ธันวาคม 17, 2018, 11:57:35 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: สาหร่ายพวงองุ่นน้ำเค็มนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ  (อ่าน 586 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 24 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nuch Jiraporn
systems Research
Full Member
******

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: สิงหาคม 21, 2018, 08:58:58 AM »

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=OUQwTJt0zAk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=OUQwTJt0zAk</a>

เพชรบุรี 17 ส.ค.-เจ้าของ Family Farm ใน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นขาย กิโลกรัมละ 350-700 บาท อนาคตเตรียมต่อยอดทำสาหร่ายพวงองุ่นอบแห้ง เพื่อเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง
นางคมคาย มานิช หรือแม่แหม่ม เจ้าของ Family Farm ฟาร์มสาหร่ายพวงองุ่นในตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า เคยมีอาชีพทำนาเกลือ บ่อเลี้ยงปลาและเลี้ยงกุ้ง แต่เจอปัญหาราคารับซื้อถูกลงเรื่อยๆ ตามภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ จึงมองหาอาชีพใหม่มาเพิ่มรายได้  
ในปี 2557 เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งเพชรบุรี แนะนำและแจกพันธุ์ให้กับชาวบ้านทดลองปลูกสาหร่ายพวงองุ่น เพราะเหมาะกับสภาพพื้นที่ เนื่องจากตำบลแหลมผักเบี้ย พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ติดทะเล อีกทั้งสาหร่ายพวงองุ่นต้องเพาะเลี้ยงในน้ำเค็มเท่านั้น จึงใช้พื้นที่นาเกลือกว่า 20 ไร่ ปลูกสาหร่ายพวงองุ่นตั้งแต่นั้นมา
ส่วนขั้นตอนการปลูกจะคล้ายการทำนา ใช้วิธีการปักลงในดิน เริ่มจากคัดพันธุ์สาหร่ายที่มีสีออกแดง-เขียว ก่อนปักลงดินต้องสูบน้ำเข้าในบ่อระดับความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร หลังจากปักดำเสร็จจะสูบน้ำเพิ่มให้สูงถึงระดับเอว หรือประมาณ 50-60 เซนติเมตร ที่สำคัญต้องถ่ายน้ำออกวันละครั้ง เพราะสาหร่ายจะกินอาหารจำพวกแพลงก์ตอน ยิ่งเปลี่ยนน้ำบ่อยก็จะทำให้สาหร่ายเติบโตดี หากช่วงหน้าฝนควรตรวจค่าวัดความเค็มของน้ำให้อยู่ในระดับ 28-33 ppt  ไม่เช่นนั้นอาจทำให้สาหร่ายตายได้ ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เพราะสาหร่ายพวงองุ่นเป็นพืชชอบอากาศร้อน ไม่ชอบอากาศหนาว
แม่แหม่มบอกอีกว่า ทุกๆ 2 ปี ควรพักบ่อเพื่อปรับหน้าดิน โรยด้วยปูนขาวทำการฆ่าเชื้อราที่อยู่ในดิน ผึ่งแดดประมาณ 15-30 วัน ส่วนราคาขายหน้าฟาร์มอยู่ที่กิโลกรัมละ 350-700 บาท ต้องขึ้นอยู่กับขนาดความยาว โดยจะแบ่งเป็นไซส์ S  M  L ในอนาคตจะต่อยอดทำสาหร่ายพวงองุ่นอบแห้ง เพื่อใช้ทำเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางด้วย นอกจากนี้  Family Farm ยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน สามารถติดต่อได้ที่นางคมคาย มานิช โทร.08-1441-1110 .-สำนักข่าวไทย

ที่มา https://www.mcot.net/view/5b762b57e3f8e40ad5f4cee1?utm_source=TNA&utm_medium=TOPNEWS&utm_campaign=fixtna
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 21, 2018, 09:01:51 AM โดย Nuch Jiraporn » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: