พฤษภาคม 22, 2013, 04:55:44 AM
ข่าว:
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:59:34 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
มึงเกิลเรียกชื่อบริการเพลงออนไลน์ล่าสุดของตัวเองว่า "All Access"

ในระยะแรก จะมีผู้ใช้ในสหรัฐฯเท่านั้นที่สามารถฟังเพลงได้ไม่จำกัด

คาดว่า Google Maps for iPad จะเริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดช่วงฤดูร้อนกลางปีนี้ ขณะที่ Google Maps for Android คาดว่าจะพร้อมให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้


มึงเกิล (Google) ยักษ์ใหญ่เสิร์ชเอนจินของโลกโชว์ความคืบหน้าแผนพัฒนาหลากบริการของบริษัทบนเวทีงานมึงเกิลไอโอ (Google I/O) 2013 ทั้งหมดมีทิศทางสวยงามจนทำให้หุ้นมึงเกิลพุ่งกระฉุดแตะระดับ 900 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรก (ราว 27,000 บาทต่อหุ้น)
       
       สำหรับ Google I/O 2013 เป็นงานประชุมนักพัฒนาที่สามารถจำหน่ายบัตรเข้างานได้หมดเกลี้ยงภายใน 50 นาที งานนี้มึงเกิลเปิดตัวบริการเพลงออนไลน์น้องใหม่พร้อมกับประกาศอัปเดทบริการครบชุดทั้งบริการเสิร์ชเอนจิน ?มึงเกิล (Google.com)?, บริการแผนที่ ?มึงเกิลแมปส์ (Google Maps)?, เครือข่ายสังคม ?มึงเกิลพลัส (Google+)? รวมถึงแว่นอัจฉริยะ ?มึงเกิลกลาส (Google Glass)? และบริการอื่นๆ อีกมากมาย
       
       ***ชักธงรบตลาดเพลงจ่ายรายเดือน

       ตรงตามข่าวลือ มึงเกิลเปิดตัวบริการเพลงออนไลน์ของตัวเองเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยจะเปิดให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงไม่อั้นในราคา 9.99 เหรียญสหรัฐต่อเดือน การเปิดตัวครั้งนี้จะทำให้มึงเกิลเป็นคู่แข่งกับผู้ให้บริการอย่าง Pandora และ Spotify บริษัทที่มีทุนไม่หนาเท่ามึงเกิลแต่ลงเล่นในตลาดสตรีมมิงมาก่อน
       
        บนเวทีงาน Google I/O ซึ่งนักพัฒนาหลายพันคนเข้าร่วมประชุมที่ซานฟรานซิสโก มึงเกิลเรียกชื่อบริการเพลงออนไลน์ล่าสุดของตัวเองว่า ?All Access? เพลงออนไลน์แบบเหมาจ่ายรายเดือนของมึงเกิลจะเปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกฟังเพลงได้ 22 ประเภท ตั้งแต่แนวแจสถึงเพลงอินดี้ในราคาเดือนละประมาณ 300 บาท และในระยะแรก จะมีผู้ใช้ในสหรัฐฯ เท่านั้นที่สามารถฟังเพลงได้ไม่จำกัดบนทุกอุปกรณ์
       
        ยังไม่มีความคืบหน้าการให้บริการเพลง All Access นอกพื้นที่สหรัฐฯ รวมถึงประเทศไทย โดยผู้ลงทะเบียนใช้งานบริการ Google Play Music All Access ภายในเดือนมิถุนายนจะได้รับการลดหย่อนค่าบริการรายเดือนเหลือ 7.99 เหรียญสหรัฐ

       ***ปรับโฉม Maps บนเว็บไซต์-มือถือ-แท็บเล็ต

       มึงเกิลใช้เวที Google I/O เปิดตัว Google Maps เวอร์ชันใหม่ที่ควบรวมกับ Google Earth และ Street View เต็มรูปแบบ ผู้ใช้จะได้เห็นแผนที่บน Maps แบบเต็มหน้าจอ พร้อมกับคะแนนรีวิวสถานที่นั้น รวมถึงสามารถชมภาพจากวิวจริงบนบริการ Street View ได้ ขณะเดียวกันก็สามารถขยายภาพออกห่างจากพื้นที่หนึ่งเพื่อชมภาพนอกโลกได้
       
        จุดนี้มึงเกิลนำบริการของตัวเองมาประมวลผลเพื่อให้ผู้ใช้สามารถต้นหาสถานที่บน Maps ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นการค้นหาร้านอาหาร ระบบสามารถเลือกแสดงเฉพาะร้านที่เพื่อนในแวดวง circle บน Google+ เคยอ้างอิงถึง นอกจากนี้ นักเดินทางยังสามารถเปรียบเทียบเส้นทางหรือวิธีการเดินทางที่หลากหลายทั้งรถประจำทาง ทางรถยนต์ รวมถึงเครื่องบิน โดยสามารถรับข้อมูลแจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉินบนท้องถนน เพื่อเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด
       
        งานนี้มึงเกิลเปิดตัว Google Maps for iPad พร้อมกับการเปิดตัวโฉมใหม่ Google Maps for Android โดยคาดว่า Google Maps for iPad จะเริ่มเปิดให้ดาวน์โหลดช่วงฤดูร้อนกลางปีนี้ ขณะที่ Google Maps for Android คาดว่าจะพร้อมให้บริการในเดือนมิถุนายนนี้
       
       ***จุดพลุค้นหาด้วยเสียง
   
        บริการค้นหาข้อมูลด้วยเสียงสไตล์เดียวกับ Google Now นั้นสามารถทำงานบนคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปได้แล้วผ่านเบราว์เซอร์อย่าง Chrome และระบบปฏิบัติการ Chrome OS แถมยังเพิ่มข้อมูลให้สามารถค้นหาตารางการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะได้ รวมถึงข้อมูลภาพยนตร์ รายการทีวี และวิดีโอเกม ถือเป็นการปรับปรุงบริการหลักที่ทำเงินให้มึงเกิลอย่าง Google Search ครั้งใหญ่
       
        มึงเกิลระบุว่า ผู้ใช้สามารถตั้งคำถามด้วยประโยคอย่าง ?What time does the San Francisco Giants game start?? เพื่อค้นหาว่าการแข่งขันจะเริ่มขึ้นเมื่อใด หรือ ?What will the weather in New York be like next week?? เพื่อค้นหาว่าสภาพอากาศในนิวยอร์กจะเป็นอย่างไรในช่วงสัปดาห์หน้า จุดนี้รายงานระบุว่า ระบบจะเริ่มค้นหาทันทีที่พูดว่า ?OK Google? โดยรองรับเพิ่มขึ้นอีก 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาโปแลนด์ ภาษาตุรกี ภาษาจีนดั้งเดิม (Traditional Chinese) และภาษาจีนสมัยใหม่ (Simplified Chinese)
   
       ***ปรับ Google+ เพื่อนักแชร์ภาพ

       เครือข่ายสังคม Google+ ปรับโฉมใหม่เพื่อให้นักแชร์ภาพสามารถปรับแต่งสีหรือใส่ฟิลเตอร์ภาพได้แบบอัตโนมัติ ทำให้สีสันภาพสดใสขึ้นได้โดยไม่ต้องเปิดแอปพลิเคชันเสริม ขณะเดียวกันก็ปรับให้ผู้ใช้สามารถติด hashtag หรือป้ายคำได้แบบอัตโนมัติ ตอบโจทย์คนรักภาพได้อย่างที่ 20 เครือข่ายสังคมซึ่งมีในตลาดขณะนี้ทำไม่ได้
       
        งานนี้มึงเกิลระบุว่า Google+ ได้เปลี่ยนรูปแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ใหม่เป็นแบบการ์ด (Card) โดยวางเรียงเนื้อหาในลํกษณะเดียวกับเครือข่าย Pinterest ครั้งนี้มึงเกิลซ่อนแถบเมนูไว้ด้านซ้ายของจอ และวางแถบ Hangouts ไว้ที่ด้านขวาของจอเพื่อการใช้งานที่สะดวกยิ่งกว่าเดิม
       
       ***เล็งขาย Galaxy S4 เวอร์ชันมึงเกิล   

       อีกข่าวที่ผู้ร่วมงาน Google I/O ฮือฮาที่สุดคือการประกาศ Samsung Galaxy S4 เวอร์ชันใหม่ของมึงเกิล โดยอุปกรณ์จะรองรับระบบ 4G LTE และหน่วยความจำ 16GB แต่จะมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Jelly Bean ที่ไม่มีการปรับแต่ง และเป็นเวอร์ชันปลดล็อกที่ไม่จำกัดว่าต้องใช้งานกับโอเปอเรเตอร์ใด เริ่มวางจำหน่าย Google Play ในวันที่ 26 มิถุนายนนี้
       
        มึงเกิลระบุว่า Galaxy S4 เวอร์ชันมึงเกิล จะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์แบบเดียวกับอุปกรณ์ตระมึงล Nexus ระบบปฏิบัติการ Android 4.2 Jelly Bean อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยราคาในขณะนี้ ทำให้นักสังเกตการณ์เชื่อว่าอาจจะใกล้เคียงกับ LG Nexus 4 ที่วางจำหน่าย 349 เหรียญสหรัฐ (รุ่น 16GB) และ 299 เหรียญ (รุ่น 8GB)

        ***ลับคม Google Play

       มึงเกิลพยายามเพิ่มความสามารถให้บริการมัลติมีเดียเพื่อชาวแอนดรอยด์อย่าง Google Play สามารถใช้งานได้ดีกว่า โดยนับจากนี้คอเกมจะสามารถบันทึกและเชื่อมต่อหรือ sync เกมได้ข้ามอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถนำไปเล่นต่อได้บนเครื่องเล่นอื่น รวมถึงอุปกรณ์ที่เป็นแอนดรอยด์และไอโอเอส (iOS) ของแอปเปิล ทั้งหมดนี้เรียกเป็นชื่อคุณสมบัติว่า cloud save ซึ่งเชื่อว่าจะโดนใจคอเกมทั่วโลก
       
        นอกจาก cloud save มึงเกิลยังเปิดบริการ matchmaking ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับที่ Game Center ของแอปเปิลมี นั่นคือระบบจะสามารถจับคู่เพื่อเล่นเกมสดซึ่งสามารถรองรับได้ทั้งระบบแอนดรอยด์ และไอโอเอส โดยนับจากนี้ระบบจะสามารถแสดงตารางผู้ที่มีคะแนนนำในแต่ละเกมหรือ leaderboard ได้
       
       ***สถิติโตต่อเนื่อง

       งานนี้ มึงเกิลเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจล่าสุดเกี่ยวกับหลายบริการ หนึ่งในนั้นคือบริการ Stream บนเครือข่าย Google+ (ลักษณะคล้ายระบบ News Feed บน Facebook) นั้นมีจำนวนผู้ใช้ประจำมากกว่า 190 ล้านคนต่อเดือนแล้ว
       
        ในภาพรวม ปริมาณผู้ใช้แอนดรอยด์ (Android) ระบบปฏิบัติการที่มึงเกิลพัฒนาขึ้นนั้นมีจำนวนเพิ่มจาก 400 ล้านคนในปี 2012 มาเป็น 900 ล้านคนในปี 2013 ทำให้ปริมาณการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากร้าน Google Play มีมากกว่า 4.8 หมื่นล้านครั้ง
       
        นอกจากนี้ เบราว์เซอร์ Chrome นั้นมีจำนวนผู้ใช้ประจำมากกว่า 750 ล้านคนแล้วจ้า



http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9560000058923

 12 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:45:06 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รับสมัครพนักงานราชการ จำนวน 3 ตำแหน่ง 4 อัตรา วุฒิ ปวช., ป.ตรี ตั้งแต่16 - 27 พ.ค. 56

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
 
 ประกาศรับสมัครพนักงานราชการ
 
 ตำแหน่ง
 
 1. เจ้าหน้าที่โสตทัศนศึกษา  จำนวน  1  อัตรา
     วุฒิการศึกษา   ปวช.
 
 2. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป (ด้านโยธา)  จำนวน  1  อัตรา
     วุฒิการศึกษา    ปริญญาตรี
 
 3. เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป  จำนวน  2  อัตรา
     วุฒิการศึกษา    ปริญญาตรี
 
 รับสมัครตั้งแต่วันที่  16  - 27  พฤษภาคม  2556
 
 รายละเอียดเพิ่มเติม   
 
  http://spm.thaigov.go.th/multimedia/sukhon/52977_ป ระกาศ%20สลน.%207-5-56.pdf



http://www.goosiam.com/work/job/question.asp?gid=15665

 13 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 10:54:19 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=24FFIxlmUo8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=24FFIxlmUo8</a>

      ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / เปิดสมาคมประมงมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ เพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริม อำนวยความสะดวก ในการประกอบการธุรกิจและการเจรจา เพื่อระงับข้อพิพาททางการประมงระหว่างประเทศและเตรียมเรือประมงไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

       

      วันนี้ ที่ 18 พฤษภาคม 2556 ที่บริเวณถนนแหล่งพระราม เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดสมาคมประมงมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีการมอบลานกีฬาและเครื่องออกกำลังกาย เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ชาวชุมชนแหล่งพระราม อีกทั้งมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์

       

      นายเฉลียว ทองมา นายกสมาคมประมงมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สมาคมประมงมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริม อำนวยความสะดวก ในการประกอบการธุรกิจและการเจรจา เพื่อระงับข้อพิพาททางการประมงระหว่างประเทศแก่สมาชิก เป็นการเตรียมเรือประมงไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

      รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมทางสังคม ในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและการกุศลทั่วไป ร่วมต่อต้านการค้ามนุษย์ แรงงานผิดกฏหมายและยาเสพติดที่เกี่ยวเนื่องกับการประมงทุกรูปแบบที่ได้รณรงค์มาตั้งแต่ต้น ขณะนี้ทางสมาคมประมงมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศพร้อมแล้วที่จะดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้

       

      สมาคมประมงมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการจดทะเบียนเป็นสมาคมตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา เดิมนั้น สมาคมฯ ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 120 / 317 หมู่ที่ 8 ถนนติณสูลานนท์ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา แต่เล็งเห็นว่า ควรจะมีที่ตั้งสมาคมฯที่สามารถเป็นที่สัญจร คมนาคมสะดวก ง่ายต่อการติดต่อประสานงาน จึงย้ายมาทำการที่บ้านเลขที่ 64 ถนนแหล่งพระราม เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา เป็นที่ตั้งสมาคมประมงมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการเสริมสร้างสุขภาพของประชาชนในชุมชนแหล่งพระราม ทางสมาคมประมงมิตรสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงได้สร้างลานกีฬาและอุปกรณ์ออกกำลังกายขึ้นใหม่ โดยทุนส่วนตัวจำนวน หนึ่งล้านสามแสนสี่หมื่นบาท เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์แก่ชาวชุมชนแหล่งพระราม

       

      ///////////////////////////////////



http://77.nationchannel.com/playvideo.php?id=348346

 14 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 10:08:56 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ตั้งแต่กรมประมงเตรียมที่จะให้เกษตรกรที่จะนำปลาเป็ดมาผลิตอาหารเลี้ยงสัตว์น้ำ ต้องมาขอใบรับรองระบบการผลิตเพื่อจะขายให้ถูกต้องนั้น ก็มีคนสงสัยว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อไร

 อธิบดีกรมประมงรออยู่แล้วในเกษตรกรข้องใจ ไปติดตาม?



http://news.ch7.com/detail/32342/เกษตรกรข้องใจ_ใบรับรองผลิตปลาเป็ด.html

 15 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 10:07:46 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
      รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกร์ ก็เปิดงานวันคุ้มครองปลาน้ำจืดมีไข่ ฤดูน้ำแดง ประจำปี 2556 ของกรมประมง เพื่ออนุรักษ์พันธ์ปลาน้ำจืด ในช่วง ฤดูน้ำหลาก

      ที่จังหวัดพิจิตร นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ทำการเปิดวันคุ้มครองปลาน้ำจืดมีไข่ ฤดูน้ำแดง ซึ่งกรมประมง ได้จัดขึ้นประทุกปี โดยในปีนี้ มีการจัดงานสัญจร ขึ้นที่ แม่น้ำน่าน หน้าวัดพฤษวัน ตำบลบางไผ่ อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร เพื่ออนุรักษ์พันธ์ปลาน้ำจืด ในช่วง ฤดูน้ำหลากที่เริ่มต้น ในวันที่ 16 พค จนถึง 31 กย ของทุกปี

      โดยกิจกรรมในงาน ได้มีการปล่อยขบวนรถ และขบวนเรือ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนัก ถึงฤดูปลาวางไข่ ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง ไม่จับปลาด้วยเครื่องมือที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ ประชาชน มีปลาบริโภคตลอดไปในอนาคต และยังร่วมกัน ทำการปล่อยปลา จำนวน 1 ล้านตัว กุ้งก้ามกราม จำนวน 2 แสนตัว ลงในแม่น้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติอื่นๆอีกด้วย

      /////////////////////////////////////

     

http://77.nationchannel.com/playvideo.php?id=347879

 16 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 10:03:06 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
- หมูเนื้อแดง ก.ก.ละ  119   บาท
- ไก่สดทั้งตัว ก.ก.ละ  70 - 75 บาท
- กุ้งขาว ก.ก.ละ 190 - 210 บาท
- ไข่เป็ด ฟองละ 3.90 ? 4.00 บาท

- ไข่ไก่สด (เบอร์ 2) ฟองละ 3.60 ? 3.70 บาท
- ไข่ไก่สด (เบอร์ 3) ฟองละ 3.45 ? 3.55 บาท
- มะนาว (เบอร์ 3 - 4) ฟองละ 3.50 ? 4.50 บาท
- พริกขี้หนู ขีดละ  6 ? 7  บาท

- ต้นหอม ขีดละ 11 - 12 บาท
- ผักชี ขีดละ 12 ? 13  บาท
- ผักคะน้า ก.ก. ละ 32 ? 35  บาท

- ข้าวเปลือกหอมมะลิ จ.สุรินทร์ ตันละ 15,600 บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า จ.สุพรรณบุรี ตันละ 9,800 บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า จ.พิษณุโลก ตันละ 10,000 บาท

 ราคายางพารา (แผ่นดิบคุณภาพ 3)
- จ.สงขลา ก.ก.ละ 83.39  บาท
- จ.สุราษฎร์ธานี ก.ก.ละ 83.75  บาท
- จ.ระยอง ก.ก.ละ 75.00  บาท
- จ.ปัตตานี ก.ก.ละ  73.00  บาท

 ราคาปาล์มน้ำมัน
- จ.กระบี่ ก.ก.ละ 3.40 บาท
- จ.ชุมพร ก.ก.ละ 3.30 บาท
- จ.สุราษฎร์ธานี ก.ก.ละ  3.50   บาท

(ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร)



http://news.ch7.com/detail/32079/ราคาสินค้าเกษตร_17_พ.ค._56.html

 17 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:50:08 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard


'ห้วยน้ำบอง-น้ำเลย' ตามพระราชดำริ มุ่งแก้ปัญหาน้ำภาคเกษตร 'อีสานบน' : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน

                         เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกันว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วประเทศกว่า 4,350 โครงการ เฉพาะในภาคอีสานมีมากถึง 767 โครงการที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เอื้ออำนวยก่อให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนทั้งสิ้น สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงานกปร.) จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติ "สื่ออาสา..สืบสานพระราชดำริ" เพื่อติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง 2 โครงการเด่นที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านในการแก้ปัญหาน้ำภาคเกษตร

                         โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำบอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ต.โคกม่วง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2535  ตามคำร้องขอของชาวบ้านในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำภาคการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง

                         จากนั้นกรมชลประทานได้เร่งดำเนินการสนองพระราชดำริ จึงจัดเตรียมความพร้อมของโครงการ มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสำรวจภูมิประเทศ ตลอดจนออกแบบทำนบหัวงาน อาคารประกอบและระบบส่งน้ำแล้วเสร็จในปี 2554 ก่อนจะดำเนินการก่อสร้างโครงการ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมานจากสำนักงาน กปร. และงบปกติของกรมชลประทานรวมทั้งสิ้น 217 ล้านบาท มีระยะเวลาการดำเนินการ 5 ปีโดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2554 คาดกว่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2558

                         เมื่อการดำเนินแล้วเสร็จมีขนาดสันทำนบดินกว้าง 8 เมตร ยาว 215 เมตร สูง 18 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 20.8 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบส่งน้ำยาว 33.50 กิโลเมตร สามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่เกษตรในอ.โนนสังประมาณ 16,000 ไร่ รวมทั้งมีแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภคบริโภคกว่า 6,200 ครัวเรือน รวมประชากรจำนวน 36,600 คน

                         "ปัจจุบันแม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรมิได้เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเยี่ยมเยียนประชาชนได้สม่ำเสมอดังเช่นที่ผ่านมา แต่ก็ทรงติดตามและรับทราบความเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยเฉพาะประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารห่างไกล อย่างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำบองก็จะเป็นตัวแบบที่ดีให้กับโครงการในพื้นที่อื่นๆ ด้วย"

                         อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรีกล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำบอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ภาคอีสานนั้นนับตั้งแต่ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยีนยราษฎรเมื่อปี 2498 ทำให้ทรงรับทราบข้อมูล สภาพปัญหาความแห้งแล้งขาดแคลนน้ำ จนนำมาสู่โครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคอีสานที่กระจายตัวอยู่ในปัจจุบันกว่า 767 โครงการ

                         จากการสำรวจข้อมูล(ล่าสุด) พบว่าจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นจังหวัดที่ยากจนที่สุดในภาคอีสานและยากจนเป็นอันดับ 75 ของประเทศ โดยประชากรมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ยเพียง 31,293 บาท/ปีเท่านั้น ทั้งยังมีสภาพพื้นที่แห้งแล้งกันดารมากที่สุด โดยนายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯหนองบัวลำภูเผยว่าจังหวัดหนองบัวลำภูนั้นมีพื้นที่ภาคเกษตรมากกว่า 1.72 ล้านไร่หรือคิดเป็นร้อยละ 71.68 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด ในขณะที่มีพื้นที่ชลประทานเพียง 90,076 ไร่หรือร้อยละ 3.73 เท่านั้น

                         "พืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด ได้แก่ ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลังและยางพารา โดยข้าวจำแนกเป็นข้าวเจ้านาปี 326,308 ไร่ ข้าวเหนียวนาปี 530,550 ไร่ อ้อยโรงงาน 386,107 ไร่ มันสำปะหลัง 209,049 ไร่ และยางพารา 86,079 ไร่ของพื้นที่การเกษตรทั้งหมด" ผู้ว่าฯหนองบัวลำภูกล่าวรายงานการใช้พื้นที่ภาคการเกษตร

                         ไม่เพียงหนองบัวลำภูเท่านั้นที่เป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร แต่จังหวัดที่มีพื้นที่ติดกันอย่างจังหวัดเลยก็มีปัญหาไม่แพ้กัน จนเป็นที่มาของโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำเลย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง จ.เลย เพื่อเก็บกักน้ำในแม่น้ำเลยและลำน้ำสาขามาใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้งเช่นกัน โดยโครงการดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่บริเวณนี้มาตั้งแต่ปี 2520

                         โดยได้พระราชทานพระราชดำริกับอธิบดีกรมชลประทานในขณะนั้นให้พิจารณาวางโครงการชลประทานลุ่มน้ำเลยเพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรทำการเพาะปลูกได้ทั้งฤดูฝนและฤดูแล้ง ตลอดจนมีน้ำกิน น้ำใช้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรพิจารณาสร้างฝายทดน้ำเพื่อความเหมาะสมในลำน้ำเลยตอนล่างเพื่อส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกผืนใหญ่สองฝั่งน้ำเลยในเขตอำเภอเชียงคานได้ด้วย

                         สุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการสำนักงานกปร.กล่าวถึงความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในเขตจ.เลย มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน สูง 30.80 เมตร ยาว 604 เมตรใช้งบประมาณก่อสร้าง 860.4 ล้านบาท ในระยะแรกใช้งบของสำนักงานกปร.จำนวน 48.432 ล้านบาทจากนั้นเป็นงบประมาณปกติของกรมชลประทาน ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าในการก่อสร้างร้อยละ 7.31 และจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งโครงการในปี 2562 หากแล้วเสร็จนอกจากจะใช้ประโยชน์ในพื้นที่ภาคเกษตรแล้วยังสามารถช่วยบรรเทาอุทกภัยที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่ท้ายน้ำอีกด้วย

                         "เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถเก็บกักน้ำได้สุงสุด 48.9 ล้านลูกบาศก์เมตร และสามารถส่งน้ำให้กับพื้นที่ทำการเกษตรด้วยแรงโน้มถ่วงในพื้นที่ภูหลวงและบางส่วนของอำเภอวังสะพุงประมาณ 25,000 ไร่ และจากระบบสูบน้ำจากแม่น้ำเลยด้านท้ายอ่างในเขตอ.วังสะพุง อ.เมือง และอ.เชียงคานอีกประมาณ 34,700 ไร่" เลขาธิการสำนักงานกปร.เผยข้อมูล

                         นับเป็นความโชคดีของเกษตรในพื้นที่ดังกล่าวหลังการก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จ นอกจากจะมีช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งแล้วยังมีน้ำใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรตลอดทั้งปีอีกด้วย

 

---------------------

'น้ำคือชีวิต' ชาวบ้านแก่งศรีภูมิ

 

                         ไตรพร ส่วยลี  ชาวบ้านในต.แก่งศรีภูมิ อ.ภูหลวง ซึ่งได้รับอานิสงค์จากโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำเลย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวรู้สึกดีใจที่มีโครงการดังกล่าว เพราะทุกๆ ที่ผ่านมาจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งปลูกพืชอะไรไม่ได้เลยเพราะไม่มีน้ำ เมื่อไม่มีอาชีพและรายได้ ทำให้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะต้องออกไปรับจ้างหางานทำข้างนอก ส่วนการทำนาก็ต้องพึ่งพาน้ำฝนเพียงอย่างเดียว หากปีไหนน้ำท่าไม่ดีก็จะมีปัญหาเหมือนกัน

                         เช่นเดียวกับ ฉวีวรรณ ภิญโญวัย ชาวบ้านในต.แก่งศรีภูมิ อีกรายที่ได้รับอานิสงค์จากโครงการดังกล่าวยอมรับว่าชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลักคือทำนา ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง แต่มีปัญหาเรื่องน้ำมาโดยตลอด ทำให้มีปัญหาในการประกอบอาชีพ ยิ่งปีไหนฝนตกไม่ถูกต้องตามฤดูกาล การทำนาก็ไม่ได้ผล ยิ่งจะมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น แต่หากโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำเลยก่อสร้างแล้วเสร็จคิดว่าชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่น่าจะดีขึ้น เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้ปลูกอะไรก้ขึ้น แต่ขอให้มีน้ำเพียงพอเท่านั้น

 

---------------------

('ห้วยน้ำบอง-น้ำเลย' ตามพระราชดำริ มุ่งแก้ปัญหาน้ำภาคเกษตร 'อีสานบน' : สุรัตน์ อัตตะ ... รายงาน)

 

 

 
http://www.komchadluek.net/detail/20130520/158745/ห้วยน้ำบองน้ำเลยแก้ปัญหาน้ำอีสานบน.html#.UZmPJTU5Nkg

 18 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:24:42 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ทดลองปลูกมะนาวในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ แนะวิธีให้ผู้สนใจลองทำดูได้ ใช้เวลาเพียง 9 เดือนก็จะได้เห็นผล


ผ่านไป 9  เดือนเต็มของการทดลองปลูกมะนาวในถุงพลาสติกขนาดใหญ่  600  ลิตร  ใช้วัสดุปลูกที่เป็นกาบมะพร้าวสับ 2 ส่วนหน้าดินดี 1 ส่วน  ผสมปุ๋ยเคมี  16-16-16 หรือ 12-12-17 ผสมคลุกลงไป 1 กก.ตั้งแต่เริ่มแรกเพียงครั้งเดียว  พันธุ์มะนาวที่ทดลองมีสองพันธุ์คือตาฮิติ(ทูลเกล้า)และแป้น  ระบบน้ำเป็นน้ำหยดวันละประมาณ  10    ลิตรให้วันเว้นวัน  มีการตัดแต่งกิ่งกระโดงและกิ่งน้ำค้างภายในพุ่มออกเป็นระยะๆเพื่อให้ทรงพุ่มโปร่ง  ผลจากการสังเกตในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาดังนี้

 

1 การให้ปุ๋ยเคมีโดยวิธีดังกล่าวคลุกไปพร้อมกับวัสดุปลูกเป็นวิธีหนึ่งในการสำรองธาตุอาหารอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอให้แก่มะนาวโดยที่ธาตุอาหารมีการสูญเสียน้อยเนื่องจากมีการให้น้ำแบบหยดระดับความชื้นที่เรียกชื้นพอหมาดๆหรือ Field  capacity ทำให้น้ำไม่มีการไหลบ่าออกนอกทรงพุ่ม

 

2 ระบบน้ำที่ให้เป็นแบบหยด 2 หัวหยดโดยขณะต้นเล็กใช้เพียงหัวเดียวให้วันละประมาณ  6 ลิตรวันเว้นวัน
 เมื่อต้นโตทรงพุ่มแผ่คลุมถุงได้เพิ่มจำนวนหัวหยดเป็น  2 หัว  เพิ่มการให้เป็น  12 ลิตร/วันเว้นวัน  โดยใช้เครื่องมือวัดความชื้นในดินให้ดินชื้นพอหมาดๆหรือ  Field  capacity

 

3  พ่นสารเคมีป้องกันแมลงซึ่งหลักๆคือหนอนชอนใบโดยพ่นประมาณ  10  วัน/ครั้งตามอาการ  หากใบสะอาดโรคแคงเกอร์จะทำลายน้อยมากหรือไม่มีเลย

 

4  มีการตัดแต่งกิ่งโดยเฉพาะกิ่งกระโดงและกิ่งน้ำค้างออกเป็นช่วงๆเพื่อควบคุมทรงพุ่มให้แผ่ออกไม่สูงเกินไป  โดยเฉพาะพันธุ์แป้นจะมีการแตกกิ่งกระโดงและกิ่งน้ำค้างภายในจำนวนมากอยู่เสมอ

 

5 ข้อสังเกตเรื่องพันธุ์มะนาว  มะนาวตาฮิติจะมีความเหมาะสมมากในการปลูกในภาชนะ  ต้นแข็งแรง  ไม่มีโรคแคงเกอร์ให้เห็น  รวมทั้งทนต่อโรคสำคัญคือไวรัสกรีนนิ่งและทริสเตซ่า ทรงพุ่มแผ่ออกกว้างกว่าสูง  เริ่มให้ออกดอกและติดผลได้เมื่ออายุประมาณ 8  เดือนและสามารถออกดอกติดผลอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องบังคับ  มะนาวตาฮิติจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ปลูกมะนาวในภาชนะบนดาดฟ้าหรือข้างๆบ้านไว้รับประทานเองในครัวเรือน  ต่างจากมะนาวแป้นที่อายุเท่ากันยังไม่ปรากฏการออกดอกแต่อย่างใดเนื่องจากต้นยังอยู่ในช่วงระยะเจริญเติบโต  1 ปีแล้วจึงจะเริ่มออกดอกและต้องบังคับน้ำ  ควบคุมปุ๋ยด้วยจึงจะออกดอกได้ดี(ทำให้ต้นโทรมได้)

 

6 ข้อมูลที่น่าสนใจในการพัฒนามะนาวนอกฤดูโดยการใช้ต้นตอมะขวิดเสียบยอดจะทำให้ได้มะนาวต้นเตี้ยและออกนอกฤดูโดยไม่ต้องบังคับ  ข้อมูลนี้ได้จากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ปลูกส้มเช้งหรือส้มตราบนต้นตอมะขวิดทำให้ส้มเช้งออกนอกฤดูอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องบังคับและทำให้ได้ส้มต้นเตี้ยสามารถปลูกในระบบชิดได้อย่างดี
 ท่านที่เคารพครับตื่นเช้าขึ้นมานุ่งผ้าขาวม้าผืนเดียวเดินดูต้นมะนาวในสวนเห็นต้นเจริญเติบโตสบายใจอย่างบอกไม่ถูก  อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่อิสระครับ  อนาคตอันใกล้นี้เกษตรไทยและเกษตรโลกจะเป็นทองแล้วครับ  อยู่ที่ใครจะมีโอกาสขุดและขุดอย่างไรหยั่งยืนยาวนาน

 

หมายเหตุ  ข้อมูลนี้ผู้เขียนบันทึกไว้จากสวนของตัวเองเมื่อปี 2554 ก่อนเกิดการน้ำท่วมใหญ่แต่โชคดีที่บริเวณนั้นได้รับการป้องกันจากอบต.ลาดหลุมแก้วน้ำจึงไม่ท่วม  ขณะนี้ปี 2556 มะนาวตาฮิติและแป้นในถุงพลาสติกขนาด 600 ลิตรยังอยู่  โดยได้ปลูกแป้นพิจิตรเพื่อศึกษาเพิ่มเข้าไปด้วย  มะนาวแต่พันธุ์มีดีไปคนละอย่างแต่หากจะปลูกไว้รับประทานเองในพื้นที่จำกัดตาฮิติน่าพิจารณามากที่สุด  ผลโต  ไม่มีหนาม  ทนโรค  ผลใหญ่  น้ำมากแม้กลิ่นและรสไม่เข้มแบบมะนาวต้นแบบอย่างแป้นก็ตาม

 

เปรม  ณ สงขลา



http://www.dailynews.co.th/agriculture/205361

 19 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:23:49 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

จากข้อมูลระบุว่ามะเขือพวงมีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด มะเขือพวงมีเส้นใยมาก ซึ่งช่วยในการดูดซับไขมันส่วนเกิน ช่วยเจริญอาหาร  ช่วยระบบขับถ่าย บำรุงธาตุ ขับเสมหะ    แก้ไอ ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนได้ดี แก้ปวดบวมฟกช้ำ แก้อาการฝีบวมหนอง  อักเสบ ขับปัสสาวะ อย่างไรก็ตาม ควรรับประทานแต่พอดีอย่างเหมาะสมเพราะมะเขือพวงมีสารอัลคาลอยด์ ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทและมีผลต่ออวัยวะอื่น ๆ.


http://www.dailynews.co.th/agriculture/205619

 20 
 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 09:23:21 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard



สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร สนับสนุนการวิจัย ?การศึกษาค่าดัชนีชี้วัดความทนแล้ง?  เพื่อนำไปใช้คัดเลือกพันธุ์ให้ได้พันธุ์ยางที่สามารถทนต่อสภาพแห้งแล้ง เป็นทางเลือกสำหรับเกษตรกรในการเลือกใช้พันธุ์ยางที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราได้

นางสาวนภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยางหนองคาย กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สถาบันวิจัยยางได้มอบหมายให้นักวิชาการของศูนย์วิจัยยางหนองคายทำการศึกษาวิจัยดัชนีชี้วัดความทนแล้งของยางพารา โดยศึกษาจากลักษณะทางสรีระวิทยาและการแสดงออกของต้นยางที่เกี่ยวกับการทนแล้งเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการคัดเลือกพันธุ์ยางทนแล้ง ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ของการวิจัยยางพารา  ในส่วนของลักษณะทางสรีระวิทยาของพันธุ์ยางที่ศึกษา ได้แก่ ค่าชลศักย์ของน้ำในใบยาง(Leaf water potential) การชักนำการเปิด-ปิดปากใบ(Stomatal conductance) และค่าเปอร์เซ็นต์การชักนำการเกิดฟองอากาศในท่อไซเล็ม (Percent Loss of conductivity ; PLC)
เมื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างค่าชลศักย์ของน้ำในใบ กับ ค่าการสูญเสียความสามารถในการลำลียงน้ำของไซเล็ม และค่าการชักนำการเปิด-ปิดปากใบ จะได้ค่าที่เรียกว่า Hydraulic safety margin หรือช่วงระดับศักย์ของน้ำในใบที่เปลี่ยนแปลงไปโดยพืชยังสามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ

หากค่า Hydraulic safety margin ที่ได้มีค่ามาก หรือมีช่วงกว้าง แสดงว่าพืชมีการปรับตัวในสภาพแล้งด้วยการลดการคายน้ำได้ดี และมีความทนทานต่อการเกิดฟองอากาศในไซเล็มเมื่อเจอสภาวะแห้งแล้ง ซึ่งค่านี้สามารถนำมาใช้เป็นดัชนีทางสรีระวิทยาที่บ่งชี้ความทนแล้งของยางพาราได้

ถ้านำค่าดัชนีชี้วัดความทนแล้งมาปรับใช้ในการคัดเลือกพันธุ์ยางตั้งแต่ต้นยางอายุ 1-2 ปี จะสามารถลดระยะเวลาการคัดเลือกพันธุ์ยางที่ทนทานต่อความแห้งแล้งลงได้อีกอย่างน้อย 7 ปี ซึ่งจะได้ทั้งพันธุ์ยางทนแล้งและให้ผลผลิตน้ำยางสูง หากศึกษาร่วมกับวิธีทางเทคโนโลยีชีวภาพถึงขั้นการทำแผนที่พันธุกรรม และได้เครื่องหมายโมเลกุลที่เกี่ยวกับการทนแล้ง ก็สามารถนำมาใช้คัดเลือกพันธุ์ยางทนแล้งและให้ผลผลิตน้ำยางสูงด้วยตั้งแต่ยังเป็นยางต้นเล็ก ไม่ต้องรอจนถึงการกรีดให้ได้ผลผลิตครบรอบอายุยาง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการศึกษาวิจัยและคัดเลือกพันธุ์ยางได้ค่อนข้างมาก

นางสาวนภาวรรณกล่าวอีกว่า จากการศึกษาเปรียบเทียบค่าดัชนีชี้วัดความทนแล้งระหว่างยางพาราพันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251 (RRIT 251) กับยางพันธุ์เฉลิมพระเกียรติ 984 (พันธุ์สถาบันวิจัยยาง 408) พบว่า ยางพันธุ์เฉลิมพระเกียรติ 984  มีค่า Hydraulic safety margin ที่มีช่วงกว้างมากกว่า พันธุ์ RRIT 251 นั่นคือพันธุ์เฉลิมพระเกียรติ  984 มีความทนทานต่อสภาวะแห้งแล้งได้ดีกว่าพันธุ์สถาบันวิจัยยาง 251  ซึ่งนอกจากยางพันธุ์เฉลิมพระเกียรติ 984 จะให้ผลผลิตน้ำยางสูงผลผลิต 8 ปีกรีดเฉลี่ยอยู่ที่ 350 กิโลกรัม/ไร่/ปี ยังเหมาะสมสำหรับปลูกในพื้นที่ปลูกยางใหม่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคเหนือ

?การศึกษาค่าดัชนีชี้วัดความทนแล้งของยางพารานี้ นับว่าเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดระยะเวลาการดำเนินงานวิจัยขั้นตอนพื้นฐาน และช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐในการปรับปรุงพันธุ์ยางได้ ที่สำคัญยังได้พันธุ์ยางที่ทนต่อสภาพแห้งแล้งและเหมาะสมกับเขตปลูกยางใหม่  ถ้าหากนำพันธุ์ที่ได้จากการคัดเลือกให้ผลผลิตน้ำยางสูง และมีความทนแล้งมาปลูกทดแทนยางพันธุ์อาร์อาร์ไอเอ็ม600 (RRIM 600) ก็จะทำให้เกษตรกรชาวสวนยาง และ ประเทศไทยได้รับผลผลิตยางและมีรายได้จากการผลิตยางพาราเพิ่มมากขึ้น?  ผอ.ศูนย์วิจัยยางหนองคายกล่าว

หากสนใจข้อมูลเกี่ยวกับ ?การศึกษาค่าดัชนีชี้วัดความทนแล้ง? สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยยางหนองคาย จังหวัดหนองคาย  โทร. 0-4242-1714 หรืออีเมล์ nrrc_nr@yahoo.com



http://www.dailynews.co.th/agriculture/205614

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10