กันยายน 17, 2019, 08:08:20 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ม.พะเยา ค้นพบกบสายพันธุ์ใหม่ของโลก'หัวโตหลงชวน-หนองเล็กเชียงใหม่'  (อ่าน 957 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 94 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nanriga
systems Research
YaBB God
******

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1115


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2017, 09:23:44 AM »

ม.พะเยา ค้นพบกบสายพันธุ์ใหม่ของโลก'หัวโตหลงชวน-หนองเล็กเชียงใหม่'


ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 4 กรกฎาคม 2560 00:00:29 น.
นักวิจัย มหาวิทยาลัยพะเยา นำโดย ว่าที่ร้อยตรี ดร.ฉัตรมงคล สุวรรณภูมิ อาจารย์ สาขาการประมง คณะเกษตรศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพะเยา เปิดเผยถึงการค้นพบ กบสายพันธุ์ใหม่ของโลกว่า เป็นกบที่มีความแตกต่างทั้งลักษณะทางสัณฐานวิทยาและทางพันธุกรรม เป็นกบ "หัวโตหลงชวน (Longchuan big-headed frog)" โดยเก็บตัวอย่างได้จากลำห้วยในป่าเขตเมืองหลงชวน อยู่ทางทิศตะวันตกของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และมีการกระจายพันธุ์ สามารถพบในตะวันตกของมณฑลยูนนาน ประเทศจีน และชายแดนระหว่างประเทศจีนและประเทศพม่า



ว่าที่ร้อยตรี ดร.ฉัตรมงคล กล่าวว่า เป็นการทำงานวิจัยร่วมกันของนักวิจัยประเทศไทยและนักวิจัยจาก Kunming Institute of Zoology (CAS) ประเทศจีน ซึ่งเป็นการจำแนกตามลักษณะพันธุกรรมและเสียงของกบ ที่แสดงถึงความแตกต่างของกบแต่ละชนิด หากดูด้วยตาเปล่าอาจจะมองว่าเหมือนกบในสกุล Limnonectes ทั่วๆ ไป แต่ด้วยลักษณะทางพันธุกรรมที่โดดเด่น ซึ่ง เป็นความพิเศษและบ่งบอกว่ากบดังกล่าว เป็นชนิดใหม่และครั้งแรกที่มีการค้นพบ ซึ่ง การค้นพบครั้งนี้  มีส่วนสำคัญในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกบ ที่จะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

"กบหัวโตหลงชวน ค้นพบในประเทศจีน แต่กบที่ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ กบหนองเล็กเชียงใหม่ (Chiang Mai Rain-Pool Frog) เป็นกบที่มีความแตกต่างกับกบชนิดอื่นๆในสกุล Fejervarya ทั้งลักษณะทางสัณฐานวิทยา พันธุกรรม และเสียงร้อง สำหรับแหล่งที่อยู่อาศัย ของกบชนิดนี้ในหนองน้ำหรือพื้นที่ทำเกษตรกรรม ในปัจจุบันเราพบการกระจายพันธุ์เฉพาะ บ้านม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เท่านั้น ซึ่งกบชนิดนี้แม้จะยังไม่มีการศึกษาทางด้านคุณค่าทางเศรษฐกิจเท่าที่ควร แต่มีคุณค่าต่อแวดวงการศึกษาอย่างมาก เพราะสามารถนำไปสู่การเรียนรู้ทางทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรได้ "กบหัวโตหลงชวน และกบหนองเล็กเชียงใหม่" เป็นกบที่ชาวบ้านท้องถิ่นใช้รับประทาน เป็นอาหารได้

ว่าที่ร้อยตรี ดร.ฉัตรมงคล กล่าวต่อไปว่ากบ 2 สายพันธุ์ใหม่ ปัจจุบันยังไม่ได้ศึกษาเพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เพราะยังไม่ได้มีการเพาะเลี้ยง แต่ชุมชนสามารถใช้ในการบริโภคเป็นแหล่งโปรตีนในท้องถิ่น ซึ่งสิ่งที่ ต้องทำ โดยเฉพาะในส่วนของกบหนองเล็กเชียงใหม่ พบแถวหนองน้ำ และพบในบริเวณฟาร์มต่างๆ อาจจะได้รับสารพิษจาก สารเคมี และยาฆ่าแมลง ที่เกิดจากกิจกรรมของชาวบ้าน ในชุมชนซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมากต่อการ สูญพันธุ์ของกบสายพันธุ์นี้ในประเทศไทย ดังนั้น ต้องให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับกบสายพันธุ์นี้ ในแง่มุมของการใช้ประโยชน์ควบคู่กับการอนุรักษ์ต่อไปเช่นกัน ซึ่งการค้นพบเหล่านี้ มีประโยชน์ต่อวงการศึกษาไทย งานวิจัยของไทย รวมถึงพัฒนาเป็นแหล่งโปรตีนต่อยอด ไปสู่การเกษตร และการส่งเสริมรายได้ อาชีพ ให้แก่คนไทย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยครั้งนี้ ได้มีการลงวารสารของ วารสาร Zootaxa "Taxonomic revision of the Chinese Limnonectes (Anura, Dicroglossidae) with the description of a new species from China and Myanmar" และ Zoological Research "A new species of genus Fejervarya (Anura : Dicroglossidae) from northern Thailand" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ADVERTISEMENT

อ่านต่อได้ที่ : http://www.ryt9.com/s/nnd/2673798

บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: