ธันวาคม 23, 2014, 06:26:05 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: [1]   ลงล่าง
ผู้เขียน หัวข้อ: ปลาหางนกยูงส่งออกอนาคตสดใส...สายพันธุ์ปลาต้องได้มาตรฐาน  (อ่าน 7226 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
chawiwan
YaBB God
*****

Karma: -1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1122


สวัสดีทุกท่านค่ะ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: มีนาคม 28, 2005, 09:59:04 AM »

ปลาหางนกยูงส่งออกอนาคตสดใส...สายพันธุ์ปลาต้องได้มาตรฐาน

   สถานการณ์การเลี้ยงปลาหางนกยูงในบ้านเรายังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากมือใหม่ที่ซื้อปลาหางนกยูงสายพันธุ์ธรรมดาราคาตัวละไม่กี่บาทมาเลี้ยง จนถึงปลาหางนกยูงที่มีราคาคู่ละพันบาทก็มี ตัวอย่างสายพันธุ์ยอดนิยม “เรดอาบิโน” ซึ่งมีลำตัวสีแดงราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตัวละ 250-1,200 บาท ในขณะที่ความต้องการของตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาจะชอบสายพันธุ์ใหม่ ๆ และมีออเดอร์สั่งซื้อมากขึ้น ในขณะที่สิงคโปร์เป็นอีกประเทศหนึ่งที่สั่งซื้อเข้ามามากแต่จะนำปลาหางนกยูงของเราไปคัดคุณภาพแล้วส่งไปขายต่ออีกประเทศหนึ่งได้ราคาที่สูงกว่าหลายเท่า ซึ่งต้องยอมรับว่าสิงคโปร์เก่งเรื่องการตลาด
     
   คุณทัศพร วัชรวิทยากร ชาวอำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นผู้เพาะเลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อการส่งออกรายหนึ่งบอกว่า การเลี้ยงปลาหางนกยูงในบ้านเราจะมีปัญหามากในเรื่องของสายพันธุ์ปลาที่ขาดคุณภาพและไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากผู้เพาะพันธุ์ส่วนหนึ่งเพาะพันธุ์ปลาโดยหวังในเรื่องของปริมาณเป็นหลัก บางครั้งได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะไม่ตรงตามพันธุ์ที่ลูกค้าต้องการ ไม่มีการคัดปลาที่ไม่สวยออกหรือมีการปลอมปนปลาที่ไม่สวยเข้าไป สุดท้ายก็เสียตลาดส่งออก คุณทัศพรยังได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการส่งออกปลาหางนกยูงว่าเริ่มต้นจะต้องมีการจดทะเบียนการค้าสัตว์น้ำที่กรมประมงและปฏิบัติตามขั้นตอนก่อนถึงการส่งออก เมื่อลูกค้าต่างประเทศมีออเดอร์มาจะต้องส่งเงินมาให้ทางเราครบก่อน เราจะทำการส่งทางเครื่องบินโดยบรรจุปลาหางนกยูงในถุงพลาสติก 2 ชั้นเพื่อป้องกันถุงแตกและบรรจุลงกล่องโฟมอีกชั้นหนึ่ง ถ้าเป็นปลาหางนกยูงเกรดธรรมดาราคาไม่แพง จะใส่รวมกันหลาย ๆ คู่ในถุงเดียวกัน แต่ถ้าเป็นปลาที่มีราคาแพงจะต้องใส่ถุงละ 1 ตัว คุณทัศพรจะมีออเดอร์ตั้งแต่ 30 คู่ ถึง 1,000 คู่ ส่งไปขายที่สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น สิงคโปร์และอีกหลายประเทศในยุโรป
   
   ปัจจุบันคุณทัศพรจะมีปลาหางนกยูงที่เพาะพันธุ์เพื่อส่งขายต่างประเทศอยู่ประมาณ 10 สายพันธุ์ อาทิ เรดอาบิโน, สเน็คสกิน, ริบบอน, เรดเทล ฯลฯ คุณทัศพรได้บอกถึงเทคนิคในการเพาะพันธุ์ปลานกยูงเริ่มจากนำพ่อ-แม่พันธุ์ปล่อยในตู้ปลาขนาด 18-24 นิ้ว ใส่น้ำให้สูงประมาณ 12 นิ้ว อัตราการปล่อยแม่พันธุ์ปลา 5 ตัว ต่อพ่อพันธุ์ 2 ตัว และพ่อ-แม่พันธุ์จะต้องมีอายุอย่างน้อย 3 เดือน การให้ลูกแต่ละครั้งจะเฉลี่ย 20-200 ตัวต่อแม่ ข้อควรระวังไม่ให้แม่ปลากินลูกของมันเองให้ตักเอาแม่ปลาใส่ในตะกร้าลอยน้ำไว้ในตู้ปลาใบใหม่ เมื่อลูกปลาออกจากท้องแม่ ลูกปลาจะว่ายน้ำหลุดออกมาจากรูตะกร้า วันรุ่งขึ้นให้ย้ายลูกปลาไปยังตู้อนุบาลซึ่งมีระดับน้ำในตู้ปลาสูงประมาณ 4-6 นิ้ว เลี้ยงด้วยไรแดงหรือไรน้ำจืด (ก่อนให้ทุกครั้งควรล้างให้สะอาด ป้องกันโรคที่จะติดมา) สลับกับอาหารเม็ด แต่การให้อาหารควรหมั่นสังเกตอย่าให้อาหารเหลือจะทำให้น้ำเสียเร็ว เมื่อลูกปลามีอายุได้ 3 เดือน คัดนำออกมาจำหน่ายได้
     
   “เมล็ดพริกขี้หนูหอม” ให้ผลผลิตดกมากและปลูกได้ในสภาพกลางแจ้งมีแจกฟรีพร้อมคู่มือการปลูก เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์ 15 บาท ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถนนศรีมาลา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร 66000 โทร. 0-5661-3021, 0-5665-0145 และ 0-1886-7398.

ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
 
กระโดดไป: