‘ผักปลอดสาร’ ของดีวังน้ำเขียว ทางเลือกคนรักษ์สุขภาพ

(1/1)

nanriga:
‘ผักปลอดสาร’ ของดีวังน้ำเขียว ทางเลือกคนรักษ์สุขภาพ



 
 
 ปัจจุบันกระแสเรื่อง “รักษ์สุขภาพ” ทวีความแรงอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันมาพิถีพิถันในการดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย และเลือกบริโภคอาหารที่มีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะและมีความปลอดภัย เพื่อจะได้สุขภาพที่ดี ทำให้ผู้ผลิตเร่งปรับตัวเข้าสู่ ระบบฟู้ดเซฟตี้ (Food safety) เพื่อผลิตสินค้าอาหารปลอดภัย รองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผักไร้สารพิษนิคมเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ก็เป็นกลุ่มฯหนึ่งที่มีจุดแข็งด้านการผลิต “ผักปลอดสาร” ป้อนตลาด ทำให้สมาชิกมีอาชีพ มีรายได้พออยู่ พอกิน
 
นางอำไพ แช่มโชติ ตัวแทนวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผักไร้สารพิษนิคมเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอวังน้ำเขียว บอกว่า เกษตรกรในพื้นที่นิคมเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอวังน้ำเขียวได้รวมกลุ่มกันจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนฯเมื่อปี 2549 แรกเริ่มมีสมาชิก จำนวน 85 ราย พื้นที่ปลูกผักปลอดสารพิษประมาณ 30 ไร่ ปีนี้ได้ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 40 ไร่ แบ่งแปลงปลูกผักปลอดสารพิษออกเป็น 2 ส่วน คือ แปลงรวม เน้นให้สมาชิกใช้ปัจจัยการผลิตและวัสดุอุปกรณ์ร่วมกัน แต่จำหน่ายผลผลิตแยกกัน แปลงเดี่ยว ก็ต่างคนต่างปลูก มีพื้นที่ปลูกรายละ 2-3 งาน 
 
พืชผักที่ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกมีทั้งผักเมืองหนาวและผักพื้นบ้าน รวมกว่า 30 ชนิด อาทิ  ผักบุ้งจีน กวางตุ้งฮ่องเต้ คะน้าใบ คะน้าฮ่องกง  บรอกโคลี ผักโขมจีน ผักชีไทย ผักชีลาว หอมแบ่ง โอ๊คเขียว โอ๊คแดง สลัดแก้ว สลัดใบแดง แครอท หัวไชเท้า ถั่วฝักยาว แตงกวา บวบ ถั่วแขก ถั่วพูเขียว และบัตเตอร์เฮด เป็นต้น เน้นการผลิตแบบปลอดสารพิษ 100% ไม่ให้สมาชิกใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น
 
สมาชิกจะใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผลิตน้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยชีวภาพ     ใช้กันเอง โดยนำพืชสมุนไพรพื้นบ้าน เช่น สะเดา น้ำมันสะเดา และหนอนตายอยาก มาหมักและนำไปฉีดพ่นแปลงผักเป็นประจำทุกวันเพื่อป้องกันปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืชรบกวน นับว่าช่วยลดต้นทุนได้ค่อนข้างมาก ซึ่งการปลูกผักปลอดสารพิษนี้ ทำยาก แต่ขายได้ราคาดี แต่ถ้ามองแง่บวก คือ ผู้บริโภคได้สุขภาพดี คิดว่าไม่แพงเลย
 
ขณะนี้กลุ่มฯได้ลงนามไตรภาคี (Contract Farming) กับ สหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษในเขตปฏิรูปที่ดินอำเภอวังน้ำเขียว จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับ     ซื้อผลผลิตโดยกลุ่มจะส่งมอบสินค้าผักสดให้สัปดาห์ละ 3 ครั้ง คือ ทุกวันจันทร์ พุธ และศุกร์ วันละประมาณ 800 กิโลกรัม หรือประมาณ 6-9  ตัน/ เดือน สำหรับผักเมืองหนาวได้ราคา 30-35 บาท/ กิโลกรัม ส่วนผักพื้นบ้านราคาอยู่ที่ 10-20 บาท/ กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับชนิดผัก ซึ่งสมาชิกจะมีรายได้จากการปลูกผักปลอดสารพิษเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 7,000 บาท/คน/เดือน
 
นางอำไพยังบอกอีกว่า ภายใน 4 เดือนข้างหน้า กลุ่มฯจะขยายพื้นที่ปลูกผักปลอดสารพิษเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 30 ไร่ เนื่องจากตลาดให้การตอบรับดีและมีออร์เดอร์เพิ่มมากขึ้น และยังมีโครง การปลูกเสาวรส จำนวน 10 ไร่ด้วย นอกจากจะป้อนผลผลิตให้สหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษฯวังน้ำเขียวแล้ว กลุ่มฯยังมีแผนที่จะทำตลาดเอง โดยจะนำสินค้าผักปลอดสารพิษไปจำหน่ายที่ตลาด อ.ต.ก.  และตลาดสดบางกะปิที่กรุงเทพฯด้วย
 
ขณะเดียวกันยังมีแผนส่งเสริมให้สมาชิก  เร่งปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูผืนดินที่ได้รับจัดสรร ราย  ละ 2.2 ไร่ ให้มีความอุดมสมบูรณ์ และไม่ใช้สารเคมีในการผลิตอย่างเด็ดขาด อีกทั้งยังเร่งปลูกฝังให้ลูกหลานสมาชิกรักในอาชีพเกษตรกรรม โดยจะถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิตพืชผักปลอดสารพิษให้บุตรหลานซึ่งเป็นผู้ที่จะได้รับการโอนสิทธิในที่ดิน ส.ป.ก. เน้นให้ลงแปลง และปฏิบัติงานจริง พร้อมกับฝึกบรรจุสินค้า (Packing) และฝึก    จำหน่ายด้วย เพื่อให้มีการใช้ที่ดินตกทอดถึงรุ่นลูกหลานต่อไป
 
นอกจากนี้กลุ่มฯยังมีแผนที่จะร่วมกันปลูกป่าชุมชนในที่ดิน ส.ป.ก. จำนวนกว่า 100 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งอาหารและเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ โดยเน้นให้สมาชิกเป็นเจ้าของร่วมกัน มีการแบ่งพื้นที่ให้ดูแลบำรุงรักษา หลังจากป่าเริ่มให้คุณค่าและมูลค่าแล้ว ผลประโยชน์ที่ได้รับจะแบ่งให้กับชุมชน 50% และสมาชิกที่ดูแล 50% 
 
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า “สุขภาพดีซื้อไม่ได้ด้วยเงิน อยากได้ต้องดูแลตัวเอง” หากสนใจที่จะศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกผักปลอดสารพิษ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกผักไร้สารพิษนิคมเศรษฐกิจพอเพียงอำเภอวังน้ำเขียว เลขที่ 80/1 หมู่ 16 ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โทร. 08-1790-6780.
 
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  วันที่ 21 สิงหาคม 2550

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ