‘เบลูก้า สเตอเจียน’ ปลาสองน้ำขนาดใหญ่เลี้ยงได้ในเมืองไทย

(1/1)

webmaster:
      ‘เบลูก้า สเตอเจียน’ ปลาสองน้ำขนาดใหญ่เลี้ยงได้ในเมืองไทย

   
     ปลาเบลูก้า สเตอเจียน หรือที่คนไทยมักเรียกว่า “ฮูโซ่” มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Huso huso จัดเป็นปลาสเตอเจียนชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและยังถือว่าเป็นปลาสองน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย ในธรรมชาติปลาชนิดนี้จะเติบโตในทะเลและวางไข่ในน้ำจืด เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่จะมีขนาดความยาวของลำตัวได้ถึง 4 เมตร จัดเป็นปลาที่มีอายุยืน มีลักษณะของลำตัวยาว ส่วนของหางเหมือนปลาฉลาม มีเกล็ดเป็นหนามแหลม ๆ เรียงเป็นแถวอยู่บนลำตัว ปลายปากเรียวแหลม ช่องปากอยู่ด้านล่างของลำตัวมีหนวดขนาดเล็กหลายเส้นรอบ ๆ ปากไว้รับสัมผัส ส่วนหลังมีสีดำอมเทา ส่วนท้องและขอบครีบต่าง ๆ มีสีขาว ในธรรมชาติพบการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ในเขตหนาวของทวีปยุโรป เช่น ทะเลดำ ทะเลสาบแคสเปียนและทะเลอเดรีย ติก เป็นต้น ปัจจุบันได้มีคนไทยนำปลาชนิดนี้มาเลี้ยงเป็นปลาสวยงามและมีผู้พยายามเลี้ยงเพื่อเก็บไข่จำหน่าย (ปลาเบลูก้า สเตอเจียน เป็นปลาที่ให้ไข่ปลาคาร์เวียร์)
 
    คุณชวิน ตันพิทยคุปต์ ชาวจรัญสนิทวงศ์ บางบำหรุ บางพลัดกรุงเทพมหานคร ได้นำปลาเบลูก้า สเตอเจียน มาเลี้ยงในบ้านเราด้วยการค่อย ๆ ปรับอุณหภูมิและคุณภาพน้ำ สามารถเลี้ยงรอดและเจริญเติบโตได้ดี โดยยึดหลักว่าคุณภาพของน้ำที่ใช้เลี้ยงจะดีมาก น้ำใสสะอาดปราศจากของเสียและสารพิษ น้ำไหลแรงและไม่ต้องลึกมาก เนื่องจากเป็นปลาที่ชอบน้ำเย็น พื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือตอนบนมีความเหมาะสมกว่าพื้นที่อื่น จากที่ได้กล่าวมาแล้วว่าในการเลี้ยงปลาชนิดนี้จะต้องระวังในเรื่องของคุณภาพน้ำ อาทิ การเปลี่ยนน้ำทีละมาก ๆ และการย้ายตู้แบบกะทันหัน ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ เอาน้ำใหม่ผสมน้ำเก่าเรื่อย ๆ และให้เวลาในการปรับตัวอย่างน้อย 30 นาที อุณหภูมิของน้ำไม่ควรเกิน 30 องศาเซลเซียส สภาพตู้ที่ใช้เลี้ยงควร เป็นตู้โล่ง เปิดฝาเพื่อระบายอากาศหรือมีพัดลมหรือทำน้ำตกซึ่งจะ  ช่วยลดอุณหภูมิได้
 
    เนื่องจากปลาเบลูก้า สเตอเจียน เป็นปลาที่ว่ายน้ำอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องเผาผลาญพลังงานสูงและมีการกินอาหารอยู่ตลอดเวลา ในระยะปลาเล็กควรจะวางไส้เดือนให้กระจายทั่ว  ตู้ ไม่ควรวางรวมอยู่กระจุกเดียว เมื่อเลี้ยงจนขนาดของลำตัวยาวเกิน 6 นิ้ว เริ่มกินกุ้งฝอยแบบเด็ดหัวได้ เมื่อโตขึ้นมาอีกหน่อยให้กินแบบเต็มตัว  ได้ ในการใช้อาหารสดเลี้ยงจะต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดด้วย หลายคนอาจจะประยุกต์ใช้อาหารเม็ดชนิดจมก็ได้ เนื่องจากเป็นปลาที่กินเก่งทำให้มีของเสียมากตามไปด้วย ระบบกรองน้ำในตู้เลี้ยงควรจะมีประสิทธิภาพที่ดี
 
    คุณชวินยังได้บอกว่าเสน่ห์ของปลาเบลูก้าเมื่อเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ในช่วงตัวเล็กส่วนท้องจะมีสีขาว ส่วนขอบของครีบมีสีขาว พื้นลำตัวมีสีเทาและหนามบนหลังมีสีขาว ปัจจุบันราคาซื้อ-ขายปลาชนิดนี้ขนาดลำตัวยาว 5 นิ้ว ราคาประมาณตัวละ 900 บาท.                                         
 
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

chanin:
พอดีผ่านมาที่กระทู้นี้เลยขอให้ข้อมูลแปลกๆกับเพื่อนๆเกี่ญวกับปลาสเตอเจียน

เนื่องจากผมทำงานเกี่ยวข้องการระบบบำบัดน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลา  ทางผมก็เลยได้มีโอกาศพุดคุยกับเพื่อนๆที่ทำในofficeสาขาต่างประเทศ   เมื่อเร็วๆนี้ได้คุยกับเพื่อนที่Germanyที่ทำงานในส่วนเดียวกัน  แกเล่าให้ฟังว่า  เขามีลูกค้าคนหนึ่งที่เป็นคนรักปลาประเภทนี้มากๆ  วันๆแกคอยที่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ปลาตัวนี้ไปขยับขยายมีลูกหลานได้มากมายในธรรมชาติ   ที่บ้านแกเองกมีสระน้ำใหญ่  แต่ไม่ได้ให้คนลงเล่นนะครับ   เอาไว้เลี้ยงปลา   สระน้ำนี้ถูกสร้างแบบฝังลงไปในดินลึกประมาร  3-4  เมตร ด้านหนึ่งของสระน้ำทำเป็นกระจก ทั้งนี้เพื่อสังเกตุพฤติกรรมของปลาสเตอเจียนที่แกเลี้ยงไว้   ตอนค่ำของทุกๆวันแกจะคอยมานั่งเฝ้ามองปลา จากห้องข้างๆสระน้ำนี้เอง  แล้ววันหนึ่งแกก็ต้องประหลาดใจเมือ่แกได้ยินเสียงแปลกๆ ดังจากจากสระน้ำที่แกเลี้ยงปลา   เมื่อแกสำรวจโดยทั่วแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ   จากวันนั้นมาแกก็คอยสังเกต่เสมอว่าเสียงนั้มาจากไหน  นในที่สุดแกก็พบว่า  นอกจากวาฬ โลมา ที่สามารถส่งเสียงได้แล้ว  เจ้าสเตอเจียนก็สามารถส่งเสียงได้เหมือนกัน   แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่า ปลาสเตอเจียนที่จะส่งเสียงได้นั้นจะเป็นเฉพาะตัวเมียเท่านั้น   เออ....ฟังดูแล้วก็แปลกดีนะครับ   เรื่องเสียงนั้น เพื่อนผมก็ไปนั่งฟังข้างสระมาแล้วเหมือนกัน เห็นแกบอกว่าเสียงมันแปลกดี   เดี๋ยววันหลังถ้าได้สำเนาเสียงมาแล้วจะเอามาฟากกันนะครับ........... :)

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ