พฤศจิกายน 24, 2014, 02:54:13 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาสวยงามในบ่อดิน  (อ่าน 7228 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nanriga
systems Research
YaBB God
******

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3772


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2007, 02:09:52 PM »

ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาสวยงามในบ่อดิน
เรียบเรียงโดย  จำนง  ถีราวุฒิ




          ถ้าเอ่ยถึงปลาสวยงามแล้วเรามักจะคิดถึงปลาที่ว่ายโดดเด่นอยู่ในตู้ใช้มั้ยครับ  แต่การเลี้ยงปลาสวยงามในบ่อดินก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน  ยิ่งได้มีการจัดสวนไม้น้ำหรือสวนริมบ่อเสริมเข้าไปด้วย  ขอรับรองเลยครับ  ปลาสวยงามที่สวยอยู่แล้วจะยิ่งมีความสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก  การดูแลก็ไม่ยากอย่างที่คิด  ถ้าผู้อ่านท่านใดมีพื้นที่ว่างไม่ต้องใหญ่มากหรอกครับ  ลองทำเป็นบ่อปลาแล้วจัดสวนหย่อมริมบ่อดูสิครับ  สวรรค์ของคนรักปลาอยู่แค่เอื้อม

   คุณสมบัติของน้ำที่นำมาใช้เลี้ยงปลา

         1.   อุณหภูมิ  หากอุณหภูมิสูงปริมาณออกซิเจนละลายได้น้อย และน้ำที่อุณหภูมิต่ำปริมาณออกซิเจนจะละลายได้สูงปกติ ปลาชอบอาศัยอุณหภูมิระหว่าง 25-32 องศาเซลเซียส
         2.   ความขุ่นของน้ำตามธรรมชาติ เกิดจากสารอินทรียสาร เช่น ตะกอน โคลนตม  ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำ ความขุ่นของน้ำจะประกอบด้วยแพลงก์ตอนสีเขียว หากมีมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อปลาได้
         3.   ความเป็นกรดเป็นด่าง น้ำที่มี pH อยู่ระหว่าง 6.5-8.5 ก่อน พระอาทิตย์ขึ้น เหมาะกับการเลี้ยงปลามากที่สุด  หากน้ำเป็นกรดมากปลาจะไม่อยากกินอาหาร ความต้านทานโรคต่ำหากน้ำเป็นด่างมากปลาจะตาย
         4.   คาร์บอนไดออกไซด์  โดยทั่วไปคาร์บอนไดออกไซด์จะมาจากการหายใจของพืชและสัตว์ และการสลายอินทรีย์สาร  ปลาจะหลีกเลี่ยงไม่อยู่ในน้ำที่มีระดับคาร์บอนไดออกไซด์สูงเกินกว่าระดับ 5 ppm.
       5.   ก๊าซแอมโมเนีย  เป็นก๊าซที่มีพิษต่อปลามากเกิดจากเศษอาหารที่หลงเหลืออยู่และมูลต่างๆ ที่ปลาขับถ่ายออกมาทำให้ปลาเบื่ออาหารเคลื่อนไหวช้าลง  มีความเครียด
        6.   ก๊าซไข่เน่า  เกิดจากการหมักหมม และการย่อยสลายอินทรียสารในก้นบ่อที่ทดอ็อกซิเจน จะเกิดปัญหานี้  แม้เพียง 0.1-0.2 ppm. ก็อาจทำให้ปลาตายได้

ประเภทของบ่อเลี้ยงปลา

         1.   บ่ออนุบาล  เป็นบ่อสำหรับเลี้ยงปลาวัยอ่อน  หลังจากออกจากไข่ใหม่ๆ หรือในระยะที่ยังไม่สามารถป้องกันภัยจากศัตรูได้  บ่อเลี้ยงลูกปลาไม่ควรมีขนาดใหญ่มากนัก สามารถใช้บ่อดิน  บ่อซิเมนต์ ตั้งแต่ขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตรถึง 800 ตารางเมตร
         2.   บ่อเลี้ยงพ่อแม่ปลาใช้เป็นบ่อเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ควรจะมีขนาดเนื้อที่ประมาณ 400-1600            ตารางเมตร ควรลึกประมาณ 1.5 เมตร
         3.   บ่อเลี้ยงนิยมบ่อดินขนาดบ่อควรขึ้นอยู่กับชนิดของปลาและขนาดปลาที่เลี้ยง

วิธีการสร้างบ่อ สร้างได้ 2 แบบ

         1.   บ่อแบบขุดดินออก  พื้นก้นบ่ออยู่ต่ำกว่าระดับดินเดิมไม่ต้องทำคันบ่อให้แข็งแรง  เหมาะกับพื้นที่ลุ่ม เช่น ในนาข้าว เพียงแต่ขุดดินลงไปแล้วเสริมคันบ่อ
        2.   บ่อแบบยกคันสร้างในที่ราบไม่ต้องขุดดินบริเวณกลางบ่อ นำดินที่ขุดมาทำเป็นคันดินโดยรอบอย่างแข็งแรง  แบบนี้เหมาะสำหรับการเลี้ยงปลาอย่างยิ่งเพราะสามารถเก็บกักน้ำได้และระบายน้ำได้ดีพื้นก้นบ่อจะต้องเรียบไม่มีหลุมแอ่ง ควรจะมีการลาดเทไปทางระบายน้ำออกเพื่อสะดวกแก่การระบายน้ำคันบ่อเป็นส่วนสำคัญในการเก็บกักน้ำต้องมีความแข็งแรง และต้องไม่รั่วซึม  ดินที่ขุดขึ้นจากบ่อเพื่อเสริมให้เป็นคันบ่อ  ควรสูงพอป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน  ต้องขุดระยะไม่น้อยกว่า 1.5-2 เมตร  จากเชิงลาดของบ่อด้านในเพื่อป้องกันการทรุดตัวของบ่อ

การเตรียมบ่อ  

         ควรให้พื้นที่บ่อมีโอกาสได้รับแสงแดดและออกซิเจน  ซึ่งเป็นการกำจัดปริมาณเชื้อโรคต่างๆในบ่อปลาให้น้อยลง และปล่อยให้อินทรียสารที่หมักหมมอยู่ในบ่อมีการย่อยสลายตัวบ่อดินขุดใหม่ต้องมีการวัดค่าความเป็นกรดเป็นด่างของดิน  บ่อดินเก่าควรมีการระบายน้ำออกก่อนโดยเฉพาะบริเวณก้นบ่อ ปรับปรุงบ่อส่วนที่ชำรุด

สาระน่ารู้

         การปรับสภาพดินเปรี้ยวสามารถทำได้โดยใส่ปูนขาวลงในดิน  การใส่ปูนขาวยังต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของดิน เช่น ดินเหนียวต้องใช้ปูนขาวมากกว่าดินเหนียวปนทราย ดินทรายใช้ปูนน้อยกว่าดินเหนียวปนทราย
เครื่องมือเครื่องใช้ประจำบ่อปลา
        1.  เครื่องสูบน้ำ  มีหลายชนิดทั้งเครื่องสูบเครื่องยนต์ดีเซล และชนิดใช้กระแสไฟฟ้า  ซึ่งจำเป็นแก่การถ่ายน้ำเสียนำน้ำเข้าน้ำออก
       2.  อุปกรณ์ลำเลียงปลา  ถุงพลาสติก กล่องกระดาษ ถังออกซิเจน
       3.   เครื่องมือจับปลา ได้แก่  อวน แห กระชอน เปลย้ายปลา เครื่องชั่ง ถังลำเลียงปลา

การปล่อยปลาลงเลี้ยง

            เวลาที่เหมาะกับการปล่อยปลาคือ เวลาเช้า หรือเวลาเย็น ถึงเป็นเวลาที่อากาศร้อนจัด  ควรเอามือตีกวนน้ำในบ่อที่ปลาจะอยู่ใหม่เพื่อให้ความร้อนของผิวหน้าน้ำไม่ต่างจากระดับลึก

   การดูแลน้ำในบ่อเลี้ยงปลา

             บ่อที่เลี้ยงปลาที่กินอาหารไม่เลือกกินพืชและกินแพลงก์ตอน  ควรเติมน้ำให้ได้ระดับ 1-2.50 เมตรอยู่เสมอ  หากมีปลาตัวใดที่กินอาหารได้น้อยลงหรือลอยหัวควรจะถ่ายน้ำเปลี่นน้ำอย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง  อาจจะสามารถสังเกตุได้จากสีของน้ำและการลอยหัวของปลา
   การระบายน้ำของบ่อ ควรระบายส่วนล่างของก้นบ่อ  ซึ่งจะเป็นส่วนที่เน่าเสียมากกว่าบนผิวน้ำในกรณีที่บ่อปลาไม่สามารถระบายน้ำได้เลย จะต้องระมัดระวังในการให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะ น้ำจะได้ไม่เน่าเสียเร็ว บางครั้งเราอาจสามารถใส่เกลือแกงลงไปเพื่อช่วยปรับสภาพของน้ำในอัตราส่วนประมาณ 200-300 กก./ไร่

   การแก้ไขปัญหาน้ำขุ่นอาจทำได้โดย

         1.   ใช้สารเคมี เช่น สารส้มหรือสารอื่นๆ วิธีนี้จะเป็นการแก้ไขแบบชั่วคราวเท่านั้น และจำทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีก  เช่น น้ำมีสภาพเป็นกรดมากขึ้น
         2.   สารเคมี เช่น ปุ๋ย ซุปเปอร์ฟอสเฟตในอัตราประมาณ 2-5 กก./ไร่  ต่อเดือน  จะช่วยให้เกิดแพลงก์ตอนพืช ทำให้สารแขวนลอยจับตัวและตกตะกอนขึ้น
        3.   ใช้ปุ๋ยพืชสดในอัตราประมาณ 1,200-1,500 กก./ไร่  ต้องใช้การสลายตัวของปุ๋ยพืชสดทำให้เกิดตะกอนขึ้น

อาหารปลา   อาหารปลามีหลายชนิด ได้แก่

อาหารธรรมชาติ

        1.   แพลงก์ตอนพืชกระจายอยู่ทั่วไปในบ่อ สามารถขยายพันธุ์และเจริญได้ดีในบ่อที่มีแสงอาทิตย์ผ่าน
        2.   แพลงก์ตอนสัตว์ สามารถว่าย และเลื่อนลอยอยู่ในน้ำ เช่น สัตว์เซลล์เดียว ตัวอ่อนของปู  กุ้ง  ปลา
        3.   ชีวอินทรีย์ที่เป็นสัตว์ เช่น ลูกน้ำ ลูกแมลงภู่ ลูกแมลงปอ ลูกหอย และแมลงน้ำชนิดอื่นๆ
        4.   สัตว์น้ำก้นบ่อ สัตว์ที่ฝังตัวอ่อนอยู่ก้นบ่อ เช่น หนอนแดงไส้เดือน ลูกหอยขม
        5.   พืชน้ำ พืชที่เกิดขึ้นในบ่อ

อาหารสมทบ มีทั้งมาจากพืชและสัตว์ เช่น
       1.   ใบและต้นพืช
        2.   หัวและเมล็ดพืช
        3.   เศษอาหาร เช่น กากถั่วเหลือง กากมะพร้าว
        4.   กุ้งหอย
        5.   ปลาทะเลบด
        6.   ปลาป่น
        7.   เศษเนื้อ เลือดสัตว์ เช่น เนื้อปู ปลา  หมู  อาจใช้เลี้ยงปลาได้โดยตรงหรือผสมอาหารอื่นๆ
        8.   อาหารสำเร็จรูป เป็นอาหารที่สะดวกต่อการให้และเป็นที่นิยมมาก

เอกสารประกอบ

Fancy Fish ปีที่ 6  ฉบับที่ 66  ประจำวันที่ 15  เมษายน – 14 พฤษภาคม 2549  หน้า 112-115
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 04, 2007, 02:16:17 PM โดย nanriga » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: