ตุลาคม 24, 2014, 04:13:32 AM
ข่าว:
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ‘ไรน้ำนางฟ้า’ มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำไทย  (อ่าน 5240 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
webmaster
YaBB God
*****

Karma: -3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1588


Ha ha ha เราก็ทำได้


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2006, 01:08:07 PM »

‘ไรน้ำนางฟ้า’ มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำไทย

     “ไรน้ำนางฟ้า” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า  “แมงอ่อนช้อย” จัดเป็นแหล่งอาหารเสริมโปรตีนของคนอีสานมานานแล้ว แต่เริ่มที่สนใจในแวดวงวิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อ ศาสตราจารย์ ดร.ละออศรี เสนาะเมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยอนุกรมวิธานประยุกต์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ค้นพบ “ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร” เป็น ไรน้ำนางฟ้าชนิดใหม่ของโลกในบ้านเรา ต่อมาใน ปี พ.ศ. 2541 ได้พบเพิ่มขึ้นอีก 2 ชนิดคือ “ไรน้ำนางฟ้าไทย” และ “ไรน้ำนางฟ้าสยาม” อ.ละออศรี ยังได้บอกว่าไรน้ำนางฟ้าทั้ง 3 ชนิดดังกล่าวนั้นอาศัยอยู่ในบ่อน้ำที่มีน้ำขังชั่วคราวหรือในนาข้าว โดยเฉพาะในเขตพื้นที่แห้งแล้งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือจากงานวิจัยพบว่า ไรน้ำนางฟ้ามีความสำคัญในห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำ เป็นอาหารของสัตว์น้ำวัยอ่อน เช่น ปลา ปู กุ้ง ฯลฯ
     
      หลายคนยังไม่ทราบว่าทุกวันนี้ประเทศไทยได้มีการนำเข้าไข่อาร์ทีเมียเพื่อมาใช้เลี้ยงลูกกุ้ง และลูกปลา รวมทั้งสัตว์น้ำวัยอ่อนในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 200-600 ตัน คิดเป็นเงินประมาณ 500 ล้านบาท ที่ต้องนำเข้าเนื่องจากเราไม่สามารถผลิตได้เอง ไรน้ำนางฟ้าจัดเป็นสัตว์กลุ่มเดียวกับอาร์ทีเมีย แตกต่างกันตรงที่ไรน้ำนางฟ้าอาศัยอยู่ในน้ำจืด อาร์ทีเมียอาศัยอยู่ในน้ำเค็ม ผลจากการศึกษามีความเป็นไปได้ว่า   ไรน้ำนางฟ้าสามารถเพาะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ได้ โดยเฉพาะ “ไรน้ำนางฟ้าไทย” โตเร็วและมีขนาดใหญ่กว่าไรน้ำนางฟ้าชนิดอื่น นอกจากนั้นยังพบว่า “ไรน้ำนางฟ้าไทย” มีโปรตีนสูง ถึง 64-69% ในขณะที่อาร์ทีเมียมีโปรตีนแค่ 56% เท่านั้น ดังนั้นในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะนำไรน้ำนางฟ้ามาใช้เลี้ยงลูกกุ้ง ลูกปลา ลดการนำเข้าไข่อาร์ทีเมีย คณะวิจัยยังได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบการใช้ “ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร” และอาร์ทีเมียเป็นอาหารเสริมให้กับปลาหมอสี โดยปลาทุกตัวจะได้รับอาหารเม็ดเหมือนกันปริมาณ 0.4 กรัมต่อวัน และเสริมด้วยไรน้ำนางฟ้าและอาร์ทีเมียในปริมาณเท่ากัน ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้เลี้ยงปลาหมอสีมาร่วมตัดสินให้คะแนนปลาโดยดูลักษณะ มุกและมาร์คตามลำตัว, ครีบบนและครีบล่างยาวเสมอหาง, สีบริเวณด้านข้างของลำตัวและสีบริเวณใต้ขากรรไกร พบว่าปลาหมอสีที่ได้รับไรน้ำนางฟ้าเป็นอาหารเสริมมีสีสวยเด่นชัดกว่าที่ให้อาร์ทีเมีย
     
      ศาสตราจารย์ ดร.ละออศรี ได้กล่าว  สรุปว่าไรน้ำนางฟ้าจะมีศักยภาพที่จะผลิตเป็นอาหารสัตว์น้ำสวยงามที่มีราคาแพงได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นแล้ว “ไรน้ำนางฟ้าสิรินธร” สามารถนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามในตู้ปลาได้ เนื่องจากมีวงจรชีวิตที่ยาวนานกว่าไรน้ำนางฟ้าชนิดอื่น ๆ
     
      ไข่ของไรน้ำนางฟ้าสามารถเก็บได้ในสภาพแห้งเป็นระยะเวลานาน เหมาะที่จะนำไปเพาะฟักเองหรือนำไปใช้เป็นตัวอย่างสำหรับการเรียนการสอน ตัวเต็มวัยของไรน้ำนางฟ้ายังใช้เป็นสัตว์ทดลองในการทดสอบคุณสมบัติของสารพิษต่าง ๆ ได้อีกด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “ไรน้ำนางฟ้า” ติดต่อได้ที่ ศูนย์วิจัยอนุกรมวิธานประยุกต์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โทร. 0-4320-2879.

 ที่มา  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์


* 23923_2.jpg (20.27 KB, 354x228 - ดู 220 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2006, 01:09:54 PM โดย webmaster » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: