กันยายน 17, 2019, 07:46:47 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: กรมประมงวางแผนแก้ระยะยาวปลากะพงขาวตายเกลื่อนเกาะยอ  (อ่าน 1108 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 70 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nanriga
systems Research
YaBB God
******

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1115


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 01:43:52 PM »

ประมงติดตามสถานการณ์ปลากะพงขาวตายกว่า 80 ตัน มูลค่าความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท พร้อมวางแนวทางแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนและระยะยาว

จากเหตุการณ์ปลากะพงที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ในกระชังริมทะเลสาบสงขลา พื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา ลอยตายติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา รวมจำนวนหลายสิบตัน ทำให้ผู้เลี้ยงปลาได้รับความเดือดร้อนนั้น



นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้สำนักงานประมงจังหวัดสงขลาเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงมาตั้งแต่เกิดเหตุ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่า ปริมาณการตายของปลากะพงขาวลดลงแล้ว โดยปลาที่ตายส่วนใหญ่จะเป็นปลากะพงขาว ขนาดใหญ่น้ำหนักประมาณ 3-5 กิโลกรัมต่อตัว

จากการเก็บตัวอย่างน้ำบริเวณเกิดเหตุไปตรวจ พบว่าคุณภาพน้ำผิดปกติ มีค่าออกซิเจนเพียง 0.9-2.0 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่าออกซิเจนที่เหมาะสมสำหรับสัตว์น้ำควรมากกว่า 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร) ซึ่งน่าจะมาจากหลายสาเหตุ หลายปัจจัยของสภาพแวดล้อมบริเวณดังกล่าว อาทิ การเปลี่ยนแปลงความเค็มของน้ำอย่างฉับพลัน เพราะมีการระบายน้ำจืดลงสู่ทะเลสาบ เนื่องจากฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้แพลงก์ตอนพืชลดลงอย่างรวดเร็ว การสังเคราะห์แสงของ      แพลงก์ตอนพืชในช่วงที่มีแสงก็ลดลง ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง

อีกทั้งบริเวณแหล่งเลี้ยงปลากระชังมีสภาพตื้นเขิน มีความลึกของน้ำอยู่เพียง 1-1.5 เมตร และพื้นที่เลี้ยงมีลักษณะเป็นอ่าว ทำให้มีการไหลเวียนของกระแสน้ำน้อย ประกอบกับเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา เป็นช่วงน้ำตาย น้ำมีการขึ้น-ลงน้อย ผนวกกับอากาศที่ร้อนจัด ทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงมาก การละลายและหมุนเวียนของออกซิเจนจึงน้อยลง

นอกจากนี้ยังพบว่าปลากะพงขาวในกระชังเลี้ยงของเกษตรกรมีขนาดตัวที่โต จึงมีความหนาแน่นมาก เมื่อออกซิเจนในน้ำน้อยจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของปลาตัวใหญ่และจำนวนมากขนาดนี้ เป็นสาเหตุให้เกิดจากสภาวะการขาดออกซิเจนและช็อกตาย

ทั้งนี้ จากข้อมูลพื้นที่ ต.เกาะยอ จำนวน 9 หมู่บ้าน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชัง จำนวน 323 ราย จำนวน 1,838 กระชัง คิดเป็นพื้นที่ 81,147 ตารางเมตร โดยพบว่ามีจำนวนเกษตรกรจาก 2 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 ที่ได้รับผลกระทบประมาณ 40 ราย มีปริมาณสัตว์น้ำที่ตายประมาณ 80 ตัน (80,000 กิโลกรัม) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 12 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมประมงได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน 1.แนะนำให้เกษตรกรเร่งเพิ่มออกซิเจน โดยวิธีปั๊มออกซิเจนร่วมกับใช้เครื่องสูบน้ำพ่นน้ำร่วมด้วย และอาจใช้ออกซิเจนผงในการเพิ่มออกซิเจนอีกทางหนึ่ง

2.ร่วมกับจังหวัดสงขลาหาทางเยียวยา และจัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังโดยใช้งบยุทธศาสตร์จังหวัดสงขลา

ก่อนหน้าตั้งแต่เกิดเหตุ ทางสำนักงานประมงจังหวัดสงขลาก็ได้มีการเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังเร่งจับปลาที่ได้ขนาดขายโดยด่วนแล้ว อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ช่วงนี้ หากปลากะพงที่เลี้ยงไว้มีน้ำหนัก 0.8-1.0 กิโลกรัม ก็สามารถจับขายได้เลย ไม่ต้องรอให้โตเต็มที่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

ส่วนระยะยาว ได้เร่งชี้แจงและทำความเข้าใจกับผู้เลี้ยงปลากะพงขาวให้ทราบถึงสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะปัญหาการตายของปลากะพงขาวบริเวณเกาะยอเป็นปัญหาสำคัญและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน และทุกครั้งที่ไปตรวจสอบก็จะเป็นเพราะสาเหตุเดียวกันคือ ปริมาณออกซิเจนในน้ำน้อยกว่าที่สัตว์น้ำจะมีชีวิตอยู่ได้ ดังนั้น เกษตรกรจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนอัตราการปล่อยปลาลงเลี้ยง การวางกระชังเลี้ยงในทะเลต้องให้มีระยะห่างพอสมควร เพื่อให้การไหลเวียนของน้ำสะดวกขึ้น และพื้นที่ที่เกิดปัญหาปริมาณออกซิเจนต่ำบ่อยๆ ต้องมีอุปกรณ์ช่วยเพิ่มออกซิเจนสำรองไว้ เพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะเกิดปัญหาอีก

อธิบดีกรมประมงกล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้เกษตรกรในทุกพื้นที่ติดตามการรายงานสภาพอากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหมั่นดูแลปลาที่เลี้ยงไว้และปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมง หากพบความผิดปกติของปลาที่เลี้ยงไว้ ขอให้แจ้งไปยังสำนักงานประมงจังหวัดหรือสำนักงานประมงอำเภอใกล้บ้าน.



http://www.ryt9.com/s/tpd/2640565
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: