พฤศจิกายน 24, 2014, 10:59:54 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: สระบุรี นครราชสีมา และกรุงเทพฯ ตลาดกุ้งก้ามกรามจากแม่น้ำมูล  (อ่าน 3278 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Bawornluk
YaBB God
*****

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3306


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: สิงหาคม 23, 2007, 09:23:04 AM »

สระบุรี นครราชสีมา และกรุงเทพฯ ตลาดกุ้งก้ามกรามจากแม่น้ำมูล
 
ผู้เลี้ยงกุ้งยื่นกรมประมงวันนี้ตอบโต้วอลมาร์ท
 
โดย เดลินิวส์ วันที่ 23 สิงหาคม 2550 เวลา 00:00 น
 
 วันก่อนมีโอกาสติดตาม ดร.จรัลธาดา กรรณสูต อธิบดีกรมประมง ไปจังหวัดอุบลราชธานีเพื่อล่องแม่น้ำมูลดูการทำประมงของเกษตรกรในลุ่มน้ำมูล และร่วมปล่อยลูกกุ้งก้ามกรามลงแม่น้ำมูล โดยมีชาวประมงท้องถิ่นเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
 
สนทนากับเจ้าหน้าที่กรมประมงที่ทำงานในพื้นที่ รับทราบถึงการประเมินผลการปล่อยกุ้ง    ก้ามกรามในแม่น้ำมูล จังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้โครงการศึกษาและวิจัยเพื่อการพัฒนาประมงใน  ลำน้ำมูลตอนล่าง จังหวัดอุบลราชธานีว่าโครงการ  นี้ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2547-48 โดยมีวัตถุ     ประสงค์เพื่อต้องการทราบปริมาณการจับและผลจับ คืน และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อเริ่มโครงการได้แบ่งเขตปล่อยกุ้งก้ามกรามเป็น 2 เขต ตามพื้นที่เป้าหมายหลัก และเป้าหมายรองของโครงการฯ เป้าหมายหลักตั้งแต่บริเวณเหนือเขื่อน  ถึงแก่งสะพือ ระยะทาง 30 กม. ปี 2546 ปล่อย   กุ้งก้ามกราม จำนวน 18,876,394 ตัว ปี 2547 จำนวน 20,177,528 ตัว ปี 2548 จำนวน 21,495,288 ตัว ปี 2549 จำนวน 21,975,874 ตัว รวม 82,525,084 ตัว
 
พื้นที่เป้าหมายรองแก่งสะพือถึงบริเวณปากแม่น้ำชีระยะทาง 65+5 กม. ปี 2546 ปล่อยกุ้งก้ามกราม จำนวน 21,179,713 ตัว ปี 2547 จำนวน 19,919,972 ตัว ปี 2548 จำนวน 18,534,685 ตัว ปี 2549 จำนวน 18,197,569 ตัว รวม 77,831,939 ตัว โดยปล่อยกระจายทั้งลำน้ำ และเก็บข้อมูล    ผลผลิตกุ้งก้ามกรามจากผู้ค้ากุ้งก้ามกรามในพื้นที่ โดยเริ่มเก็บตั้งแต่เดือนที่ 2 หลังจากการปล่อยกุ้งก้ามกรามลงสู่แม่น้ำมูล 
 
ผลการศึกษาพบว่ามีการนำกุ้งก้ามกรามมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่เดือนที่ 2 หลังจากการปล่อย และหลังการปล่อย 5 เดือน มีความยาวเฉลี่ย 23.5+ 0.25 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 170.6+ 6.49 กรัม ด้านการศึกษาปริมาณการจับกุ้งก้ามกรามพบว่า มีปริมาณการจับในปี 2548 จำนวน 90,108 กิโลกรัม ร้อยละ 2.46 เฉลี่ย 8,191.63 กก.ต่อเดือน คิดเป็นมูลค่า 35,031,796 บาท ปี 2549 จำนวน 101,440 กิโลกรัม ร้อยละ 2.55 เฉลี่ย 8,453.33 กก.ต่อเดือน คิดเป็นมูลค่า 41,097,028 บาทต่อปี เฉลี่ย 3,424,752.33 บาทต่อเดือน
 
วิธีการดำเนินการในการศึกษาการแพร่กระจาย และผลผลิตกุ้งก้ามกรามดำเนินการ โดยเก็บข้อมูลจากชาวประมงและผู้ค้ารายย่อยในแต่ละหมู่บ้านบริเวณสองฝั่งลำน้ำมูลตั้งแต่บริเวณบ้าน ท่าแพ อ.โขงเจียม ไปจนถึงบริเวณปากน้ำชี บ้าน    คูสว่าง อ.วารินชำราบ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ชาวประมงเดือนละ 1 ครั้ง และเก็บข้อมูลผลผลิตกุ้งก้ามกรามจำนวน 7 จุด ตั้งแต่บริเวณบ้านท่าแพ อ.โขงเจียม ไปจนถึงบริเวณปากน้ำชีบ้านคูสว่าง อ.วารินชำราบ โดยใช้ข่ายดักกุ้ง, เบ็ดราว, จั่นดักกุ้ง, ไซดักกุ้ง และลอบ ทุกวัน
 
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาระบบตลาด และการกระจายผลผลิต ทำการสุ่มเก็บข้อมูลจากผู้ค้ารายย่อยใน 4 อำเภอ อ.โขงเจียม, อ.พิบูลมังสาหาร, อ.ตาลสุม และ อ.วารินชำราบ โดยใช้แบบสัมภาษณ์ เก็บเดือนละ 1 ครั้ง และบัญชีฟาร์มเก็บทุกวัน และเก็บข้อมูลจากผู้ค้าส่งในจังหวัดโดยใช้แบบสัมภาษณ์เก็บเดือนละ 1 ครั้ง และบัญชีฟาร์มเก็บทุกวันในการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นการประเมินที่ชี้ให้เห็นถึงปริมาณการจับ
 
โครงสร้างตลาด ระบบการตลาด และประสิทธิภาพเครื่องมือที่ใช้จับกุ้งก้ามกรามพบว่าตลาดการค้ากุ้งก้ามกรามจะมีหลายระดับ ซึ่งท้ายที่สุดกุ้งก้ามกรามจะถูกขายไปยังตลาดต่างจังหวัดที่มีกำลังซื้อมาก เช่น สระบุรี นครราชสีมา และกรุงเทพฯ เป็นต้น โดยมักจะนำไปประกอบเป็นอาหารในร้านอาหารชั้นนำ เนื่องจากมีขนาดใหญ่ และราคาแพง จากการศึกษา และเก็บข้อมูลผู้ค้า รายย่อยในระดับหมู่บ้านตั้งแต่บริเวณ ปากแม่น้ำชี อำเภอวารินชำราบถึงบริเวณปากแม่น้ำมูล อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยวิธีการวางสมุดบันทึกการซื้อขายกุ้งก้ามกราม และให้ผู้ค้ากุ้งก้ามกรามกรอกข้อมูลการซื้อขายทุกวัน พบว่าผู้ค้ากุ้งก้ามกรามรายย่อย จำนวน 38 ราย จะซื้อจากชาวประมงในบริเวณหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ ซึ่งผู้ค้ารายย่อยใช้เรือในการรับซื้อมากที่สุด ร้อยละ 48 รอง    ลงมาคือซื้อที่ท่าน้ำในหมู่บ้าน ร้อยละ 32 และใช้รถรับซื้อ ร้อยละ 20
 
ส่วนผู้ค้ารายใหญ่ มีจำนวน 14 ราย  จะรับซื้อกุ้งก้ามกรามจากผู้ค้ารายย่อย และจะใช้    รถยนต์ในการรับซื้อ และจากการศึกษาพบว่ามีผลผลิตกุ้งก้ามกรามที่นำขึ้นมาขายในตลาดผู้ค้ารายย่อยในปี 2548 จำนวน 90,108 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 35,031,796 บาท คิดเป็นจำนวนกุ้ง 984,283 ตัว โดยคิดเป็นร้อยละ 2.46 ของกุ้งก้ามกรามที่ปล่อยในปี 2547 ปี 2549 จำนวน 101,440 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 41,097,028 บาทต่อปี คิดเป็นจำนวนกุ้ง 1,021,992 ตัว โดยคิดเป็นร้อยละ 2.55 ของกุ้งก้ามกรามที่ปล่อยในปี 2548
 
(หมายเหตุ ข้อมูล : หน่วยวิจัยและพัฒนาทรัพยากรประมงน้ำจืดเขื่อนปากมูล ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดอุบลราชธานี)
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: