ตุลาคม 26, 2014, 04:07:04 AM
ข่าว:
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2014, 08:56:33 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ศูนย์เพาะพันธุ์หอย ชักชวนให้รณรงค์ ไม่เก็บ "หอยชักตีน" ที่เล็กกว่า 6 ซม. หลังพบมีแนวโน้มลดจำนวน และเร่งวิจัยเลี้ยงเชิงพาณิชย์ เพราะเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่...

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่หอยชักตีน ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดกระบี่ มีแนวโน้มการจับหอยได้ลดลง ส่งผลให้ราคาซื้อขายในตลาดมีราคาสูงกว่า 200 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ขนาดของหอยกลับพบว่า มีขนาดเล็กลง ทางศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดกระบี่ ซึ่งได้มีการทดลองวิจัยเพาะพันธุ์จนสามารถเพราะได้ในปริมาณมาก และได้มีการขยายความรู้ไปยังศูนย์วิจัยอื่นๆ เช่น พังงา ตรัง และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อร่วมกันผลิตลูกหอยนำปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

กลัวสูญพันธุ์

นางพัชรี ซุ่นสั้น นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ ผู้วิจัยคิดค้นจนสามารถเพาะพันธุ์หอยชักตีนได้เป็นผลสำเร็จ เผยว่า การวิจัยและเพาะพันธุ์หอยชักตีนทางศูนย์ฯ ได้ดำเนินการต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำลูกหอยไปปล่อย และล่าสุดนี้ทางศูนย์ ได้ร่วมกับ กฟผ. และชุมชนบ้านเกาะหลัง หมู่ที่ 7 ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง จัดทำแปลงอนุรักษ์ไม่เก็บหอยชักตีน โดยใช้พื้นที่ขนาด 200x200 เมตร ปล่อยลูกหอย 45,000 ตัว ซึ่งหากลูกหอยออกจากแปลงก็จะเป็นอาหาร และสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน แต่หากอยู่ในแปลงก็จะเป็นพ่อแม่พันธุ์ในอนาคต

กลุ่มวิจัย

นางพัชรี กล่าวอีกว่า จากการวิจัยล่าสุดพบว่า หอยชักตีน เริ่มมีจำนวนลดลง หายากขึ้น และตัวที่จับได้มีขนาดเล็ก สวนกระแสกับราคาที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ทางกรมประมง ได้ร่วมกับมูลนิธิเอ็นไลฟ และหน่วยงานต่างๆ จัดรณรงค์ 4 ม. เพื่อเพิ่มจำนวนหอย คือ ชาวประมง 1.ไม่จับ หอยที่มีขนาดไม่ถึง 6 ซม. เพราะหอยขนาด 4-5 ซม.ที่จับขายในปัจจุบันเป็นหอยในวัยเจริญพันธุ์ พร้อมที่จะผลิตลูกหอยแต่ถูกตัดวงจรเสียก่อน 2.ไม่ซื้อ คือพ่อค้าแม่ค้าไม่รับซื้อหอยที่มีขนาดไม่ถึง 6 ซม. 3.ไม่ขาย ร้านค้า ผู้ประกอบการ ไม่ขายหอยชักตีนที่มีขนาดต่ำกว่า 6 ซม. และ 4.ไม่กิน คือผู้บริโภค ไม่กินหอยชักตีนที่มีขนาดเล็กกว่า 6 ซม.หากทำได้ หอยชักตีนจะเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่หากทำไม่ได้ อนาคตหอยชักตีนมีความเสี่ยงที่จะหายากขึ้น

ขณะที่นายคมน์ ศิลปาจารย์ ผู้อำนวยการ สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กล่าวว่า หอยชักตีนมีแนวโน้มลดจำนวนลง ขณะนี้ทางสำนักฯ ได้เตรียมทำวิจัยในการเลี้ยงหอยชักตีนในเชิงพาณิชย์ โดยการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะสามารถเลี้ยงได้ และคุ้มการลงทุนหรือไม่ เพราะหากทำได้ จะส่งผลดีต่อหอยชักตีนที่จะได้เพิ่มจำนวนหอยรวมถึงความต้องการของตลาด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำวิจัย.









http://www.thairath.co.th/content/458414

 12 
 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2014, 08:51:36 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
นายบรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์บีที เทคโนโลยี จำกัด

        ตลาดหูฟังเริ่มร้อนในไตรมาสสุดท้าย อาร์บีทีฯ จับมือเจมาร์ท ส่ง Jabra Sport Pulse Wireless ลงตลาดเจาะกลุ่มนักกีฬา ชูจุดเด่นดีทั้งฟังเพลงและเป็นเสมือนโค้ชส่วนตัว ตั้งเป้ายอดขาย 500 ตัวต่อเดือน เผยตลาดหูฟังไวร์เลสแบบสปอร์ตกำลังมาแรง และจะโตถึง 200% ในปีหน้า ด้านเจมาร์ท ชี้ยอดขายอุปกรณ์เสริมปีนี้จะโต 15% หรือขายได้ 350 ล้านบาท ด้านเซนไฮเซอร์ ปล่อยหูฟังสู่ตลาดเพิ่ม 2 รุ่น พร้อมเปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายใหม่

       นายบรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์บีที เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันอุปกรณ์สวมใส่ หรือ Wearable กำลังมาแรง เช่นเดียวกับหูฟังแบบไวร์เลสก็เริ่มได้รับความนิยมเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มนักออกกำลังกาย เล่นกีฬา อาร์บีทีฯ จึงได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Jabra Sport Pulse Wireless ลงสู่ตลาด โดยเป็นหูฟังสเตอริโอที่ทั้งสามารถฟังเพลงได้ และยังสามารถจับจังหวะการเต้นของหัวใจ และนำมาแปลงเป็นข้อมูลสำคัญเพื่อบอกให้เราสามารถออกกำลังกายได้ดีขึ้นอีกด้วย
       
        การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่นี้อาร์บีทีฯ ได้ร่วมมือกับเจมาร์ทในการนำเสนอสินค้าออกสู่ตลาดในระยะแรก ก่อนที่จะขยายไปสู่ช่องทางอื่นในเร็วๆ นี้ ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 500 ตัวต่อเดือน จากยอดขายผลิตภัณฑ์หูฟังทั้งหมดของอาร์บีทีฯ ที่ขายได้ประมาณ 20,000 ตัวต่อเดือน โดยขณะนี้บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ Wearable 3 รุ่น แต่คาดว่ารุ่นใหม่นี้จะขายดีที่สุดเพราะเทรนด์ไวร์เลสกำลังมาแรง

       ?ปัจจุบันตลาดหูฟังแบบมิวสิกไวร์เลสแบบสปอร์ตเริ่มมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น โดยปัจจุบันอยู่ที่ 5% และคาดว่าในปีหน้าจะมีอัตราการเติบโตถึง 200% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเนื่องจากตลาดนี้เริ่มมีอัตราการเติบโต และกลุ่มคนรักสุขภาพเริ่มหันมาสนใจต่อผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟนของแอปเปิล ที่ผู้ใช้จะไม่ได้มองว่าอุปกรณ์ที่ใช้เป็นแค่มือถือ แต่มองเป็นอุปกรณ์เพื่อตอบสนองทางด้านอารมณ์มากกว่า?

       นายบรรพต กล่าวว่า หูฟัง Jabra Sport Pulse Wireless สามารถฟังเพลงในระหว่างออกกำลังกาย รายงานการเต้นของหัวใจ ระยะทางวิ่ง ความเร็ว รวมไปถึงยังมีคำสั่งให้ออกกำลังกายให้หนักขึ้น หรือเบาลง เพื่อรักษาระดับการเต้นของหัวใจในโซนที่เราต้องการ เสมือนมีเทรนเนอร์คอยควบคุมอยู่ โดยสามารถเชื่อมต่อมือถือสมาร์ทโฟนได้ทั้งไอโอเอส และแอนดรอยด์ผ่าน Jabra Sport Life Application

นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัทเจมาร์ท จำกัด (มหาชน)
       
        ด้าน นายนราธิป วิรุฬห์ชาตะพันธ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัทเจมาร์ท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกับอาร์บีทีฯ ดังกล่าว บริษัทฯ ได้เตรียมทำกิจกรรมทางการตลาดร่วมกัน เพื่อผลักดันให้ยอดขายอุปกรณ์เสริมในปีนี้เติบโตขึ้น โดยปัจจุบันยอดขายอุปกรณ์เสริมมือถือของเจมาร์ทช่วงครึ่งปีแรกมียอดขายอยู่ที่ 150 ล้านบาท และคาดว่าในครึ่งปีหลังนี้จะมียอดขายอยู่ที่ 200 ล้านบาท รวมเป็น 350 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 15% โดยหูฟังจาบร้าจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเติบโตเช่นกัน

       ***เซนไฮเซอร์เปิดหูฟัง 2 รุ่นใหม่
       
        เช่นเดียวกับ เซนไฮเซอร์ ที่ได้อาศัยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเปิดตัวหูฟัง 2 รุ่น โดย นายอึง ชี ฮุน ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนไฮเซอร์ กล่าวว่า บริษัทฯ ได้ทำการเปิดตัวหูฟังเออร์บาไนท์ 2 รุ่น ประกอบด้วย Urbanite (on-ear) Urbanite XL ที่เน้นคุณภาพของเสียงเบส ดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ และเน้นการเชื่อมต่อพร้อมรีโมตควบคุมระยะไกล ละไมโครโฟนสำหรับการรับสายโทรศัพท์ และการควบคุมเพลงจากสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยตั้งเป้าหมายในกลุ่มวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ที่อาศัยในเมือง


        ?เซนไฮเซอร์ได้เปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายใหม่เป็น บริษัท แอช เอเชีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แต่กลยุทธ์ทางการตลาดและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ยังเหมือนเดิม เน้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ดี และเติบโตขึ้นตามพฤติกรรมของผู้บริโภคของไทยที่นิยมฟังเพลงมากขึ้นด้วย?










http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9570000121289

 13 
 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2014, 08:47:08 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
การท่าเรือแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบพนักงาน ตำแหน่งพนักงานเครื่องมือทุ่นแรง 4 (พนักงานขับรถโดยสาร) ตั้งแต่ 21 ต.ค. -11 พ.ย. 2557

ตำแหน่ง: พนักงานเครื่องมือทุ่นแรง 4 (พนักงานขับรถโดยสาร)
ระดับการศึกษา: ปวช. 
อัตราเงินเดือน: 6,810
อัตราว่าง: 1
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 21 ต.ค. ? 11 พ.ย. 2557
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


วิธีการสมัครงานพนักงาน การท่าเรือแห่งประเทศไทย : สมัครด้วยตนเอง 










http://www.goosiam.com/งานราชการ/html/0000868.html

 14 
 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 11:36:31 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

มะขามเป็นไม้ต้นขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่แตกกิ่งก้านสาขามาก  ออกเป็นช่อเล็กๆ ตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาว 3-20 ซม. เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบ สีน้ำตาล เนื้อในเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด มีรสเปรี้ยว และหวานแล้วแต่พันธุ์ คนไทยโบราณใช้ราก เปลือก  แก่น ใบ เนื้อในฝัก ฝักดิบ เมล็ด เปลือกเมล็ด ดอกสด และฝักดิบเป็นยางเพื่อการฟอกเลือด และลดความอ้วน แต่ส่วนใหญ่ใช้เป็นยาระบายและลดอุณหภูมิในร่างกาย บรรเทาอาการไข้ เนื้อในฝักแก่ใช้ แก้ไอ ขับเสมหะ.











http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/275459/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A1+-+%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89

 15 
 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 11:34:40 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

เนื่องจากสภาพสิ่งแวดล้อมที่ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศ หรือแม้แต่ฤดูกาลเอง

เนื่องจากสภาพสิ่งแวดล้อมที่ถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ สภาพภูมิประเทศ หรือแม้แต่ฤดูกาลเอง เปลี่ยนแปลงจากอดีตไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้รูปแบบการทำการเกษตรกรรม การปศุสัตว์ และการประมง ภายในประเทศไทยมีการเปลี่ยน แปลงเพื่อปรับตัวให้สามารถสร้างผลผลิตออกมาให้ได้หรือผลิตได้ตลอดทั้งปี

รูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจที่เริ่มเป็นกระแสเข้ามาในวงการเกษตรประเทศไทยคือ การใช้พลาสติก LDPE/LLDPE เข้ามาเป็นปัจจัยหนึ่งในการผลิต ซึ่งพลาสติกชนิดนี้มีในประเทศไทยมา ระยะหนึ่งแล้ว แต่อยู่ในรูปแบบของท่อน้ำ และพลาสติกคลุมหน้าดิน แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงพลาสติก LDPE/LLDPE ที่เรียกว่า Sheet หรือเป็นผืน

 พลาสติกเป็นผืนจะเป็นที่รู้จักกันมากในวงการเลี้ยงกุ้งขาวของประเทศไทย และการปูบ่อเก็บน้ำ ในกรณีที่เป็นพลาสติกสีดำ และพลาสติกสีใสขุ่นจะเห็นได้ตามโรงเรือนเพาะชำ  แต่พลาสติกชนิดนี้ก็ยังมีความคล้ายคลึงกันมากในท้องตลาดทั่วไป ซึ่งหลาย ๆ คนยังไม่สามารถแยกได้ว่าพลาสติกที่คุณภาพสูงที่เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานในการเลี้ยงสัตว์ หรือทำบ่อน้ำนั้นเป็นอย่างไร จึงเลือกพลาสติกคุณภาพต่ำราคาถูกไปใช้งานส่งผลให้หลาย ๆ ท่านที่ได้ใช้งานพลาสติกที่ไม่มีคุณภาพกลางแสงแดดจะเกิดปัญหาขึ้นมาในระยะเวลาที่ไม่นานมากนัก นั่นก็คือปัญหาของการแข็งตัวของพลาสติกและแตกกรอบหมดสภาพไม่สามารถใช้งานต่อไปได้นั่นเอง ทำให้หลายท่านอาจจะผิดหวังกับพลาสติกชนิดนี้ไปบ้างแล้ว

จากที่ผ่านมาพลาสติกชนิดนี้จะถูกนำไปใช้งานในรูปแบบเชิงเดี่ยว ตามลักษณะที่ถูกผลิตขึ้นมาคือถูกใช้งานเป็นผืนเพื่อทำการปูพื้นดิน  หรือการขึ้นเป็นโรงเรือนในกรณีพลาสติกใสขุ่น แต่ปัจจุบันพลาสติกสีดำ ได้ถูกพัฒนาด้านการใช้งานจากที่เป็นเพียงผืนอย่างเดียวปรับเปลี่ยนมาเป็นในลักษณะบ่อพลาสติกสำเร็จรูป หรือที่เรียกง่าย ๆ อีกอย่างว่าบ่อลอย  คือ บ่อที่ตั้งบนพื้นโดยไม่ต้องขุดหลุมหรือก่อบ่อปูน เพื่อใช้สำหรับการเลี้ยงสัตว์ ทำการเกษตร หรือกักเก็บน้ำในไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคในเขตพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำจืดหรือห่างไกลจากเขตชลประทาน เช่น เชิงเขา ภูเขา เกาะ ฯลฯ รวมทั้งในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด

เพราะบ่อพลาสติก LDPE นั้นสามารถปรับขนาดได้ตามความต้องการที่เหมาะสม เคลื่อนย้ายได้ง่ายดาย เนื่องจากมีน้ำหนักเบา สามารถใช้งานในพื้นที่กลางแจ้งอย่างไม่มีปัญหา และที่สำคัญคือ พลาสติก LDPE เมื่ออยู่กลางแสงแดดจะไม่มีการปล่อยสารเคมีออกมาระหว่างการใช้งาน ดังนั้นการที่นำไปใช้งานในการเลี้ยงสัตว์ หรือกักเก็บน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค ก็จะสามารถนำไปใช้งานได้อย่างไร้ปัญหาเรื่องของสารเคมีตกค้าง             

และเมื่อกล่าวถึงข้อดีของพลาสติก LDPE นี้เมื่อนำไปใช้ในการเลี้ยงสัตว์น้ำก็คือเรื่องของการช่วยควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินไปนั่นเอง รวมทั้งผิวของสัตว์เลี้ยงจะไม่เกิดบาดแผลเหมือนกับการเลี้ยงในบ่อปูน หรือบ่อดิน ปกติ และสามารถช่วยให้สามารถควบคุมปัจจัยในการเลี้ยงได้ง่ายอีกด้วย.








http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/275458/%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3+%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2+%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87+-+%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1

 16 
 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 11:32:21 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ฝนเปลี่ยนฤดูกระหน่ำกรุงสูงสุดที่ เขตดินแดง กว่า 72 มม. ท่วมขังหลายจุด เร่งระบายใน3 ชม.

เมื่อวันที่21 ต.ค.ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร (กทม.)รายงานว่าในช่วงบ่ายของวันนี้เกิดฝนตกปานกลางถึงหนักกระจายในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ เขตหนองแขม บางบอน บางแคคลองเตย ยานนาวา คลองสานจอมทอง วัฒนา บางคอแหลมสาทร ปทุมวันห้วยขวาง ดินแดง บางขุนเทียนทุ่งครุ วังทองหลาง พญาไทดุสิต บางซื่อ ราชเทวีสัมพันธ์วงศ์ เป็นต้นวัดปริมาณฝนสูงสุดได้ที่สำนักการระบายน้ำเขตดินแดง 72.5มิลลิเมตรทั้งนี้มีรายงานน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุดอาทิ ถนนพระราม 3จากตลาดฮ่องกง-ปีนังถนนสุนทรโกษา จากหน้ากรมศุลกากร-แยกณ ระนอง ถนนพระราม 6หน้าทางลงทางด่วน ถนนนิคมมักกะสัน แยกราชปรารภ ถนนศรีอยุธยา หน้าโรงเรียนสันติราษฎร์หน้าวังสวนผักกาด ถนนดินแดงซอยสุทธิพร 2ถนนเพชรบุรีจากอโศก-มิตรสัมพันธ์ถนนนครไชยศรี หน้ากรมสรรพสามิตขณะนี้หน่วยเบสท์ได้ประจำจุดเกิดน้ำท่วมขังแล้วเพื่อเร่งระบายน้ำให้แห้งภายใน2- 3ชั่วโมงอย่างไรก็ตามเรดาห์จับกลุ่มฝนไม่พบว่าจะมีฝนตกอีกครั้งระยะเวลา3 ชั่วโมงต่อจากนี้คาดว่าสัปดาห์นี้ยังคงมีฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯซึ่งเป็นฝนเปลี่ยนฤดูแต่เป็นฝนอ่อนถึงปานกลางไม่หนักเท่าวันนี้จึงขอให้ประชาชนเตรียมตัวและวางแผนการเดินทาง










http://www.dailynews.co.th/Content/bangkok/275505/%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A4%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B272%E0%B8%A1%E0%B8%A1.

 17 
 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 11:15:55 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
นายนวกฤษ์ เหงกะโทก หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน นำเรือออกสำรวจ และตรวจสอบชีวิตความเป็นอยู่ จำนวนแพพัก อาศัยและแพหาปลาของประชาชน ที่อาศัยอยู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จนกลายเป็นหมู่บ้านประมงน้ำจืดเพื่อเก็บข้อมูล เร่งทำการจัดระเบียบแพทุกประเภท เหนือน่านน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการเข้าสำรวจหมู่บ้านประมง เจ้าหน้าที่เน้นสำรวจการเปลี่ยนแปลงของจำนวนและรูปแบบของแพ เนื่องจากหากเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ดั่งเดิม แพจะเรียบง่าย ทรุดโทรม สร้างแพติดๆกัน ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก หากมีไม่ใช่สิ่งที่ทันสมัยมากนักและจะอาศัยเป็นครอบครัวอย่างถาวร มีอุปกรณ์ในการหาปลาอยู่บนแพ ที่สำคัญเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จะทักทาย คุ้นเคยแบบเป็นกันเอง นอกจากนี้ จากการสำรวจหากมองจากเรือที่เจ้าหน้าที่นั่งออกสำรวจมายังฝั่ง จะเห็นว่ามีรถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนมากจอดเรียงราย รถยนต์บางคันคุมผ้ากันแดด เจ้าหน้าที่จึงเก็บข้อมูลไว้ตรวจสอบ

   นายนวกฤษ์ กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านจังหวัดอุตรดิตถ์ มีเขตความรับผิดชอบทั้งพื้นที่ป่าอันดุมสมบูรณ์และส่วนที่เก็บอ่างเก็บน้ำของเขื่อนสิริกิติ์อันกว้างใหญ่ ตามวิถีดั่งเดิมมีชาวบ้านมาสร้างแพอาศัย กลายเป็นหมู่บ้านประมง ตั้งกระจัดกระจายเหนืออ่างเก็บน้ำ ส่วนใหญ่ยึดอาชีพประมง เลี้ยงปลาในกระชัง ฐานะยากจนหรือพออยู่พอกิน จากการสำรวจหลายครั้งเห็นชัดเจนว่ารูปแบบการสร้างแพอาศัยมีการพัฒนาขึ้น จากหลังคาสังกะสีเก่า เริ่มมีแพที่สร้างหรูหรา ใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างดี แถมมีระเบียง ไว้สำหรับพักผ่อน มีเครื่องอำนวยความสะดวก แต่ไม่มีอุปกรณ์ทางการประมง และนานๆครั้งจะมีคนเข้าพักอาศัย

   จากสืบทราบเบื้องต้น กำลังเริ่มมีบุคคลนอกพื้นที่ คนมีฐานะ เข้ามาจับจอง สร้างแพเป็นบ้านพักต่างอากาศกลางน้ำ หรือรีสอร์ทกลางน้ำ อนาคตต่อไปอาจสวมสิทธิ์จากชาวบ้านที่อาศัยอยู่เดิม มีการลักลอบทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าไม้ สัตว์น้ำ อยากต่อการควบคุมดูแล

   นายนวกฤษ์ กล่าวว่า ที่เป็นห่วงคือกลุ่มบุคคลที่หลบหนีคดีอาชญากรรมในคดี ร้ายแรงและเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีตามหมายจับ รวมไปถึงกลุ่มมือปืนรับจ้างและกลุ่ม ผู้ค้ายาเสพติดเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งทางอุทยานไม่มีภาระหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจสอบพิสูจน์ เนื่องจากเกินอำนาจที่ เรียกร้องให้หน่วยงานที่มีกองกำลังทั้ง ทหารและตำรวจรวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าสำรวจตรวจสอบ ขึ้นทะเบียน ทำประวัติ ทั้งในเขตพื้นที่อุทยานและพื้นที่เขื่อนสิริกิติ์ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยจัดทำประวัติมาก่อนเลย









http://breakingnews.nationtv.tv/home/read.php?newsid=738952

 18 
 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 11:15:40 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

วันที่ 21 ต.ค.57 นายจิรพงษ์ นุตะศะริน ประมงจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาแจ้งเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาทั้งในกระชังและบ่อดิน ที่แจ้งขึ้นทะเบียนไว้กว่า 19,200 ราย ระวังโรคระบาดและปลาน็อคตายในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวนทั้งหนาวเย็นลง และบางพื้นที่มีฝนตก เพราะสภาพอากาศดังกล่าวจะทำให้ปลากินอาหารน้อย มีภูมิต้านทานต่ำ มีสุขภาพอ่อนแอ เอื้อต่อการเกิดโรคระบาดได้ง่าย และเป็นแผลตามลำตัวที่เกิดจากแบคทีเรีย โดยจะพบทุกปีในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น และสร้างความหายให้แก่เกษตรกรในหลายพื้นที่ ดังนั้น เกษตรกรควรป้องกัน โดยการนำปูนขาวหรือเกลือมาละลายน้ำเทลงในบ่อ บ่อละ 50-60 กิโลกกรัมต่อ 1 ไร่ ทั้งไม่ควรสูบน้ำเข้าออกภายในบ่อ และไม่ควรย้ายหรือลำเลียงสัตว์น้ำไปยังที่อื่นโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งให้ลดปริมาณอาหารในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำ เนื่องจากปลาเกิดความเครียดกินอาหารน้อย อาหารที่เหลือจะเกิดเน่าเสียเป็นกรดแก๊ส น้ำขาดออกซิเจน ส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำที่เลี้ยงได้ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีปลาที่เลี้ยงในกระชังเริ่มน็อคตายบ้างแล้ว

 ทั้งนี้หากเกษตรกรรายใดพบปลาในบ่อตายผิดปกติที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นโรคระบาด ให้ตักออกจากบ่อแล้วรีบทำลาย ห้ามนำไปรับประทานเพราะอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่ควรนำไปทิ้งตามสระ หรือคลองน้ำธรรมชาติ จากนั้นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประมงอำเภอ หรือสำนักงานประมงจังหวัดเพื่อจะได้เข้าไปตรวจสอบควบคุมป้องกันเชื้อโรคอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ขอให้ผู้เลี้ยงปลาทั้งในกระชัง และบ่อดิน รีบมาแจ้งขึ้นทะเบียนที่ประมงจังหวัด หรืออำเภอให้ถูกต้อง เพราะจากการสำรวจยังมีเกษตรกรอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้มาขึ้นทะเบียน ซึ่งหากเกิดภัยพิบัติหรือโรคระบาดต่างๆ ผู้ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจะเสียสิทธิไม่ได้รับการชดเชยช่วยเหลือจากภาครัฐ










http://breakingnews.nationtv.tv/home/read.php?newsid=738982

 19 
 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 11:12:16 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

เว็บไซต์เดอะ โคเรีย ไทมส์ รายงานว่า ชาวประมงในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม จับปลากระโห้ยักษ์ (Siamese giant carp) ได้ในแม่น้ำได้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว โดยปลากระโห้ตัวดังกล่าวหนักถึง 130 กิโลกรัม มีมูลค่าสูงถึง 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 320,000 บาท

โดยชาวประมงคนดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า Tran Minh Dung อายุ 35 ปี เขาเล่าว่า หลังจากที่เขาจับเจ้าปลากระโห้นี้ได้แล้ว เขาต้องลากมันมาไกลหลายร้อยเมตรเลยทีเดียว กว่าจะมาถึงสะพานได้ ซึ่งหลังจากที่สามารถนำขึ้นมาบนสะพานได้แล้ว ชาวบ้านแถวนั้นก็ได้เข้ามามุงดู พร้อมกับช่วยกันวัดขนาดของปลา ซึ่งวัดได้ประมาณ 1.5 เมตร

ทั้งนี้ ปลากระโห้ นั้นเป็นปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง จัดเป็นปลาในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) และเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดเกล็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉลี่ยมักมีขนาดประมาณ 1.5 เมตร แต่พบใหญ่สุดได้ถึง 3 เมตร หนักได้ถึง 150 กิโลกรัม พบเฉพาะในแม่น้ำสายใหญ่ ตั้งแต่แม่น้ำแม่กลองถึงแม่น้ำโขง










http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1413880569

 20 
 เมื่อ: ตุลาคม 22, 2014, 10:29:40 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

        กระบี่ - อบต.อ่าวนาง จัดแข่งขันกีฬาตกปลา อ่าวนางฟิชชิ่งเกมส์ กระบี่ ครั้งที่ 2 รับเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวใหม่ และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวกระบี่ รวมทั้งรณรงค์ให้ชาวประมงมีวิธีการจับปลาที่ถูกต้อง ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้อยู่คู่กับทะเลอันดามันอย่างยั่งยืน
       
        เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (21 ต.ค.) ที่บริเวณหน้าหาดอ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ นายพันคำ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดการแข่งขันกีฬาตกปลา อ่าวนางฟิชชิ่งเกมส์ กระบี่ ครั้งที่ 2 หรือ Aonang Fishing Game Tournament Krabi เพื่อพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวทางทะเลของตำบลอ่าวนาง และจังหวัดกระบี่ และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวใหม่
       
        นายพันคำ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่มีทิศทางการเติบโตที่ดีมาโดยตลอด ทั้งนี้ เพราะจังหวัดกระบี่ อุดมไปด้วยทรัพยากรทางการท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะน้ำทะเล และหาดทรายที่สะอาด และความสวยงามของโลกใต้ทะเล ไม่ว่าจะเป็นปะการัง และปลานานาชนิด อันเป็นมนต์เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจ และดึงดูดใจให้แก่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง
       
        โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลอ่าวนาง เป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ทิวทัศน์สวยงามด้วยภูเขาหินปูนสูงตระหง่าน เต็มไปด้วยเกาะแก่ง ครอบคลุมหมู่เกาะพีพี ที่มีความสวยงามระดับโลก และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหาดอ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา และเกาะพีพี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรม ที่พัก และธุรกิจด้านการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ควบคู่ไปกับอาชีพการทำประมงพื้นบ้านของประชาชน
       
        เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพ และรายได้ให้แก่ประชาชน สถานประกอบการ ด้านการท่องเที่ยวต่างๆ องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง จึงได้จัดทำ ?โครงการแข่งขันกีฬาตกปลา? อ่าวนางฟิชชิ่งเกมส์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2557 ขึ้น เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์พัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวของตำบลอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ และรณรงค์ให้ชาวประมงมีวิธีการจับปลาที่ถูกต้อง ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้อยู่คู่กับทะเลอันดามันอย่างยั่งยืน สืบสานประเพณีวิถีชีวิตของชาวประมงท้องถิ่น และเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ว่าฤดูกาลท่องเที่ยวใหม่ได้มาถึงแล้ว
       
        ผู้สนใจกีฬาตกปลา ร่วมสนุกสนานกับการแข่งขันตกปลา เช่น ปลากระโทงแทง ปลากระโทงร่ม (ปลาใบ) ปลาสละ (ปลาเสียด) ปลาสาก ปลาช่อนทะเล ปลาอีโต้มอญ ปลาอินทรี ในทะเลภาคใต้ฝั่งอันดามัน พร้อมร่วมเก็บขยะในทะเลเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมทะเลอันดามันให้อยู่อย่างยั่งยืน โดยจะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม2557 และจะทำการแข่งขันในวันที่ 1-2 พ.ย.57 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่งานนักพัฒนาการท่องเที่ยว สำนักปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โทร.0-7563-7146 ต่อ 26, 08-6267-0343

 
         







http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9570000121314

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10