ปลาแม่น้ำไทย ปลาตู้หายาก ต่างชาติหลง

(1/1)

webmaster:
ปลาแม่น้ำไทย ปลาตู้หายาก ต่างชาติหลง


เมื่อเอ่ยถึงคำว่า "ปลาแม่น้ำ" หลายคนนึกถึง คำว่า "อร่อย" !!

ไม่ใช่อย่างน้าน!! นี่ไม่ใช่คอลัมน์ชวนชิมหรืออรพิมแม่ครัวหัวป่า ที่จะมาแนะนำเมนูรสเด็ดจากปลาแต่อย่างใด แต่เรื่องของ "ปลาแม่น้ำ" เป็นได้มากกว่านั้น

เพราะนอกจากนำมาเป็นอาหารรับประทานได้อิ่มท้องแล้ว ปลาแม่น้ำบางพันธุ์ยังกลายเป็นสัตว์เลี้ยงอิ่มใจ จัดอยู่ในกลุ่ม "ปลาน้ำจืดสวยงามของไทย" ที่ได้รับความนิยมจากบรรดาคนเลี้ยงปลาตู้ ซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ โดยเฉพาะคนไทย เพราะมักคิดว่าเป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ชินตา มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะเลี้ยงไว้ดูเล่น

บางคนมองว่าปลาแม่น้ำไทยไม่มีสีสันบาดตา บาดใจ เหมือนปลาสายพันธุ์ต่างแดนที่นิยมซื้อขาย

แต่ในขณะเดียวกัน ปลาแม่น้ำสวยงามเหล่านี้ กลับเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้เลี้ยงปลาในต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบยุโรปและอเมริกา แม้แต่ในประเทศสิงคโปร์ก็มีการซื้อขายปลาไทยกลุ่มนี้ในราคาที่สูงกว่าปลาหางนกยูงถึง 4 เท่า!!

คอลัมน์สัตว์เลี้ยงฉบับนี้จึงขอนำพาไปดูแหล่งผลิตปลาสวยงามกลุ่มนี้ถึงถิ่น พบกับผู้เพาะพันธุ์ตัวจริง คุณธีรยุทธ พลเสน แห่ง "ถวิลฟาร์ม" ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 312 หมู่ 4 ตำบลปากแรด อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี อันเป็นย่านของแหล่งผลิตปลาสวยงามขึ้นชื่อของประเทศ

แม้ว่าคุณธีรยุทธจะเพิ่งขึ้นแท่นรับตำแหน่งเป็นประธานสหกรณ์ปลาสวยงามบ้านโป่งหมาดๆ แต่ประสบการณ์ที่ได้คลุกคลีอยู่กับสัตว์น้ำประเภทนี้ยาวนานกว่าหลายเท่า เขาย้อนความถึงที่มาของการเพาะพันธุ์ปลาแม่น้ำสวยงามให้ฟังว่า จากครอบครัวเกษตรกรรมธรรมดาหันมาสนใจปลาสวยงามตั้งแต่รุ่นคุณพ่อหรือราวปี 2511 เนื่องจากมีพ่อค้าต่างถิ่นเข้ามาหาซื้อปลาสวยงามของไทยในพื้นที่ เพื่อต้องการส่งไปต่างประเทศ โดยนำปลาตัวอย่างมาให้ชาวบ้านดูว่า มีปลาชนิดใดบ้างที่ต้องการ

"ตอนนั้นมีปลาทรงเครื่อง ปลากาแดง ปลาสร้อยน้ำผึ้ง พ่อค้าเอาตัวอย่างมาให้ชาวบ้านดู ประจวบเหมาะที่ช่วงนั้นเป็นฤดูน้ำหลาก ปลาเหล่านี้จึงไปเติบโตในทุ่งในหนอง ก็เลยให้ชาวบ้านไปช้อนมาขาย เราจึงนำมาขายต่อยังผู้ส่งออก จากนั้นก็เริ่มมีความต้องการมากขึ้น เพราะปลาสวยงามของไทยเราหลายตัวมีความสวยงามและไม่มีในประเทศอื่นทั่วโลก ยกเว้นประเทศไทยมีความต้องการสูง ราคาตัวละไม่ต่ำกว่า 20 บาท"

เขาเล่าต่อว่า ช่วงนั้นการรวบรวมปลาแม่น้ำเหล่านี้จะต้องนำมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ และมีเฉพาะช่วงฤดูน้ำหลากเท่านั้น แต่หลังจากสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ น้ำก็ไม่ไหลเข้าทุ่งเช่นเคย ลูกปลาเริ่มหายาก โชคดีที่ปีถัดมาได้รับความรู้เรื่องวิธีการผสมพันธุ์ปลาจากกรมประมง โดยเฉพาะวิธีการผสมเทียม ทางฟาร์มจึงเริ่มเก็บปลาจากธรรมชาติมาเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไว้ส่วนหนึ่ง และเพาะขยายพันธุ์จริงจังนับตั้งแต่นั้น

"ในช่วงแรก ส่งจำหน่ายปีละเป็นล้านตัว แต่ช่วงนั้นถือว่าไม่พอ เพราะเป็นเพียงการรวบรวมจากธรรมชาติ แต่เมื่อสามารถผสมเทียมได้จึงลดปัญหาไป พอเข้าปีที่สองจึงสามารถทำจำนวนได้ ต่อมาเห็นแนวโน้มทางธุรกิจไปได้สวย ตลาดมีความต้องการสูง ผู้ส่งออกจึงมีการขยายตลาดสู่ยุโรป อเมริกา ทางฟาร์มจึงขยายบ่อจากพื้นที่ 2 ไร่ เป็น 40 ไร่ ในปัจจุบัน" คุณธีรยุทธ เล่า

สำหรับชนิดปลาในกลุ่มนี้ที่ได้รับความนิยมมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์และความสวยงามแตกต่างกันไป บางชนิดมีประโยชน์มากกว่าความสวยงาม บางชนิดควรค่าแก่การอนุรักษ์ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตลอดหลายสิบปี อาทิ

ปลาทรงเครื่อง เป็นปลาสีดำสนิท ลักษณะคล้ายฉลามดำ ได้ชื่อว่าเป็น black shark มีครีบสีแดง กระโดงแดง หางแดง ตามประวัติพบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น พบในลุ่มน้ำแม่กลอง เจ้าพระยา และบางปะกง เคยเป็นหนึ่งในชนิดพันธุ์ ที่ผู้เชี่ยวชาญและสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม จัดให้อยู่ในสถานภาพของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ แต่ปัจจุบันสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้

ปลากาแดง หรือเรียกอีกอย่างว่า กาแดงนคร เป็นปลาที่มีลักษณะและสีสันสวยงาม มีรูปร่างคล้ายฉลาม แต่มีสีแดง ครีบแดง กระโดงแดง ลักษณะทั่วๆ ไป ดูคล้ายปลาทรงเครื่องมาก แต่แตกต่างที่ลำตัวค่อนข้างยาว เรียวกว่า ตัวไม่ดำอย่างปลาทรงเครื่อง ครีบทุกครีบสีส้มอมแดง บริเวณโคนหางมีจุดสีดำรูปไข่

ปลากาแดงเผือก ลักษณะคล้ายกาแดงนครแต่ลำตัวมีสีขาวหรือสีทอง จุดเด่นอยู่ที่ดวงตาสีแดง

ปลาตะเพียนทอง ปลาขนาดกลางที่มีเกล็ดสีเงินหรือทองซึ่งประกายแวววาวสวยงามมาก หัวและปากค่อนข้างเล็ก ลำตัวป้อมแบนข้าง สีสันสวยงาม นิยมเลี้ยงเป็นปลาฝูง ครีบและหางสีแดงส้ม ปัจจุบันคนไทยเริ่มให้ความนิยม

ปลาบ้า หรือนิยมเรียกว่า ปลาแซมบ้า ครีบแดง ตัวสีเงิน นิยมเลี้ยงในตู้ขณะยังเล็กเนื่องจากเป็นปลาขนาดใหญ่ น้ำหนักมากถึงตัวละ 2 กิโลกรัม ก็มี มักว่ายเป็นฝูง เหมาะเลี้ยงในบ่อหรือในสวน

อีกชนิดคือ ปลาสร้อยน้ำผึ้ง เป็นปลากินตะไคร่ เรียกอีกอย่างว่า ปลาอีดูด หรือปลาคนใช้ เป็นปลานักทำความสะอาดในตู้ปลา เพราะจะเก็บกินบรรดาตะไคร่น้ำที่มักจับเกาะอยู่ในตู้ที่เลี้ยงปลาไว้นานๆ ช่วยไม่ให้น้ำสกปรกและเกิดน้ำเสีย ในต่างประเทศนิยมเลี้ยงปลาชนิดนี้ไม่ต่ำกว่า 20-50 ตัว

"ตัวที่เป็นพระเอกตอนนี้คือ ปลาฉลามหางไหม้ ปลาทรงเครื่อง แล้วก็ ปลาสร้อยน้ำผึ้ง ปลาเหล่านี้โตขึ้นใหญ่สุดไม่เกิน 4 นิ้ว เป็นปลาขนาดเล็กเหมาะเป็นปลาตู้ ตายยาก ดูแลง่าย อย่างปลาทรงเครื่องนี้หากเลี้ยงในตู้นานๆ จะสวยมาก ตัวจะดำสนิทสีตัดกับครีบ แต่ถ้าปลาตกใจจะถอดสีหรือถ้าเพิ่งขึ้นจากบ่อยังปรับสภาพไม่ได้จะมีสีซีด พวกนี้เป็นปลาธรรมชาติสามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค" คุณธีรยุทธ อธิบาย

เมื่อถามถึงด้านการตลาด เจ้าของฟาร์มปลารายนี้เผยว่า เพื่อการส่งออกเป็นหลัก เน้นจำหน่ายให้กับผู้ส่งออกเป็นหลัก โดยส่วนใหญ่จะรวมรวบโดยประเทศสิงคโปร์ และไปจบอยู่ที่อเมริกา เนื่องจากชาวต่างชาติมองว่า เหล่านี้เป็นปลาหายาก มีเฉพาะประเทศไทยและเป็นเพียงแห่งเดียวในเอเชียที่มีปลาสวยงามเหล่านี้ ซึ่งนอกจากจะมีความสวยงามแล้ว ยังนับเป็นปลาที่เป็นประโยชน์

แต่ในขณะเดียวกันผู้เพาะพันธุ์รายอื่นๆ ร่วม 300 ราย ที่เพาะพันธุ์ปลาในกลุ่มเดียวกันก็มุ่งตลาดส่งออกเป็นหลักเช่นกัน ส่งผลให้ราคาตกเหลือตัวละบาท จาก 20 บาท ในอดีต เวลานี้ทางสหกรณ์ปลาสวยงามบ้านโป่งจึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด อาทิ สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่มในกลุ่มผู้เลี้ยงปลาแต่ละชนิดและเชื่อมโยงไปสู่การควบคุมการตลาดและคุณภาพของปลาสวยงาม ให้เกิดเป็นธุรกิจที่เข้มแข็งของท้องถิ่น

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดข้อสงสัยที่ว่า ตลาดปลาสวยงามบ้านเราก็นับว่ามีผู้รักปลาไม่น้อย ตลาดปลาสวยงามในประเทศนับพันล้านบาท เหตุใดกลุ่มผู้เพาะพันธุ์ปลาแม่น้ำสวยงามไทยจึงไม่ทำตลาดในประเทศ

คำตอบที่ได้คือ "ผมพยายามมา 20 ปีกว่าแล้ว แต่ความนิยมของคนไทยยังน้อยมากเกี่ยวกับปลาแม่น้ำสวยงาม อาจเป็นเพราะชินตา หรือเป็นเพราะคนไทยนิยมปลาที่มีสีสันซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาต่างถิ่น ขณะที่ปลาไทยเกิดในประเทศไทย ถ้าไปเลี้ยงในตู้ตายยากมาก เพราะเป็นปลาท้องถิ่น มีสภาพน้ำและสภาพอากาศใกล้เคียงที่สุด สามารถนำไปเลี้ยงในอ่างบัว ในสวนแบบญี่ปุ่น หรือในตู้กระจกยังได้ ให้อาหารเม็ดธรรมดา เพราะเป็นปลากินพืชทั้งสิ้น สามารถเลี้ยงรวมกับปลาทองและปลาชนิดอื่น โดยพวกมันจะมักมีมุมส่วนตัวอยู่เบื้องล่าง หรือเวลาว่ายจะว่ายแอบอยู่ใต้ท้องปลาที่มีขนาดใหญ่กว่า"

"ทุกวันนี้ผมก็ยังหาสาเหตุไม่ถูกว่า ทำไม คนไทยไม่นิยม" คุณธีรยุทธ กล่าวยอมรับ

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้คงยังไม่สายเกินไปหากคนรักปลาจะหันมาส่งเสริมปลาไทย นิยมปลาไทย ขอบอกว่าปลาเหล่านี้เป็นปลาที่กระตือรือร้นสุดๆ โดดเก่งอีกต่างหาก แต่ก็สวยงามเอาเรื่อง เลี้ยงไปมองไปเพลิดเพลินใจไปอีกแบบ หากใครสนใจอยากลองเลี้ยงติดต่อไปที่เบอร์ (032) 211-811 หรือ (04) 138-2008

คราวนี้อย่างที่เชื่อกันว่า "เลี้ยงปลาทองได้ทอง" ปลาไทยมีเด็ดกว่า เพราะเชื่อตามชื่อได้เหมือนกัน อย่างเช่นว่า

"เลี้ยงปลาทรงเครื่อง ชีวิตครบเครื่อง ครบรส" !!

หนังสือพิมพ์  เทคโนโลยีชาวบ้าน
อุราณี ทับทอง uranee@matichon.co.th

panchanok:
ดิฉันไปเดินแถวจตุจักรมาค่ะ และได้ปลาแรมบอลลูน สีทอง 1 คู่ และ 7 สี 1 คู่  แต่ตอนนี้ตัวผู้สีทองดูจะไม่สบายเพราะสีซีดมาก ๆ เดี๋ยวก็หายท้อง ต้องนำมาพักไว้นอกตู้  และอีกเรื่องปลาออกไข่ค่ะ แต่ไม่รู้วิธีเลี้ยงใครพอจะมีคำแนะนำบ้างค่ะ ขอบคุณล่วงหน้า :-\

Nicaonline:
เรื่องการเลี้ยงปลาสวบงาม เรามีอยู่เยอะมากครับ ลองตามลิงค์ข้างล่างไปครับ
http://www.nicaonline.com/webboard/index.php?board=15;action=display;threadid=5146

หน้ายอดนิยมที่คนเข้ามาเยี้ยมชม หาความรู้ด้านปลาสวยงามมากที่สุดในเว็บ
http://www.nicaonline.com/fish99.htm

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ