พฤศจิกายน 28, 2014, 04:43:46 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ภูมิปัญญาหมอดินอาสาใช้ขี้เห็ดแทนปุ๋ย  (อ่าน 3936 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
webmaster
YaBB God
*****

Karma: -3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1588


Ha ha ha เราก็ทำได้


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ตุลาคม 18, 2005, 09:08:23 AM »

ทิศทางเกษตร : ภูมิปัญญาหมอดินอาสาใช้ขี้เห็ดแทนปุ๋ย
เพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังจาก 4 ตัน เป้น 19 ตันต่อไร่
   
จากสภาวะปัญหาราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมทุกประเภทรวมทั้งภาคเกษตรกรรม เนื่องจากน้ำมันเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่บ่งชี้ถึงต้นทุนการผลิต ภาครัฐจึงเร่งหาทางแก้ไขปัญหา ซึ่งแนวทางหนึ่งคือการส่งเสริมการปลูกพืชพลังงานทดแทนเพื่อผลิตเป็นไบโอดีเซลและเอทานอลใช้เองภายในประเทศ ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ โดยพืชที่สามารถเป็นพืชพลังงานได้แก่ ปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ดังนั้น การเพิ่มพื้นที่ปลูกพืชเหล่านี้ รวมทั้งเพิ่มผลผลิตให้ได้มากขึ้นจากเดิมเพื่อนำมาสกัดเป็นพลังงานทดแทนน้ำมันจึงเป็นสิ่งจำเป็น
     
และ ในวันนี้หมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน สามารถใช้ภูมิปัญญานำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่าง “ขี้เห็ด” ร่วมกับสารเร่ง พด. 1 และ 2 เป็นตัวเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังหนึ่งในพืชพลังงานทดแทนได้เป็นผลสำเร็จ จากเดิมที่เคยได้ผลผลิตมันสำปะหลังเพียง 4 ตันต่อไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 19 ตันต่อไร่
     
นายชัยวัฒน์ สิทธิบุศย์ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า จากกรณีที่หมอดินอาสารายหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมาใช้ภูมิปัญญาในการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาช่วยเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังได้มากขึ้นจากเดิมเกือบ 5 เท่า ถือว่าเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ เพราะปกติสถิติของผลผลิตมันสำปะหลังสูงสุดจะได้ไม่เกิน 8 ตัน/ไร่ ดังนั้น กรมพัฒนาที่ดินได้มอบให้สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา เร่งทดสอบและวิจัยหาสาเหตุของผลผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งทดลองปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ภูมิปัญญาของหมอดินรายนี้ เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนที่จะทำเป็นแผนส่งเสริมให้เกษตรกรรายอื่นต่อไป
     
อย่างไรก็ตาม ถ้าผลการทดลองครั้งนี้ประสบความสำเร็จคือผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นจริง ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากมันสำปะหลังเป็นพืชพลังงานทดแทน ซึ่งจะสามารถช่วยประเทศชาติลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยเหลือคนไทยซื้อน้ำมันในราคาที่ถูกลงด้วย
     
ด้านนายหวัน หน่วงกลาง ผู้ใหญ่บ้านพิทัก ษากร ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอพิมาย จังหวัด นครราชสีมา หมอดินอาสาที่ประสบความสำเร็จในการใช้ภูมิปัญญาจนได้ผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น กล่าวถึงวิธีการจัดการว่า ตนมีอาชีพปลูกมันสำปะหลัง และเพาะเห็ดฟางจำหน่าย ซึ่งหลังจากเก็บเห็ดฟางเรียบร้อยแล้วจะมีวัสดุเหลือใช้ที่เรียกว่า ขี้เห็ด ที่ประกอบด้วยจุลินทรีย์หลากหลายชนิด ที่มีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืช สามารถนำไปใส่ในแปลงมันสำปะหลังได้


เคล็ดลับสำคัญที่จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับการเตรียมดินก่อนการปลูกพืช ซึ่งวิธีการของหมอดินหวันคือ นำขี้เห็ดใส่ในแปลงอัตรา 4 ตัน/ไร่ก่อนปลูกมันสำปะหลัง จากนั้นใช้รถไถเกลี่ยให้ทั่วแปลง ที่สำคัญอีกจุดหนึ่งของนายหวันใช้มันสำปะหลังพันธุ์ห้วยบง 60 โดย 1 ท่อนพันธุ์ให้ตัดใช้เพียง 2 ท่อนกลางเท่านั้น ส่วนการนำไปปลูกใช้ระยะปลูก 1.50x1.50 เมตร ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการใช้ขี้เห็ดในแปลงปลูกมันสำปะหลัง นอกจากจะได้ผลผลิตมันสำปะหลังต้นใหญ่ หัวใหญ่ขึ้น เปอร์เซ็นต์แป้งสูง 24-25% ยังสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ยเคมีและยากำจัดศัตรูพืชได้อีกด้วย หรือคิดเป็นต้นทุนที่ลดลงจากเดิมประมาณ 2-3 เท่า
     
นายหวัน กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ใช้ขี้เห็ดในการปรับปรุงบำรุงดินทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก 4 ตันเป็น 19 ตัน/ไร่ มีรายได้จากการขายผลผลิตมันสำปะหลังสูงขึ้นมาก ซึ่งขณะนี้ราคาจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.50 บาท ดังนั้น ถ้าผลผลิตมันสำปะหลังอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยที่ 19 ตัน/ไร่ และราคาขายอยู่ที่ 1.50 บาท/กก. เช่นนี้ต่อไป เชื่อมั่นว่าเกษตรกรสามารถอยู่รอดในอาชีพนี้อย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้ตนในฐานะหมอดินอาสาและผู้ใหญ่บ้าน ได้นำภูมิปัญญาที่ใช้วัสดุเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ไปส่งเสริมให้กับเกษตรกรที่เป็นลูกบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
     
หากเกษตรกรท่านใดสนใจภูมิปัญญาหมอดินอาสาสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา โทร. 0-4437-1659 หรือติดต่อหมอดินหวันโดยตรงได้ที่ 0-1360-9804.

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: