กันยายน 28, 2021, 12:02:05 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
  แสดงกระทู้
หน้า: 1 ... 155 156 157 158 159 [160]
2386  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / ไทยเตรียมนำหลักฐานทหารพม่ารุกน่านน้ำไทยต่อพม่า เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2004, 03:18:36 PM

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม 2547 12:44 น.
 
        คณะกรรมการประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่น ประจำพื้นที่ 6 และหน่วยเฉพาะกิจทหารราบที่ 11 เตรียมนำหลักฐาน และข้อมูลของทหารพม่าที่นำเรือรบรุกล้ำน่านน้ำไทยเข้าจับเรือประมงไทย 2 ลำ เสนอคณะกรรมการส่วนท้องถิ่นฝ่ายพม่า ซึ่งจะมีการประชุมที่ จ.เกาะสอง ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ โดยไทยมีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศที่ยืนยันได้ชัดเจนว่า ขณะเกิดเหตุทหารพม่าได้รุกล้ำน่านน้ำไทย และยิงเรือประมงไทยก่อนที่จะยึดเรือไป
 
 
2387  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงกุ้ง / สถานการการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2004, 03:07:06 PM
ทำลิงค์มาจากรมประมง น่าสนใจครับ
http://www.fisheries.go.th/extension/newmacro.htm
2388  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงกุ้ง / สถานการการเลี้ยงกุ้งขาว เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2004, 03:01:49 PM
สถานการการเลี้ยงกุ้งขาวในปัจจุบัน น่าสนใจครับ
http://www.fisheries.go.th/extension/whitesh.htm
2389  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การตลาดการส่งออก / สถานการณ์การส่งออกและความเคลื่อนไหวราคากุ้งทะเล เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2004, 02:52:03 PM
ณาตยา ศรีจันทึก รายงาน
สถานการณ์ส่งออก
1.กุ้งสดแช่เย็นจนแข็ง

ในปี 2546 การส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งของไทย มีปริมาณ 119,436 ตัน และมูลค่า 35,951 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 50.38 และ 50.02 ของปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งทุกชนิด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ปริมาณและมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 16.24 และ 4.43 ตามลำดับ  โดยมีตลาดที่สำคัญ ดังนี้

สหรัฐอเมริกา : มีการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นจนแข็งไปสหรัฐอเมริกามากที่สุด โดยมีปริมาณและมูลค่าการส่งออก 62,921 ตัน และ 18,706 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 52.68 และ 52.03 ของปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งทั้งหมด ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545 พบว่า การส่งออกกุ้งสดแช่เย็นจนแข็งมีอัตราเพิ่มขึ้นทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า คิดเป็นร้อยละ 48.76  และ 20.32 ตามลำดับ

ญี่ปุ่น :  ปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งไปญี่ปุ่น 22,381 ตัน และ 8,524 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.74 และ 23.71 ของปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งทั้งหมด ตามลำดับ อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545 พบว่า การส่งออกกุ้งสดแช่เย็นจนแข็งไปญี่ปุ่นมีอัตราลดลงทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า คิดเป็นร้อยละ 15.36  และ 11.39 ตามลำดับ

กลุ่มสหภาพยุโรป : มีการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นจนแข็งไปกลุ่มสหภาพยุโรปเพียงเล็กน้อย คือ 697 ตัน คิดเป็นมูลค่า 237 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ  0.58 และ 0.66 ของปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็งทั้งหมด ตามลำดับ นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545 ยังพบว่า  การส่งออกกุ้งสดแช่เย็นจนแข็งไปกลุ่มสหภาพยุโรป มีอัตราลดลงค่อนข้างมากทั้งในด้านปริมาณและมูลค่า  คิดเป็นร้อยละ 61.56 และ 55.78 ตามลำดับ

2.กุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย

แนวโน้มการส่งออกกุ้งในรูปของกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2546 มีการส่งออกกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสีย 110,747 ตัน คิดเป็นมูลค่า 34,238 ล้านบาท  หรือคิดเป็นร้อยละ 46.71 และ 47.64 ของปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งทุกชนิด เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน ปริมาณการส่งออกกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสียมีการเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 5.85 อย่างไรก็ตามมูลค่าการส่งออกมีอัตราลดลงคิดเป็นร้อยละ 8.14 โดยพิจารณาตลาดส่งออกที่สำคัญ ดังนี้

สหรัฐอเมริกา : เป็นตลาดที่ไทยมีการส่งออกกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสียมากที่สุด โดยมีปริมาณและมูลค่าการส่งออก 65,649 ตัน และ 20,817 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 59.28 และ 60.80 ของปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสียทั้งหมด ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545 พบว่า การส่งออกกุ้งดังกล่าวไปสหรัฐอเมริกามีอัตราเพิ่มขึ้นในด้านปริมาณคิดเป็นร้อยละ 6.19  ส่วนมูลค่าการส่งออก มีอัตราลดลง คิดเป็นร้อยละ 7.89

ญี่ปุ่น :  มีการส่งออกกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสียไปญี่ปุ่น 22,932 ตัน และ 8,053 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 20.71 และ 23.52 ของปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสียทั้งหมด ตามลำดับ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545 พบว่า การส่งออกกุ้งดังกล่าวไปญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย โดยมีปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 7.78  และมูลค่าการส่งออกลดลงร้อยละ3.65 ตามลำดับ

กลุ่มสหภาพยุโรป: มีการส่งออกกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสียไปกลุ่มสหภาพยุโรป 2,629 ตัน คิดเป็นมูลค่า 780 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ  2.37 และ 2.28 ของปริมาณและมูลค่าการส่งออกกุ้งปรุงแต่งหรือทำไว้ไม่ให้เสียทั้งหมด ตามลำดับ  เป็นที่น่าสังเกตว่าในตลาดกลุ่มสหภาพยุโรปนี้ มีการส่งออกในรูปของกุ้งปรุงแต่ง ฯ มากกว่ากุ้งสดแช่เย็นจนแข็ง อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2545 พบว่า  การส่งออกกุ้งดังกล่าวไปกลุ่มสหภาพยุโรป มีอัตราการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก โดยด้านปริมาณมีการส่งออกน้อยลง คิดเป็นร้อยละ 2.12 ส่วนมูลค่าการส่งออกมีอัตราเพิ่มขึ้น  คิดเป็นร้อยละ 9.40  

 

ความเคลื่อนไหวราคากุ้งทะเล

1.ราคากุ้งกุลาดำ ณ ตลาดทะเลไทย สมุทรสาคร

ความเคลื่อนไหวของราคากุ้งกุลาดำขนาด 40 60 และ80 ตัว/กก. ณ ตลาดทะเลไทย จังหวัดสมุทรสาคร ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2546 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2547อย่างไรก็ตามราคาเริ่มอ่อนตัวลงในเดือนมีนาคม 2547  โดยมีการเปลี่ยนแปลงของราคาของกุ้งกุลาดำแต่ละขนาด ดังนี้

กุ้งกุลาดำขนาด 40 ตัว/กก. ราคาเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์  316.40 บาท/กก. ลดลงมาอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ย 293.70 บาท/กก. ในเดือนมีนาคม หรือคิดเป็นร้อยละ 7.17

กุ้งกุลาดำขนาด 60 ตัว/กก.  ราคาเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์ 231.60 บาท/กก. ลดลงมาอยู่ที่ระดับราคาเฉลี่ย 193.15 บาท/กก. ในเดือนมีนาคม หรือคิดเป็นร้อยละ 16.60

กุ้งกุลาดำขนาด 80 ตัว/กก.  ราคาเฉลี่ยในเดือนกุมภาพันธ์ 166.60 บาท/กก. ลดลงเหลือเพียง 127.41 บาท/กก. ในเดือนมีนาคม หรือคิดเป็นร้อยละ 23.52

จะเห็นว่า กุ้งกุลาดำขนาดเล็กมีอัตราการลดลงของราคามากกว่ากุ้งขนาดใหญ่

2.ราคากุ้งแวนนาไม ณ ตลาดทะเลไทย สมุทรสาคร


            เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบราคากุ้งแวนนาไมกับกุ้งกุลาดำ พบว่า กุ้งแวนนาไมมีราคาต่ำกว่ากุ้งกุลาดำในทุกขนาด โดยมีรายละเอียดในแต่ละขนาด ดังนี้

กุ้งแวนนาไม ขนาด 40 ตัว/กก.  มีการลดลงของราคาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 ต่อเนื่องจนถึงเดือนมีนาคม 2547 โดยราคาเฉลี่ยในเดือนมีนาคม 175.00 บาท/กก. ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ คิดเป็นร้อยละ 4.16

กุ้งแวนนาไม ขนาด 60 ตัว-กก. มีการเคลื่อนไหวของราคาโดยมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 จนถึงเดือนมีนาคม 2547 โดยราคาเฉลี่ยในเดือนมีนาคม เท่ากับ 125.37 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ คิดเป็นร้อยละ7.52

 กุ้งแวนนาไม ขนาด 80 ตัว-กก. มีการเคลื่อนไหวของราคาเช่นเดียวกันกับกุ้งขนาด 60 ตัว/กก. โดยมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 จนถึงเดือนมีนาคม 2547 สำหรับราคาเฉลี่ยในเดือนมีนาคม เท่ากับ 106.85 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ คิดเป็นร้อยละ 11.53

เป็นที่น่าสังเกตว่า ราคากุ้งแวนนาไมในขนาดเล็ก มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่กุ้งกุลาดำมีแนวโน้มลดลง เมื่อเปรียบเทียบในกุ้งขนาดเดียวกัน
2390  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การตลาดการส่งออก / สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำห่วงสหรัฐฯ ให้ไทยเสียภาษีนำเข้ากุ้งสูง เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2004, 11:04:57 PM
สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำห่วงสหรัฐฯ ให้ไทยเสียภาษีนำเข้ากุ้งสูง
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 กรกฎาคม 2547 18:21 น.
 
 
       
        นายนิธิศ ภัทรกุลชัย นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำในพื้นที่น้ำจืด กล่าวว่า หากปลายเดือนนี้สหรัฐฯ ตัดสินให้ไทยต้องเสียภาษีนำเข้ากุ้งเท่ากับจีนและเวียดนาม หรือสูงกว่าไม่เกิน 10% ก็เป็นการต่อต้านการทุ่มตลาดสินค้ากุ้งจากประเทศไทย เกษตรกรก็ยังแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ เพราะกุ้งไทยได้เปรียบที่มาตรฐานการเลี้ยงที่ดีกว่า แต่หากไทยต้องเสียภาษีสูงกว่านั้น เกษตรกรก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยง เพื่อให้ผลผลิตมีจุดเด่นกว่ากุ้งประเทศอื่น เช่น กุ้งสมุนไพร อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ คาดว่าจะมีเกษตรกรราว 70% ต้องเลิกอาชีพนี้ เพราะไม่อาจแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้
 
2391  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / กษ.ทุ่มงบ 36 ล้าน ทำโครงการปะการังเทียม เพื่อพัฒนาแหล่งทำ กิน จ.นราธิวาส-ปัตตานี เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2004, 09:37:57 AM

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 กรกฎาคม 2547 11:33 น.
       
        กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อนุมัติงบประมาณให้กรมประมงดำเนินโครงการทำปะการังเทียม เพิ่มเติมอีก 12 แห่ง ในพื้นที่ จ.นราธิวาส และปัตตานี แล้ว โดยจะใช้งบประมาณปี 2547 จำนวน 36 ล้านบาท พัฒนาเป็นแหล่งที่ทำกินให้แก่ชาวประมงในเขตชายฝั่งทะเล และป้องกันไม่ให้เรือประมงขนาดใหญ่เข้าบุกรุกแหล่งน้ำซึ่งเป็นแหล่งที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งรูปแบบของปะการังเทียมตามโครงการจะทำเป็นลักษณะของแท่งคอนกรีต เพื่อให้สัตว์น้ำต่างๆ เข้ามาอยู่อาศัย เช่นเดียวกับปะการังเทียมที่ใช้ตู้รถไฟเป็นวัสดุดังเช่นที่ผ่านมา สำหรับที่ทำเพียง 2 จุด ในพื้นที่ภาคใต้เป็นเพราะงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดสรรจากสำนักงบประมาณ ที่เป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้หากงบประมาณดังกล่าวได้รับแล้ว คาดว่า จะใช้เวลาจัดทำโครงการปะการังเทียม ประมาณ 300 วัน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มีท่าทีเห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าไปดำเนินการเพิ่มเติม
 
 
2392  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / ตังเกตราดหวิดปะทะเจ้าหน้าที่ประมงรื้อโพงพาง เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2004, 09:35:37 AM
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 กรกฎาคม 2547 17:11 น.
 
ศูนย์ข่าวศรีราชา-ชาวประมงตราด หวิดเกิดเหตุปะทะ กับเจ้าหน้าที่ประมง หลังเข้ารื้อโพงพาง 10 แห่ง ระบุขวางทางน้ำและทำให้ปู-หอย และปลาขาดอาหาร
       
       วันนี้ ( 8 กรกฎาคม ) ที่บ้านหมู่ 2 บ้านท่าตะเภา ต.หนองโสน อ.เมือง จ.ตราด นายอมร สัมมา ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการประมงน้ำจืด สำนักงานบริหารและจัดการ ปราบปราม กรมประมง พร้อมด้วย นายชยันต์ กาสมเนตร ประมง อ.เมืองตราด นายอัมพร แพทย์ศาสตร์ ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลน บ้านเปร็ดใน นายชูชีพ เลี้ยงถนอม กำนัน ต.ห้วยแร้ง พร้อมเรือตรวจการประมง จำนวน 2 ลำ เจ้าหน้าที่หน่วย ปราบปรามจำนวน 7 นาย ได้เดินทางไปที่บ้านท่าตะเภา เพื่อรื้อเครื่องมือ โพงพางที่ชาวประมงพื้นบ้าน ได้นำมาผูกติด กับไม้และขึงขวางลำคลองท่าตะเภา โดยผิดกฎหมาย
       
       เครื่องมือดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประกาศห้ามใช้เครื่องมือโพงพาง รั้วไซมาน หรือกั้นซู่รั้วไซมาน ลี่ หรือ เครื่องมือที่มีลักษณะและวิธีการใช้คล้ายคลึงกัน ทำการประมง เนื่องจากเป็นการ ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่างร้ายแรง กีดขวางการ สัญจรทางน้ำและทำให้ร่องน้ำและทางเดินเรือตื้นเขิน
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อไปถึงบริเวณปากคลองท่าตะเภา ปรากฏว่า มีเครื่องมือโพงพางจำนวน 150-200 ปาก ที่เป็นของชาว บ้านท่าตะเภา นำมาดักกุ้งก้ามกราม ซึ่งปิดกั้นลำคลอง อยู่จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ประมงทำการทำลายทิ้งโดยตัดเชือก และใช้เลื่อยตัดเสาทิ้ง แต่ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังรื้ออยู่นั้น ได้มีเรือประมงหางยาวของชาวประมงพื้นบ้านกว่า 15 ลำ ที่มีชาวบ้านนั่งมารวม 40-50 คน ขับพุ่งตรงมาที่เรือตรวจการ 2 ลำ และล้อมเรือ ทั้ง 2 ลำไว้ พร้อมสอบถามนาย อมร สัมมา ว่าทำไมจึงไม่แจ้งให้ชาวบ้านทราบ พร้อมแสดงอารมณ์โมโหต่อเจ้าหน้าที่ประมง เกือบเกิดการปะทะกันขึ้น
       
       นายอมร ได้ชี้แจงและแจกใบประกาศของกระทรวงเกษตรฯ เรื่องการห้ามใช้เครื่องมือโพงพาง รั้วไซมาน หรือกั้นซู่ รั้วไซมาน เครื่องมือลี่ หรือเครื่องมือที่มี ลักษณะและวิธีการคล้ายคลึงกันกับเครื่องมือดังกล่าว ทำการ ประมงในแม่น้ำลำคลอง หนองบึง รวมทั้งในอ่าวทะเล ทั้งนี้ระบุว่า 1) ห้ามมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดใช้เครื่องมือ โพงพาง รั้วไซมานหรือกั้นซู่รั้วไซมาน เครื่องมือลี่ หรือเครื่องมือที่มีลักษณะและวิธีการคล้ายคลึง กันทำการประมง ในที่จับสัตว์น้ำทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร
       
       2) ประกาศฉบับนี้มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ทำประมง ซึ่งได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ 3) ประกาศฉบับนี้มิให้ใช้บังคับแก่การกระทำ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อการทดลองค้นคว้าในทางวิชาการ ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมง ก็มีนโยบายที่จะปรับเปลี่ยนอาชีพนี้ไปเป็นการเลี้ยงปลาในกระชัง แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้รับงบประมาณจากทางรัฐบาล จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้
       ส่วนการที่เจ้าหน้าที่ประมงเดินทางมาครั้งนี้ ไม่ใช่มากลั่นแกล้งชาวประมง แต่ที่ผ่านมาก็ได้ประชาสัมพันธ์ ให้ชาวประมงได้ทราบ แล้วและขอให้รื้อไปภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2547 แต่ปรากฏว่าชาวประมง ไม่ยอมรื้อจึงเดิน ทางมาชี้แจง ทำให้ชาวประมงเข้าใจและยินยอมให้รื้อไปโดยดี โดยไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ประมงรื้อ
 
 
2393  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / ฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาให้เป็นแหล่งเศรษฐกิจด้านการประมงของภาคใต้ได้ เมื่อ: กรกฎาคม 04, 2004, 04:52:43 PM
thaisnews.com
ประจำวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2547
หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันสามารรถฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาให้เป็นแหล่งเศรษฐกิจด้านการประมงของภาคใต้ได้
 
(26 มิ.ย.47) นายกำพล แกล้วทนงค์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการสัมมนาโครงการเฉลิมพระเกียรติน้อมเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา สรรสร้างเครือข่ายประชาชน ครู เยาวชน เรื่อง " ทะเลสาบของเรา" โดยมีครู อาจารย์ นักเรียน และประชรชนเข้าสัมมนาประมาณ 100 คน ซึ่งคณะทำงานโครงการพัฒนาทะเลสาบจัดขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสร้างเครือข่ายในการพัฒนาฟื้นฟูทะเลสาบจากทุกภาคส่วน


ในโอกาสนี้หัวหน้าผู้ตรวจราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้บรรยายพิเศษและกล่าวว่า ทะเลสาบสงขลา****3 จังหวัดคือ พัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ถึง 8,495 ตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดพัทลุง และกำลังเสื่อมโทรมอย่างน่าวิตก โดยมีสาเหตุสำคัญทั้งบนบก ภูเขา และทะเล เช่นการตัดไม้ทำลายป่า การพังทลายของหน้าดินลงสู่ทะเลสาบ การใช้ปุ๋ยและสารเคมีในการเกษตร การทิ้งน้ำเสียลงทะเล ขยะ การทำลายป่าชายเลน และการทำการประมงที่ผิดกฎหมาย แต่ก็สามารถแก้ไขและฟื้นฟูได้ ถ้าทุกคนทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและประชาชนร่วมกับแก้ไขฟื้นฟู โดยคาดว่าเมื่อทะเลสาบสงขลาได้รับการฟื้นฟูก็จะเป็นแหล่งเศรษฐกิจด้านการประมงของภาคใต้ อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลต่ออาชีพและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น.
 
2394  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงกุ้ง / เลี้ยงกุ้งเขตห้าม! ปล่อยน้ำเค็มลงห้วย เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2004, 09:33:01 AM

มติชน 30 มิย 2547
ชาวท่ายางวอนทางการช่วยด่วน หลัง"เสี่ยสอง"ฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลและประกาศจังหวัดเพชรบุรี เลี้ยงกุ้งในเขตห้ามเลี้ยง ปล่อยน้ำเค็มลงลำห้วยและแม่น้ำเพชร

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายสนิท เปลี่ยนสี หรือโกย้ง อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 8 ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี พร้อมด้วยชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้นำ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรีและคณะพร้อมสื่อมวลชน ไปยังพื้นที่หมู่ 8 ต.ท่าไม้รวก บริเวณด้านทิศตะวันออกซึ่งติดกับลำห้วยกลัดหมัน อันเป็นลำห้วยสาธารณะของหมู่บ้าน โดยชี้ให้เห็นถึงร่องรอยและท่อระบายน้ำที่สามารถปล่อยน้ำเค็มที่ใช้เลี้ยงกุ้งกุลาดำหรือกุ้งขาว ลงในลำห้วยและไหลต่อเนื่องลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ซึ่งชาวบ้านอ้างว่าบ่อเลี้ยงกุ้งดังกล่าวเป็นของนายสมเกียรติ ศรีอุทารวงศ์ หรือเสี่ยสอง และก่อให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนเสียหายให้แก่ชาวบ้านละแวกนี้มานานหลายปี

นายสนิท หรือโกย้ง กล่าวอ้างด้วยว่า ชาวบ้านเคยรวมตัวกันไปร้องทุกข์กับนายเชิดศักดิ์ ชูศรี สมัยที่เป็นนายอำเภอท่ายางเมื่อหลายปีก่อน นายเชิดศักดิ์ได้ดำเนินการจนถึงขั้นฟ้องร้องยังศาลจังหวัดเพชรบุรี โดยพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมเกียรติหรือเสี่ยสองเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3346 / 2545 แต่ยังไม่ทันสืบพยาน นายสมเกียรติหรือเสี่ยสองได้ยอมรับผิดและทำสัญญาต่อศาลว่าจะไม่เลี้ยงกุ้งกุลาดำในพื้นที่ดังกล่าวอีกต่อไป ศาลได้มีคำพิพากษาไปตามสัญญายอม

"แต่ปรากฏว่าหลังจากนั้นนายสมเกียรติได้นำกุ้งขาวมาเลี้ยงแทนกุ้งกุลาดำ ซึ่งการเลี้ยงกุ้งขาวต้องใช้น้ำทะเลเป็นส่วนประกอบมากกว่าการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ 2-3 เท่า ถือได้ว่านายสมเกียรติหรือเสี่ยสองฝ่าฝืนคำพิพากษาของศาล และฝ่าฝืนต่อประกาศของจังหวัด ละเมิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ชาวบ้านคิดว่าขนาดศาลมีคำพิพากษาแล้ว นายสมเกียรติหรือเสี่ยสองยังดื้อดึง ก็ไม่ทราบว่าจะพึ่งใครได้อีกแล้ว ขอให้ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี และสื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายอำเภอท่ายาง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านด้วย" นายสนิทกล่าว

น.ส.สุมล ประธานชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรีกล่าวว่า จะนำปัญหานี้หารือกับสำนักงานอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เพชรบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านท่าไม้รวกต่อไป
2395  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ / การสัมมนาผลการวิจัย โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตปูทะเลเชิงการค้า เมื่อ: มิถุนายน 22, 2004, 03:12:49 PM
การสัมมนาผลการวิจัย  โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตปูทะเลเชิงการค้า

  สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ  จะจัดสัมมนาผลการวิจัย เรื่อง  โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตปูทะเลเชิงการค้า ขึ้น ในวันพฤหัสบดี ที่  29  กรกฏาคม  2547  ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น  กรุงเทพมหานคร  โดยจะมีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นและแนวทางในการผลิตและจัดการผลผลิตปูทะเล ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องเพาะขยายพันธุ์ในขั้นตอนการอนุบาลลูกปูวัยอ่อน  ที่มีอัตราการรอดค่อนข้างต่ำ   ดังนั้นการศึกษาวิจัยเพื่อการเพาะพันธุ์ปูทะเลให้มีอัตรารอดตายสูงและหาปูทะเลสายพันธุ์ที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงเชิงการค้าควรได้รับการสนับสนุน  อย่างยิ่ง  ซึ่งในการสัมมนาครั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้และประสบการณ์ ระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตปูทะเลและผู้ประกอบการได้นำข้อเสนอแนะที่ได้จากผลการวิจัยส่งเสริมและพัฒนาการผลิตปูทะเลเชิงการค้าต่อไปในอนาคต
   
หน้า: 1 ... 155 156 157 158 159 [160]