มกราคม 24, 2022, 01:04:58 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ตามไปดู!!!ฟาร์มปลากัด สัตว์เลี้ยงสวยงาม ส่งออกไปทั่วโลก  (อ่าน 7606 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
atthasard
Global Moderator
YaBB God
*****

Karma: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 16882


I Love Songkhlafc


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2015, 10:29:41 AM »

แม้ว่าแหล่งปลากัดเก่งเดิมของไทยจะเป็นย่านแปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา และปัจจุบันยังคงมีแหล่งเพาะเลี้ยงปลากัดเก่งและปลากัดสวยงามอยู่ก็ตาม แต่แหล่งที่ขึ้นชื่อตามมาเห็นจะเป็นจังหวัดนครปฐม ที่หลายต่อหลายครั้ง ปลากัดสวยงามที่เพาะเลี้ยงในจังหวัดนี้ คว้ารางวัลในการประกวดมานับไม่ถ้วน จนทำให้ผู้ซื้อส่วนใหญ่สนใจปลากัดที่เพาะเลี้ยงจากจังหวัดนครปฐม/สุจิต เมืองสุข(เรื่อง-ภาพ)


การย้ายถิ่นเพาะเลี้ยงปลากัด คาดเดาว่าเป็นเพราะแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับปลากัด โดยเฉพาะอาหารสด ที่จำเป็นในช่วงของการขยายพันธุ์ และการอนุบาลปลาเล็ก ที่มีมากในพื้นที่จังหวัดนครปฐม นอกจากนี้ จังหวัดนครปฐม ยังเป็นที่รู้กันว่าในอดีตเป็นพื้นที่ทำฟาร์มหมูจำนวนมาก ผลที่ตามมาคือ มีลูกไร ลูกน้ำ ที่ได้จากแหล่งน้ำที่ใช้เลี้ยงหมู ซึ่งเป็นอาหารอันโอชะของปลากัดที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง สีสัน และทำให้ปลาเล็กเกิดใหม่รอดถึงวัยที่ส่งขายได้

คุณสิรินุช ฉิมพลี เจ้าของ สิรินุช เบตต้าฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มเพาะเลี้ยงปลากัดสวยงาม มานานกว่า 15 ปี เธอบอกว่า เธอไม่ได้เป็นผู้เลี้ยงปลากัดในระยะแรกในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เพราะความเป็นคนรุ่นใหม่มุ่งมั่นในการศึกษา แต่เมื่อจบการศึกษากลับไม่ได้มีงานรองรับเหมือนภาพที่ฝัน จึงหันหน้ากลับบ้านเกิด มองหางานทำ แต่สิ่งที่เห็นคือ มีผู้เพาะเลี้ยงปลากัดขาย มีพ่อค้ามารับซื้อถึงบ้าน มุมมองของการทำธุรกิจปลากัดจึงจุดประกายขึ้น แม้ว่าจะไม่มีพื้นฐานความรู้มาก่อน แต่จากการศึกษาจากวารสารกรมประมง และข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต การลองผิดลองถูกสำหรับมือใหม่อย่างคุณสิรินุช จึงไม่ใช่เรื่องยาก


คุณสิรินุช เริ่มจากการเพาะเลี้ยงปลากัดจีน เพราะราคาถูกและหาพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ในพื้นที่ได้ง่าย ช่วง 5 ปีแรกของมือใหม่หัดเพาะ พอเลี้ยงตัวได้ แต่ด้วยหัวใจที่มองเห็นช่องทางการเติบโตในตลาดของปลากัด ทำให้คุณสิรินุช ศึกษาการติดต่อซื้อขายปลากัดกับต่างประเทศ เพราะมูลค่าปลากัดของต่างประเทศสูงกว่าตลาดภายในประเทศ เมื่อสามารถติดต่อประสานการขายได้ดี ออเดอร์จากต่างประเทศจึงเป็นยอดการขายทำรายได้มากกว่าตลาดในประเทศ และสิ่งนี้ทำให้คุณสิรินุชมุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น


การส่งปลากัดเข้าประกวดจึงเป็นแนวทางการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดอีกแนวทางหนึ่งและการได้รับรางวัลจากการประกวดในทุกครั้งทำให้มีพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ปลากัดชนิดดี และส่งผลให้สิรินุช เบตต้าฟาร์ม เป็นที่รู้จัก คุณภาพปลากัดติดตลาด

แม้จะเริ่มจากปลากัดจีน แต่เมื่อศึกษาพบว่าปลากัดสวยงามมีมากกว่าปลากัดจีน จึงเริ่มขยายพันธุ์ปลากัดให้ได้ปลากัดหลายชนิดมากขึ้น โดยปัจจุบันมีปลากัดหลายสายพันธุ์หลัก ได้แก่ ปลากัดจีน ปลาป่าหรือปลากัดลูกทุ่ง ปลากัดลูกหม้อ ปลากัดคราวน์เทล (Crowntail) ปลากัดซุปเปอร์เดลต้า (Super delta) ปลากัดหางพระจันทร์ครึ่งซีก หรือ ฮาล์ฟมูน (Halfmoon) และปลากัดหางคู่ หรือปลากัดสองหาง


การเพาะปลากัดไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความชำนาญและประสบการณ์ คุณสิรินุช บอกและกล่าวด้วยว่า หากเป็นฟาร์มขนาดเล็กหรือเพาะเล่น อาจต้องใช้วิธีการจับคู่ปลา เพื่อให้ได้สีตามต้องการ แต่เพราะการทำฟาร์มขนาดใหญ่ เช่น สิรินุช เบตต้าฟาร์ม ไม่สามารถทำได้ จึงใช้วิธีปล่อยรวม และสังเกตตัวเมีย หากตัวเมียตั้งท้องจะแยกออก และทุกครั้งที่ผสมพันธุ์จะได้ลูกปลากัด ประมาณ 300 ตัว ต่อครอก แต่ในจำนวน 300 ตัวนี้ ลูกปลาจะไม่รอดทั้งหมด อีกทั้งเมื่อจะส่งขายต้องคัดปลากัดเพศเมียออก ขายเฉพาะเพศผู้ ทำให้เหลือปลากัดสำหรับขายเพียงครึ่งเดียวของจำนวนลูกปลาที่ได้ทั้งหมด

?เทคนิคที่ทำให้ลูกปลาเป็นเพศผู้มากกว่าเพศเมียคือ การนำใบหูกวางขยำน้ำ แล้วนำน้ำใบหูกวางใส่ลงไปในอ่างที่ปล่อยพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ เพิ่มความเป็นกรด-ด่างของน้ำ ซึ่งจะช่วยให้ลูกปลาเพศผู้มากกว่า ซึ่งเทคนิคนี้เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมาแต่ดั้งเดิม?


หลังจากแยกลูกปลาออกมาแล้วนำไปใส่ไว้ในอ่างอนุบาลลูกปลา มีไม้น้ำไว้เพื่อให้ลูกปลาอาศัยเป็นที่พัก ให้อาหารวันละครั้ง เป็นอาหารสดจำพวกลูกไรและลูกน้ำ ซึ่งหาได้ง่ายภายในจังหวัด เมื่อหาได้ง่ายทำให้ต้นทุนเรื่องอาหารถูกลง ความหนักใจในการหาแหล่งอาหารของปลากัดเหมือนผู้เพาะเลี้ยงจังหวัดอื่นจึงไม่มี


เมื่อปลากัดอายุ 45-60 วัน จะเริ่มแยกเพศได้ ให้คัดเพศเมียออก นำเพศผู้ไปใส่ขวดแบน ใส่น้ำสูงครึ่งขวด จนกว่าปลาจะมีอายุ 3-4 เดือน ก็สามารถนำไปขายได้

ด้วยนิสัยของปลากัดเมื่อเริ่มแยกเพศได้ จะเริ่มดุและกัดกัน ทำให้ต้องแยกใส่ขวดแบน ขวดละ 1 ตัว ใช้มีดกรีดขวดแบนให้เป็นรอยแตกที่ครึ่งของขวด เพื่อสะดวกต่อการถ่ายน้ำ น้ำที่ใช้สำหรับถ่ายน้ำให้ปลากัดต้องเป็นน้ำประปา แต่ผ่านการพักน้ำมาก่อนหน้าแล้ว เมื่อถ่ายน้ำใช้วิธีเปิดสายยางกรอกใส่ที่ปากขวด ประมาณ 10 วินาที จากนั้นย้ายขวดต่อไป น้ำที่ไหลลงขวดจะไม่ล้นออกมา เพราะน้ำส่วนเกินจะไหลออกทางรอยแตกครึ่งขวดที่ทำไว้


การให้อาหาร เช่นเดียวกับปลาในอ่างอนุบาลคือ ให้อาหารวันละครั้ง แต่เพิ่มไข่ตุ๋นขยี้ละเอียด เป็นอาหารเสริมให้กับปลากัดในขวดแบน ปลาจะอยู่ในขวดแบนต่อไปอีก เมื่ออายุได้ 3-4 เดือน ก็พร้อมขาย

ในทุกครั้งของการเพาะ คุณสิรินุช จะคัดพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์แยกไว้ เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ให้ได้คุณภาพและติดตลาดต่างประเทศ คุณสิรินุช เล่าว่า ตลาดต่างประเทศนิยมปลากัดหางยาว ส่วนตลาดในประเทศ นิยมปลากัดหางสั้น ซึ่งตลาดปลากัดใหญ่ในปัจจุบันคือ สหรัฐอเมริกา นอกจากนั้น เป็นตลาดโซนยุโรป เช่น อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย โดยส่วนใหญ่ซื้อไปเลี้ยงไว้ดูเล่น ไม่ได้นำไปเพาะพันธุ์เพื่อจำหน่าย หรือนำไปกัดกันเป็นเกมกีฬา


ปลากัดที่สามารถส่งขายต่างประเทศได้ ต้องมีอายุประมาณ 4 เดือน ปลากัดที่พร้อมส่งขายต่างประเทศ จะมีราคาไม่ต่ำกว่าตัวละ 100 บาท และส่งครั้งละอย่างน้อย 10,000 ตัว ก่อนบรรจุปลาเข้าถุง แพ็กปากถุงอย่างแน่นหนา ต้องงดให้อาหารปลาและพักปลาไว้ประมาณ 2 วัน ให้ปลาถ่ายมูลออกมาให้หมด ปลากัดก่อนบรรจุลงถุงต้องไม่มีอาหารค้างในท้อง เพื่อไม่ให้ปลากัดถ่ายของเสียระหว่างการเดินทางขนส่ง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลาตาย เพราะน้ำเสียจากการถ่ายมูล

?ปลากัดมีความอดทนสูงมาก สามารถอยู่ในถุงได้ไม่ต่ำกว่า 7 วัน การขนส่งไปต่างประเทศต้องใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน และน้อยครั้งที่ปลาจะตายระหว่างการขนส่ง เพราะก่อนบรรจุปลาลงถุง จะคัดเลือกปลาสภาพสมบูรณ์ ก่อนตักปลาลงถุงพร้อมน้ำผสมเมทิลีนบลู (Methylene Blue) ช่วยรักษาและป้องกันโรคที่อาจติดอยู่ตามลำตัวของปลาได้?


หลักในการดำเนินธุรกิจของสิรินุช เบตต้าฟาร์ม อยู่ที่การพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันก็สามารถส่งออกได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ของการผลิต โดยตลอดทั้งปีส่งปลากัดออกจำหน่ายตลาดต่างประเทศในทุกเดือน และเมื่อมีการจัดการประกวดปลากัดเมื่อไหร่ เชื่อได้ว่ารางวัลชนะเลิศและอีกหลายรางวัลในการประกวดครั้งนั้นๆ ย่อมมีชื่อปลากัดของสิรินุช เบตต้าฟาร์ม ติดอยู่เสมอ

สิรินุช เบตต้าฟาร์ม คว้ารางวัลในการประกวดปลากัดสวยงามมา 50 รางวัล เป็นรางวัลชนะเลิศ 27 รางวัล และรางวัลที่ 2-3 อีก 23 รางวัล เป็นเครื่องการันตีได้ว่า ความพยายามจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากัดที่ไม่มีความรู้ใดๆ เลย สามารถพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศในระดับต้นๆ ได้

คุณสิรินุช ฉิมพลี ให้โอกาสผู้สนใจเข้าชมฟาร์ม ติดต่อได้ที่ โทร. (086) 176-1228 หรือแวะเยี่ยมฟาร์มได้ที่ หมู่ที่ 7 ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม

สุจิต เมืองสุข








http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1423897175
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: