ชมพู่ทับทิมจันทร์ปลูกไม่ยาก

(1/1)

atthasard:
ชมพู่ทับทิมจันทร์ เป็นชมพู่ที่นำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย เดิมมีชื่อว่า ชีตา มีการปลูกในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2538 ลักษณะทรงผลคล้ายชมพู่เพชรน้ำผึ้ง แต่ก้นผลใหญ่กว่า เส้นเอ็นที่ผลเด่นชัดกว่า ผิวมันเป็นประกาย รสชาติหวาน เนื้อแน่นไม่มีเมล็ดผิวค่อนข้างหนาขนส่งได้ไกล ไม่ช้ำง่าย
   
ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ที่ดีที่สุดต้องเป็นชุดดินท่าม่วง ซึ่งเป็นดินที่เกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำใหม่ที่แม่น้ำลำคลองพัดมาทับถมทุกปี เป็นดินใหม่อายุน้อย มีอินทรียวัตถุสูง หน้าดินลึกไม่เกิน 30 เซนติเมตร มีความเป็น กรดเล็กน้อย เป็นกลาง ประมาณ 6.5–7.0 มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมค่อนข้างสูง ระบายน้ำได้ดี
   
การปลูกแบบยกร่อง ควรมีขนาดกว้างประมาณ 6 เมตร ร่องกว้างประมาณ 2 เมตร การปลูกวิธีนี้นิยมมากในแถบจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม ส่วนในสภาพพื้นที่ราบนิยมปลูกในแถบจังหวัดเพชรบุรี การปลูกทั้งสองวิธีนี้มีข้อดีข้อเสียต่างกันคือการปลูกในสภาพพื้นราบผลชมพู่จะมีขนาดเล็กกว่าแต่รสชาติหวานกว่า เพราะขาดน้ำ แต่การปลูกในสภาพยกร่องผลชมพู่จะมีขนาดใหญ่กว่า แต่มีรสจืดเพราะบังคับน้ำไม่ได้
   
หลุมปลูกควรกว้างประมาณ 1 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร ใส่ปุ๋ยรองพื้นด้วยปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าให้เข้ากันภายในหลุม นำต้นชมพู่แกะถุงพลาสติกออกลงปลูก ปักหลักผูกเชือกกันลมโยกต้นจะทำให้ต้นชมพู่ไม่โต ปลูกได้ทุกฤดู จากนั้นก็ดูแลรอการเจริญเติบโต
   
ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับชมพู่ก็คือแมลงวันผลไม้จะชอบทำลายผล ถ้าไม่มีการห่อผลแล้วโอกาสที่แมลงวันผลไม้ทำลายให้ผลเน่าเสียจะมีมากกว่า 90% ชมพู่เป็นไม้ผลที่ออกดอกครั้งละมาก ๆ หลังจากออกดอกแล้วประมาณ 2 เดือน ก็สามารถห่อผลได้โดยเลือกผลที่สมบูรณ์ไว้ช่อละ 3 ผล ไม่ควรเอาไว้มากกว่านี้ จะทำให้ผลเล็กคุณภาพไม่ดี ผลที่เลือกไว้เป็นผลหรือช่อที่ขั้วชี้ลงด้านล่าง จะเป็นช่อที่แข็งแรงกว่าช่อที่ขั้วหันขึ้นทางด้านบน และควรเป็นช่อดอกที่ออกบริเวณกิ่ง ไม่ควรเอาช่อที่ออกบริเวณปลายกิ่งเพราะจะทำให้ได้ผลที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากการลำเลียงอาหารส่งไปได้น้อยกว่าช่อดอกที่ออกบริเวณกิ่ง หลังจากเลือกช่อผลที่ต้องการห่อได้แล้ว ก็ใช้ถุงกระดาษซึ่งจากการวิจัยพบว่าถุงกระดาษที่ทำจากถุงปูนซีเมนต์ ขนาด 6 x 14 นิ้ว ให้ผลดีที่สุด รองลงมาได้แก่ถุงพลาสติก
   
ชมพู่เป็นผลไม้ที่ตลาดยังมีความต้องการด้วยเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารที่ร่างกายต้องการคือ ในเนื้อชมพู่ 100 กรัม จะประกอบด้วยพลังงาน 24 กิโลแคลอรี โปรตีน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรต 5.5 กรัม แคลเซียม 2 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 18 มิลลิกรัม เหล็ก 0.3 มิลลิกรัม  วิตามินซี 32 มิลลิกรัม.

Kasettuathai@dailynews.co.th


http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=344&contentID=133858

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ