กุมภาพันธ์ 12, 2016, 06:59:14 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:58:05 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

เกษตรกรคนเก่ง : 'กล้วยน้ำว้า' แซมยาง สร้างชีวิตเกษตรกรมั่นคง : โดย...โต๊ะข่าวเกษตร

                       ด้วยมองว่า ?กล้วย? เป็นพืชให้คุณประโยชน์ทั้งต้น ?สุเมธี ทิพย์อาสน์? เกษตรกรรุ่นใหม่วัย 25 ปี ใช้ผืนดินกว่า 30 ไร่ ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ จ.เลย ปลูก ?กล้วยน้ำว้า? นำผลผลิตส่งขาย ทำขนม เลี้ยงสัตว์ต่างๆ สร้างรายได้มั่นคง

 

                       ?สุเมธี? เล่าว่า เป็นชาว อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น แต่มาทำงานรับดูแลสวนยางพาราให้เกษตรกรที่ จ.เลย ทุกวันจะเห็นพ่อค้ามารับซื้อกล้วยน้ำว้าที่นี่ไปขายส่ง จึงมีแนวคิดขอใช้พื้นที่ว่างจากเจ้าของสวนยางปลูกกล้วยน้ำว้าแซมในพื้นที่

 

                       ?เริ่มปลูกจริงจังปี 2555 เพราะเห็นว่าเป็นพืชที่น่าสนใจ ราคาขายส่งหวีละ 15-18 บาท ถือว่าราคาดี เหตุผลหนึ่งอาจมาจากน้ำท่วมปี 2554 ทำให้พื้นที่การเกษตรของภาคกลางได้รับความเสียหาย ขณะที่ความต้องการของตลาดมีมาก จึงตัดสินใจปลูกในสวนยางบนพื้นที่กว่า 30 ไร่" สุเมธี แจง

 

                       พร้อมบอกอีกว่า เพราะกล้วยปลูกและดูแลง่าย นำไปแปรรูปได้หลายอย่าง จึงวางระบบการปลูกเชิงธุรกิจ ทั้งระบบน้ำ วางระบบการเพาะปลูกให้มีผลผลิตขายตลอดทั้งปี ศึกษาและวางระบบการตลาด รวมถึงการดูแลรักษาป้องกันศัตรูพืชแบบชีวภาพให้ครอบคลุม

 

                       โดยเขาเลือกปลูกกล้วย 3 สายพันธุ์ คือกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม และกล้วยหอมอีสาน โดยกล้วยน้ำว้ามุ่งนำไปแปรรูป รับประทานผลสด ส่วนกล้วยหอมให้ทันขายช่วงตรุษจีน และกล้วยหอมอีสานนำไปแปรรูปเป็นกล้วยตาก กล้วยอบน้ำผึ้ง กล้วยอบเนย เป็นต้น

 

                       ปัจจุบันขายส่งกล้วยสัปดาห์ละ 3 ตัน กว่า 7,000 หวี ทั้งเป็นพ่อค้ารับซื้อควบคู่และสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกกล้วยอินทรีย์ พร้อมคิดค้นสูตรปราบแมลงศัตรูพืชชีวภาพ ใช้น้ำชีวภาพ เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตกล้วยโดยตั้งเป้า 1 เครืออย่างต่ำต้องมี 15-18 หวี

 

                       อย่างไรก็ตาม สุเมธี ฝากถึงเกษตรกรที่อยากรู้รายรายละเอียด เขายินดีให้คำปรึกษา พร้อมมีต้นพันธุ์กล้วยทุกสายพันธุ์ และคู่มือการปลูกให้ด้วย สนใจโทรสอบถามได้ที่ 09-3379-9047 หรือหากจะเดินทางไปดูศึกษาจากของจริงที่ 124 หมู่ 3 ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ จ.เลย เจ้าของสวนก็ยินดีให้ความรู้

 

 

 

-------------------

 

(เกษตรกรคนเก่ง : 'กล้วยน้ำว้า' แซมยาง สร้างชีวิตเกษตรกรมั่นคง : โดย...โต๊ะข่าวเกษตร)

 

 

 




http://www.komchadluek.net/detail/20160210/222089.html

 12 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:54:41 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
นายวิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง เผยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธาน เห็นชอบนโยบายขับเคลื่อนงานด้านประมงมี 4 ด้าน คือ 1.การประมงน่านน้ำไทย 2.นอกน่านน้ำไทย 3.การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และ 4.อุตสาหกรรมสัตว์น้ำ ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละด้านขึ้นมาพิจารณาให้ความเห็นชอบภายใน 6 เดือน

นอกจากนี้ เห็นชอบแผนกำหนดปริมาณการจับสัตว์ให้สอดคล้องกับการออกใบอนุญาตเรือ โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.59 ดังนี้ สัตว์น้ำหน้าดินในอ่าวไทยจับได้ 715,294 ตัน ฝั่งอันดามันสามารถจับได้ 216,467 ตัน, ปลาผิวน้ำในฝั่งอ่าวไทยจับได้ 230,803 ตัน ฝั่งอันดามันสามารถจับได้ 110,156 ตัน, ปลากะตัก ฝั่งอ่าวไทย จับได้ 172,607 ตัน ส่วนฝั่งอันดามันสามารถจับได้ 29,560 ตัน

สำหรับปัญหาความเดือนร้อนของประมงพื้นบ้านที่ได้ร้องเรียนให้มีการยกเลิกมาตรา 34 ซึ่งกำหนดห้ามประมงพื้นบ้านทำการประมงนอกเขตชายฝั่ง 3 ไมล์ทะเลนั้น ที่ประชุมฯ เห็นชอบด้วยการออกประกาศตามมาตรา 71 (1) เรื่องเครื่องมือประมง วิธีการทำประมง พื้นที่ทำการประมง ขนาดของเรือประมง และเงื่อนไขอื่นที่ห้ามใช้การทำประมง โดย รมว.เกษตรและสหกรณ์ หรือคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดเป็นผู้พิจารณา รวมถึงประกาศยกเลิกเครื่องมือทำประมงพื้นบ้านที่ต้องขอใบอนุญาตบางชนิดตามมาตรา 32 ซึ่งอยู่ในอำนาจของอธิบดีกรมประมง ซึ่งส่งผลให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถทำการประมงได้มากขึ้นกว่าเดิม

และยังเห็นชอบให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อศึกษาและกำหนดแนวทางรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงชาวประมงพื้นบ้านและอยากให้มีการดูแลอย่างทั่วถึง แต่ที่ประชุมฯ ไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นกลุ่มชาวเลราไวย์มาหารือ

ส่วนกรณีชาวประมงขนาดเล็กได้รับความเดือดร้อนจากการใช้เรือหางยาวจับปลาและประกอบการท่องเที่ยวควบคู่กันนั้น อธิบดีกรมประมง ชี้แจงว่า ตามกฎหมายไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ ต้องมีการไปลงทะเบียนประเภทเรืออย่างใดอย่างหนึ่ง

แต่เนื่องจากวิถีประมงพื้นบ้านเปลี่ยนไปก็จะมีการทำทั้งสองอย่าง จึงมอบหมายให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ไปหาแนวทางแก้ปัญหาว่าจะสามารถออกใบอนุญาตทั้ง 2 ประเภทได้หรือไม่

สำหรับการประกาศปิดอ่าว 3 จังหวัด คือ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ในช่วงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จะช่วยให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีปริมาณมากขึ้น โดยเฉพาะปลาทูที่อยู่ในช่วงวางไข่ และการดำเนินการในเรื่องนี้เป็นยอมรับของชาวประมง ซึ่งได้ดำเนินการมากว่า 20 ปีแล้ว


อินโฟเควสท์ โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ธนวัฏ/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--











http://www.ryt9.com/s/iq03/2359091

 13 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:52:20 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

อธิบดีกรมประมง เผย นายกฯ ห่วงประมงพื้นบ้าน กำชับ ก.เกษตร เร่งแก้ปัญหา ปิดอ่าว 3 เดือน


นายวิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2559 ว่า ภายหลังจากที่ พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มีชาวประมงนำเรือหางยาวใช้เพื่อการท่องเที่ยวและการประมง ซึ่งตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจดทะเบียนได้เพียง 1 ประเภท จึงมอบให้กรมเจ้าท่าไปศึกษาเพื่อแก้ไขดังกล่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงประมงพื้นบ้านและพยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นประเด็นอยู่ โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะหาทางออกให้เพื่อไม่ให้เกิดการทำประมงเกินควร

ทั้งนี้ นายวิมล กล่าวว่า ในช่วงระหว่างเดือน 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 พฤษภาคม 2559 จะมีการปิดอ่าว ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และประจวบคีรีขันธ์ เพราะเป็นช่วงเจริญพันธุ์ปลาทูและเลี้ยงตัวอ่อนสัตว์น้ำ ดังนั้น ช่วงเวลาดังกล่าวจึงห้ามใช้เครื่องมือการทำประมงและห้ามเรือประมงขนาดใหญ่เข้าทำประมงในพื้นที่ 26,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจที่ผ่านมา พบว่าทรัพยากรทางทะเล ในช่วงเวลาที่ปิดอ่าวทำให้มีปลาทูเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว และดำเนินการมากกว่า 20 ปี พร้อมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างดี เพื่อรักษาพันธุ์ปลาทูอย่างยั่งยืนต่อไป









http://news.sanook.com/1947106

 14 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:50:47 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

นายกฯ ประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ยกเลิกประกาศกรมประมง มาตรา 32

พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติครั้งที่1/2559 โดยภายหลังการประชุมนายวิมล   จันทรโรทัย   อธิบดีกรมประมงเปิดเผยว่า    จากการที่กลุ่มประมงพื้นบ้านขอให้รัฐบาลแก้ไขพรก.ประมงพ.ศ. 2558ในมาตรา34ว่าด้วยการห้ามมิให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทำประมงพื้นบ้านทำการประมงในเขตทะเลนอกชายฝั่งนั้น    ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกการออกประกาศของกรมประมงตามมาตรา32เรื่องให้ประมงจะต้องจดทะเบียนขอใบอนุญาตเครื่องมือทำประมงพื้นบ้าน ซึ่งเมื่อยกเลิกประกาศดังกล่าวแล้วจะทำให้ประมงพื้นบ้านไม่เข้าข่ายกับมาตรา34และสามารถออกทำประมงนอกน่านน้ำได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตามเพื่อควบคุมเครื่องมือจับสัตว์น้ำที่อาจผิดกฎหมายทำลายทรัพยากรธรรมชาติของประมงพื้นบ้านที่ได้ออกทำประมงนอกน่านน้ำ     ทางกรมประมงโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเตรียมประกาศกฎกระทรวงตามมาตรา71 (1)เพื่อควบคุมเครื่องมือประมงวิธีการประมงขนาดเรือประมงเงื่อนไขอื่นที่ห้ามใช้ทำประมง

"ในการแก้มาตรา34ของพรก.ประมงนั้นที่   ประชุมมองว่าการแก้ไขเพียงมาตราเดียวอาจกระทบกับพรก.ทั้งระบบ จึงให้ยกเลิกประกาศกรมประมงก่อนและให้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาการแก้ไขพรก.ประมงในมาตรา34ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร"นายวิมล กล่าว

สำหรับเรือประมงขนาดต่ำกว่า5ตันกรอสหรือเรือหางยาวที่พบว่ามีประมงใช้เรือสำหรับท่องเที่ยวและประมงนั้น ต้องให้กรมเจ้าท่าศึกษาในการออกใบอนุญาตให้สามารถใช้เรือใน2ประเภทได้หรือไม่

นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์การจับสัตว์น้ำจากเดิมที่จับได้แบบเสรีมากำหนดปริมาณจับสัตว์น้ำในทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน โดยให้สิทธิกับเรือที่ทำถูกต้องตามกฎหมายที่มีใบอาชญาบัตรจะได้รับสิทธิก่อนและเรือประมงที่จดทะเบียนแต่เครื่องมือยังไม่ถูกต้อง รวมถึงเรือประมงที่ยังไม่เข้าระบบต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องซึ่งจะทำให้การจับสัตว์น้ำต่ำกว่าปริมาณที่มีส่งผลให้เกิดความยั่งยืนต่อสัตว์น้ำในทะเล

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังมีมติให้จัดทำนโยบายประมง4ด้านคือ1.การทำประมงน่านน้ำไทย2.การทำประมงนอกน่านน้ำไทย3.การทำประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ4.การทำประมงอุตสาหกรมสัตว์น้ำ    โดยให้คณะกรรมการการประมงจัดตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณารายละเอียดก่อนขอความเห็นชอบครม.จัดทำเป็นนโยบายการประมงประเทศโดยใช้เวลาจัดทำ 6 เดือน









http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/686416

 15 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:50:07 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ผู้ว่าฯ สตูลเน้นย้ำเรือประมงเล็ก-เรือท่องเที่ยว เดินเรือด้วยความไม่ประมาทในระยะนี้


       สตูล - ผู้ว่าฯ สตูล เน้นย้ำเรือประมงเล็ก และเรือท่องเที่ยวเดินเรือด้วยความไม่ประมาท หมั่นตรวจเช็กสภาพภาพอากาศก่อนออกเดินเรือในระยะนี้ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ
       
        วันนี้ (10 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้าน ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล ยังคงให้บริการรับส่งผู้โดยสารนั่งเรือข้ามฟาก จากบ้านตำมะลังเหนือ มายังพื้นที่ตำมะลังใต้กันตามปกติด้วยความระมัดระวัง แม้จะมีลมแรง แต่คลื่นลมไม่ได้เป็นอุปสรรค เนื่องจากสภาพอากาศโดยรวมยังคงปกติ ในขณะที่นอกฝั่งยังคงมีการประกาศเตือนเรือเล็กให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้ หลังเรือห่างฝั่งออกไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร
       
        ด้าน นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เน้นย้ำไปยัง อ.เมือง ท่าแพ ละงู และ อ.ทุ่งหว้า ที่ติดชายทะเล ทำประมงเรือเล็กให้เพิ่มความระมัดระวังในระยะนี้ โดยให้ตรวจเช็กคุณภาพอากาศก่อนออกเดินเรือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวตรวจสอบสภาพเรือ ชูชีพ พนักงานขับเรือให้อยู่ในสภาพพร้อมก่อนบริการนักท่องเที่ยว เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางน้ำที่จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวได้









http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9590000014616

 16 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:48:58 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

นายกรัฐมนตรี เตรียมเป็นประธานจัดงานสรุปผลการปฏิบัติงานของ กอ.รมน. ก่อนนำถกคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ช่วงบ่าย

ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาล ช่วงเช้าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานการจัดงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2558 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2559 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

ขณะที่ เวลา 13.30 น. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2559 ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่นนั้น ในเวลา 09.30 น. นายโน ควังอิล (H.E. Mr. Noh Kwang-il) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และในเวลา 10.00 น. โฆษกกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ร่วมกันแถลงข่าว เรื่อง ?ทำงานอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน? ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล









http://news.sanook.com/1946614

 17 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:47:32 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ยลโฉมสมาร์ทโฟนไม่กลัวน้ำ รุ่น Comet มาพร้อมคุณสมบัติลอยน้ำแบบไม่ต้องกลัวจม พร้อมฟังก์ชั่นตรวจจับอารมณ์ผู้ใช้ และระบบความปลอดภัยขั้นสูง?

แม้จะระมัดระวังในการใช้งานอย่างดี แต่หลายคนก็ยังเคยมีประสบการณ์มือถือตกน้ำ เปียกน้ำ และแน่นอนว่าหลายกรณีก็สร้างความเสียหายให้กับมือถือเครื่องโปรดไม่ใช่น้อย แถมบางครั้งไม่ใช่แค่เสียหาย แต่อาจจะต้องสูญเสียมือถือคู่ใจไปตลอดกาล น่าเสียดายที่สุด!

แต่ดูเหมือนผู้พัฒนามือถือยุคใหม่จะรับรู้ปัญหาดังกล่าว ล่าสุดจึงมีผู้พัฒนาสมาร์ทโฟนในชื่อ "โคเม็ต" (Comet) ออกสู่ตลาด เพื่อแก้ไขปัญหามือถือต้องอยู่ไกลน้ำ เพราะเจ้าสมาร์ทโฟนโคเม็ตนี้สามารถลอยน้ำและกันน้ำได้ถึง 100% แถมยังใช้งานได้ตามปกติเมื่ออยู่ในน้ำอีกด้วย!!!

สำหรับรายละเอียดของมือถือโคเม็ต นอกจากสามารถลอยน้ำได้แล้วยังมีจุดเด่นที่ความสามารถในการแสดงอารมณ์ของผู้ใช้งานด้วยสีต่างๆ จากการตรวจจับอุณหภูมิ และระบบความปลอดภัยแบบคิว ล็อก (Q Lock) ใช้เสียงในการปลดล็อก

สีดำ ของมือถือโคเม็ต

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ของสมาร์ทโฟนโคเม็ต ได้แก่ หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 4.7 นิ้ว แบตเตอรี่ 2800 มิลลิแอมป์ พร้อมระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.0 ระบบประมวลแบบ 2.5GHz ออคต้าคอร์ ควอล์คอมม์ สแนปดราก้อน 810 แรม 4GB หน่วยความจำในเครื่องมีให้เลือก 3 รุ่น คือ 32GB 64GB และ 128GB กล้องถ่ายภาพหน้าและหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช และมีเซ็นเซอร์ประเภทต่างๆ เพื่อสนับสนุนการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ได้มีการเปิดจองซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ cometcore และ IndieGogo โดยจำหน่ายราคาเริ่มต้นที่ 249 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 8,900 บาท) ด้วยตัวเครื่องให้เลือกได้ 3 สี คือ สีขาว สีทอง และสีดำ

ส่วนรายละเอียดการจำหน่ายในประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูล เอาเป็นว่าใครสนใจก็ต้องลองสั่งซื้อทางออนไลน์ หรืออดใจรออีกสักระยะ...!

ลอยอยู่บนผิวน้ำ ไม่จม!!!

ใช้งานได้ปกติ แม้จะลอยอยู่บนผิวน้ำ

ชมคลิปพิสูจน์คุณสมบัติลอยน้ำของมือถือโคเม็ต ได้ที่นี่


ที่มา : cometcore










http://www.thairath.co.th/content/575181

 18 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:44:34 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
กรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดสอบตำแหน่งพนักงานผังเมืองและพนักงานวิศวกรโยธา ตั้งแต่15-19ก.พ.59

ตำแหน่ง: พนักงานผังเมือง,พนักงานวิศวกรโยธา

ระดับการศึกษา: ปวส.  ปริญญาตรี 

อัตราเงินเดือน: 13,800-19,500

อัตราว่าง: 2

ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพ

เปิดรับสมัครตั้งแต่: 15 ก.พ. ? 19 ก.พ. 2559

**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**




กรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดรับสมัครสอบ

ชื่อตำแหน่ง : พนักงานวิศวกรโยธา

อัตราเงินเดือน : 19,500 บาท

ประเภท : วิชาชีพเฉพาะ

จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา และได้รับใบอนุญาตเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามที่กฎหมายกำหนด

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจ ศึกษา วางแผน วิเคราะห์ ออกแบบ คำนวณ ประมาณราคา ควบคุมงานก่อสร้าง งานบำรุง งานบูรณะ ซ่อมแซม หรืองานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมโยธา และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเป็นไปตามหลักวิชาการกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การตรวจสอบ แบบแปลนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความปลอดภัย ศึกษาและทดสอบวัสดุ ที่ใช้ในงานด้านวิศวกรรมโยธา ตรวจสอบสัญญาก่อสร้าง บำรุง บูรณะ ซ่อมแซมและอำนวยความปลอดภัย รวมถึงการแก้ไขปัญหางานวิศวกรรมโยธา พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ จัดทำรายละเอียดและรายการด้านคมนาคมขนส่งและสาธารณูปโภคประกอบผังเมือง ศึกษา วิเคราะห์ วางแผนและจัดทำแผนผังระบบคมนาคมขนส่ง และสาธารณูปโภค และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง




--------------------------------------------------------------------------------




ชื่อตำแหน่ง : พนักงานผังเมือง

อัตราเงินเดือน : 13,800 บาท

ประเภท : บริการ

จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ปวส.

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ปวส. หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : มีหน้าที่ความรับผิดชอบดำเนินการสำรวจภาคสนาม เก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ การใช้ที่ดินและอาคารบนพื้นที่ในด้านขนาดที่ตั้งรูปทรงสัณฐาน แปลงที่ดิน สาธารณูปโภค สาธารณูปการ จัดเก็บข้อมูลด้านกายภาพ ตรวจสอบ การปฏิบัติงานให้เป็นไปตามผังเมือง ที่ประกาศเป็นกฎกระทรวง รวมทั้ง ผังแนะแนวพัฒนาระดับต่างๆ ในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินและระบบคมนาคมจัดเตรียมและทำแผนที่ การปฏิบัติงานภาคสนาม เพื่อประกอบการนำเสนอรายงานการวิเคราะห์ประเมินผลผังเมือง หรือปฏิบัติงานอื่นๆ ด้านผังเมือง ตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย




วิธีการสมัครงานพนักงานราชการ กรมโยธาธิการและผังเมือง :ตนเอง 











http://goosiam.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/html/0003590.html

 19 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2016, 08:53:54 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ตราด- ลูกเรือประมงต่างด้าวออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อนหายไปทั้งคืน สุดท้ายพบกลายเป็นศพลอยในทะเล
       
        เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วันนี้ (9 ก.พ.59) ร.ต.ท. ธานินทร์ ศิริวิโรจน์พนักงานสอบสวน สภ.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าได้พบศพลูกเรือประมงชาวกัมพูชาลอยในทะเลติดสะพานคอนกรีตทางเดินภายในชุมชนหมู่ 1 ต.ไม้รูด
       
        เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าชาวบ้านเเละลูกเรือประมงได้ช่วยกันนำร่างขึ้นมาไว้บนสะพานแล้วจากการสอบสวนเพื่อนแรงงานต่างด้าวลูกเรือประมงทราบว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาได้เห็นผู้เสียชีวิตขึ้นจากเรือประมงเพื่อจะไปสังสรรค์กับเพื่อนแรงงานต่างด้าวด้วยกันและได้หายตัวไปจนมาพบเป็นศพลอยในทะเล ทราบชื่อต่อมาคือ นายวันสุเพี๊ยบอายุ25ปีชาวกัมพูชาจากการตรวจสอบตามร่างกายพบว่ามีบาดแผลเลือดออกที่ปากคาดว่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง
       
        เบื้องต้นเจ้าหน้าสันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะดื่มสุราจนเมาแล้วเดินตกสะพานซึ่งได้นำศพไปชัณสูตรที่โรงพยาบาลคลองใหญ่ต่อไป
 












http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9590000014537

 20 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2016, 08:52:40 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ลมพัดแรงน้ำทะเลไหลเชี่ยวในพื้นที่พังงา ทำให้เรือประมงขนาดเล็กหยุดจับปลา-เรือข้ามฟากรับต้องเพิ่มความระมัดระวัง


ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดพังงา ได้เกิดลมพัดแรง เนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน เกิดน้ำทะเลไหลเชี่ยว ส่งผลกระทบให้กับผู้ประกอบการเรือประมงขนาดเล็ก และเรือข้ามฟากในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ต้องหยุดออกจับปลามาเป็นเวลา 3 วัน ซึ่งน้ำไหลเชี่ยวทำให้ไม่สามารถจับปลาได้ จึงนำเรือไปจอดหลบลมตามคลองในหมู่บ้าน ส่วนเรือข้ามฟากที่บ้านน้ำเค็มไปยังเกาะคอเขา คอยบริการรับส่งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษจากปัญหาดังกล่าว และในพื้นที่บ้านน้ำเค็ม ไม่มีเขื่อนกั้นคลื่น ทำให้น้ำทะเลซัดเข้าหาฝั่งถูกคลื่นซัดได้รับความเสียหาย จึงฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย โดยการทำแนวกั้นเขื่อนและขุดปากคลองบ้านน้ำเค็ม กั้นไม่ให้คลื่นซัดเข้ามาในคลอง









http://news.sanook.com/1946138

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10