เมษายน 20, 2014, 12:13:32 AM
ข่าว:
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: เมษายน 18, 2014, 09:05:07 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ โทร0 2356 9999รับสมัคร นักพัฒนาระบบราชการปฏิบัติการตั้งแต่วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557 ถึง วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.)
 ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300
 โทร0 2356 9999
 
 ประกาศรับสมัคร : ข้าราชการ โดยวิธี : คัดเลือก
 ชื่อตำแหน่ง : นักพัฒนาระบบราชการปฏิบัติการ (ด้านการพัฒนาระบบราชการ วุฒิปริญญาเอก)
 อัตราเงินเดือน : 21,000-23100 บาท
 ประเภท : วิชาการ ระดับปฏิบัติการ
 จำนวนตำแหน่งว่าง : 2 ตำแหน่ง
 ระดับการศึกษา : ปริญญาเอก
 
 รายละเอียดวุฒิ : ทุกสาขาวิชา
 ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : 1. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย สรุปความคิดเห็น จัดทำข้อเสนอเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีและส่วนราชการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ
 2. ศึกษาค้นคว้าข้อมูล Best Practice และความรู้จากต่างประเทศ เพื่อนำแนวคิดของต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบราชการไทย
 3. การให้คำปรึกษาแนะนำ ชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ แนวทางและวิธีการในการพัฒนาระบบราชการด้านต่างๆ แก่ส่วนราชการ ข้าราชการ และประชาชน
 4. ส่งเสริม สนับสนุนให้ส่วนราชการ และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาระบบราชการ
 5. การติดตามประเมินผลการพัฒนาระบบราชการ การตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ
 6. การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ การบริหารงบประมาณ การติดตามประเมินผลแผนงาน/โครงการ การบริหารทรัพยากรบุคคล การสื่อสารสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ งานวิเทศสัมพันธ์ และงานช่วยอำนวยการ
 7. ปฏิบัติงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย
 ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการ เช่น การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance) เป็นต้น สามารถศึกษาข้อมูลเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์สำนักงาน ก.พ.ร. ที่ http://www.opdc.go.th
 ทักษะ/สมรรถนะ : -
 
 
 เงื่อนไข : ไม่รับโอน
 เปิดรับสมัคร : วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557 ถึง วันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
 









http://www.goosiam.com/work/job/question.asp?gid=18284

 12 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 09:17:57 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
เลี้ยงชีพแบบพอเพียง จ.นครศรีธรรมราช
 ชาวบ้าน อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมกลุ่มปรับปรุงนาข้าวที่ว่างเปล่าอยู่ข้างบ้าน และแบ่งปันเพื่อปลูกพืชผักสวนครัว ขุดบ่อเลี้ยงปลาเพื่อประทังชีวิตในครอบครัว ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะลดค่าครองชีพได้มาก ไม่เดือดร้อนในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ละครอบครัวจะมีรายได้ช่วงนี้ ส่งผักปลอดสารพิษขายได้กำไรกว่า 1,000 บาทต่อวัน ซึ่งศูนย์พัฒนาตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปิดบริการแล้ว ให้ผู้สนใจได้เข้าไปเรียนรู็ และนำไปเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัว

อบรมปลูกมะนาวในท่อซิเมนต์ จ.สงขลา
 ศูนย์เรียนรู้ โครงการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ที่ หมู่ 2 ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขณะนี้กำลังเปิดอบรม ปลูกมะนาวในท่อซิเมนต์ ปลูกพร้าวน้ำหอม มะพร้าวกะทิ ตลอดจน พืช ผักสวนครัว รวมทั้งสมุนไพรหลายชนิด ซึ่งศูนย์เรียนรู้ดังกล่าว จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้ความรู้อย่างเต็มที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

เลี้ยงหอยหมากรายได้ดี จ.สตูล
 นายแสน ละใบโซะ ชาวบ้านเลี้ยงปลากระชัง ตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมืองสตูล จะออกไปจับปลาบริเวณคลองปันนังปูเลาเป็นประจำ และมีหอยหมากติดมาด้วย พบอยู่ตามน่านน้ำไทยฝั่งทะเลอันดามันจำนวนมาก ลักษณะคล้ายหอยหวาน แต่สีน้ำตาลเข้มกว่า แตกต่างที่หอยหมากจะมีพ่นวัตถุกลมๆ ออกมาเหมือนมุก ใช้ทำเครื่องประดับได้ จึงเริ่มเพาะเลี้ยงจริงจัง ส่งขายตลาดหลักๆ มาเลเซีย ที่นิยมนำไปปรุงอาหาร











http://news.ch7.com/detail/67555/เลี้ยงชีพแบบพอเพียง_จ.นครศรีธรรมราช_และข่าวอื่นๆ.html

 13 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 09:16:18 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยเปิดเผยว่า ได้นำตัวแทนคณะกรรมการสมาคมฯ เข้ายื่นหนังสือต่อนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกร้องให้รัฐบาลขออนุมัติยืมเงินงบกลางจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.เพิ่มเติมจำนวน 40,000 ล้านบาท เพื่อจ่ายให้กับชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าว เนื่องจากเห็นว่าเงินงบกลางก้อนแรกจำนวน 2 หมื่นล้านบาท ที่ กกต.อนุมัติให้รัฐบาลยืมมาใช้ครั้งก่อนนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้จ่ายเงินคืนไปแล้วกว่า  11,000 ล้านบาท คงเหลือเงินที่ต้องจ่ายคืนอีกเพียงประมาณ  9,000 ล้านบาทเท่านั้น

 ซึ่งมั่นใจว่ากระทรวงพาณิชย์จะคืนเงินได้ตามกำหนด ในขณะที่ยังมีชาวนาอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับเงินและได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงต้องการให้รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือชาวนาอีกครั้ง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต โดยข้อมูลจาก ธกส.ระบุว่า ขณะนี้ยังมีชาวนาที่ยังไม่ได้รับเงินจำนำอีกประมาณ  800,000 ราย วงเงินกว่า 95,000 ล้านบาท











http://news.ch7.com/detail/68224/ชาวนาวอนรัฐนำงบกลาง_4_หมื่นล้านจ่ายจำนำ.html

 14 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 09:15:46 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
อากาศร้อนช่วงนี้น้ำอ้อยขายดี
 ช่วงนี้อากาศร้อนมากชาวบ้านตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดร้านจำหน่ายอ้อยริมทางให้กับนักท่องเที่ยวหรือใครขับรถผ่านไปเที่ยวกัน วิ่งรถผ่านถนนสายอ้อมค่าย ก็ต้องแวะซื้อดื่มคนละถุงสองถุง ทำให้พ่อค้าขายน้ำอ้อยอย่าง คุณอำมร สังกะษี ที่ขายน้ำอ้อยเป็นอาชีพหลัก บอกว่าบางวันน้ำอ้อยไม่พอขายต้องสั่งอ้อยมาขายเพิ่มขึ้นวันต่อวัน

อาการทะเลตากแห้ง
ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมทะเลฝั่งอ่าวไทย ตลอดแนวในจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่ทำประมงเป็นอาชีพหลัก ได้น้ำปลาชนิดต่างๆ มาตากแห้ง รวมถึงสัตว์น้ำประเภท ปลาหมึก กุ้ง ผลิตเป็นปลาแห้ง กุ้งแห้ง หมึกแห้ง และส่งขายทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่สั่งซื้อมาจากหลายประเทศ ทำให้แม่บ้านย่านริมทะเล มีรายได้ดีมากในช่วงนี้

ปลูกบวบขายเลี้ยงครอบครัว
 นายสุวรรณ แก้งประเสริฐ ชาวสวนหมู่ 9 บ้านยางงาม ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา ได้ปลูกบวม ในพื้นที่ 4 ไร่ ส่งขายเป็นอาชีพหลักเลี้ยงดูครอบครัว รายได้ดีมาตลอด เพราะบวมปลูกได้กับดินทุกชนิด ทนแล้ง ทนฝน ไม่มีโรคและแมลงรบกวน อายุการเก็บเกี่ยว 45 ? 60 วัน แต่จะให้ผลผลิตดีอยู่ที่ไม่ควรทิ้งให้ผลแก่คาต้น จะทำให้ผลผลิตลงทันที











http://news.ch7.com/detail/68193/อากาศร้อนช่วงนี้น้ำอ้อยขายดี_และข่าวอื่นๆ.html

 15 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 09:15:02 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ปัญหาขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่จนเกษตรกรต้องงดการทำนาปรังรอบ 2 หลายรายต้องเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง

ในพื้นที่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เกษตรกรที่นี่จึงได้หันมารวมตัวกันจัดตั้ง "กลุ่มข้าวโพดหวานบ้านโคกสามัคคี" ขึ้น เพื่อปลูกข้าวโพดข้าวเหนียว

 นอกจากนี้การปลูกพืชอายุสั้น ยังช่วยปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ลดปัญหาศัตรูพืช

 สำนักงานเกษตรในพื้นที่ ได้เข้ามาให้ความรู้เน้นให้เกษตรกรดูแลด้วยวิธีอินทรีย์ ร่วมกับการใช้สารชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ผลผลิตที่ได้ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพผู้บริโภค

 อีกทั้งยังให้รวมกลุ่มกันขาย เพื่อให้กำหนดราคาขายเองได้ ไม่ถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ











http://news.ch7.com/detail/68175/สารคดีเกษตร_กลุ่มข้าวโพดหวานบ้านโคกสามัคคี.html

 16 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 09:14:33 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
การปลูกเงาะเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ เกษตรกรปลูกต้นเงาะตัวผู้ กระจายไว้ในสวนเพื่อผสมเกสรทำให้ติดผลดกขึ้น นอกจากนี้ยังต้องให้น้ำในปริมาณที่เหมาะสมในช่วงที่ตายอดจะพัฒนาเป็นตาดอก ถ้าให้มากเกินไปจะเปลี่ยนเป็นใบ อีกทั้งอากาศต้องไม่หนาวหรือร้อนเกินไป อุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 20 - 33 องศาเซลเซียส จะกระตุ้นให้เกิดตาดอกได้ดี รวมทั้งต้องป้องกันโรคและแมลงทำลายดอกด้วย

เมื่อสังเกตว่าดอกเงาะบานได้ 13 - 15 วัน แสดงว่าติดผลแน่นอน ก็ใส่ปุ๋ยรดน้ำบำรุง โดยหลังจากที่ต้นเงาะออกดอกแล้วใช้เวลา 5 เดือน - 5 เดือนครึ่ง ก็เก็บผลขายได้

 ข้อมูลเพิ่มเติม : คุณเดชณรงค์ บำรุงกิจ เกษตรกร จังหวัดตราด โทร.081-940-9334
   










http://news.ch7.com/detail/68176/เกษตรน่ารู้_การปลูกเงาะให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ.html

 17 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 09:13:44 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ราคาเนื้อสัตว์
- หมูเนื้อแดง กก.ละ  150 - 155  บาท
- ไก่สดทั้งตัว กก.ละ  70 ? 72   บาท
- กุ้งขาว กก.ละ 270 - 290 บาท

ราคาไข่สด
- ไข่เป็ด ฟองละ 4.70  - 4.80 บาท
- ไข่ไก่สด (เบอร์ 2) ฟองละ 3.10 - 3.20 บาท
- ไข่ไก่สด (เบอร์ 3) ฟองละ 3.00 - 3.10 บาท

ราคาพืชผัก
- มะนาว (เบอร์ 3 - 4) ผลละ 5.50 ? 6.00   บาท
- พริกขี้หนู ขีดละ  3 - 4  บาท
- ผักชี ขีดละ 8 - 9  บาท
- ผักคะน้า กก.ละ  28 ? 30  บาท

ราคาข้าวเปลือก/ข้าวโพด
- ข้าวเปลือกหอมมะลิ จ.สุรินทร์ ตันละ  14,000  บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า จ.สุพรรณบุรี ตันละ 7,000 บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า จ.พิษณุโลก ตันละ 7,300  บาท
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.นครราชสีมา กก.ละ  -   บาท

ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 (บาท / กิโลกรัม)
- จ.สงขลา   65.77   บาท
- จ.สุราษฎร์ธานี   66.81   บาท
- จ.ระยอง  62.00  บาท
- จ.ปัตตานี  58.00  บาท

ราคาปาล์มผลดิบ (บาท / กิโลกรัม)
- จ.กระบี่  3.50  บาท
- จ.ชุมพร  3.90  บาท
- จ.สุราษฎร์ธานี  -   บาท

(ที่มา : กรมการค้าภายใน และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร)











http://news.ch7.com/detail/68188/ราคาสินค้าเกษตร_16_เม.ย._57.html

 18 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 09:11:09 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
เมนูเรียกน้ำย่อยที่ทำมาจากปลาดอลลี่ทั้งหมด หลายคนคงไม่ทราบว่าปลาชนิดนี้เลี้ยงในบ้านเรา แห่งใหญ่และแห่งเดียวที่ฟาร์มบ่อปลาณรงค์ของ พี่เล็ก นรินทร์ศักดิ์ อยากเห็นหน้าตาของปลาดอลลี่

 ปลาดอลลี่หรือปลาสวายเนื้อขาว จะมีวิธีเลี้ยงที่แตกต่างจากปลาสวายทั่วไป

 พี่เล็ก จะเน้นเพาะขยายพันธุ์ลูกปลาขายให้เกษตรกรได้ไปเลี้ยงต่อ โดยฝากเคล็ดลับไว้..

แม่พันธุ์ที่ฉีดฮอร์โมนจนได้ที่จะนำมารีดไข่ให้ฟักในบ่อพัก เมื่อออกเป็นตัวนำไปอนุบาลในบ่อดินให้อาหารสำเร็จรูปในอัตราส่วน 100,000 ตัว ต่ออาหาร 10 กิโลกรัมต่อมื้อ ให้วันละ 2 มื้อ เลี้ยงจนมีอายุ 1  เดือน จึงขายได้ ราคาขายตามขนาด นิ้วละ 1 บาท ซื้อขายกันทีเกือบหมื่นตัว

 ข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 081-785-6639, Chaianan@ch7.com











http://news.ch7.com/detail/68222/เกษตรสเปเชียล_ตามล่าหาปลาดอลลี่.html

 19 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 08:58:18 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ได้ชื่อว่าเป็นอำเภอหนึ่งที่มีชาวต่างชาติมาซื้อที่ดินสำหรับปลูกสร้างที่อยู่อาศัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่

ด้วยสภาพแวดล้อมของตัวอำเภอที่อยู่ไม่ไกลจากอำเภอเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของความสะดวกสบายในเมืองใหญ่ ทำให้อำเภอดอยสะเก็ดมีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนระยะยาวจำนวนมาก ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การทำฟาร์มแพะนมอยู่ได้

ห่างตัวอำเภอดอยสะเก็ดเพียงไม่กี่กิโลเมตร เป็นทำเลที่ตั้งของร้านแดรี่ โกท คาเฟ่ (Diary Goat Cafe) ที่มีชื่อร้านบ่งบอกว่า สินค้าภายในร้านเกี่ยวข้องกับ ?แพะ? สัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศ พื้นที่ใกล้กันกับที่ตั้งร้าน มีคอกกั้นไว้ 3-4 คอก มีสัตว์เศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับชื่อร้านอาศัยอยู่ จำนวนหนึ่งเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ อีกจำนวนหนึ่งเป็นลูกแพะ ซึ่งเปิดให้แขกผู้มาเยือนของร้านแดรี่ โกท คาเฟ่ ได้มีกิจกรรมร่วมกับแพะ โดยการป้อนอาหารให้แพะและป้อนนมให้กับลูกแพะ

ฟาร์มแพะที่เห็นทั่วไปส่วนใหญ่เป็นฟาร์มแพะที่เลี้ยงไว้เพื่อจำหน่ายเนื้อ น้อยนักที่จะมีโอกาสเห็นฟาร์มแพะที่ต้องการน้ำนม

แดรี่ โกท คาเฟ่ แห่งนี้เกิดจากแนวคิดในการทำฟาร์มแพะ มุ่งหวังน้ำนมจากแพะเพื่อนำมาแปรรูปและบริโภค ตามแนวคิดของอดีตนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่จบการศึกษามาเมื่อไม่กี่ปีก่อนและปัจจุบันเปิดคลินิกรักษาสัตว์ในอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจากแดรี่ โกท คาเฟ่

น.สพ. สุริยาวุธ เดชโคบุตร หรือ หมอเบส เริ่มการทำงานด้วยการเป็นตัวแทนจำหน่ายยารักษาสัตว์ในพื้นที่จังหวัดโดยรอบกรุงเทพมหานคร กระทั่งเข้าปีที่ 7 มีเงินเก็บจำนวนหนึ่ง ผนวกกับแต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ฝันที่ตั้งมั่นไว้เมื่อครั้งเป็นนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์เป็นจริง

หมอเบส บอกกับเทคโนโลยีชาวบ้านว่า เป้าหมายหลักคือ ทำฟาร์มแพะนม เริ่มจากที่ดินขนาด 2 ไร่ ในจำนวนนี้ 1 ไร่ เป็นพื้นที่ว่างเปล่า ใช้ประโยชน์ทำฟาร์มแพะจริงๆ เพียง 1 ไร่ เท่านั้น ปัจจุบันมีแพะนมทั้งสิ้น 60 ตัว ในบางช่วงจำนวนแพะจะมากขึ้นหรือน้อยลง ตามปริมาณการให้ลูกและการจำหน่ายแพะออก ส่วนที่ต้องจำหน่ายออกเนื่องจากเป็นแพะเพศผู้ ให้นมไม่ได้ นอกจากนี้ โครงสร้างไม่เหมาะเป็นพ่อพันธุ์ และเมื่อมีชาวไทยมุสลิมต้องการแพะเพศผู้ไปใช้ประกอบพิธีกรรม ก็จำหน่ายตามความเหมาะสม

เหตุผลที่ทำฟาร์มแพะ หมอเบส บอกว่า เพราะเป็นฟาร์มขนาดเล็ก การจัดการทำได้ง่าย ผู้เลี้ยงสามารถทำได้ทั้งหญิงและชาย ใช้ผู้ช่วยหรือคนงานในฟาร์มไม่มาก โดยเฉพาะฟาร์มแพะนม หากมีตลาดนมแพะแล้ว ยิ่งง่าย เพราะเรื่องสำคัญที่สุดของการทำฟาร์มแพะนมคือ การหาตลาดขายนมแพะที่รีดมาได้ ซึ่งหากไม่มีตลาดแล้ว การเลี้ยงแพะนมจะไม่ได้ประโยชน์อะไร นอกจากความสวยงาม

สำหรับหมอเบส ก่อนก่อตั้งฟาร์ม หมอเบสมีเพื่อนเป็นชาวฝรั่งเศส พูดคุยถึงเรื่องนมแพะและมีความเข้าใจที่ตรงกันคือ นมแพะมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์มาก ในประเทศไทยมีผู้ผลิตน้อย และเมื่อกระแสสุขภาพมาแรง การดื่มนมแพะแทนนมชนิดอื่นก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เมื่อการพูดคุยสรุปได้ว่า หมอเบส เป็นผู้ทำฟาร์มแพะ ผลิตน้ำนมดิบ ปริมาณน้ำนมดิบที่ได้ 35 เปอร์เซ็นต์ จะส่งให้กับเพื่อนฝรั่งเศส นำไปแปรรูปเป็นชีสจากนมแพะ เพื่อขายต่อไปยังผู้บริโภคที่ต้องการต่อไป ส่วนที่เหลืออีก 65 เปอร์เซ็นต์ จะนำไปแปรรูปเป็นชีสจากนมแพะส่วนหนึ่ง และนำไปเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารและเครื่องดื่มภายในร้านแดรี่ โกท คาเฟ่ จำหน่าย

ในบางครั้งหากมีผู้สนใจขอซื้อน้ำนมดิบที่ยังไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ (Pasteurization) หรือการทำให้เชื้อแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ที่ก่อโรคหมดไป ก็จะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท ส่วนน้ำนมดิบที่ผ่านการพาสเจอไรซ์ อาจแบ่งจำหน่ายให้กับผู้สนใจรับซื้อเป็นกิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 120 บาท

เมื่อมีตลาดรองรับ หมอเบส ก็เริ่มจริงจังกับการทำฟาร์มแพะนม

?ผมอยากให้คนไทยได้ดื่มนมแพะ เพราะคนที่ประสบความสำเร็จในเมืองไทยเกี่ยวกับน้ำนมแพะนั้นยังไม่มี เคยมีรายใหญ่ผลิตน้ำนมแพะออกสู่ตลาด แต่ปัจจุบันก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ และเลิกจำหน่ายไปแล้ว มีเพียงรายเล็กๆ ตามจังหวัดทั่วไป ที่ผลิตนมแพะขายให้กับผู้สนใจจริงๆ ซึ่งสาเหตุที่มีคนนิยมดื่มน้อย อาจเป็นเรื่องของกลิ่นที่ยังคงมีกลิ่นแพะติดมากับน้ำนม?

หมอเบส เล่าให้ฟังว่า ราว 3 ปีก่อน หมอเบสเริ่มต้นจากการตระเวนดูสายพันธุ์ของแพะนม เพื่อเลือกพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่ดี ซึ่งเริ่มต้นจากพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์เพียง 5 ตัว และขยายพันธุ์มาถึงปัจจุบัน จำนวน 4 รุ่น มีแพะในฟาร์มถึง 60 ตัว ประกอบด้วยสายพันธุ์หลักๆ ที่นิยมเลี้ยงในประเทศไทย ได้แก่ พันธุ์ซาแนน (Saanen) พันธุ์อัลไพน์ (Alpine) พันธุ์ลาแมนซา (Lamanchas) และพันธุ์ทอกเก็นเบิร์ก (Toggenberg)

พันธุ์ซาแนน เป็นพันธุ์ที่มีจำนวนมากกว่าพันธุ์อื่น หมอเบส บอกว่า การเลือกแพะนมสำหรับเขาดูที่โครงสร้างเพื่อใช้เป็นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ และดูที่ปริมาณการให้น้ำนม ซึ่งหมอเบสเล็งเห็นว่า พันธุ์ซาแนน เป็นพันธุ์ที่ให้นมมาก จึงมีพันธุ์ซาแนนในฟาร์มมากกว่าพันธุ์อื่น

กิจกรรมหลักในทุกเช้าคือ การให้อาหารแพะ การทำความสะอาดคอก และการรีดนม

แพะเพศเมีย เริ่มจาก 07.30 น. ให้กากผลไม้ ซึ่งรับซื้อจากผลไม้ที่หีบน้ำออกแล้ว หลังจากนั้นให้ฝักข้าวโพดอ่อน หรือหญ้าขน หรือหญ้าเนเปียร์ ตามแต่ฤดูกาลนั้นๆ จะหาได้ ต่อด้วยการนำแพะเข้าซองเพื่อรีดนม ระหว่างรีดนมให้อาหารเม็ด เมื่อรีดนมเสร็จนำแพะกลับเข้าคอก กลางวันให้แพะพักผ่อน ตอนเย็นนำแพะออกมาเข้าซองเพื่อรีดนม และให้อาหารเม็ดขณะรีดนม ปล่อยเข้าคอก

แพะเพศผู้ เริ่มจากช่วงสายให้ฝักข้าวโพดอ่อน หรือหญ้าขน หรือหญ้าเนเปียร์ ตามแต่ฤดูกาล ก่อนเที่ยงให้อาหารเม็ด แล้วปล่อยเข้าคอก ประมาณ 15.00 น. ให้อาหารอีกรอบเป็นฝักข้าวโพดอ่อน หรือผักที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ปล่อยเข้าคอก

ระหว่างรีดนมและให้อาหารในช่วงเช้า เป็นเวลาที่คนงานจะเข้าทำความสะอาดคอก โดยการฉีดน้ำและล้างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ ป้องกันเชื้อโรค

กากผลไม้ที่ได้จากการหีบน้ำออกนั้น จะให้เฉพาะแพะเพศเมีย เพราะหมอเบสเชื่อว่าจะช่วยลดกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากน้ำนมได้

การอาบน้ำให้แพะ ทำในทุกสัปดาห์ ใช้แชมพูกำจัดเห็บหมัดของสุนัข เพื่อกำจัดเห็บหมัดในแพะ แต่ต้องคำนึงถึงสภาพอากาศ หากชื้นเกินไปก็ไม่เหมาะ ต้องให้มีแดดหรืออากาศร้อน เพราะแพะจะผึ่งแดด และไม่เป็นโรคผิวหนัง

โรคและการป้องกัน หมอเบส ให้ความรู้ว่า แพะจำเป็นต้องฉีดวัคซีนทุก 3-4 เดือน เริ่มฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 3-4 เดือน เป็นวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (Foot and mounth disease : FMD) คือวัคซีนที่ประเทศไทยให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะสามารถติดต่อกันได้ง่าย หมอเบส บอกว่า โรคนี้หากพบในฟาร์มต้องกำจัดทิ้งเท่านั้น

การระวังโรคในฟาร์ม ทำโดยก่อนนำแพะใหม่เข้าฝูงต้องตรวจโรคก่อน หลังจากเข้าฝูงแล้วต้องตรวจทุก 4-6 เดือน โดยเก็บเลือดแพะส่งตรวจ เพื่อป้องกันปัญหาโรคระบาดในฟาร์มที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งฟาร์มแพะมาตรฐานทั่วไป ต้องตรวจโรคเป็นประจำอยู่แล้ว

น้ำนมแพะที่ได้ในแต่ละวัน ต้องผ่านการพาสเจอไรซ์ ซึ่งทำโดยใช้หม้อ 2 ใบ ขนาดไล่เลี่ยกัน ใบใหญ่กว่าใส่น้ำสะอาดแล้วนำไปต้ม หม้อใบเล็กกว่าวางซ้อนใบใหญ่ ใส่น้ำนมดิบลงไป ขณะตั้งเตาให้วัดอุณหภูมิความร้อน หากอุณหภูมิน้ำนมสูงถึง 80 องศาเซลเซียส ก็ให้จับเวลาต่อไปอีก 5 นาที จากนั้นยกหม้อน้ำนมออก นำไปแช่ในถังน้ำแข็งที่เย็นจัด ให้อุณหภูมิลดลงเร็วที่สุด กระทั่งลดลงเหลือ 4 องศาเซลเซียส จึงถือว่าการพาสเจอไรซ์เสร็จสิ้น

?ปริมาณน้ำนมดิบในแต่ละวัน อยู่ที่ 40 กิโลกรัม แบ่งขายให้เพื่อนชาวฝรั่งเศสนำไปแปรรูปเป็นชีสจากนมแพะ 10 กิโลกรัม และอีก 30 กิโลกรัม นำมาใช้เป็นวัตถุดิบปรุงแต่งเครื่องดื่มและอาหารในร้านแดรี่ โกท คาเฟ่?

หมอเบส กล่าวว่า ความนิยมดื่มนมแพะของคนไทยยังมีน้อย แต่สำหรับชาวต่างชาติ นมแพะจัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีอย่างหนึ่ง ซึ่งลูกค้าของร้านแดรี่ โกท คาเฟ่ ขาประจำเป็นชาวต่างชาติ 70 เปอร์เซ็นต์ และเป็นชาวต่างชาติที่รักษ์สุขภาพ

เป้าหมายของหมอเบส นอกจากการมีฟาร์มแพะนมเป็นของตนเองแล้ว ยังมุ่งมั่นในการเพิ่มปริมาณผู้เลี้ยงแพะนม เพื่อต้องการให้น้ำนมแพะออกสู่ตลาดมากขึ้น เป็นการเปิดตลาดนมแพะในประเทศไทยกว้างมากขึ้น โดยปัจจุบันหมอเบสออกให้ความรู้กับเกษตรกรที่สนใจเลี้ยงแพะนม และเพิ่มลูกฟาร์มได้ 2 แห่งแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้สนใจติดต่อขอซื้อแพะไปเลี้ยง หมอเบสจะพาไปศึกษาวิธีการทำฟาร์มแพะที่ฟาร์มก่อน และมั่นใจว่าเข้าใจการทำฟาร์มแพะอย่างดี จึงจะยอมจำหน่ายแพะให้ไปเลี้ยงได้ เพราะหมอเบสเข้าใจว่า หากผู้เลี้ยงไม่มีความเข้าใจที่ดีแล้ว การทำฟาร์มแพะนมจะเป็นไปได้ยาก และแพะที่ซื้อไปอาจตายในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ร้านแดรี่ โกท คาเฟ่ แห่งนี้ ยังมีคอกแพะพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และแพะเด็ก เปิดกว้างไว้ให้นักเรียนและนักศึกษาที่สนใจมาศึกษาการเลี้ยงแพะนมอย่างง่าย โดยมีหมอเบสเป็นผู้ให้รายละเอียด แม้จะไม่ได้ความรู้ด้านการจัดการฟาร์แพะ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็เป็นการถ่ายทอดความรู้เท่าที่ได้ให้กับผู้สนใจ และเป็นการขยายช่องทางการทำฟาร์มแพะนมให้เป็นที่รู้จักอีกช่องทาง

 

สอบถามเพิ่มเติม การทำฟาร์มแพะนม ได้ที่ ?จริงใจฟาร์ม? หรือ น.สพ. สุริยาวุธ เดชโคบุตร เลขที่ 31/1 หมู่ที่ 3 ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โทรศัพท์ (081) 375-0314 หรือ ที่ร้านแดรี่ โกท คาเฟ่ โทรศัพท์ (053) 495-054 นอกจากนี้ ยังติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของฟาร์มแพะนม ?จริงใจฟาร์ม? ได้ที่ www.facebook.com/goatmilkjingjaifarm











http://www.technologychaoban.com/news_detail.php?tnid=1041&section=8

 20 
 เมื่อ: เมษายน 17, 2014, 08:56:57 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

?เนื้อแน่นหนา กรอบ หวาน หอม อร่อย? เนื้อหาขึ้นป้ายการันตีคุณภาพของลำไยเพชรเวียงพิงค์ ลำไยสายพันธุ์ดีจากภาคเหนือ แต่ปลูกและจำหน่ายได้ดีในภาคใต้

ซึ่งนำมาให้อ่านในฉบับนี้ เป็นสวนลำไยที่น่าเชื่อถือได้ว่า เป็นรายแรกที่นำมาปลูกในจังหวัดตรัง ทั้งยังประสบความสำเร็จให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ปริมาณลำไยที่ออกสู่ท้องตลาดทุกรุ่นการผลิตไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค และการวางจำหน่ายทำแค่เพียง วางจำหน่ายด้านหน้าสวนเท่านั้น

9 ปีก่อนหน้านี้ พื้นที่จังหวัดตรังยังคงทำการเกษตรเช่นเดียวกับจังหวัดอื่นในภาคใต้ คือการทำสวนยางพารา ไม้ผลบางชนิดเท่านั้นที่ขึ้นชื่อเลื่องลือเฉพาะถิ่น ไม่มีการทำการเกษตรที่แตกต่างไปกว่าอดีตที่ผ่านมา สำหรับ คุณยงศักดิ์ เก้าเอี้ยน หนุ่มใหญ่วัย 57 ปี ผู้ซึ่งมองเห็นความต่างในการทำเกษตร เขาพบว่า การทำสวนยางพาราของบรรพบุรุษที่ผ่านมา ยังคงไปได้ด้วยดี แต่หากมีสิ่งที่แตกต่างเป็นผลผลิตทางการเกษตร และยังไม่มีในจังหวัดตรัง ก็น่าจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับเขาไม่น้อย

คุณยงศักดิ์ มีภูมิลำเนาเป็นชาวจังหวัดตรังโดยกำเนิด แต่มีญาติที่รู้จักในจังหวัดยะลา มีโอกาสเดินทางไปมาหาสู่บ่อย และพบว่า สวนลำไยพันธุ์เพชรเวียงพิงค์ของญาติในจังหวัดยะลา เจริญเติบโตและให้ผลผลิตดี อีกทั้งผลผลิตที่ได้ยังมีคุณภาพ ขายได้ราคา จึงเริ่มศึกษาเรื่องการปลูก การดูแล และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับลำไยพันธุ์เพชรเวียงพิงค์มาเรื่อยๆ และมั่นใจว่า หากนำมาปลูกที่จังหวัดตรัง ก็น่าจะให้ผลผลิตที่ไม่แตกต่างกัน

เพราะคุณยงศักดิ์ไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านการเกษตรที่ไม่ใช่สวนยางพารามาก่อน จึงทราบดีว่าหากสนใจจริงจัง ควรต้องศึกษาให้แน่ใจ รวมทั้งต้องทดลองปลูก ระหว่างนั้นจึงทดลองนำต้นพันธุ์ลำไยเพชรเวียงพิงค์จากจังหวัดยะลา นำขึ้นมาปลูกที่จังหวัดตรัง โดยทดลองปลูกภายในบ้านและเพื่อนบ้าน หลังละ 1-2 ต้น ศึกษาการให้น้ำ การให้ปุ๋ย การให้ฮอร์โมน เมื่อมั่นใจว่าทำได้จริง จึงตัดสินใจลงไปที่จังหวัดยะลาอีกครั้ง เพื่อซื้อกิ่งพันธุ์นำมาปลูก

?ที่ผมเลือกลำไย เพราะเห็นว่าผลไม้ชนิดอื่นราคาสู้ลำไยไม่ได้ เมื่อไหร่ที่ลำไยให้ผลผลิต ราคาไม่เคยตก และในสมัยนั้นจังหวัดตรังยังไม่มีสวนลำไย ประกอบกับวิถีด้านการกินของชาวจังหวัดตรัง จะเลือกแต่สิ่งดีๆ มีคุณภาพ จึงเชื่อว่า หากผลิตลำไยให้ได้มาตรฐาน คุณภาพดีตามสายพันธุ์ ก็น่าจะขายได้ราคาอย่างแน่นอน?

ครั้งแรกของการทดลองปลูกลำไยพันธุ์เพชรเวียงพิงค์ คุณยงศักดิ์ ซื้อกิ่งพันธุ์มา จำนวน 600 ต้น ลงบนพื้นที่ 13 ไร่ ระยะห่างระหว่างร่องและต้น อยู่ที่ 6x6 เมตร ทำให้สามารถลงปลูกลำไยได้ ไร่ละ 40 ต้น

การขุดหลุมปลูกทำได้ง่าย โดยคุณยงศักดิ์ เล่าว่า ให้ขุดหลุมปลูกลึก 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร นำปุ๋ยชีวภาพรองก้นหลุมก่อน แล้วนำกิ่งพันธุ์ลงปลูก กลบปากหลุม พูนดินให้สูงจากโคนต้นไม่มากนัก

?ระบบสปริงเกลอร์จำเป็นต่อการปลูกลำไย เพราะลำไยชอบน้ำ?

ระบบสปริงเกลอร์ของสวนลำไยพันธุ์เพชรเวียงพิงค์แห่งนี้ วางใต้ต้นลำไย ให้ท่อน้ำและหัวสปริงเกลอร์ยื่นออกไปตามแฉกของกิ่งลำไย เพื่อให้ลำไยได้น้ำอย่างทั่วถึง

การให้น้ำสำคัญที่สุด นับตั้งแต่ลำไยเริ่มติดดอก ควรให้น้ำอย่างเต็มที่ ระยะ 2-3 วัน ต่อครั้ง แต่เนื่องจากสภาพอากาศของจังหวัดตรัง ยังมีฝนชุกและอากาศชื้น ทำให้ไม่ต้องให้น้ำลำไยทุกวัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากปกติ คือไม่ร้อนไม่ชื้นก็ให้น้ำระยะห่าง 2-3 วัน ต่อครั้ง ในแต่ละครั้งก็สังเกตดูผิวดิน หากเห็นว่ามีความชุ่มชื้นมากพอสมควรก็หยุดให้

การให้ปุ๋ย เป็นการกระตุ้นให้ลำไยติดผลผลิตที่ดี ควรใส่เป็นประจำ ตั้งแต่เริ่มปลูก เดือนละ 1 ครั้ง แต่ถ้าฝนตกดินชื้นมากๆ หรือช่วงฤดูฝน ควรงดให้ปุ๋ย เพราะปุ๋ยที่ใส่ให้กับลำไยจะละลายไหลไปกับน้ำ ต้นลำไยจะไม่ได้ประโยชน์

กิ่งพันธุ์ชุดแรกของลำไยเพชรเวียงพิงค์ เริ่มให้ผลผลิตเมื่อครบ 4 ปี ของการปลูก คุณยงศักดิ์ เก็บผลผลิตวางจำหน่ายหน้าสวน ผลผลิตมีเท่าไหร่ก็ขายหมด ไม่เหลือให้พ่อค้าคนกลางมารับซื้อไปขายเอากำไรอีกทอด

ปัจจุบัน แปลงแรกที่เริ่มลงไว้ 13 ไร่ ขยายพื้นที่ปลูกออกมาอีกแปลง ทำให้ปัจจุบันมีสวนลำไยในการดูแลทั้งสิ้น 42 ไร่ หากไม่ประสบปัญหาโรคและแมลง ลำไยจะให้ผลผลิตเฉลี่ย ต้นละ 200-300 กิโลกรัม คิดเป็นปีได้ผลผลิตอยู่ที่ 2-3 ตันโดยประมาณ

ราคาขายปลีกลำไยเพชรเวียงพิงค์ 90 บาท ต่อกิโลกรัม แต่ถ้าขายส่ง ราคากิโลกรัมละ 70 บาท

คุณยงศักดิ์ ไม่มีหน้าร้าน ผลผลิตชุดแรกที่วางขายหน้าสวน จากนั้นก็ยังคงวางขายหน้าสวน ต่อจากนั้นเมื่อผลผลิตออก ลำไยเพชรเวียงพิงค์ก็ออกมาได้แค่หน้าสวน ไม่ต้องไปถึงตลาด ก็หมดทุกครั้ง

ความพิเศษที่เชื่อว่าหลายสวนไม่มีเหมือนคือ การไม่ใช้สารเคมีกับลำไย อาจมีบ้างในช่วงที่ลำไยต้องการสารเร่ง แต่ก็นานพอก่อนการเก็บผลผลิตมาวางจำหน่าย ซึ่งสารตกค้างจะไม่หลงเหลือ ผู้บริโภคจึงสบายใจได้ว่า ลำไยเพชรเวียงพิงค์ของสวนนี้ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน

การตัดแต่งกิ่งและการกำจัดวัชพืช เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการกำจัดวัชพืช ไม่ควรให้มีวัชพืชขึ้นรกในสวน เพราะจะก่อให้เกิดโรค ส่วนการตัดแต่งกิ่ง หลังจากเก็บผลผลิตเรียบร้อยแล้ว ทิ้งช่วงเล็กน้อย แล้วตัดแต่งกิ่งพอสมควร ไม่ควรตัดแต่งกิ่งให้เหลือน้อยเกินไป เพราะลำไยจะติดผลผลิตดีต้องให้มีกิ่งเยอะ จากนั้นจึงเริ่มให้ปุ๋ย

แม้จะดูเหมือนการทำสวนลำไยเป็นเรื่องไม่ยากนัก และแม้จะควบคุมโรคและแมลงไม่ให้มารบกวนได้ แต่ปัญหาสำหรับคนทำสวนลำไยในภาคใต้คือ ศัตรูพืช อย่าง ค้างคาว ที่มักโฉบกินลำไยทั้งพวง ทำให้เกิดความเสียหายค่อนข้างมาก

?สวนผมในปีก่อน ค้างคาวมาขโมยลำไยไปกินเหมือนกัน แต่ไม่มากนัก แต่ปีนี้ประสบปัญหาค้างคาวค่อนข้างมาก เนื่องจากผลไม้ในย่านนี้ยังไม่ให้ผลผลิต ค้างคางจึงพุ่งเป้ามาที่สวนลำไย และกว่าจะรู้ตัว ทำให้ผลผลิตปีนี้ถูกค้างคาวเอาไปกินกว่า 10 ตัน ทีเดียว?

การป้องกันและกำจัดค้างคาว ทำได้เพียงการเฝ้าระวัง เพราะค้างคาวมาในเวลากลางคืน หากจ้างแรงงานเฝ้า ก็ต้องเสียค่าแรงงานสูง คุณยงศักดิ์ เลือกใช้วิธีนำตาข่ายมาขึงดักทางบินของค้างคาว เมื่อค้างคาวติดตาข่าย ก็ทำให้เข้าถึงต้นลำไยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองของค้างคาวยังมีอยู่ ทำให้ระยะหลังค้างคาวเริ่มพัฒนาเปลี่ยนช่องทางบินจากทางราบเป็นทางดิ่ง เพื่อหลีกตาข่าย ทำให้ในปีนี้ต้องเสียลำไยให้กับค้างคาวไปมากทีเดียว

ต้นทุนที่สิ้นเปลืองอีกประการ ซึ่งหากสวนใดมีทางออกอื่น ก็น่าจะช่วยลดต้นทุนได้คือ อุปกรณ์สำหรับค้ำยันต้นลำไย เมื่อต้นใหญ่ ติดผลผลิตสูง จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ค้ำยัน ซึ่งปัจจุบันคุณยงศักดิ์ใช้ไม้ไผ่ในการค้ำยัน แต่อายุการใช้งานของไม้ไผ่เมื่อต้องตากแดดและฝน จะมีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี ทำให้ต้องเปลี่ยนไม้ค้ำยันใหม่ ซึ่งลำไยแต่ละต้น ต้องใช้ไม้ค้ำยันมาก 5-6 อัน

?ผมเคยเปลี่ยนอุปกรณ์ค้ำยันต้นลำไยเป็นเหล็ก เพราะเห็นว่าเหล็กมีอายุการใช้งานยาวกว่าไม้ไผ่ แต่เมื่อถึงเวลาใช้จริง กลับใช้ประโยชน์ได้ไม่มาก เพราะหนักและเกิดสนิมเมื่อถูกน้ำ ซึ่งจะป้องกันไม่ให้เกิดสนิมทำได้ยาก เนื่องจากภาคใต้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และลำไยเป็นพืชที่ต้องการน้ำสูง รดน้ำเป็นประจำสม่ำเสมอ ทำให้การใช้เหล็กค้ำยันแทนไม้ไม่ได้ผล?

อย่างไรก็ตาม สวนลำไยเพชรเวียงพิงค์ สวนลำไยปลอดสารเคมีของคุณยงศักดิ์ ถือว่าเป็นสวนแรกของจังหวัดตรัง แม้ว่าปัจจุบันมีเกษตรกรจำนวนหนึ่งปรับเปลี่ยนการทำการเกษตรแบบเดิมที่ทำเฉพาะสวนยางพารา มาเป็นสวนลำไยเพชรเวียงพิงค์แล้ว แต่ ?สวนมารวย? แห่งนี้ ก็ยังผลิตลำไยที่คงคุณภาพไว้ไม่เปลี่ยนแปลง และยังคงเป็นที่นิยมมากที่สุดของจังหวัดตรัง

 

สอบถามเพิ่มเติมหรือสนใจแวะชมสวนมารวย สวนลำไยเพชรเวียงพิงค์รายแรกของจังหวัดตรัง ได้ที่ คุณยงศักดิ์ เก้าเอี้ยน เลขที่ 93/1 หมู่ที่ 3 ถนนท่าพญา-หาดเลา ตำบลบางด้วน อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง โทรศัพท์ (088) 819-4360 หรือ (093) 692-5471










http://www.technologychaoban.com/news_detail.php?tnid=1046&section=5

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10