ตุลาคม 17, 2021, 05:11:56 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
  แสดงกระทู้
หน้า: 1 ... 151 152 153 154 155 [156] 157 158 159 160
2326  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / "สึนามิ"ถล่มไทย บอบช้ำไกลถึงยุโรปเหนือ เมื่อ: มกราคม 17, 2005, 10:26:02 AM

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 มกราคม 2548 23:13 น.
 
 
       ณ เวลานี้ ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายการเยือนของบรรดาผู้นำประเทศตะวันตกมากที่สุดแห่งหนึ่ง
       
       ยังไม่นับการเดินทางของเหล่ารัฐมนตรีต่างประเทศหลายสิบประเทศ ที่เทียวไปมาที่กรุงเทพฯและภูเก็ต แทบทุกวัน รวมทั้งผู้แทนองค์กรต่างประเทศอีกเป็นร้อยแห่ง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ธรณีพิบัติ เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.47
       
       แน่นอนว่า ไม่ได้เป็นความตั้งใจล่วงหน้า ที่ผู้นำ 3 ประเทศนอร์ดิก อันได้แก่ นายเยอราน เพร์สซอน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรสวีเดน นายเชลล์ มังเนอ บอนเดอวิก นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ และนายมัตติ วันฮาเนน นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐฟินแลนด์ เดินทางมาไทยพร้อมๆกัน ระหว่างวันที่ 16-18 ม.ค.48
       
       ในช่วงเวลาของการฉลองคริสต์มาส นักท่องเที่ยวตะวันตกหลายหมื่นคนเลือกที่จะพักผ่อนบนชายหาดฝั่งทะเลอันดามันของไทย และที่ครองสัดส่วนมากที่สุดเห็นจะเป็น นักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศนอร์ดิก อันได้แก่ สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก และไอซ์แลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ทางยุโรปเหนือ
       
       โดยเฉพาะชาวสวีเดน ประเทศไทยกลายเป็นที่เที่ยวยอดนิยมในช่วงวันหยุดยาวๆ มานับสิบปี เพราะมีแสงแดดอุ่นและค่าใช้จ่ายถูก นักท่องเที่ยวสวีเดนที่มากันเป็นครอบครัวจะจองโรงแรมและรีสอร์ตชายทะเลในไทยล่วงหน้าหลายเดือน แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวสวีเดนมาเยือนไทยถึง 220,000 คน
     
       รัฐบาลสวีเดนระบุว่า มีชาวสวีเดนถึง 20,000 กำลังพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ในเมืองไทย ส่วนใหญ่ตามชายหาดภูเก็ต เขาหลัก และรีสอร์ตหลายแห่งย่านอันดามัน ในช่วงที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
       
       นักท่องเที่ยวจากสวีเดนและกลุ่มนอร์ดิก จึงได้รับความบอบช้ำมากที่สุด ในบรรดานักท่องเที่ยวตะวันตกจากธรณีพิบัติครั้งนี้
       
       ตัวเลขเบื้องต้นจากสถานเอกอัครราชทูตของสวีเดน นอร์เวย และฟินด์แลนด์ (10 ม.ค.) แจ้งว่า สวีเดน มีผู้เสียชีวิต 52 ราย สูญหาย 597 ราย,นอร์เวย์ มีผู้เสียชีวิต 12 ราย สูญหาย 82 ราย และฟินด์แลนด์ มีผู้เสียชีวิต 5 ราย สูญหาย 177 ราย
       
       แต่นั่นเป็นข้อมูลที่สามารถระบุตัวนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพราะความจริงยังหานักท่องเที่ยวไม่พบอีกหลายพันคน เฉพาะชาวสวีเดน ซึ่งนับว่าเป็นต่างชาติสูญเสียมากที่สุด มีตัวเลขผู้ที่ยังไม่ทราบชะตากรรมมากกว่า 3,500 คน
       
       ผู้นำสวีเดน ถึงกับบอกว่า "สวีเดนเป็นประเทศเล็กๆ แต่จำนวนคนตายมหาศาล" ส่วนสำนักข่าวต่างประเทศพาดหัวว่า "ชาวสวีเดนอาจตายมากกว่าเหตุการณ์ 9/11"ในนครนิวยอร์ก และอาจเป็นการสูญเสียผู้คนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 200 ปีของสวีเดน
       
       สื่อมวลชนทั้งสวีเดน นอร์เวย์ และฟินแลนด์ ยังออกข่าวชื่นชมและขอบคุณคนไทยที่ให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บจากคลื่นยักษ์อย่างไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน นักท่องเที่ยวชาวสวีเดนผู้หนึ่งยกย่องทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ให้เป็นวีรสตรีในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ทรงให้ความช่วยเหลือบุตรชายวัย 18 เดือน ในวันเกิดเหตุ
       
       แต่ชาวนอร์ดิกที่บาดเจ็บรายล่าสุด คือ นายกรัฐมนตรีเพรสซอน ของสวีเดน ที่ถูกสื่อมวลชนและฝ่ายค้านสวีเดนโจมตีอย่างหนัก ถึงความล่าช้าในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งเครื่องบินมารับประชาชนของตนเองกลับประเทศ ที่ล่วงเลยมาถึง 2 วัน หลังจากเกิดคลื่นยักษ์ ทั้งๆที่มีข่าวประโคมไปทั่วโลกว่านักท่องเที่ยวจากสวีเดนสาหัสที่สุดจากเหตุการณ์นี้ ทั้งกล่าวกันว่า 1 ใน 3 ของชาวสวีเดน หรือประมาณ 2,800,000 คน จะได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมจากภัยพิบัติ
       
       นายบอนเดอวิก นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ก็โดนวิพากษ์วิจารณ์ความโยกโย้ในการรับมือกับสถานการณ์นี้ เนื่องจากมีชาวนอร์เวย์กว่า 1,000 คน ยังไม่มีใครทราบชะตากรรม
       
       นายเพร์สซอน จึงหาทางมึง้สถานการณ์ หารือกับนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ตัดสินใจเดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อออกสำรวจพื้นที่โดยตรง และขอบคุณคนไทยที่นั่น ต่อมาผู้นำฟินด์แลนด์ ก็ตัดสินใจรวมวงเดินทางครั้งนี้ด้วย
       
       นอกจากนี้นายเพร์สซอน ยังได้ขอให้ไทยอนุมัติการเลื่อนสถานะสถานกงสุลกิตติมศักดิ์สวีเดน ที่ จ.ภูเก็ต เป็นสถานกงสุลใหญ่สวีเดน เพื่อให้การช่วยเหลือชาวสวีเดนที่ประสบภัยจากคลื่นสึนามิที่ จ.ภูเก็ต และใกล้เคียง ซึ่งคณะรัฐมนตรีไทยก็ได้อนุมัติไปแล้ว
       
       สำหรับนายกรัฐมนตรี แอนเดอร์ส ฟอจห์ ราสมุสเซ่น แห่งเดนมาร์ก ประสงค์จะเดินทางมาเยือนไทยเช่นกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่ชัด
 
       นอกจากผู้นำสวีเดนแล้ว พระเจ้าคาร์ล กุสตาฟ ที่ 16 กษัตริย์แห่งสวีเดน ก็ประกาศแผนเสด็จเยือนไทยอย่างเป็นทางการเช่นกัน เพื่อแสดงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และชาวไทยที่มีต่อชาวสวีเดนหลายพันคนในช่วงมหันตภัยครั้งนี้
       
       ขณะเดียวกับที่นายพอล มาร์ติน นายกรัฐมนตรีแห่งแคนาดา ได้เดินทางมาไทยช่วงสั้นๆ โดยเดินทางเยือน จ.ภูเก็ตโดยตรง วานนี้(16 ม.ค.) เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย และแสดงความขอบคุณไทยเช่นกัน
       
       นายกรัฐมนตรีสวีเดน นอร์เวย์ และฟินด์แลนด์ ได้เดินทางถึงกรุงเทพฯ วันเดียวกัน (16ม.ค.) ผู้นำทั้ง 3 ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน และ มีการพบหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และร่วมรับประทานอาหารค่ำ
       
       ช่วงเช้าวันนี้(17 ม.ค.) นายกรัฐมนตรีทั้ง 3 ประเทศ จะเดินทางเยือน จ.ภูเก็ต และ พังงา เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบภัย ที่เขาหลัก ศูนย์ชันสูตรศพที่วัดย่านยาว และเยี่ยมพื้นที่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นอร์ดิก จากนั้นจะเข้าพบนายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย และผวจ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่ ที่ศาลากลาง จ.ภูเก็ต
       
       ในช่วยเย็น นายกรัฐมนตรีสวีเดนและนอร์เวย์ จะร่วมพิธีเปิดสถานกงสุลใหญ่สวีเดน ณ โรงแรมเพิร์ลวิลเลจ จ.ภูเก็ต ซึ่งนอร์เวย์ จะใช้ร่วมกับสวีเดนด้วย ส่วนนายกรัฐมนตรีฟินด์แลนด์ จะแยกเดินทางไปสำรวจพื้นที่ชายหาดกะตะ และเยี่ยมอาสาสมัคร
       ในอนาคตสถานกงสุลแห่งนี้ ยังจะช่วยดูแลชาวสวีเดนที่เดินทางมาที่ภูเก็ต และพื้นที่ใกล้เคียงด้วย แน่นอนว่ามีทั้งที่มาเที่ยวและการตามหาญาติพี่น้องผู้สูญหาย รัฐบาลสวีเดนจึงเตรียมแต่งตั้งเจ้าหน้าที่การทูตที่มีประสบการณ์มาประจำที่นี่ด้วย
       
       แต่การบ้านที่ผู้นำ 3 ประเทศนอร์ดิกจะต้องทำให้ลุล่วงหรือคืบหน้ามากที่สุดจากการเยือนครั้งนี้ คือ การค้นหาผู้สูญหาย และระบุตัวผู้เสียชีวิตชาวนอร์ดิก ตลอดจนการดูแลผู้บาดเจ็บ และนำกลับประเทศโดยเร็ว
       
       การช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่รัฐบาล 3 ประเทศได้ดำเนินการแล้ว คือ สวีเดนมอบเวชภัณฑ์,คอนเทนเนอร์ 20 ตู้ ส่งหน่วยนิติเวช และเจ้าหน้าที่แพทย์ จัดส่งเครื่องบินมารับผู้ประสบภัยชาวสวีเดนกลับประเทศ ด้านนอร์เวย์ก็ได้มอบเวชภัณฑ์ ส่งหน่วยนิติเวชและเจ้าหน้าที่แพทย์ ส่งเครื่องบินมารับชาวนอร์เวย์กลับประเทศเช่นกัน
       ส่วนฟินด์แลนด์ นอกจากจะส่งหน่วยนิติเวชและพิสูจน์หลักฐาน ยังได้มอบเงินจำนวน 25 ล้านยูโรผ่านองค์กรอนามัยโลก(WHO), สภากาชาด, UNICEF, และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO)
       
       แผนงานต่อไปจะเป็นเรื่องการหาแนวทาง ช่วยแหลือการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย รวมทั้งความร่วมมือในการสร้าง"อนุสรณ์สถานธรณีพิบัติ" ซึ่งกลุ่มประเทศนอร์ดิกให้ความสนใจมาก
       
       เพราะนั่นจะเป็นศูนย์รวมของการเดินทางมารำลึกถึงญาติพี่น้อง และเพื่อนพ้องผู้หายไปกับกระแสคลื่นสึนามิ
 
 
2327  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงกุ้ง / ไอทีซีเตรียมส่งเจ้าหน้าที่สำรวจกุ้งไทยหลัง"สึนามิ" เมื่อ: มกราคม 17, 2005, 09:57:37 AM

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 มกราคม 2548 16:02 น.
 
 
       
       ทูตเกษตรประจำสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยระบุสหรัฐเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (ไอซีที) เข้ามาสำรวจความเสียหายของอุตสาหกรรมกุ้งไทยใน 6 จังหวัดภาคใต้ เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาทบทวนยกเลิกการใช้มาตรการภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สินค้ากุ้งของไทย ทูตเกษตรประจำสถานทูตสหรัฐได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์คลื่นยักษ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในทุกด้านโดยเฉพาะด้านการเกษตรให้เป็นไปตามที่ไทยร้องขอ
       
       นายพินิจ กอศรีพร รองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ นาย Roderick MacShrry ทูตเกษตรประจำสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบ นายบรรพต หงษ์ทอง ปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยในระหว่างการหารือ ทูตเกษตรของสหรัฐยืนยันตามที่ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ร้องขอคือภายในเดือนมกราคมนี้ ทางการของประเทศสหรัฐจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ ไอซีทีเข้ามาสำรวจความเสียหายของอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยเฉพาะโรงเพาะฟักลูกกุ้งในพื้นที่ 6 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ จากนั้นจะมีการนำข้อมูลความเสียหายไปประกอบการพิจารณาทบทวนยกเลิกมาตรการเอดีสินค้ากุ้งของไทย
       
       นายพินิจ กล่าวว่า ขณะนี้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมประมงเร่งสำรวจความเสียหายของผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้งใน 6 จังหวัดที่ประสบภัย ซึ่งคาดว่าพื้นที่เลี้ยงกุ้งจะได้รับความเสียหายไม่น้อยกว่าร้อยละ 30-40 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ส่วนวันและเวลาที่ไอซีทีจะเดินทางมาสำรวจความเสียหายของพื้นที่เพาะเลี้ยงลูกกุ้งนั้น จะทราบความชัดเจนในวัน 18 มกราคมนี้
       
       นอกจากนี้ ในระหว่างการหารือทูตเกษตรประจำสถานทูตสหรัฐได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์คลื่นยักษ์ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือในทุกด้านโดยเฉพาะด้านการเกษตรให้เป็นไปตามที่ไทยร้องขอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสำรวจความเสียหายภาคการเกษตร การปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ชาวประมมงสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้ตามเดิม การแก้ไขปัญหาสภาพน้ำใต้ดินที่ได้รับผลกระทบ หรือปรับปรุงระบบชลประทาน
       
       ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องการให้สหรัฐช่วยเหลือด้วยการจัดส่งผู้เชี่ยวชาญมาสำรวจโครงสร้างภาคการประมงในพื้นที่ 6 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์ทั้งระบบ เนื่องจากหลังการเกิดคลื่นยักษ์ ระบบนิเวศน์ทรัพยากรทางทะเลได้รับความเสียหายถึงร้อยละ 90 ส่งผลให้ทรัพยากรทางทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลงจนอาจกระทบต่อการประกอบอาชีพการทำประมงของเกษตรกรในอนาคต โดยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมประมงไปจัดทำรายละเอียด ของโครงการความร่วมมือดังกล่าว จากนั้นจะแจ้งให้สหรัฐรับทราบถึงแนวทางการขอรับความช่วยเหลือต่อไป
 
 
2328  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / ญี่ปุ่นเตรียมเสนอเครือข่ายเตือนภัยสึนามิในเอเชียตะวันออก เมื่อ: มกราคม 10, 2005, 03:14:29 PM

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 มกราคม 2548 14:08 น.
 
 
       
        หนังสือพิมพ์นิฮอนเคไซ ของญี่ปุ่น ฉบับวันจันทร์นี้ รายงานว่า รัฐบาลโตเกียวเตรียมเสนอแผนการติดตั้งเครือข่ายระบบเตือนภัยคลื่นยักษ์ในเขตเอเชียตะวันออกในพื้นที่มหาสมุทรอินเดียเข้าสู่วาระการประชุมป้องกันภัยพิบัติของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่มีกำหนดเริ่มขึ้นในวันที่ 18 มกราคมนี้ ที่เมืองโกเบ เครือข่ายใหม่ดังกล่าวจะมีขอบข่ายการเตือนภัยจากญี่ปุ่นผ่านน่านน้ำของกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปสู่ชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียนั้นจะสามารถใช้งานเชื่อมกับระบบเดิมที่ใช้ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีทั้งญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ และอีก 23 ชาติร่วมกันใช้งาน โดยระบบเตือนภัยจะติดตั้งระบบตรวจจับแผ่นดินไหว อุปกรณ์วิเคราะห์คลื่นยักษ์ และระบบแสดงพิกัดผ่านดาวเทียม (จีพีเอส) จำนวนทั้งสิ้นกว่า 100 จุด ซึ่งญี่ปุ่นจะเสนอออกค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและดำเนินงานของระบบเครือข่ายเพื่อลดภาระของแต่ละประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

 
 
2329  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / เงินชดเชยค่าเสียหายเรือประมงผ่านการพิจารณาแล้ว เมื่อ: มกราคม 07, 2005, 11:06:47 PM
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 มกราคม 2548 17:42 น.
   
        นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เงินชดเชยค่าเสียหายเกี่ยวกับเรือประมง ได้ผ่านการพิจารณาจากหลายคณะแล้ว สรุปว่า จะช่วยเหลือร้อยละ 60 ของราคาเรือ ส่วนอีกร้อยละ 40 ให้ธนาคารของรัฐปล่อยเงินมึง้แบบปลอดดอกเบี้ย โดยให้ใช้คืนภายใน 3-5 ปี พร้อมกันนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยมึง้เรือที่อับปางจำนวนมาก ที่บ้านทับละมุ
        สำหรับตัวเลขเรือประมงที่ได้รับความเสียหาย แบ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ 377 ลำ เรือขนาดเล็ก 618 ลำ เจ้าหน้าที่เก็บมึง้เรือขนาดใหญ่ได้แล้ว 1 ใน 3 ขณะที่เรือขนาดเล็กมึง้ได้ประมาณ 25%
 
 
2330  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การตลาดการส่งออก / สหรัฐประกาศยกเลิกภาษีเอดีกุ้งช่วยประเทศที่ประสบภัย"สึนามิ" เมื่อ: มกราคม 07, 2005, 10:54:57 PM
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 มกราคม 2548 17:19 น.
     
       กระทรวงการคลังเปิดเผยข้อมูล เรื่องสหรัฐจะประกาศอัตราภาษีเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดกุ้งไทยหรือเอดี ว่า ล่าสุดคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ ITC (The United States International Trade Commission ) อาจจะยกเลิกมาตรการ AD กุ้งให้กับประเทศไทยและอินเดีย ที่ประสบปัญหาจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม โดยเรื่องนี้จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ทราบต่อไป
       
       นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลจากสำนักงานกฎหมายที่ไทยว่าจ้างให้ติดตามเรื่องสหรัฐจะประกาศอัตราภาษีเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาดกุ้งไทยหรือเอดี ว่า ล่าสุดคณะกรรมการการค้าระหว่างประเทศ ITC (The United States International Trade Commission ) อาจจะยกเลิกมาตรการ AD กุ้งให้กับประเทศไทยและอินเดีย ที่ประสบปัญหาจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิถล่ม แต่ทั้งนี้จะต้องขอให้ทางไทยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเสียหายดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง โดยเรื่องนี้จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีให้ทราบต่อไป เท่าที่ทราบคณะกรรมการไต่สวนได้มีการโหวตเกี่ยวกับการยกเลิกมาตรการดังกล่าว 4 ใน 6 เสียง ให้กับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภัยสึนามิ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวที่ดีสำหรับกุ้งไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องส่งข้อมูลเพื่อพิสูจน์ความเสียหายดังกล่าวว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและชาวนากุ้งของประเทศทั้งสองจริง
       
       ซึ่งก่อนหน้านี้ นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากทูตพาณิชย์ของไทยในสหรัฐว่าคณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐ (ITC) ได้หยิบยกกรณีที่ประเทศในเอเชียทั้งไทยและอินเดียที่ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิและได้มีการยื่นข้อเสนอว่าจะมีการทบทวนการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) สำหรับสินค้ากุ้งที่นำเข้าเป็นกรณีพิเศษ หากมีเหตุผลเพียงพอก็จะเปลี่ยนแปลงการใช้มาตรการเอดีได้
       
       “ทาง ITC ยกขึ้นมาเองเลยว่าจะพิจารณาทบทวนให้เป็นกรณีพิเศษ แม้ว่าจะมีการประกาศผลความเสียหายขั้นสุดท้ายไปแล้วว่ามีความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในของสหรัฐจริง และกำลังจะเริ่มจัดเก็บอากรเอดี แต่ในเมื่อประเทศเหล่านี้ได้รับผลกระทบจากสึนามิและการเลี้ยงกุ้งได้รับความเสียหายไปด้วยก็จะพิจารณาดูให้ว่าถ้าสึนามิทำให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งเสียหายก็จะเปลี่ยนแปลงอัตราเอดีให้เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือ คาดว่าในเร็ว ๆ นี้ ITC จะให้มีการขอให้ไทยส่งข้อมูลความเสียหายไปให้ ขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศได้แจ้งให้ผู้ประกอบการได้เตรียมข้อมูลไว้แล้ว” นายราเชนทร์ กล่าว
       
       อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์สหรัฐได้ประกาศผลอัตราเอดีสินค้ากุ้งขั้นสุดท้ายกับประเทศที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุ่มตลาดเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา โดยไทยถูกเรียกเก็บภาษีเอดีขั้นสุดท้ายลดลงที่อัตราเฉลี่ยร้อยละ 6.03 จากเดิมที่ถูกเรียกเก็บขั้นต้นร้อยละ 6.39 อินเดีย ภาษีขั้นสุดท้ายร้อยละ 9.45 จากร้อยละ 14.20 บราซิลร้อยละ 10.40 จากร้อยละ 23.66 และประเทศเอกวาดอร์ ถูกเรียกเก็บลดลงเหลือร้อยละ 3.26 จากเดิมร้อยละ 7.30 จีนภาษีอัตราเฉลี่ยร้อยละ 27.89-112.81 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่ถูกฟ้องร้องทั้ง 6 ประเทศ ส่วนเวียดนามถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราเฉลี่ยลดลงเหลือร้อยละ 4.13-25.76
       
       ทั้งนี้ อัตราเอดีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ ก็ต่อเมื่อ ITC ได้ประกาศผลการไต่สวนความเสียหายขั้นสุดท้ายแล้ว และจากที่ได้รับแจ้ง ITC ยืนยันว่ามีความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในสหรัฐจริง โดยเฉพาะกุ้งสด แต่เมื่อมีเหตุการณ์สึนามิทำให้อุตสาหกรรมเลี้ยงกุ้งในประเทศที่ถูกใช้มาตรการเอดีได้รับความเสียหาย ITC จึงได้ประกาศที่จะทบทวนให้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน แต่ผลการทบทวนจะออกมาในรูปใดก็ขึ้นอยู่กับว่าความเสียหายเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน
       
       นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า เห็นด้วยหากสหรัฐจะประกาศทบทวนเอดีกุ้งแก่ประเทศที่ประสบปัญหาคลื่นยักษ์ถล่ม ดังนั้น สิ่งที่ไทยต้องทำตอนนี้คือประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดทำข้อมูล และสรุปผลความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคลื่นสึนามิ เพื่อให้สหรัฐอเมริกาได้ทบทวนหรือยกเลิกการจัดเก็บเอดีกุ้ง และเชื่อว่าสหรัฐจะแสดงความเป็นผู้นำในการเข้ามาช่วยเหลือประเทศที่เดือดร้อนและคงมีการทบทวนเรื่องเอดีกุ้งให้กับประเทศที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นสึนามิ ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐหยบิยกขึ้นมาเองเพื่อช่วยเหลือประเทศผู้ประสบภัย ซึ่งภาคเอกชนเห็นด้วยกับเรื่องนี้
 
 
2331  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / ปาฏิหาริย์ปะการัง สัตว์ทะเลเสียหายแค่ 5% กรมทรัพย์ฯเตือนอย่าเที่ยวถ้ำ 4 จังหวัด เมื่อ: ธันวาคม 31, 2004, 09:46:17 PM

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 ธันวาคม 2547 18:31 น.
 
 
       ปาฎิหาริย์ปะการัง สัตว์ทะเลไม่เป็นอันตราย เสียหายน้อยมาก 95%อยู่ในสภาพปกติ รวมทั้งสัตว์น้ำขนาดใหญ่แทบไม่เสียชีวิตเลย คณะสำรวจเร่งเก็บข้อมูลทุกพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเพื่อประมวลข้อมูลทำการฟื้นฟูต่อไป ด้านกรมทรัพยากรธรณีประกาศเตือนภัยห้ามประชาชนเข้าไปในถ้ำ 4 จังหวัดคือกระบี่ สตูล พังงา ตรังเตือนให้คนในพื้นที่ระมัดระวังเฝ้าสังเกตความผิดปกติและระงับการไปเที่ยวในถ้ำต่างๆในพื้นที่ หากมีสิ่งบอกเหตุให้รีบหนีออกจากบริเวณนั้นทันทีและโปรดอย่าเจาะบ่อบาดาลใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติ
       นายอุกฤต สตภูมินทร์ นักวิชาการประมง 8 ว. สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน กรมทรัพยากรทางทะเล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ เปิดเผยผลการสำรวจเบื้องต้นของชายฝั่งทะเลในพื้นที่ จ.ภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมาพบว่า แนวปะการังน้ำลึก และแนวหญ้าทะเลไม่ได้รับความเสียหายอย่างที่หวั่นวิตกกัน เนื่องจากหลักการทำลายล้างของคลื่น “สึนามิ” จะทำลายสิ่งที่อยู่บริเวณตื้นเขินติดชายฝั่ง จึงทำให้มีเพียงปะการังน้ำตื้นที่แตกหักอันเนื่องจากกระแสคลื่น แต่ก็เป็นความเสียหายเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนปะการังที่มีอยู่ทั้งหมด โดยเฉพาะที่เกาะเฮซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีแนวปะการังสวยงามเป็นนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คณะสำรวจได้สอบถามชาวบ้านที่หลงเหลืออยู่ในพื้นที่ รวมทั้งนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลาราชนครินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้สำรวจใต้น้ำ โดยการดำน้ำเพื่อสำรวจและบันทึกภาพถ่ายพบว่า ปะการังส่วนใหญ่ที่เสียหายเป็นปะการังในเขตน้ำตื้น และแตกหักเนื่องจากเศษซากสิ่งก่อสร้างที่ถูกพัดลงใต้น้ำมากระทบ ไม่ใช่เพราะแรงน้ำ ส่วนแนวหญ้าทะเลมีสภาพไม่แตกต่างกัน คือได้รับผลกระทบน้อย สัตว์น้ำที่อาศัยตามปะการังก็ไม่ได้หายไปไหนและคาดว่าจะกลับเข้าฝั่งในไม่ช้านี้ แต่ปัญหาที่เห็นได้ชัดคือ การกัดเซาะชายฝั่งทะเลและสิ่งก่อสร้างที่เกลื่อนเต็มชายฝั่ง ทั้งนี้สภาพผลสำรวจโดยรวมทั้งหมดจะนำมาประมวลผล และทำการฟื้นฟู รวมทั้งจะเร่งสำรวจในพื้นที่อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดต่อไป
       
       “ส่วนเรื่องความขุ่น-ใสของน้ำทะเล แม้น้ำทะเลจะ ไม่ใสเหมือนเดิมแต่ก็ไม่ขุ่นจนหน้าเป็นห่วง ทั้งนี้เพาะพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นหาดทรายสลับกับพื้นที่ของป่าชายเลนทำให้มีโคลนขึ้นมามาก อย่างไรก็ตามโดยรวม 95% อยู่ในสภาพปกติ จนแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าแหล่งท้องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้เร็วที่สุด คือ หาดเจ้าไหม เนื่องจากเข้าเคลียพื้นที่ได้ง่ายที่สุด”นายอุกฤตกล่าว
       นางกาญจนา อดุลยานุโกศล นักวิชาการประมง 8 ว. นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านปลาโลมาและพะยูน สถาบันเดียวกัน กล่าวยืนยันผลการสำรวจความเสียหายของสัตว์ทะเลว่า มีความเสียหายน้อยมากซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี แทบจะไม่พบสัตว์ใหญ่อย่างโลมา หรือพะยูนเสียชีวิตเลย อาจมีเพียงปลาเล็กปลาน้อย กุ้ง หอย ปู ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ริมทะเลขึ้นมาตายอยู่บนหาดเนื่องจากถูกคลื่นซัดเข้ามาแล้วกลับลงทะเลไม่ได้
       
       “มีรายงานว่า เมื่อ 2 วันก่อน ได้พบปลาพะยูนเพศผู้ หนัก 40 กิโลกรัม ที่ทับละมุ โดนคลื่นซัดมาติดอยู่ที่บริเวณชายหาดแต่ไม่เสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงรีบให้การช่วยเหลือ ปฐมพยาบาลทำแผลและฉีดยา เมื่อแข็งแรงดีจึงปล่อยกลับคืนสู่ทะเล ส่วนบริเวณเกาะลิบง จ.ตรัง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีปลาพะยูนมากที่สุด จากการสอบถามเบื้องต้นจากชาวบ้านพบว่ายังมีปลาพะยูนอีกมากแต่ไม่ขึ้นมาให้เห็น เนื่องจากคงอพยบไปอยู่บริเวณน้ำลึก เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายคาดว่าปลาพะยูนกลุ่มนี้จะกลับมาอยู่เหมือนเดิม
       
       ด้านกรมทรัพยากรธรณีประกาศเขตพื้นที่เสี่ยงภัยต่อหลุมยุบเนื่องจากเพดานถ้ำหรือโพรงของหินปูนใต้ดินยุบ หรือถล่มในพื้นที่จังหวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ประกอบด้วย -จังหวัดกระบี่ ที่อำเภออ่าวลึก ตำบลอ่าวลึกเหนือ ต.อ่าวลึกน้อย -จังหวัดสตูล ที่อำเภอเมือง ต.เกตรี ต.ควนโพธิ์ ต.ฉลุง ต.คลองขุด ต.บ้านควน ต.ปูยู อำเภอควนโดน ที่ต.ควนโดน ต.ย่านซื่อ ต.ควนสะตอ ต.วังประจัน และที่อำเภอมะนังที่ ต.ปาล์มพัฒนา ที่อำเภอควนกาหลง ต.ควนกาหลง ต.ทุ่งนุ้ย ต.อุใดเจริญ อำเภอละงู ที่ต.ละงู ต.กำแพง ต.เขาขาว ต.ปากน้ำ ต.น้ำผุด -จังหวัดพังงาที่อำเภอทับปุด ต.ทับปุด ส่วน -จังหวัดตรังในอำเภอห้วยยอด ต.น้ำปุด ต.ปากแจ่ม ต.ท่างิ้ว อำเภอเมืองที่ต.น้ำผุด ต.นาท่ามเหนือ และต.บางรัก
       
       ทั้งนี้ การเกิดการยุบตัวของโพรงหรือถ้ำใต้ดินดังกล่าวสืบเนื่องมาจากแรงดันของน้ำและอากาศภายในโพรงหรือถ้ำเปลี่ยนแปลง จึงทำให้โพรงหรือถ้ำใต้ดินที่อยู่ในชั้นหินปูนที่มีเพดานไม่แข็งแรง และมีชั้นดินหรือชั้นหินปิดทับอยู่ไม่หนานัก จะเสียสมดุลและยุบตัวลงโดยปกติก่อนยุบตัวจะเกิดเสียงค่อนข้างดัง เนื่องจากเพดานถ้ำหรือโพรงร้าวหรือบางแห่งอาจมีน้ำพุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุก่อน แล้วจึงถล่มหรือยุบตัวลงไป
       
       กรมทรัพยากรธรณีจึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โปรดระมัดระวังเฝ้าสังเกตความผิดปกติและระงับการไปเที่ยวในถ้ำต่างๆในพื้นที่ตามประกาศ หากมีสิ่งบอกเหตุดังกล่าวให้รีบหนีออกจากบริเวณนั้นทันทีและโปรดอย่าเจาะบ่อบาดาลใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติ สำหรับตำบลในพื้นที่หินปูนที่มิได้อยู่ในบัญชีรายชื่อ แต่อยู่ในเขตหินปูนควรเฝ้าสังเกตด้วย

 
 
2332  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / บ้านชาวประมงบนเกาะมุก จ.ตรัง โดนคลื่นยักษ์ซัดหายกว่า 40 หลัง เมื่อ: ธันวาคม 30, 2004, 03:53:16 PM

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 13:26 น.
 
 
       
        ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะมุก ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง กว่า 300 หลังคาเรือน จากทั้งหมด 420 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก บ้านเรือนราษฎรหายไปทั้งหลังกว่า 40 หลังคาเรือน เรือประมงพลิกคว่ำกว่า 100 ลำ ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนประมาณ 2,000 คน ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้อพยพไปอยู่กับญาติในเมือง แต่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่ โดยอพยพไปอยู่บนพื้นที่สูง และต้องประสบการกับสภาวะขาดแคลนอาหาร น้ำ เสื้อผ้า และยารักษาโรค ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะมุก กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานราชการเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง โดยเฉพาะชาวประมงที่ขณะนี้ไม่มีที่อยู่อาศัยและเครื่องมือทำกิน
        ส่วนผู้ที่บ้านเรือนได้รับความเสียหาย ขณะนี้องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง ให้อาศัยอยู่ที่สถานีอนามัยเป็นการชั่วคราว สรุปความเสียหายของจังหวัดตรังจนถึงขณะนี้ พบผู้เสียชีวิตแล้ว 5 คน บาดเจ็บ 70 กว่าคน บ้านเรือนราษฎรเสียหายกว่า 500 หลังคาเรือน เรือประมงเสียหายกว่า 100 ลำ และปลาในกระชังเสีย หายอีกจำนวนมาก ประเมินมูลค่าเสียหายคร่าวๆ ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
 
 
2333  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / ก.เกษตรเร่งช่วยเหลือชาวประมง เมื่อ: ธันวาคม 30, 2004, 03:52:07 PM

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 15:47 น.
 
 
       กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งช่วยเหลือชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติโดยจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวประมงที่จังหวัดภูเก็ต และเตรียมขอปรับอัตราค่าชดเชยแก่ชาวประมงให้เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน
       
       นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงมาตรการการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิ ที่จังหวัพังงา โดยเฉพาะพี่น้องชาวประมง ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก ว่า ขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ระดมกำลังเร่งมึง้ซากเรือ และซ่อมแซมเรือประมง ซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินของพี่น้องประชาชนที่เสียหายหลายพันลำ
       
       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวอีกว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ขออนุมัติจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวประมงขึ้นมาโดยเฉพาะ ที่จังหวัดภูเก็ต โดยบูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายของกระทรวงฯ ระดมกำลังช่วยเหลือประชาชน โดยนายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงมาอำนวยการด้วยตนเอง เพื่อให้ประชาชนสามารถช่วยเหลือตนเองในเบื้องต้นได้โดยเร็ว
       
       นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมขออนุมัติ ปรับเพิ่มอัตราค่าชดเชยเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากเดิมที่เป็นระเบียบเก่าใช้มากว่า 10 ปีแล้ว โดยขณะนี้กำลังพิจารณาอัตราค่าชดเชยที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
 
 
2334  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / กษ.เตรียมประชุมหารือหลักเกณฑ์ช่วยเหลือประมงที่ประสบภัยใหม่ เมื่อ: ธันวาคม 30, 2004, 03:50:11 PM

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 18:31 น.
 
 
       
        นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และกล่าวว่า มีเรือประมงทั้งขนาดกลาง ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เสียหายลอยมาเกยตื้นบริเวณชายฝั่งมากถึง 4,614 ลำ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถทำการเก็บมึง้ได้ เพราะต้องรอประชุมหารือเรื่องหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือใหม่ เนื่องจากหลักเกณฑ์เดิมนั้นยังน้อยอยู่ ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือชาวประมงได้อย่างเต็มที่ โดยคาดว่าจะสามารถเก็บมึง้ได้ภายในเร็ววันนี้
       
 
 
2335  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / คลื่นยักษ์ถล่มวิถีชุมชนประมงล่มสลาย เมื่อ: ธันวาคม 29, 2004, 11:12:02 AM

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 00:47 น.
        แหลมตุ๊กแก บริเวณเกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมงพื้นบ้านขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะภูเก็ต ชาวชุมชนที่นี่เรียกตัวเองว่าเป็น “ชาวไทยใหม่” แต่สำเนียงที่สื่อสารกันภายในชุมชนเป็นภาษาของ “ชาวเล” หรือ “ชาวน้ำ” ชนกลุ่มน้อยที่มีวิถีชีวิตผูกติดกับท้องทะเลมาเนิ่นนานนับร้อยนับพันปี คือกลุ่มชนที่กระจายตั้งหลักปักฐานตามเกาะแก่งและชายฝั่งกินพื้นที่หลายประเทศในย่านทะเลอันดามัน
       
       นับเนื่องหลายสิบปีมาแล้วที่ชาวไทยใหม่ ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน สร้างผลผลิตสัตว์น้ำประเภทต่างๆ เป็นอาหารป้อนเข้าสู่เมือง เพื่อหล่อเลี้ยงผู้คนบนเกาะสวรรค์ที่เลื่องชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งท้องทะเลอันดามันสุดหรูแห่งนี้มานานแสนนาน แม้ผู้คนในชุมชนที่นี่กว่า 1,000 ชีวิตจะยังค่อนข้างขัดสนกันอยู่บ้าง เรือนพักที่มีอยู่กว่า 200 หลังส่วนใหญ่ยังเป็นแค่เพิงสังกะสี แต่ก็ล้วนมีความเป็นอยู่แบบพอเพียงกันถ้วนทั่ว
       
       แต่แล้วช่วงสายของวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ธรณีวิบัติภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิที่ถาโถมเข้าสู่ชายฝั่งของเกาะภูเก็ตก็ได้พลิกผันวิถีชีวิตของผู้คนเกือบทั้งชุมชน จากชีวิตที่พออยู่พอกินกลับกลายเป็นแทบจะหมดเนื้อหมดตัวไปตามๆ กัน
       
       หลายครอบครัวเคยอยู่กันอย่างอบอุ่นในเพิงพักสังกะสี มีเสื้อผ้าและเครื่องใช้ไม้สอดอย่างเพียงพอ ในวันนี้เหลือเพียงเสื้อผ้าติดตัวชุดเดียว และไม่มีแม้กระทั่งที่จะคลุมหัวนอน หลายครอบครัวเคยมีเรือหัวโทง ได้ใช้เป็นเครื่องมือหากินหลัก ในวันนี้กลับมีแต่เศษไม้ที่ไม้สามารถจะนำกลับมาประกอบเป็นเรือได้อีกเหมือนเดิม
       
       และในวันนี้วัดเกาะสิเหร่ กลางชุมชน กลับกลายเป็นเรือนพักพิงชั่วคราวของผู้คนชาวไทยใหมเกือบจะทั้งหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้านที่มากด้วยตำนานแห่งนี้
       
       อาเต็ม ช้างน้ำ วัย 48 ปี หนึ่งในชาวชุมชนแหลมตุ๊กแก เขาเป็นผู้นำครอบครัวที่มีสมาชิกอยู่ร่วมกันในเพิ่งพักรวม 12 คน บอกเล่ากับ “ผู้จัดการรายวัน” ว่ากว่า 20 ปีมาแล้วที่เขาทำอาชีพเรือประมงวางลอบดักปลา ออกทะเลไปดำน้ำยกลอบได้ปลาบ้าง ไม่ได้บ้าง ถ้าวันไหนโชคดีก็มีเงินมาหล่อเลี้ยงครอบครัว 1,000-2,000 บาท
       
       “ชั่วชีวิตผมที่อยู่กับท้องทะเลมาไม่เคยเห็นเหตุการณ์อะไรที่รุนแรงอย่างนี้มาก่อนเลย วันนั้นคลื่นยักษ์มันกระแทกเรือหัวโทงคู่ชีพผมแตกละเอียดไปทั้งลำ เหลือเพียงกองเศษไม้ไว้ดูต่างหน้า เครื่องยนต์ฮอนด้าก็ถูกคลื่นซัดลงทะเล บ้านแม้ไม่พังยับ แต่ก็เหลือเพียงโครงสร้าง ข้าวของเครื่องใช้ก็ไม่มีเหลือ”

       ระหว่างคำบอกเล่า นายอาเต็มทอดสายตาเหม่อลอย จับความได้ว่า ณ ห้วงเวลานี้เขาไม่อยากจะคิดอะไรให้รกสมองอีกแล้ว เรื่องความเป็นอยู่ของครอบครัวต่อจากนี้ค่อยว่ากันทีหลัง ขอนอนวัดและรับข้าวน้ำบริจาคไปสักพักก่อนเผื่ออะไรๆ จะดีขึ้นบ้าง
       
       ขณะที่ สมชาติ ประมงกิจ อายุ 37 ปี เพื่อนร่วมอาชีพประมงพื้นบ้านด้วยกัน แม้ไม่ได้เป็นเจ้าของเรือ แต่เขาก็ออกทะเลดำกุ้งดำหอยหาเลี้ยงครอบครัวอยู่รอดมาตลอด เขาเพิ่มเติมเรื่องราวชีวิตอันบอบช้ำของชาวไทยใหม่แห่งชุมชนแหลมตุ๊กแกให้ฟังว่า ในวันนั้นคลื่นยักษ์กวาดเอาบ้านของเขาทั้งหลังลงทะเลไปหมดสิ้น ภรรยาและลูกชาย 2 คน รวมถึงตัวเขาสมบัติที่เหลืออยู่ก็มีแต่เสื้อผ้าติดตัวคนละชุดเท่านั้น
       
       เขาจดจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้อย่างยากที่จะลืมเลือนไปชั่วชีวิต ระหว่างยืนอยู่ในวัดเกาะสิเหร่มีคนมาบอกว่า ที่หมู่บ้านชาวประมงบริเวณหาดราไวย์ของเกาะภูเก็ตไกลออกไป ได้เกิดคลื่นลูกใหญ่กวาดเรือจมไปหลายลำแล้ว ทีแรกเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่แล้วชาวบ้านตื่นกลัวกัน เขายกมือท่วมหัวไหว้พระพุทธรูป ก่อนที่จะวิ่งกลับบ้านไปอุ้มแม่ที่มีอายุมากแล้วหนีคลื่นนรก
       
       “คลื่นลูกแรกที่ถล่มหมู่บ้านไม่ใหญ่นัก ผมเห็นบ้านผมยังอยู่ก็จะวิ่งเข้าไปเก็บข้าวของ แต่ภรรยาฉุดให้หนีขึ้นที่สูงเพราะเห็นคลื่นลูกที่สองกำลังเข้ามา สุดท้ายคลื่นลูกหลังนี้สูงใหญ่จนกวาดบ้านทั้งหลังของผมไปหมด”
       
       สมชาติบอกด้วยว่า เขาพยายามเก็บเงินที่จะส่งลูกชายคนโตที่กำลังจะจบ ม.3 ได้เรียนต่ออาชีวะ และลูกชายคนเล็กกำลังจะจบ ป.6 ได้เรียนต่อ ม.1 แต่เงินก้อนนั้นก็ได้สูญหายไปพร้อมกับบ้านทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ความคิดตื้อตันไปหมด ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป ครอบครัวจะมีชีวิตอย่างไรต่อไป

       ด้าน ศิริศักดิ์ ขนานชี ผู้ประกอบการฟาร์มเหมือนใจ ที่ตั้งอยู่กลางหมู่บ้านแหลมตุ๊กแก เปิดเผยว่า เขาเพิ่งจะร่วมกับน้องชายขอเช่าฟาร์มจากผู้ประกอบการรายเดิมมาทำต่อ ช่วงประมาณครึ่งเดือนมานี้ลงทุนกันไปแล้วประมาณ 200,000 บาท ต่อเติมอาคารและจัดหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ปลาการ์ตูนและหอยเป๋าฮื้อ แต่ปรากฏว่าถูกคลื่นยักษ์ทำลายเหลือแต่ซาก แถมสูญเงินทองและของมีค่าไปในคราวเดียวกันอีกประมาณ 100,000 บาท
       
       “แม้ไม่มีใครมาช่วยเหลืออะไรเลย และผมก็ยังไม่รู้ว่าจะฟื้นกิจการได้หรือเปล่า แต่เมื่อผมได้เห็นเพื่อนร่วมงานทุกคนปลอดภัยดี แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว” แม้เวลาพูดจะพยายามแสดงให้เห็นถึงเสียงหัวเราะ แต่แววตาก็ยังแฝงไว้ถึงความกังวลใจ
       
       สินธิ แดงสกุล ประมงจังหวัดภูเก็ต สรุปภาพรวมความเสียหายจากคลื่นยักษ์ถล่มเกาะภูเก็ตของกิจการประมงในพื้นที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ต่างก็ได้รับความเสียหายทั่วหน้า มีการคาดการณ์ในเบื้องต้นแล้วว่า เฉพาะบนเกาะภูเก็ตมีมูลค่าความเสียหายสูงถึงหลายร้อยล้านบาท เรือประมงพาณิชย์ล่มกว่า 70 ลำ และเรือประมงพื้นบ้านล่มอีกกว่า 900 ลำ
       
       
       ………………………
       
       ห่างไปอีกนับร้อยกิโลเมตร ที่หมู่บ้านทับละมุ อ.ท้ายเหมืองหมู่บ้านประมงที่สำคัญอีกแห่งของ จ. พังงา
       
       ......................................
       
       “มันเหมือนในหนังเลย …..” เด็กหนุ่มวัยรุ่นลูกชายของคุณลุง ประทีป กำแต่ง บอกเล่าเมื่อนึกเปรียบเทียบกับหนังฮอลลีวู้ด เรื่อง THE DAY AFTER TOMORROW ที่ครอบครัวเพิ่งพากันล้อมวงลุ้นอย่างออกรสเมื่อตัวเอกของเรื่องกำลังวิ่งหนีคลื่นยักษ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับโชว์แผ่นซีดีที่เสียบอยู่บนหลังคาบ้านซึ่งเหลือรอดจากคลื่นสึนามิ เมื่อ 2 วันก่อน ขณะที่ฝาบ้านและอุปกรณ์ภายในบ้านทั้งหลายถูกคลื่นยักษ์กวาดเกลี้ยง นำโคลนตมสีดำเข้ามาแทนที่
       
       คุณลุงประทีป พาครอบครัวมาปักหลักเฝ้าแพปลา ป.พิชัยนาวา ที่หมู่บ้านทับละมุ อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เมื่อ 6 ปีก่อน โดยไม่เคยคาดฝันว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด เพราะมัววิ่งๆ หยุดๆ เนื่องจากพะวงห่วงลูกชายคนเล็กอายุราว 8-9 ขวบที่วิ่งเล่นอยู่รอบแพปลาซึ่งถูกคว้าแขนพาวิ่งหนีคลื่นยักษ์โดยลูกชายอีกคนหนึ่ง
       
       ขณะเกิดเหตุ ลุงประทีป มองเห็นน้ำขึ้นๆ ลงๆ อยู่สองสามรอบ ก่อนคลื่นยักษ์ที่ถาโถมเข้าฝั่งพังทลายทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่หมู่บ้านทับละมุ ซึ่งอยู่ติดทะเลยังโชคดีเพราะมีเขาหน้ายักษ์บังอยู่ข้างหน้า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมีเพียงร้อยกว่าหลังจากจำนวนหมู่บ้านที่มีอยู่ร่วม 600 หลังคาเรือน
       
       นอกเหนือจากบ้านเรือนพังพินาศแล้ว เรือประมงที่ผูกติดกันเป็นแพอยู่หน้าหมู่บ้านกว่า 200 ลำ ที่จอดลอยลำอยู่ใน “ช่วงหยุดหงาย” ระหว่างขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 4 ค่ำ ต่างจมหายและถูกสาดซัดขึ้นไปเกยตื้นกลางหมู่บ้าน แพปลา 5 แห่งที่เคยคึกคักในหมู่บ้านนี้เงียบเหงามีเพียง “ผู้กล้า” เข้ามาฉีดน้ำล้างโคลนทำความสะอาดรอวันฟื้นตัว ขณะที่ผู้คนร่วมพันในหมู่บ้านแห่งนี้ พร้อมกับลูกเรือชาวพม่ากว่า 3,000 คน ต่างปักหลักที่วัดหลักแก่น รอความช่วยเหลือจากทางการ
        ลุงสมชวน รุ่งเอียด เจ้าของเรือหางยาวในหมู่บ้านทับละมุ ที่รอดตายจากคลื่นยักษ์สึนามิ เล่าว่า หมู่บ้านทับละมุ เป็นหมู่บ้านชาวประมงและท่าแพปลาที่สำคัญของอำเภอท้ายเหมือง จ.พังงา ก่อเกิดขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกับการตั้งฐานทัพเรือที่ตั้งอยู่คนละฟากถนนมาร่วม 40 ปีแล้ว ในชั่วชีวิตของเขาไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์อย่างนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่มรสุมซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตชาวประมง
       
       “ผมลอยเรืออยู่กลางทะเลห่างจากฝั่ง 3 ไมล์” ลุงสมชวน เล่าให้ฟังถึงเหตุผลที่ทำให้รอดชีวิตในครั้งนี้ พร้อมกับบอกว่า ที่รอดมาได้เพราะเพื่อนๆ บอกว่าอย่าเข้าฝั่ง คลื่นยักษ์กำลังซัดเข้าหมู่บ้าน เรือของเขาซึ่งมีอยู่ 4 คนจึงรอด
       
       ส่วนครอบครัวของลุงสมชวน ที่อยู่บนฝั่งต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดได้ จึงหวิดเกิดโศกนาฎกรรม ต่างไปจากครอบครัวบ้านหน้าอ่าวที่สูญเสียสมาชิกในครอบครัว พร้อมๆ กับบ้านเรือนที่พังทลายไม่เหลือสภาพ
       
       แม้ชาวบ้านทับละมุ จะไม่ถูกคลื่นยักษ์พัดราบเป็นหน้ากลองทั้งหมู่บ้าน และสูญเสียชีวิตมากมายก่ายกองเหมือนนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แต่สำหรับชีวิตของ “กำนันเปี๊ยก” เจ้าของแพปลาใหญ่ที่สุดในหมู่บ้านซึ่งเพียรพยายามสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีเรือกว่าร้อยลำ กลับดูเหมือนจะพบกับความสูญเสียจนยากจะเรียกขวัญกำลังใจกลับคืนมาเพราะสิ้นเนื้อประดาตัวจากคลื่นยักษ์สึนามิ
       
       “กำนันเครียดมาก ไม่อยากเจอใครเลย ไม่ยอมออกจากบ้าน” เจ้าอาวาสวัดหลักแก่น บอกข่าวกำนันแห่งบ้านทับละมุ ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางที่คนในพื้นที่ให้ความเกรงอกเกรงใจ
       
       หมู่บ้านทับละมุ หนึ่งในแผนที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ ในฐานะจุดที่ตั้งท่าเรือน้ำลึกตามโครงการศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาคหรือ “ฮับน้ำมัน” ตามความฝันของกระทรวงพลังงาน ที่กำลังโรดโชว์หาผู้ร่วมลงทุนในวันนี้เงียบเหงา ชาวบ้านที่ไม่กลัวตายจากข่าวลือคลื่นยักษ์จะหวนกลับมาอีกกำลังช่วยเหลือตัวเองด้วยการซ่อมแซมบ้านเรือและเรือประมงที่หลงเหลืออยู่ และยังไม่มีสัญญาณการเข้าช่วยเหลือพื้นที่แห่งนี้จากทางการเพราะกำลังเจ้าหน้าที่และกำลังพลที่ไม่เพียงพอรับมือกับหายนะครั้งนี้
 
 
2336  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / ธรณีไหวอิเหนาเปลี่ยนแผนที่เอเชีย เมื่อ: ธันวาคม 29, 2004, 11:01:17 AM
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 ธันวาคม 2547 20:32 น.
        เอเอฟพี / รอยเตอร์ - นักธรณีฟิสิกส์ระบุ แผ่นดินไหวใหญ่ในอินโดนีเซียเขย่าแรงถึงแกนโลก และส่งผลให้ที่ตั้งเกาะแก่งหลายแห่งเปลี่ยนแปลงถาวร ขณะ "กรีนพีซ" ชี้ ภาวะโลกร้อน มลพิษ และแนวปะการังถูกทำลาย ทำให้แนวชายฝั่งง่ายต่อการทำลายล้างของภัยพิบัติอย่างสึนามิ
       
        เคน ฮัดนัต ผู้เชี่ยวชาญการสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ เผยเมื่อวันจันทร์ (27) ว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ ห่างจากเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 250 กิโลเมตร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพิกัดแผนที่โลก
       
        "จากแบบจำลองแผ่นดินไหว เกาะขนาดเล็กจำนวนหนึ่งนอกชายฝั่งทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะสุมาตรา อาจเคลื่อนออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 20 เมตร นับเป็นการเลื่อนไถลที่ไกลทีเดียว" ฮัดนัตกล่าว
       
        เขาเผยอีกว่า ส่วนปลายเกาะสุมาตราทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ยังอาจเบียงเบนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 36 เมตร ขณะเดียวกัน พลังงานที่ปล่อยออกมาจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกทั้งสองด้าน ทำให้แกนโลกเกิดการสั่นสะเทือน
       
        ด้านนักธรณีฟิสิกส์จากศูนย์วิจัยยูเอสจีเอส เห็นด้วยกับมุมมองที่ว่า โลกมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางเล็กน้อย และเกาะเล็กเกาะน้อยนอกสุมาตราเกิดการเคลื่อนที่จากแผ่นดินไหว
       
        อย่างไรก็ดี สจ็วร์ต ซิปกิ้น จากศูนย์ข้อมูลแผ่นดินไหวแห่งชาติยูเอสจีเอส ในโกลเด้นโคโลราโด บอกว่า เกาะแก่งต่างๆนอกสุมาตราน่าจะยกตัวสูงขึ้นจากน้ำทะเล มากกว่าเคลื่อนที่ไปตามแนวระนาบของโลก
       
        "ในกรณีนี้ แผ่นเปลือกโลกอินเดียมุดลงใต้เปลือกโลกพม่า ส่งผลให้เกิดการยกตัว ดังนั้น การเคลื่อนที่ของบรรดาเกาะน้อยใหญ่น่าจะเป็นไปในแนวดิ่ง มากกว่าแนวนอน"
       
        ด้านบรรดาผู้เชี่ยวชาญทางนิเวศน์วิทยา เปิดเผยในวันเดียวกันว่า แม้ระบบนิเวศวิทยาตามแนวชายฝั่งจะไม่สามารถป้องกันความรุนแรงของคลื่นยักษ์ แบบเดียวกับที่พัดกระหน่ำเอเชีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
       
        ทว่า สภาวะโลกร้อน การพัฒนาชายหาดแบบไร้ทิศทาง ตลอดจนภัยคุกคามอื่นๆที่อยู่ในการควบคุมของมนุษย์ กำลังบั่นทอนแนวป้องกันทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ป่าชายเลน เรื่อยไปจนถึงแนวปะการัง
       
        "ชายหาดในหลายประเทศกำลังถูกคุกคาม" แบรด สมิธ จากกลุ่มกรีนพีซ เผยต่อว่า "การสร้างถนน ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง การพัฒนาต่างๆตามชายหาดและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว กำลังกัดกร่อนแนวป้องกันทางธรรมชาติในเอเชีย"
       
        นอกจากนี้ บรรดานักวิทยาศาสตร์ยังกล่าวด้วยว่า การก่อตัวของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ จากฝีมือการเผาผลาญพลังงานฟอสซิลของมนุษย์ มีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดพายุรุนแรงและระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังทำให้แนวชายหาดค่อยๆถูกทำลายลงอย่างต่อเนื่อง
 
 
2337  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / พบผลกระทบคลื่นยักษ์ไปยังฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกแล้ว เมื่อ: ธันวาคม 29, 2004, 10:52:34 AM

 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 09:59 น.
 
 
       
        ศูนย์เตือนภัยคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกในมลรัฐฮาวาย สหรัฐฯ ออกประกาศเตือนให้ระวังคลื่นยักษ์ขนาดไม่รุนแรงที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกอันเนื่องจากผลกระทบจากคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรอินเดีย รายงานระบุว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับคลื่นในทะเลนอกชายฝั่งแถบเกาะฟิจิ อเมริกันซามัว นิวซีแลนด์ และฮาวาย ห่างออกไปประมาณ 9,000 กิโลเมตร จากชายฝั่ง โดยแนวคลื่นเพิ่มระดับขึ้นสูงประมาณ 11 - 65 เซนติเมตร ศูนย์ระบุว่า ได้ตรวจพบพลังงานที่รั่วไหลมาจากทางมหาสมุทรอินเดีย ทำให้ระดับน้ำทะเลเกิดความผันผวนเล็กน้อย ซึ่งแม้คลื่นจะสูงขึ้นไม่มากนักแต่ถือเป็นเรื่องไม่ปกติ สำหรับพลังงานดังกล่าวถูกผลักมาจากทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย จากนั้น จะเคลื่อนไปรอบทางตะวันตก และทางใต้ของออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นจะเป็นการเพิ่มในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
 
 
2338  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / “สึนามิ”ประมงลงทะเล-ภูเก็ตสูญหลายร้อยล้าน เมื่อ: ธันวาคม 29, 2004, 10:47:30 AM

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 ธันวาคม 2547 02:52 น.
 
       ศูนย์ข่าวภูเก็ต – ประมงจังหวัดภูเก็ตประเมินความเสียหาย ในกิจการเรือหาปลาและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ เผยแค่เบื้องต้นก็มีมูลค่าหลายร้อยล้านบาท
       
       
       นายสินธิ แดงสกุล ประมงจังหวัดภูเก็ต เปิดเผย ถึงผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิถล่มในพื้นที่ว่า ผู้ประกอบการประมงในภูเก็ตไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายเล็กได้รับความเสียหายมากพอสมควร ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล แต่จากการประเมินในเบื้องต้นน่าจะมีความเสียหายในส่วนที่เป็นทรัพย์สินรวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท นอกจากนั้นก็ยังมีชาวประมงพื้นบ้านเสียชีวิต 2 ราย
       
       ในปี 2546 มีเรือประมงขึ้นทะเบียนไว้กับประมงจังหวัดภูเก็ตประมาณ 1,300 ลำ แต่เมื่อคลื่นยักษ์ถล่มเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่ผ่านมา ขณะนี้สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ตได้รวบรวมตัวเลขเบื้องต้นแล้วพบว่า มีเรือประมงในพื้นที่ได้รับความเสียหายเกือบ 1,000 ลำ ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเรือประมงพาณิชย์หรือขนาดใหญ่กว่า 70 ลำ และเรือประมงพื้นบ้านหรือขนาดเล็กกว่า 900 ลำ
       
       “ในส่วนของเรือประมงพาณิชย์นั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ยังพอซ่อมแซมเรือได้ แต่เรือประมงพื้นบ้านเกือบทั้งหมดยากที่จะซ่อมแซม เพราะส่วนมากถูกคลื่นยักษ์กระแทกแตกเป็นเศษกระดานเลย” นายสินธิกล่าวและว่า
       
       นอกจากนี้แล้ว ในส่วนของการทำประมงแบบการเพาะเลี้ยงในพื้นที่ภูเก็ตก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเลี้ยงปลา กุ้ง ปู หอยแมลงภู่ รวมถึงหอยมุก เป็นต้น มีเกษตรการได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 24 หมู่บ้าน 8 ตำบล คิดเป็นเกษตรกรทั้งหมด 264 ราย ในจำนวนนี้เป็นกระชังเลี้ยงปลาประมาณ 2,000 กระชัง สำหรับความเสียหายอยู่ในระดับ 80-90% เลยทีเดียว
       
       “จุดที่เรือประมงพาณิชย์ได้รับความเสียหายมากที่สุดอยู่ในคลองท่าจีนบริเวณเกาะสิเหร่ เพราะเป็นจุดจอดเรือเมื่อคลื่นยักษ์มาก็ได้กวาดไปกองรวมกันอยู่บริเวณสะพานคอนกรีตข้ามคลอง ตอนนี้เราก็ได้ประสานความช่วยเหลือกรมประมงแล้ว ทางกรมก็ได้ส่งนักประดาน้ำมาให้ความช่วยเหลือ 1 ชุดรวม 8 คน เดินทางมาถึงช่วยเย็นของวันที่ 28 ธันวาคมนี้ ซึ่งจะช่วยดำน้ำไปผูกเชือกหรือปลดสิ่งกีดขวางต่างๆ ใต้น้ำ เพื่อให้มึง้เรือได้สะดวกขึ้น”
       
       ประมงจังหวัดสงขลากล่าวด้วยว่า แต่สำหรับเรือประมงพื้นบ้านที่ได้รับความเสียหายนั้น ส่วนมากกระจายอยู่ทั่วไปรอบๆ เกาะภูเก็ต ความช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นเรือเล็กหรือเรือใหญ่ สำนักงานจะรวบรวมแล้วเสนอไปยังกรมเพื่อพิจารณาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ โดยจะทะยอยส่งไปเป็นชุดๆ ที่มีความพร้อม เพราะหากจะรวมให้ได้รายละเอียดทั้งหมดจะทำให้ล่าช้าไม่ทักการณ์
       
       
       สำหรับการรับแจ้งความเสียหายของสำนักงานท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตขององค์การสะพานปลานั้น ตัวเลข ณ เวลา 16.00 น. ของวันที่ 28 ธันวาคม 2547 ระบุว่า มีผู้ประกอบการแจ้งจำนวนเรือประมงที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์สึนามิแล้วจำนวน 90 ลำ ส่วนมากเป็นเรือประมงพาณิชย์ ซึ่งจะทยอยส่งเรื่องให้สำนักงานประมงจังหวัดดำเนินการต่อไป
 
 
2339  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เพาะเลี้ยงกุ้ง / กษ.เร่งช่วยเหลือชาวประมง 6 จังหวัดที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์ เมื่อ: ธันวาคม 28, 2004, 03:31:56 PM
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 ธันวาคม 2547 11:42 น.
 
 
       
        นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า บ่ายวันนี้จะเดินทางไปสำรวจความเสียหายทางด้านพื้นที่การประมงใน 6 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ เบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีเรือประมงสูญหายประมาณ 2,000 ลำ และกระชังปลา กว่า 15,000 กระชัง อีกทั้งฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งมังกร กุ้งแชบ้วย ซึ่งเป็นฟาร์มส่งออกขนาดใหญ่ของไทยได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง 90 ฟาร์ม ด้านปศุสัตว์ ทั้งโค กระบือ แพะ แกะ และสุกร ล้มตายกว่า 50,000 ตัว ส่วนพืชสวนที่ได้รับความเสียหาย คือ สวนมะพร้าว สวนมะม่วงหิมพานต์ จำนวน 1,400 ไร่ รวมมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท วันนี้จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณางบประมาณช่วยเหลือเกษตรกร เป็นการเร่งด่วน นอกจากนี้ได้สั่งการให้กรมประมงจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากคลื่นยักษ์สึนามิ โดยใช้ศูนย์ย่อยวิทยุชายฝั่ง ที่มีอยู่ 3 แห่ง คอยให้ความช่วยเหลือด้วย

 
 
 
2340  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / กษ.เร่งช่วยเหลือการมึง้เรือประมงที่ประสบภัยคลื่นยักษ์พร้อมจ่ายเงินชดเชย เมื่อ: ธันวาคม 28, 2004, 02:33:46 PM
 
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 ธันวาคม 2547 13:23 น.
 
 
       
        นายเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ คงต้องเข้าช่วยเหลือการมึง้เรือประมงในจังหวัดต่างๆ ซึ่งมีเรือขนาดใหญ่ประมาณ 300 ลำ เรือประมงพื้นบ้านประมาณ 200 ลำ โดยกระทรวงเกษตรฯ จะต้องเข้าไปชดเชยให้เรือประมงกลับสู่สภาพเดิม นอกจากนั้นยังมีประชาชนที่เลี้ยงปลาในกระชังและเลี้ยงหอยได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากประมาณ 20,000 ราย อย่างไรก็ตาม ได้เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ทำการสำรวจความเสียหายเพื่อจะได้กำหนดกฎเกณฑ์ในการชดเชยค่าเสียหาย และกระทรวงเกษตรฯ คงต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีให้ยกเว้นระเบียบในการให้ความช่วยเหลือ เช่น กรณีประมงชายฝั่งจะได้รับความช่วยเหลือไม่เกินรายละ 12,000 บาท แต่ความเสียหายจริงมีมากกว่านั้น นอกจากนั้น คงต้องขอความร่วมมือจากกองทัพเรือในการส่งนักประดาน้ำลงไปมึง้เรือ ขณะนี้เท่าที่สำรวจความเสียหายในส่วนของการเกษตรไม่น่าเกิน 2,000 ล้านบาท และกระทรวงเกษตรฯ จะตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือ ใน 6 จังหวัด

 
 
หน้า: 1 ... 151 152 153 154 155 [156] 157 158 159 160