ตุลาคม 26, 2014, 06:32:07 AM
ข่าว:
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: "ปลากะรังหงส์" สัตว์น้ำเศรษฐกิจทางเลือกใหม่  (อ่าน 7360 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
chawiwan
YaBB God
*****

Karma: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1122


สวัสดีทุกท่านค่ะ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มิถุนายน 29, 2005, 10:48:01 AM »

"ปลากะรังหงส์" สัตว์น้ำเศรษฐกิจทางเลือกใหม่


    "ปลากะรังหงส์" หรือ "ปลากะรังหน้างอน" เป็นสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลที่นับวันจะมีเหลือน้อย และหายากมาก แต่นับเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญอีกชนิดหนึ่งที่สามารถพัฒนาเป็นปลาเศรษฐกิจได้ ทั้งในส่วนของปลาที่เป็นอาหาร และปลาสวยงาม เนื่องจากมีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น รูปร่างและสีสันที่แปลกสะดุดตา การเจริญเติบโตช้าเหมาะเลี้ยงในตู้ปลา ส่วนปลาที่มีขนาดโตเต็ม วัยเมื่อนำมาประกอบอาหารจะได้เนื้อและรสชาติที่ดี เป็นที่นิยมของบรรดาเศรษฐี ราคาจำหน่าย ในภัตตาคารไม่ต่ำกว่าจานละ 5,000 บาท หรือหากต้องการหาซื้อในท้องตลาด ปลากะรังหงส์ มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000-3,000 บาท สร้างแรงจูงใจให้กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและ พัฒนาประมงชายฝั่งระยอง ได้ดำเนินการศึกษาและวิจัยเพื่อเพาะและขยายพันธุ์ปลากะรังหงส์เป็น ทางเลือกใหม่ในการพัฒนาอาชีพ และศักยภาพของเกษตรกรได้เลี้ยงอีกด้วย ทดแทนการเพาะ เลี้ยงปลากะพงขาว กุ้งกุลาดำ หรือ กุ้งขาว ที่ปัจจุบันราคาตกต่ำ และมีปัญหาในเรื่องการส่งออก
 ดร.เรณู ยาชิโร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง เปิดเผยว่า การศึก ษาวิจัยและเพาะเลี้ยงปลากะรังหงส์ หรือ ปลากะรังหน้างอน เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 โดยศูนย์ฯ ได้ขอซื้อพ่อแม่พันธุ์มาจากชาวประมงที่ทำการประมงในบริเวณใกล้เคียง จากนั้นก็นำ มาเพาะเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ จนสามารถเพาะและขยายพันธุ์ได้ลูกปลากะรังหงส์รุ่นแรก แต่จำนวน ลูกปลาที่เพาะได้ยังมีอัตราการรอดน้อยเพียง 1% จากปริมาณไข่ทั้งหมดที่เพาะได้จากพ่อแม่พันธุ์ใน แต่ละครั้งประมาณ 10,000-100,000 แสนฟอง
 สำหรับปลากะรังหงส์หรือปลากะรังหน้างอน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Cromileptes altivelis เป็นปลาที่มีลักษณะ ลำตัวแบน หัวเล็ก ครีบยาวปลายมน ลำตัวและครีบมีจุดสีดำประ อยู่ทั่วไป พื้นตัวขาวมีจุดดำประทั่วตัว แหล่งอาศัยพบได้ทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย บริเวณชายฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชายฝั่งอินโดแปซิฟิกตะวันตก จากตอนใต้ของญี่ปุ่นและไต้ หวัน ถึงอินโดนีเซีย โดยปัจจุบันการเพาะเลี้ยงปลากะรังหงส์ เริ่มเป็นที่สนใจของเกษตรกร มากขึ้น เนื่องจากมีผู้ประกอบการบางรายนำเข้าลูกปลากะรังหงส์จากประเทศอินโดนีเซียมาส่ง เสริมให้เกษตรกรเลี้ยง เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศฮ่องกง ซึ่งในแต่ละปีมีความต้อง การประมาณ 720 ตัน แต่ต้นทุนในการดำเนินงานค่อนข้างสูง เนื่องจาก ลูกปลานำเข้าขนาดตัว 1 นิ้ว ซื้อขายที่ราคาตัวละ 120-150 บาท หากนำมาเลี้ยงแล้วมีระบบการจัดการที่ไม่เหมาะ สมทำให้มีอัตราการรอดน้อยอาจจะไม่คุ้มทุน
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง กล่าวต่อว่า สำหรับในการเตรียมพ่อ แม่พันธุ์ปลากะรังหงส์นั้น ศูนย์ฯจะมีการคัดเลือกปลาที่มีคุณภาพแข็งแรง และสมบูรณ์ ขนาดน้ำหนัก ตั้งแต่ 1.5 ก.ก.ขึ้นไป เลี้ยงโดยให้อาหารเป็นปลาข้างเหลืองสด 3% ให้วันเว้นวัน และมีการ เสริมพวกวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินรวม วิตามินซี วิตามินอี สำหรับปลาที่ต้องการให้เป็นเพศผู้นั้น นอกจากจะเสริมวิตามินเหล่านี้แล้ว ยังมีการเสริมฮอร์โมนเพศชาย (Methyltestosterone) 10 mg. โดยให้ปลากินอาทิตย์ละครั้งด้วย
ส่วนการวางไข่และการอนุบาล หลังจากเลี้ยงปลาเจริญเติบโตเหมาะสมในการขยายพันธุ์ โดยปลามีความสมบูรณ์เพศ คือปลาเพศผู้มีน้ำเชื้อและปลาเพศเมียมีไข่ก็รวบรวมปลามาเลี้ยงไว้ใน บ่อวางไข่ จากนั้นประมาณ 3-4 อาทิตย์ ปลาก็จะเริ่มวางไข่ ทำการรวบรวมไข่ปลาฟักในถังฟัก ไข่ จะใช้เวลาในการฟักไข่ประมาณ 17-19 ชม. ที่อุณหภูมิ 28-30 องศาเซลเซียสระดับความ เค็ม 30-32 ppt.
 หลังจากลูกปลาฟักออกจากไข่ก็ทำการอนุบาลเหมือนปลากะรังชนิดอื่นๆ ทั่วไป คือ เมื่อ ลูกปลาอายุ 3 วัน ให้โรติเฟอร์ (แพลงตอนสัตว์) ขนาดเล็กเป็นอาหาร โดยการกรองผ่าน ถุงกรองตาถี่ ขนาด 120 ไมครอน จนกระทั่งลูกปลาอายุ 7 วัน จึงจะให้โรติเฟอร์ทุกขนาด และ ช่วงอายุ 3-20 วันนี้มีการเสริมอาหารสำเร็จรูปด้วย เมื่อลูกปลาอายุ 13-15 วัน ก็เริ่มให้อาร์ ทีเมีย(ตัวเล็ก) และให้อาร์ทีเมียตัวเต็มวัย เมื่ออายุได้ 25 วัน หลังจากนั้น 1 เดือน ไปแล้วก็ เริ่มฝึกให้เนื้อปลาและอาหารเม็ดต่อไป
 เมื่อลูกปลามีอายุ 45 วัน ปลาจะมีขนาด ความยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ช่วงระยะนิ้ว ช่วงระยะนี้สามารถขนย้ายปลาเพื่อที่จะนำไปเลี้ยงต่อในบ่อซีเมนต์ หรือ บ่อดิน ถ้าต้องการนำไป เลี้ยงในกระชังลูกปลาควรมีขนาดความยาวไม่ต่ำกว่า 4 นิ้ว
 เกี่ยวกับผลความก้าวหน้าในการอนุบาลลูกปลากะรังหงส์เป็นอย่างไรนั้น ดร.เรณูกล่าวว่า หลังจากที่ศูนย์ฯ ได้เพาะพันธุ์และอนุบาลลูกปลากะรังหงส์จนประสบความสำเร็จแล้ว แนวทางต่อ ไปที่จะศึกษาคือในเรื่องเกี่ยวกับอาหารสัตว์น้ำที่ดีและเหมาะสมสำหรับการเลี้ยงลูกปลา และการ เลี้ยงเพื่อพัฒนาเป็นพ่อแม่พันธุ์ ระบบการจัดการบ่อไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิของน้ำ หรือ ระดับความ เค็มที่เหมาะสมในการเลี้ยง เพื่อให้มีอัตราการรอดสูงมากขึ้น รวมถึงการเพาะเลี้ยงลูกปลากระ รังหงส์เป็นพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพ ผลิตลูกปลาที่มีอัตราการรอดสูง
สำหรับการศึกษาวิจัยในขณะนี้ ยังไม่สามารถผลิตลูกปลากระรังหงส์ได้เป็นจำนวนมาก เพราะขาดพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 3-4 คู่เท่านั้นที่สามารถให้ลูกได้ และส่วนใหญ่ได้มา จากการจับตามธรรมชาติ ที่หาได้ยากเต็มที แต่เชื่อว่าภายใน 3 ปี ศูนย์จะสามารถพัฒนาการ เลี้ยงลูกปลากะรังหงส์จนเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่เพียงพอ และสามารถผลิตลูกปลากะรังหงส์ได้เป็นจำ นวนมาก เพื่อขยายผลผลิตจำหน่ายให้เกษตรกรในราคาถูกกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศกลาย เป็นอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อย่างมั่นคง
อนึ่งเกษตรกรท่านใดสนใจ ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปลากะรังหงส์”สามารถติดต่อไปได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งระยอง โทร. 0-3865- 5191 , 0-3865-5286 โทรสาร 0-3866-4583 , 0-3865-5286

ที่มา:หนังสือพิมพ์แนวหน้า
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: