงเรียนการบิน
 
 *แนวข้อสอบทหารอากาศ
 
 เป็นไปตามคาดว่าปีนี้ไม่เปิดรับสมั ครผู้หญิงวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลาย เพราะการเรียกตัวสำรองของปี 25 56 แทบไม่เรียกตำแหน่ง ม.ปลายหญิงเลย ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายทั ้งที่ปีผ่านๆมาก็เรียกตัวสำรองทั้งชายและหญิง ในความคิดเห็นส่ว นตัวของนายบุญเติมคาดว่า ผู้หญิงวุฒิ ม.ปลายกับทหารอากาศคงจะมี โอกาศน้อยลงแล้วในอนาคต นายบุญเติมจะเขียนวิเคราะห์เรื่องนี้ใน โอกาสต่อไป และอาจจะเขียนแนะแนวทางรับสมัครสอบในปี 2557 ซึ่งปี นี้สำหรับชายโอกาศสอบได้มีสูงมากเพราะรับเยอะมากในปีนี้ ใว้จะเ ขียนวิเคราะห์แนวทางการสอบในปี 2557 ในบทต่อไป โปรดติดตาม







http://www.goosiam.com/work/job/question.asp?gid=17938
44  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / ม.อ.พัฒนาปะการังเทียมอย่างต่อเนื่อง แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เมื่อ: มกราคม 22, 2014, 11:20:12 AM
 ม.อ.พัฒนาปะการังเทียมอย่างต่อเนื่อง แก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง สร้างที่อยู่ให้สัตว์น้ำ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล เพิ่มรายได้ สร้างอาชีพแก่พี่น้องประชาชนภาคใต้ เตรียมวางปะการังเทียมเพิ่มที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เดือนมีนาคมนี้

นักวิจัย ม.อ. พัฒนาปะการังเทียม ลดการกัดเซาะชายฝั่ง สร้างที่อาศัยให้สัตว์น้ำ

       ผศ.พยอม รัตนมณี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ) หัวหน้างานวิจัยปะการังเทียมฟื้นฟูชายฝั่ง เปิดเผยว่า เมื่อปี 2557 ได้พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นพื้นที่วงกว้างในภาคใต้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน บ้านเรือนเสียหาย ขาดที่ทำกิน และมีแนวโน้มที่จะสร้างความเสียหายรุนแรงในอนาคต อีกทั้งพบว่าที่ผ่านมาแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวยังไม่มีประสิทธิภาพ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และสร้างผลกระทบในเชิงลบให้เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จึงมีแนวคิดที่จะศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่มั่นคงและยั่งยืน โดยเริ่มศึกษาวิจัยการทำปะการังเทียมเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2549 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลา 7 ปี
       
       "การวิจัยเริ่มจากการรวบรวมข้อมูล สำรวจหาพื้นที่ชายฝั่งที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน และปรึกษาหารือกับชาวบ้านถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ด้านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เริ่มจากการศึกษาวิจัยโดยการจำลองปะการังเทียมด้วยคอมพิวเตอร์ จากนั้นนำมาสร้างเป็นแบบจำลองทางกายภาพ โดยทดลองวางในรางจำลองคลื่น ที่สร้างขึ้นที่ภาควิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อ. ซึ่งเป็นรางจำลองคลื่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่กำลังใช้งานอยู่ในขณะนี้ เพื่อที่จะพัฒนาออกแบบรูปร่างหน้าตาของปะการังเทียมสามารถสลายพลังงานคลื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด"
       
       จากการศึกษาวิจัยเพื่อการออกแบบปะการังเทียม ทำให้ได้ปะการังเทียมที่มีลักษณะเป็นรูปทรงโดมฐานเปิด ทำจากปูนซีเมนต์ สูงประมาณ 1 เมตร 70 เซนติเมตร หนักประมาณ 3-4 ตัน โดยนำไปทดลองเชิงปฏิบัติการ ทดลองวางครั้งแรกที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จังหวัดเพชรบุรี ผลในเบื้องต้นค่อนข้างดีมาก นับว่าเป็นปะการังเทียมที่มีโครงสร้างที่สามารถสลายพลังงานคลื่นได้มากที่สุด มีความมั่นคง มีเสถียรภาพ แข็งแรงมากที่สุด สามารถป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้ดี สัตว์น้ำอย่างกุ้ง หอย ปู ปลา สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้มากที่สุด
       
       ผศ.พยอม กล่าวเพิ่มเติมว่า มีแผนที่จะนำปะการังเทียมไปวางที่บ้านปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ในเดือนมีนาคม 2557 และนำไปวางที่บ้านตันหยงเปาว์ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และที่ บ้านมึงบู ต.ไพรวัลย์ จ.นราธิวาส ในปี 2558 ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาออกแบบรูปทรงปะการังเทียมให้บางลง เพื่อประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง แต่ยังคงสามารถแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้ดี และสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ สร้างความมั่นคงทางด้านทรัพยากรทางทะเล ฟื้นฟูทรัพยากรประมง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
45  Aquaculture and Fisheries News / Aquaculture Tech / Engineering analysis of the stoichiometry of photoautotrophic, autotrophic,... เมื่อ: กันยายน 04, 2013, 04:20:38 PM

James M. Ebelinga, , , Michael B. Timmonsb, J.J. Bisognica Ebeling Aquaculture Consulting, 27 Radcliff Ln, WV 25419, USA
b Department of Biological and Environmental Engineering, Cornell University, Ithaca, NY 14853, USA
c School of Civil and Environmental Engineering, Cornell University, Ithaca, NY 14853, USA

In intensive aquaculture systems, ammonia?nitrogen buildup from the metabolism of feed is usually the second limiting factor to increase production levels after dissolved oxygen. The three nitrogen conversion pathways traditionally used for the removal of ammonia?nitrogen in aquaculture systems are photoautotrophic removal by algae, autotrophic bacterial conversion of ammonia?nitrogen to nitrate?nitrogen, and heterotrophic bacterial conversion of ammonia?nitrogen directly to microbial biomass. Traditionally, pond aquaculture has used photoautotrophic algae based systems to control inorganic nitrogen buildup. Currently, the primary strategy in intensive recirculating production systems for controlling ammonia?nitrogen is using large fixed-cell bioreactors. This option utilizes chemosynthetic autotrophic bacteria, Ammonia Oxidizing Bacteria (AOB) and Nitrite Oxidizing Bacteria (NOB), for the nitrification of ammonia?nitrogen to nitrite?nitrogen and finally to nitrate?nitrogen. In the past several years, zero-exchange management systems have been developed that are based on heterotrophic bacteria and have been promoted for the intensive production of marine shrimp. In this third pathway, heterotrophic bacterial growth is stimulated through the addition of organic carbonaceous substrate. At high carbon to nitrogen (C/N) feed ratios, heterotrophic bacteria will assimilate ammonia?nitrogen directly into cellular protein. This paper reviews these three ammonia removal pathways, develops a set of stoichiometric balanced relationships using half-reaction relationships, and discusses their impact on water quality. In addition, microbial growth fundamentals are used to characterize production of volatile and total suspended solids for autotrophic and heterotrophic systems.

หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8 ... 160