มิถุนายน 29, 2016, 04:03:35 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:12:06 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

กรุงเทพฯ--28 มิ.ย.--สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานขอบคุณผู้เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ "น้ำ (ใจ) มา ชาวประชาเป็นสุข" ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง











http://www.ryt9.com/s/prg/2452647

 12 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:11:06 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ก.เกษตรฯ จัดโครงการลดราคาจำหน่ายพันธุ์สัตว์น้ำและอาหารสัตว์น้ำ 1 ก.ค.-30 ก.ย.นี้ ช่วยลดต้นทุนการผลิต

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมประมงได้จัดทำโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำขึ้น โดยจะเริ่มลดราคาจำหน่ายพันธุ์สัตว์น้ำและอาหารสัตว์น้ำในราคาที่ต่ำกว่าตลาด

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ? 30 กันยายน 2559 รวมเป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งจะสามารถช่วยลดต้นทุนหลักในการประกอบอาชีพของเกษตรกรได้กว่า 20,000 ราย และมูลค่าของปัจจัยการผลิตที่ลดราคาจำหน่ายสูงถึง 20 ล้านบาท ซึ่งสอดรับตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งหมายประกาศให้ปี 2559 เป็นปีแห่งการลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตรและเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

ทั้งนี้ กรมประมงได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการจำหน่ายปัจจัยการผลิตในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มาสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 2 - 16 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา มีผู้ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำและผู้จำหน่ายอาหารสัตว์น้ำจากทั่วประเทศ จำนวน 121 ราย สมัครเข้าร่วมโครงการและแสดงเจตจำนงในการลดราคาจำหน่ายพันธุ์สัตว์น้ำและอาหารสัตว์น้ำในราคาที่ต่ำกว่าตลาด โดยบางรายลดราคาจำหน่ายให้ถึง 50%

โดยคุณสมบัติของผู้ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำที่เข้าร่วมโครงการฯ จะเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (ทบ 1) ของกรมประมงและได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) หรือหากยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม GAP จะต้องมีการรับรองจากกรมประมงว่าเป็นผู้ที่มีความพร้อมในการเป็นฟาร์ม GAP ส่วนผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำ คือผู้ที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ 2) ของกรมประมงและได้รับมาตรฐานการผลิต GMP ของกรมประมงและได้รับมาตรฐานการผลิต GMP ของกรมประมง ซึ่งจะเป็นหลักประกันได้ว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะประสบความสำเร็จเพราะเริ่มต้นจากปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ

"การจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการประชาสัมพันธ์โครงการลดต้นทุนการผลิตด้านการประมงให้เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและประชาชนทั่วไปได้ทราบ แต่ยังเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงจะได้แสดงความขอบคุณผู้จำหน่ายพันธุ์สัตว์น้ำ ผู้ประกอบการจำหน่ายปัจจัยการผลิต รวมถึงบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันมาโดยตลอด ซึ่งการดำเนินงานของโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำครั้งนี้ จะเป็นการสร้างเศรษฐกิจน้ำจืดที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปพร้อมกัน"นายธีรภัทร กล่าว










http://www.ryt9.com/s/iq03/2452456

 13 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:09:38 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
เกษตร/วิทย์ จับมือ EGA พัฒนาฐานข้อมูลเกษตรกรกลาง (Farmer ONE) หวังดึงข้อมูลเกษตรกรตั้งต้นเชื่อมโยงเข้ากับฐานข้อมูลใหญ่จากส่วนราชการทั้งประเทศ ช่วยรัฐกำหนดนโยบายช่วยเหลือได้ทันที


กรุงเทพฯ--28 มิ.ย.--สรอ.

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการบูรณาการฐานข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ซึ่งข้อมูลนั้นต้องมาจาก กรมส่งเสริมการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และยังมีการปรับฐานข้อมูลใหม่เพื่อวางรากฐานที่ถูกต้องของข้อมูลทั้งหมด โดยข้อมูลนี้จะถูกนำมาจัดทำเป็นรายงานและระบบการให้บริการข้อมูลเกษตรกรกลาง หรือ Farmer ONE เพื่อนำมาใช้ในเชิงนโยบายและการพัฒนาด้านต่างๆ

EGA จะเข้ามาวางโครงสร้างพื้นฐาน ในรูปแบบของสาธารณูปโภคกลางให้กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นแม่ข่ายที่จะรวบรวมฐานข้อมูลจากกรมประมงและกรมปศุสัตว์ หลังจากนั้นทั้งสามหน่วยงานจะส่งผ่านข้อมูลผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่ทาง EGA เข้ามาวางระบบไว้ ซึ่งเป็นระบบที่มีความรวดเร็วและปลอดภัย ขณะเดียวกัน EGA จะทำงานคู่ขนานไปกับสำนักเศรษฐกิจการเกษตรในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางเกษตรกร พร้อมกับเอื้อให้การใส่ข้อมูลเสริมไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การสร้างรายงานและระบบการให้บริการข้อมูลเกษตรกรกลางทำงานได้แบบ real time หรือเสมือนจริงตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามแม้บริการหลักของ EGA ที่ได้ลงนามในข้อตกลง หรือ MOU ในครั้งนี้จะเน้นไปที่ระบบเครือข่ายสารสนเทศภาครัฐ หรือ ระบบ Government Information Network (GIN) และการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยใช้ระบบคลาวด์ภาครัฐ หรือ Government Cloud Service แต่ EGA ยังจะพร้อมให้คำปรึกษา และสนับสนุนบริการในด้านเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อส่งเสริมให้ระบบนี้ได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการทำงานผ่านระบบโมบายและอื่นๆ

ระบบการให้บริการข้อมูลเกษตรกรกลาง หรือ Farmer ONE จะเป็นการรวบรวมข้อมูลของเกษตรกรรายบุคคล ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตร การถือครองที่ดิน รวมถึงบูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเกษตรกรร่วมกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดังนั้นในฐานข้อมูลเกษตรกรจะมีทั้งข้อมูลในระดับครัวเรือนและระดับรายบุคคล หรือ PID 13 หลัก และยังเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่นๆได้ทั้งหมดต่อไป ซึ่งจะทำให้ข้อมูลของเกษตรกรมีความสมบูรณ์และนำไปใช้ในการช่วยเหลือหรือกำหนดเป้าหมายในเชิงนโยบายได้ง่ายขึ้น










http://www.ryt9.com/s/prg/2452437

 14 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:07:38 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

        ชุมพร - บูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเรือประมงติดตามการค้ามนุษย์ แรงงานเถื่อน แต่ไม่โปร่งใสแจ้งเฉพาะสื่อรัฐให้ทำข่าวเขียนข่าวตามกรอบที่กำหนดแจกสื่อในจังหวัด


        วันนี้ ( 28 มิ.ย.) สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชุมพร บูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ตรวจเรือประมงในทะเลอ่าวไทย บริเวณปากน้ำชุมพร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย ซึ่งส่งผลต่อนโยบายการลงทุนของต่างชาติ ในอุตสาหกรรมที่ถูกกล่าวหาว่ามีการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย


        เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงาน ตามแผนบูรณาการความร่วมมือในการตรวจสภาพการจ้างสภาพการทำงานและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในกิจการประมงทะเล และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, จัดหางานจังหวัดชุมพร, ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ, มณฑลทหารบกที่ 44, เจ้าหน้าที่ กก.ตชด.41, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร, เจ้าหน้าที่ตำรวจ , และเจ้าหน้าที่ อส.จ.ชุมพร, ลงพื้นที่ตรวจเรือประมงในทะเลอ่าวไทย บริเวณปากน้ำชุมพร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย พร้อมกับตรวจสอบจับกุมผู้กระทำความผิดพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 และพ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งการออกปฏิบัติการในระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน 2559 ได้ร่วมกันเข้าตรวจเรือประมง จำนวน 27 ลำ มีลูกจ้างทั้งหมด 738 คน ซึ่งเป็นคนไทย 77 คน เมียนมา 571 ลาว 6 คน กัมพูชา 84 คน จากการปฏิบัติการตรวจเรือทุกลำไม่พบการกระทำความผิดกฎหมาย เรือทุกลำมีสัญญาจ้างแรงงาน ทะเบียนลูกจ้างถูกต้อง ไม่มีการใช้แรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และไม่พบการบังคับใช้แรงงานแต่อย่างใด


        นางจิราพันธ์ จิโรภาส สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า เป้าหมายหลักในการตรวจ คือเป็นการป้องปรามมิให้มีการปฏิบัติกับลูกจ้างในลักษณะการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานบังคับ และการใช้แรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย โดยการลงปฏิบัติงานในพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อตรวจสอบการจ่ายค่าจ้าง ด้วยวิธีสอบถามจากลูกจ้างโดยตรง และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายค่าจ้าง สัญญาการว่าจ้าง ทะเบียนรายชื่อลูกจ้าง ซึ่งหลังจากนี้จะมีการบูรณการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่อีก เพื่อติดตามการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย อย่างเข้มงวดต่อไป


        ผู้สื่อข่ารายงานว่า จากกรณีดังกล่าว การออกปฏิบัติงานของหน่วยงานเกี่ยวข้องทุกครั้งที่ผ่านมา ได้บอกเฉพาะนักข่าวจากประชาสัมพันธ์ จ.ชุมพร และสื่อของรัฐเท่านั้น ไม่มีการแจ้งสื่อมวลสังกัดอื่นแต่อย่างใด โดยทุกครั้งจะให้นักข่าวของรัฐออกไปทำข่าวและเขียนข่าวตามกรอบที่กำหนดไว้เพื่อแจกสื่อมวลชนสำนักอื่นต่างๆในจังหวัดเท่านั้น









http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9590000064610

 15 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:05:24 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ระนอง ฝนตกคลื่นลมแรง กระทบชาวประมง ออกจับสัตว์น้ำลำบาก ส่งผลรายได้ลดลง

สภาพอากาศใน จ.ระนอง โดยรวม เกือบทั่วทุกพื้นที่ ยังคงมีฝนตกและลมพัดแรงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ท่าเทียบเรือบ้านท่าฉาง  ม.3 ต.หงาว อ.เมือง ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงพื้นบ้าน และแหล่งบริการเรือนำเที่ยว ล่าสุด พบคลื่นลมในทะเลมีกำลังแรง แม้ว่าจะอยู่ใกล้กับฝั่งบางช่วงมีความสูงมากกว่า 3 เมตร ทำให้ชาวประมงไม่กล้าเสี่ยงที่จะออกไปทำการจับสัตว์น้ำ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่พยายามออกทำการประมงตามแนวริมคลอง ซึ่งถือว่าปลอดภัยสูงสุดในระยะนี้ แม้ว่าจะได้สัตว์น้ำจำนวนน้อย ส่งผลกระทบกับรายได้ ทั้งนี้ ส่วนใหญ่แล้วชาวบ้านจะนำเรือพลีส ที่สามารถลากได้คนเดียว ลากเข้ามาบริเวณชายฝั่งที่สูงจากน้ำทะเล ขณะที่บางส่วนเริ่มเก็บเครื่องยนต์หางยาว พร้อมอุปกรณ์ในการจับสัตว์น้ำมาไว้บนฝั่ง อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามชาวประมง เปิดเผยว่า ยังคงต้องรอดูสถานการณ์อีกระยะ โดยหากไม่มีลมก็จะสามารถออกหาสัตว์น้ำได้ทันที แม้จะมีฝนตกหนัก เพราะฝนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการออกเรือ แต่ลมที่มีความรุนแรงจะส่งผลทำให้เกิดคลื่นสูง









http://news.sanook.com/2020082

 16 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:00:40 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
สรุปย่อ THE MONEY FOR STARTUP ที่โดนใจคุณ ?วิชัย ทองแตง? เศรษฐีพอร์ตหุ้นระดับหมื่นล้าน !!


เชื่อได้ว่าหลาย ๆ คนที่กำลังทำบริษัทสตาร์ทอัปอยู่ก็อยากจะรู้ว่าคุณวิชัย ทองแตง เศรษฐีพอร์ตหุ้นระดับหมื่นล้านท่านนี้เขาอยากสนับสนุนใครบ้าง ซึ่งงาน Beartai Best Buy เราก็ได้เชิญท่านมาพูดคุยกันในหัวข้อ The Money For Startup ที่เขาจะมาเผยว่า ตัวคุณวิชัย ทองแตงนั้นอยากสนับสนุนใครบ้าง และยังให้คำแนะนำต่าง ๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในอนาคตได้อีกด้วย

คุณวิชัย ทองแตง

นักลงทุนเจ้าของพอร์ตหุ้นระดับแสนล้าน เจ้าของธุรกิจโรงพยาบาล, อสังหาริมทรัพย์และไอที กับบทบาทใหม่ล่าสุด ?เรียกเหล่า Startup มารับเงินลงทุน? คุณวิชัยกำลังหลงไหลในธุรกิจใหม่โดยเฉพาะนวัตกรรม ใครมีของ? คุณควรมาพบคุณวิชัยในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน รอบเวลา 14.00-15.00น. ที่ผ่านมา

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=z17b6Bkjoeg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=z17b6Bkjoeg</a>

สิ่งที่คุณวิชัย ทองแตง มองเห็นถึงกลุ่ม Startup ในปัจจุบัน

โดยคุณวิชัยมองเห็นแนวคิดของคนรุ่นใหม่ว่า มีแนวคิดที่ดี มีความสามารถสูง จึงอยากเข้าไปสนับสนุนและร่วมลงทุน

โดยเขาไม่ได้มอง Startup เฉพาะทางด้าน IT เท่านั้น แต่เขาอยากสนับสนุนแนวคิดใหม่ ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่เขายังไงก็มองเห็นว่าตลาด IT นั้นยังเป็นตลาดที่มีมูลค่าการเติบโตสูงที่สุด ซึ่งเขาจะเข้าไปคุยตั้งแต่วันแรก ๆ และเขียนแผน Road map ระดับ 5 ? 10 ปีจนสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้

โดยปัจจุบันทางคุณวิชัย ได้ลงทุนกับ Startup ทางด้านไอทีอยู่แล้ว 2 ? 3 บริษัท ซึ่งบริษัทที่เขาให้ความสนใจมากคือบริษัทที่ทำในด้าน นาโนจุลินทรีย์ ที่เห็นแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เขาอยากลงทุนให้คือ สิ่งที่เป็นของใหมที่ดูแล้วมีอนาคตที่สดใส

แต่เขาไม่สนับสนุนทางด้านการเลี้ยงสัตว์
และการแปรรูปอาหาร รวมไปถึงเครื่อง
ดื่มมึนเมาต่าง ๆ อย่างเด็ดขาด

เขาเห็นอนาคตของ Startup เป็นแบบไหน?

ทางเขาเชื่อมั่นในอนาคตของ Startup ถึงแม้จะเริ่มมีปรากฏการณ์ฟองสบู่แตกมาให้เห็นอย่าง Ensogo ที่ได้ปิดตัวลงไปแล้วในฝั่งเอเชีย ซึ่งเกิดผลกระทบกับบริษัทห้างร้านที่ดีลกับเขาเป็นจำนวนมาก ถือได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเป็นภาพที่น่ากลัวมากกับความเชื่อมั่นของผู้คน ซึ่งปัญหานี้จะทำให้ลดความเชื่อมั่นใน Startup และเขาแนะนำว่าควรที่จะมีการวางแผนเอาไว้หากเกิดปัญหาอย่างที่ Ensogo เป็น ซึ่งเขาก็ได้แนะนำให้คนที่กำลังทำ Startup อยู่นั้นจะต้องวางแผนล่วงหน้ากับเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อไม่ให้ภาพลักษณ์เสียไปจนส่งผลกระทบกับเหล่า Startup รายอื่น ๆ

คำถามจากทางบ้าน

ความเสี่ยงจากการลงทุนใน Startup
เป็นอย่างไร?

เขาบอกได้เลยว่า การลงทุนใน Startup ส่วนใหญ่จะล้มเหลว อาจจะเพราะที่ผ่านมากลุ่ม Startup ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งลงทุนได้ แต่ในปัจจุบันถือว่าทางรัฐบาลและธนาคารต่าง ๆ ก็เริ่มเปิดให้เข้าไปขอเงินทุนได้มากขึ้น

ถ้าเราอยากที่จะมีผู้ร่วมลงทุน ถ้าอยากจะ
เติบโตในต่างประเทศ จะต้องเป็นนักลง
ทุนต่างประเทศหรือไม่?

ถือได้ว่าเป็นอีก 1 ประเด็นสำคัญที่สุด เพราะในปัจจุบันมีหลาย Startup ที่อยากออกไปต่างประเทศ แต่ที่สำคัญเราต้องวางแผนการตลาดในประเทศให้ดีก่อน หลังจากที่พื้นฐานแน่นแล้วจึงค่อยเริ่มเดินหน้าไปสู่ต่างประเทศอีกทีหนึ่ง โดยเขาได้แนะนำว่า Startup ทางด้านสุขภาพเป็นสิ่งที่มีอนาคต เพราะโลกกำลังก้าวสู่โลกผู้สูงอายุ

อยากให้วิเคราะห์เรื่องฟองสบู๋ของ
Startup

โดยเขาอยากให้ Startup ตระหนักถึงสิ่งนี้ โดยที่โอกาสฟองสบู่เกิดขึ้นได้เสมอ โดยวิธีการจัดการฟองสบู่นี้คือ การแลกเปลี่ยนความรู้และค้นหาความเสี่ยงของ Startup ของเราให้ดี ซึ่งแน่นอนว่าทุกธุรกิจมีความเสี่ยง ซึ่งคุณต้องมองอนาคตให้ออก และมองเป้าหมายของตัวเองให้ชัดเจน

ถ้าคิดที่จะออกมาเป็น Startup จะต้อง
วางแผนอย่างไรบ้าง และจะต้องระวัง
อะไร

? ต้องมีเป้าหมายแน่นอนว่า ออกมาแล้วจะไปทำอะไร โดยการเดินไปร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้หรือการไปศึกษาเพิ่มเติม
? ตรวจสอบแผนอนาคตของเรา และติดตามข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

 









https://www.beartai.com/news/it-thai-news/104906

 17 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:51:09 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
กรมการบินพลเรือน เปิดรับสมัครสอบพนักงานราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรการ,เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี,ช่างเครื่องกล,พนักงานขับเคลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน,ผู้ดูแลสนามบิน บัดนี้-10มิ.ย59

ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่ธุรการ,เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี,ช่างเครื่องกล,พนักงานขับเคลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน,ผู้ดูแลสนามบิน

ระดับการศึกษา: ปวช.  ปวส. 

อัตราเงินเดือน: 13,280-13,800

อัตราว่าง: 6

ปฏิบัติงานที่: แม่ฮ่องสอน,ขอนแก่น,อุดรธานี

เปิดรับสมัครตั้งแต่: 30 พ.ค. ? 10 มิ.ย. 2559

**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**




กรมการบินพลเรือน เปิดรับสมัครสอบ

ชื่อตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่ธุรการ

อัตราเงินเดือน : 13800 บาท

ประเภท : บริการ

จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ? ปวท.

? ปวส.

? อนุปริญญา

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบได้ในระดับเดียวกันทุกสาขาวิชา

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : (1) ปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์และความชำนาญในการรับ ? ส่ง ลงทะเบียน แยกประเภท และจัดส่งหนังสือเอกสารให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เก็บและค้นหาหนังสือ กรอกแบบฟอร์ม และร่างหนังสือโต้ตอบ ตรวจความถูกต้อง ความสวยงาม ความเรียบร้อยของเอกสาร สิ่งพิมพ์ ก่อนทำการพิมพ์ ตรวจสอบรหัสต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบันทึกข้อมูล ตรวจทานการบันทึกข้อมูลซึ่งใช้ แบบฟอร์มต่าง ๆ พิมพ์และคัดสำเนาหนังสือเอกสาร และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

(2) ซ่อมเอกสาร วารสาร และหนังสือต่าง ๆ ที่ชำรุดให้คงสภาพเดิม ตลอดจนดูแลรักษามิให้ชำรุดเสียหาย เบิกและเก็บรักษาวัสดุเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ

(3) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย




วิธีการเลือกสรร : ? ความรู้ความสามารถ

? ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ? ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ? ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

วิธีการประเมิน : สอบข้อเขียน




? ทักษะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์




? สมรรถนะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์

เกณฑ์การประเมิน : ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการเลือกสรรจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60







--------------------------------------------------------------------------------




ชื่อตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี

อัตราเงินเดือน : 13800 บาท

ประเภท : เทคนิค

จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ? ปวท.

? ปวส.

? อนุปริญญา

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาการเงิน การบัญชี

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : (1) ปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์ในการรวบรวมรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อประกอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของส่วนราชการ ตรวจทานความถูกต้องของตัวเลข เพื่อควบคุมการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ เขียนเช็คสั่งจ่ายเงิน ตรวจนับและรับจ่ายเงินสด และทำทะเบียนเงินคงเหลือประจำวัน

(2) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย




วิธีการเลือกสรร : ? ความรู้ความสามารถ

? ระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลังการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง พ.ศ. 2551 ? ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการจัดทำบัญชี ? ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ? ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

วิธีการประเมิน : สอบข้อเขียน




? ทักษะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์




? สมรรถนะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์

เกณฑ์การประเมิน : ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการเลือกสรรจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60







--------------------------------------------------------------------------------




ชื่อตำแหน่ง : ช่างเครื่องกล

อัตราเงินเดือน : 13800 บาท

ประเภท : เทคนิค

จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ? ปวท.

? ปวส.

? อนุปริญญา

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : (1) ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือเทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาเทคนิค เขียนแบบวิศวกรรมเครื่องกล หรือสาขาวิชาอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

(2) ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาเครื่องกล สาขาวิชาเทคนิคการผลิต สาขาวิชาเทคนิคโลหะ หรือสาขาวิชาเขียนแบบเครื่องกล หรือสาขาวิชาอื่นที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนี้ได้

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : (1) ปฏิบัติงานในฐานะช่าง ที่มีลักษณะงานซึ่งต้องใช้ประสบการณ์และความชำนาญในงานช่างเครื่องจักรกล เช่น สร้าง ซ่อม ประกอบ ดัดแปลง ปรับปรุงบำรุงรักษา ตรวจและทดสอบ ควบคุมการทำงานของเครื่องจักรและเครื่องยนต์ รวบรวมข้อมูลและจัดทำประวัติการซ่อมสร้าง คำนวณรายการและประมาณราคา

(2) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย




วิธีการเลือกสรร : ? ความรู้ความสามารถ

? ความรู้ทางด้านเครื่องกล กลศาสตร์การเคลื่อนที่ วงจรไฟฟ้า และการปรับอากาศเบื้องต้น ? ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ? ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

วิธีการประเมิน : สอบข้อเขียน




? ทักษะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์




? สมรรถนะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์

เกณฑ์การประเมิน : ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการเลือกสรรจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60







--------------------------------------------------------------------------------




ชื่อตำแหน่ง : พนักงานขับเคลื่อนสะพานเทียบเครื่องบิน

อัตราเงินเดือน : 13800 บาท

ประเภท : เทคนิค

จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ? ปวท.

? ปวส.

? อนุปริญญา

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบได้ในระดับเดียวกันทุกสาขาวิชา

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : (1) อำนวยความสะดวกในการให้บริการขับเคลื่อนสะพานเทียบเครื่องบินให้กับสายการบินที่มาขึ้น ? ลง ที่ท่าอากาศยาน

(2) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย




วิธีการเลือกสรร : ? ความรู้ความสามารถ

? ความรู้เกี่ยวกับพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ? ความรู้พื้นฐานทางด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องกล และเครื่องยนต์ ? ความรู้ทางด้านวงจรไฟฟ้า ? ความรู้ทางด้านเครื่องกลไฟฟ้า ? ความรู้ทางด้านกลศาสตร์ ? ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ? ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

วิธีการประเมิน : สอบข้อเขียน




? ทักษะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์




? สมรรถนะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์

เกณฑ์การประเมิน : ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการเลือกสรรจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60







--------------------------------------------------------------------------------




ชื่อตำแหน่ง : ผู้ดูแลสนามบิน

อัตราเงินเดือน : 11280 บาท

ประเภท : เทคนิค

จำนวนตำแหน่งว่าง : 1 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ปวช.

คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทุกสาขาวิชา

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : (1) ตรวจตราดูแลความเรียบร้อยภายในสนามบิน ดูแลความปลอดภัยให้แก่อากาศยานขณะที่มาทำการบินขึ้น ? ลง ควบคุมดูแลมิให้สัตว์ ยานพาหนะ หรือบุคคลเข้าไปในเขตทางวิ่ง ทางขับ และลานจอด ดูแลการรุกล้ำแนวเขตสนามบิน บำรุงรักษาซ่อมแซม สิ่งชำรุดเสียหายเล็กน้อย ๆ ภายในสนามบิน ดูแลรักษาอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในหน้าที่

(2) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย




วิธีการเลือกสรร : ? ความรู้ความสามารถ

? ทดสอบความรู้ความสามารถในการคิด และหาเหตุผล โดยใช้ข้อมูลทางเศรษฐกิจหรือ ทางสังคมหรือทางอื่น ๆ และทดสอบความรู้และความสามารถในการใช้ภาษา โดยการสรุปความ และหรือตีความจากข้อความนั้น ๆ หรือบทความ และให้พิจารณาเลือกใช้ภาษาในรูปแบบต่าง ๆ จากคําหรือกลุ่มคํา ประโยคหรือข้อความสั้น ๆ ? ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกรมท่าอากาศยาน ความรับผิดชอบของตําแหน่ง ? ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ? ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษเบื้องต้นที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน

วิธีการประเมิน : สอบข้อเขียน




? ทักษะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์




? สมรรถนะ

? พิจารณาจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประสบการณ์ที่เหมาะสมกับตำแหน่ง การมีมนุษยสัมพันธ์ ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ

วิธีการประเมิน : สอบสัมภาษณ์

เกณฑ์การประเมิน : ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการเลือกสรรจะต้องเป็นผู้ที่ได้คะแนนในการประเมินความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ แต่ละครั้งไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60




วิธีการสมัครงานพนักงานราชการ กรมการบินพลเรือน :online











http://goosiam.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/html/0004119.html

 18 
 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2016, 09:31:37 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard


โดย - นายสวีสอง

               ต้น ?ชิงชี่? พบตามป่าดงดิบ ป่าเต็งรัง เป็นสมุนไพรที่หายาก สรรพคุณเป็นยา อาทิ ต้น รักษาอาการฟกบวม ,ใบต้มน้ำแล้วอาบแก้โรคผิวหนัง สันนิบาต ไข้ฝีกาฬ ส่วนผลรสขมบรรเทาโรคที่เกิดในลำคอ รากข่วยขับลม ผล นำมาคั่วแก้ไอ เป็นต้น

              เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ในวงค์ CAPPARIDACAEE บางพื้นที่เรียก แสมซอ น้ำนอง ต้นสูง 2 - 5 เมตร กิ่งก้านคดงอ ตามโคนกิ่งมีหนาม

             ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ ทรงรี โคนใบสอบ ปลายมนกลม ขอบใบเป็นคลื่น มีเส้นแขนงใบ 5-9 คู่

             ดอก ออกเป็นช่อเดี่ยวตามซอกใบและปลายกิ่ง แต่ละกิ่งมี 5-7 ดอก สีขาว กลีบรองดอกโค้งเข้าหากัน มีเกสรตัวผู้ตัวเมียในดอกเดียวกัน

              ผล กลมโตเท่าลูกมะนาว เปลือกเรียบ ก้านผลยาว 3-4 มม.

              ขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ชอบความชื้นและแสงแดดปานกลาง










http://www.komchadluek.net/news/agricultural/231230

 19 
 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2016, 09:31:00 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
บายไลน์ - รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ

              หลังจากที่ภัยแล้งผ่านไปตอนนี้หลายคนก็เริ่มลืมเลือนไปแล้วว่าความแล้งที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดผลอะไรบ้าง เพราะตอนนี้ฝนก็เริ่มตกลงมาค่อนข้างมาก ชุ่มฉ่ำไปทั่วแผ่นดิน ความจริงแล้วทั้งความแล้งและฝนมากก็ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดปัญหาได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเป็นปัญหาที่แตกต่างกันไป เมื่อมองดูกระบวนการผลิตข้าวก็มีทั้งต้องการความแล้งและฝนในช่วงที่แตกต่างกัน

              ระหว่างการปลูกก็ต้องการน้ำมาก แต่ตอนเก็บเกี่ยวต้องการน้ำน้อยหรือความแล้ง หากเก็บเกี่ยวมาแล้วมีฝนตก ก็จะทำให้ข้าวเปลือกไม่แห้งและเกิดความเสียหายได้มาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีวิธีการแก้ปัญหาในแต่ละช่วงที่แตกต่างกัน อย่างเช่นเรื่องของเครื่องอบแห้งข้าวเปลือก กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการผลิตข้าว เพราะเราไม่สามารถควบคุมฝนได้ เมื่อก่อนนี้เมื่อเราเก็บเกี่ยวข้าวมาแล้วก็มักจะตากให้แห้งด้วยแสงแดด แต่ถ้าไม่มีแดดก็ต้องมีทางเลือก คือการใช้เครื่องอบแห้งข้าวเปลือก

             เมื่อก่อนนี้การเก็บเกี่ยวข้าวทำโดยการใช้เคียวและเก็บเกี่ยวด้วยมือ ข้าวที่เก็บเกี่ยวค่อนข้างจะแห้งเพราะต้องรอให้ข้าวแก่จัดจึงจะเก็บเกี่ยว เมื่อนำมาตากแห้งก็ใช้เวลาไม่นาน และอีกอย่างหนึ่งคือแต่ละรายก็มีข้าวไม่มาก หากมีลานตากและมีฝนตกลงมาก็สามารถคลุมผ้าหรือเคลื่อนย้ายหลบฝนได้

             ปัจจุบันการเก็บเกี่ยวเปลี่ยนแปลงไปมีการใช้รถเก็บเกี่ยวเข้ามาแทนที่แรงคน เครื่องเก็บเกี่ยวดังกล่าวจะเก็บเกี่ยวในขณะที่ข้าวยังมีความชื้นสูงอยู่มาก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ในนาจนแห้งก็จะเกิดความเสียหายระหว่างเก็บเกี่ยวได้มาก ดังนั้นข้าวที่เก็บเกี่ยวมาได้จึงต้องใช้เวลานานในการตากแห้ง และที่สำคัญคือเมื่อใช้เครื่องเก็บเกี่ยวก็จะสามารถเก็บได้เร็วมาก จึงได้ข้าวครั้งละมหาศาลจนอาจเกิดปัญหาลานตากไม่เพียงพอ และหากเจอฝนในช่วงดังกล่าวการจัดการกองข้าวก็ทำได้ยากมาก

             การพัฒนาเครื่องอบแห้งข้าวเริ่มมานานแล้ว และมีหลายเครื่องหรือหลายระบบที่ได้มีการผลิตออกมาใช้กันอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การพัฒนางานด้านนี้ต้องทำต่อเนื่องไม่หยุดยั้งเพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่ดีขึ้น ประหยัดขึ้น หรือเร็วขึ้น จากเดิมการอบแห้งโดยใช้ลมร้อน หรือใช้ระบบที่เรียกว่าฟลูอิไดซ์เบด ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการอบแห้ง  แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย ตอนนี้เรามีการพัฒนาเครื่องอบแห้งด้วยเทคนิคสปาเต็ดเบด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจ จุดเด่นก็คือเมล็ดข้าวเปลือกจะได้สัมผัสกับอากาศร้อนที่ใช้อบแห้งได้โดยตรงและทั่วถึงกว่าการอบแห้งทั่วไปที่เมล็ดข้าวจะอยู่นิ่ง ดังนั้นเทคนิคใหม่นี้จะทำให้การลดความชื้นเป็นไปได้เร็วขึ้น

             เคร่ื่องต้นแบบที่พัฒนาขึ้นมานี้เป็นผลงานของ ดร.เทวรัตน์ ตรีอำนรรค และทีมงานจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี สามารถอบแห้งข้าวได้ครั้งละไม่เกิน 100 กิโลกรัม และลดความชื้นลงได้ต่ำกว่า 14% โดยที่เมล็ดข้าวเปลือกไหลวนอยู่ในห้องอบเพียงประมาณ 20 วินาทีเท่านั้น การที่เครื่องต้นแบบมีขนาดไม่ใหญ่และอบได้ครั้งละไม่มาก ก็เพราะว่าความตั้งใจในการพัฒนาเครื่องนี้ก็เพื่อเกษตรกรรายย่อย หรือกลุ่มเกษตรกร โรงสีชุมชนขนาดเล็ก โดยมีจุดประสงค์เพื่อการทดแทนลานตาก และก็แน่นอนว่าน่าจะพัฒนาให้มีกำลังการอบแห้งเพิ่มขึ้นได้ รวมทั้งพัฒนาให้เป็นระบบต่อเนื่อง มีการลำเลียงเมล็ดข้าวเข้าสู่ห้องอบได้อย่างต่อเนื่องโดยการพัฒนาระบบลำเลียงข้าวเพิ่มเติม

             อย่างน้อยที่สุดตอนนี้เราก็จะเห็นช่องทางและโอกาสในการพัฒนาเครื่องอบแห้งขนาดเล็กที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรหรือโรงสีชุมชนขึ้นมาได้ และมีโอกาสนำมาผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ถึงมือเกษตรกรอย่างทั่วถึง และจะเป็นการลดความเสียหายของข้าวเนื่องจากความชื้นสูงลงได้อย่างมาก

             ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการขายข้าวโดยไม่ถูกตัดราคาเนื่องจากความชื้นสูง ดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน










http://www.komchadluek.net/news/agricultural/231189

 20 
 เมื่อ: มิถุนายน 27, 2016, 09:30:33 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard



โดย - ดลมนัส กาเจ

                หากย้อนไปดูนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าด้วยการจัดตลาดเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรได้มีช่องทางการตลาด และสถานที่จำหน่ายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่ผลิตตามระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่ดีมีคุณภาพผ่านการรับรองระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจีเอพี, จีเอ็มพี และอย. ภายใต้สโลแกน ?เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย? ที่มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรรับผิดชอบตลาดเกษตรกรใน 26 จังหวัด เมื่อปี 2557 เพื่อพัฒนาและผลักดันช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพให้เชื่อมโยงสินค้าสู่ตลาดที่สูงขึ้น มาถึงวันนี้เกษตรกรร่วมโครงการเปิดร้านกว่า 960 ร้าน เป็นเงินกว่า 143 ล้านบาท

               ล่าสุด พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บอกว่า ได้ประสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา อย่างคณะนวัตกรรมการจัดการเกษตร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ให้เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เรื่องการตลาดแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปปฏิบัติให้มีความสามารถด้านการตลาดนำการผลิต และถ่ายทอดสู่เกษตรกร ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมของผู้ผลิตที่ต้องผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคในท้องถิ่นนั้นๆ ต่อไป และภายใต้โครงการนี้ ได้มีการกำหนดจัดงาน ?มหกรรมตลาดเกษตรกร? ร่วมกันด้วย ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2559 ณ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ย่านถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยคัดสรรสินค้าเกษตรเกรดพรีเมียมของเกษตรกรจากโครงการตลาดเกษตรกร หรือฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต มาจำหน่ายถึงมือผู้บริโภคโดยตรงด้วย

                 ขณะที่ นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเป็นแม่งานใหญ่ในการขับเคลื่อนนโยบายนี้ บอกว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินโครงการตลาดเกษตรกร หรือฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต ตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรรับผิดชอบ 26 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ชัยนาท ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร ระยอง จันทบุรี ตราด ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นครนายก ขอนแก่น อุดรธานี ตรัง ยะลา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา ศรีสะเกษ ชัยภูมิ ชุมพร พังงา พิษณุโลก อุตรดิตถ์ และพิจิตร ซึ่งผลจากการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 มีเกษตรกรเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าเป็นจำนวนมากกว่า 961 ร้าน เป็นจำนวนเงินกว่า 143 ล้านบาท

                 กระนั้นการพัฒนาด้านการตลาดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) ช่วยนำนวัตกรรมด้านการตลาดเข้ามาใช้ในการฝึกอบรมให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ได้นำไปปฏิบัติ และถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรจนประสบผลสำเร็จ ดังนั้นการจัดมหกรรมตลาดเกษตรในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกเพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้นำสินค้าเข้ามาจัดจำหน่าย เป็นช่องทางการพัฒนาสินค้าของเกษตรกรไปสู่ตลาดที่สูงขึ้น หรือโมเดิร์นเทรด ต่อไป

                 ด้าน ดร.มนตรี คงตระมึงลเทียน คณบดีคณะนวัตกรรมการจัดการเกษตร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ บอกว่า ความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้โครงการการพัฒนาด้านการตลาดสินค้าเกษตรนั้น สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์เน้นถ่ายทอดให้ความรู้ด้านนวัตกรรม การจัดการและองค์ความรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลโครงการตลาดเกษตรกร ให้มีความรู้และความเข้าใจ ผ่าน 3 หลักสูตรหลักคือ หลักสูตรการถ่ายทอดความรู้หลักการตลาดทั่วไป, หลักสูตรผู้จัดการตลาด และหลักสูตรผู้จัดการตลาดมืออาชีพ เพื่อที่จะได้ร่วมกับเกษตรกรในการปรับเปลี่ยนพัฒนาตนเอง ด้วยการยกระดับการผลิตและการจัดจำหน่ายให้มีคุณภาพมาตรฐาน และสามารถสร้างความเชื่อมั่นจนเป็นยอมรับของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่

                 ในมุมมองของเกษตรกรอาชีพรุ่นใหม่ ?นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ? ปราชญ์ชาวบ้าน ต.หนองราชวัตร อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี มองว่า โครงการจัดตลาดเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรได้มีช่องทางการตลาด ภายใต้แนวคิด ?เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย" นั้น ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการความคิด และลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม แม้จะเพิ่งเริ่มต้นแต่ถือว่าเป็นการเริ่มที่ดีที่จะทำให้เกิดผู้ผลิตที่มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค และซื่อสัตย์ต่ออาชีพของตนเอง อันก่อให้เกิดการพัฒนาตัวเองไปสู่พ่อค้าในระบบของฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต ในอนาคต

               ?เกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย ถ้าทำได้จริง ยืนยันได้ว่า ไทยจะยิ่งใหญ่ด้วยภาคเกษตร สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือ เกษตรกรต้องเปลี่ยนบริบทของตัวเอง ต้องเป็นมืออาชีพ หากดูตัวเลขร้านค้าที่ขายสินค้าเกษตรในพื้นที่ 26 จังหวัด มีเกษตรกรร่วมโครงการขายสินค้าเกษตรภายใต้สมาร์ท มาร์เก็ต 961 ร้าน มียอดจำหน่ายสะสมเป็นเงินกว่า 143 ล้านบาท ไม่ได้แสดงถึงความสำเร็จที่แท้จริง เพราะจริงๆ แล้วยังมีร้านเกษตรกรจริงจริง ทุกสิ่งปลอดภัย ที่เกษตรกรขายกันเองที่กรมส่งเสริมการเกษตรยังไม่เก็บข้อมูลอีกมาก เฉพาะใน จ.สุพรรณบุรี มีฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต 3 แห่ง มีร้านค้า 22 ร้าน มีมูลค่าการค้าขายปีละ 8.1 ล้านบาท ตรงนี้บ่งบอกว่าเกษตรกรมีการพัฒนาผลผลิตไปไกลแล้ว? นายสุกรรณ์ กล่าว

               นับเป็นมิติใหม่ของวงการเกษตรในประเทศไทย ที่จะยกระดับเกษตรกรจากผู้ผลิตมาเป็นพ่อค้าเองอย่างครบวงจรในอนาคต

.................................

ของเด่น 26 จว.ใน?มหกรรมตลาดเกษตรกร?

               สำหรับงาน ?มหกรรมตลาดเกษตรกร? ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2559 ณ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี นั้น นอกจากการถ่ายทอดความรู้แล้ว ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกซื้อสินค้าเกษตรเกรดพรีเมียมของเกษตรกรจากโครงการตลาดเกษตรกรจากตลาดเกษตรกร 26 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ ข้าวอินทรีย์และผักปลอดภัยจากสารพิษ, มะละกอเรดเลดี้, มะพร้าวถอดเสื้อ, ไข่ไก่อารมณ์ดี, ปลาตะเพียนก้างนิ่ม, สับปะรดห้วยมุ่น-บ้านคา, ผลไม้สดและผลไม้พื้นบ้านตามฤดูกาล ฯลฯ

               พร้อมกันนี้ยังมีสินค้าแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรคุณภาพมาตรฐานอีกมากมาย พร้อมเปิดจำหน่าย เช่น ?ทุเรียนของดี 4 ภาค? พบกับ ทุเรียนหลงลับแล, หลินลับแล, ชะนี, หมอนทอง และทุเรียนพื้นบ้านภาคใต้

                นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวหรือสตอรี่ ร้อยเรียงบอกเล่าถึงความเป็นมาของสินค้าและผลิตภัณฑ์เกษตรเด่นการเสวนาหัวข้อ ?ตลาดเกษตรกร นวัตกรรมการตลาดเพื่อผู้บริโภค? ชมนิทรรศการวิวัฒนาการตลาดเกษตรกร หัวข้อ ?ตลาดเกษตรกรนวัตกรรมการตลาดเพื่อผู้บริโภค? และสาธิตการปลอกมะพร้าวถอดเสื้อ การปอกทุเรียนแบบมืออาชีพด้วย

 







http://www.komchadluek.net/news/agricultural/231186

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10