เมษายน 23, 2014, 01:40:07 PM
ข่าว:
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 09:03:14 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
Jeff Bezos ซีอีโอ Amazon กำลังขยายธุรกิจฮาร์ดแวร์ จากเครื่องอ่านอีบุ๊กและแท็บเล็ต Kindle ไปสู่สมาร์ทโฟน

       สื่ออเมริกันรายงานแหล่งข่าววงใน ระบุเจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซอเมริกันอย่างอเมซอน (Amazon) จะเริ่มทำธุรกิจจำหน่ายสมาร์ทโฟนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ฟันธงสมาร์ทโฟนจะมาพร้อมหน้าจอ 3 มิติหรือ 3D สุดไฮเทค

       หลังจากร่ำลือมานาน ล่าสุด Amazon ตกเป็นข่าวอีกครั้งว่ากำลังจะขยายธุรกิจจำหน่ายฮาร์ดแวร์ ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือไตรมาส 2-3 ของปีนี้ โดยครั้งนี้สำนักข่าววอลสตรีทเจอร์นอล (The Wall Street Journal) อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าววงในว่า Amazon กำลังเตรียมเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อวางตลาดในช่วงเดือนกันยายน
       
        แหล่งข่าวของ WSJ ยืนยันว่า Amazon เปิดฉากสาธิตการทำงานสมาร์ทโฟนของตัวเองให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนหนึ่งได้ชมแล้ว โดยทยอยจัดงานในเมืองซีแอตเทิลและซานฟรานซิสโกช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

       รายงานระบุว่า งานสาธิตสมาร์ทโฟนของ Amazon เกิดขึ้นที่ห้องสวีทในโรงแรมซึ่งมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากระหว่างการสาธิต ทำให้ทุกคนไม่ได้รับการอนุญาตให้ถ่ายภาพใดๆระหว่างการสาธิตออกมาได้
       
        นี่คือข่าวล่าสุดเกี่ยวกับสมาร์ทโฟน Amazon ที่ถูกร่ำลือมา ก่อนหน้านี้ มีการอ้างว่าสมาร์ทโฟนของ Amazon จะมาพร้อมกล้องดิจิตอลด้านหน้าถึง 4 ตัว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะในการติดตามอิริยาบทของผู้ใช้ ขณะเดียวกัน หน้าจอของสมาร์ทโฟนนี้จะสามารถฉายภาพ 3D โดยผู้ใช้ไม่ต้องสวมแว่นตาใดๆ
       
        นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนของ Amazon ยังถูกคาดหวังว่าจะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงร้านออนไลน์ได้ง่ายขึ้นด้วย แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลยืนยันเพิ่มเติมใดในส่วนนี้
       
        ความเคลื่อนไหวเรื่องสมาร์ทโฟนจาก Amazon นั้นเป็นที่สนใจของสาธารณชนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการอ้างแหล่งข่าวว่า Amazon สั่งผลิตสมาร์ทโฟนล็อตแรกด้วยจำนวนมากกว่า 600,000 เครื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขไม่ธรรมดา โดยข้อมูลส่วนนี้อ้างอิงจากการสั่งผลิตหน้าจอกับโรงงานในประเทศญี่ปุ่น
       
       รายงานจาก WSJ ยังชี้ว่า กระบวนการผลิตสมาร์ทโฟนของ Amazon จะเริ่มขึ้นช่วงปลายเดือนเมษายน ปีนี้
       
        แม้ Amazon จะไม่ออกมาให้ความเห็นใดๆเกี่ยวกับรายงานข่าวที่เกิดขึ้น รวมถึงไม่ยืนยันว่าจะรอให้จบเทศกาลมหาสงกรานต์ก่อนแล้วจึงจะเปิดสายการผลิตสมาร์ทโฟนของตัวเองหรือไม่ แต่ก็ถือว่าเป็นอีกข่าวที่ชาวไซเบอร์ทั่วโลกตื่นเต้นถ้วนหน้า และอาจเป็นอีกข่าวที่สะท้อนว่าวงการสมาร์ทโฟนช่วงหลังสงกรานต์ปีนี้จะแข่งขันดุเดือดกว่าเดิมแน่นอน











http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9570000041761

 12 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:56:48 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
กรมทางหลวงชนบท เปิดสอบบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่ง วิศวกรโยธาปฏิบัติการ 1 อัตรา เปิดรับสมัคร 28 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

กรมทางหลวงชนบท เปิดสอบบุคคลเข้ารับราชการ ตำแหน่ง วิศวกรโยธาปฏิบัติการ 1 อัตรา เปิดรับสมัคร 28 เมษายน ถึง 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 กรมทางหลวงชนบท เลขที่ 9 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ 10220 Website....... อ่านต่อได้ที่ : http://www.job-108.com/jobs-id1533.html










http://www.job-108.com/jobs-id1533.html

 13 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 09:11:24 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
"เครื่องล้างหอยแครง" นี้เป็นเครื่องต้นแบบ ผลงานทีมวิจัย คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

 การใช้งานไม่ยุ่งยาก ใช้แรงงานคนแค่ 2 คน ก็สามารถล้างหอยแครงจำนวนมากเหล่านี้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว   

ช่วยทุ่นเวลา และแรงงานคน เหมาะกับอุตสาหกรรมขนาดกลางถึงขนาดใหญ่

(ข้อมูลเพิ่มเติม โทร.081-866-1005)











http://news.ch7.com/detail/68430/เที่ยงเกษตร_เครื่องล้างหอยแครง_มทร.ธัญบุรี.html

 14 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 09:10:54 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
คุณประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ แนะแนวทางในการพึ่งพาตนเองให้เกษตรกรว่าควรคิดนอกกรอบ โดยหันมาทำการเกษตรง่ายๆ ลงทุนต่ำ พื้นที่แห้งแล้งก็ทำได้ เช่น การเลี้ยงไก่พื้นเมืองประมาณ 50 ตัว ลงทุนไม่กี่พันบาทก็เลี้ยงได้ เนื้อไก่ก็เป็นที่ต้องการของตลาด   

พืชบางชนิดที่ใช้น้ำมาก เช่น ข้าวหรือส้ม ก็เปลี่ยนมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน เน้นที่ดูแลง่าย และตลาดต้องการสูง เช่น ไผ่ มะม่วงแก้ว มะขามเปรี้ยว มะม่วง และส้มโอ ที่สำคัญต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่าเชื่อโฆษณา
             
ทั้งนี้ ควรใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานไว้มาเป็นหลักยึดถือให้มีภูมิคุ้มกันพึ่งพาตนเองได้

 ข้อมูลเพิ่มเติม : ติดต่อ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน โทร.(02) 561-2797-8











http://news.ch7.com/detail/68397/สารคดีเกษตร_แนะแนวทางในการพึ่งพาตนเอง.html

 15 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 09:10:19 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ช่วงนี้ทุเรียน ผลไม้ยอดฮิตของฤดูร้อนก็เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว นอกจากจะทานกันในประเทศแล้ว ทุเรียนของไทย ยังดังไปไกลถึงต่างแดน

ปีที่แล้วไทยเราส่งออกทุเรียนได้กว่า 380,000 ตัน คิดเป็น มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ไม่น้อยเลยทีเดียว

 ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ก็อยู่ในแถบเอเซีย ซึ่งแต่ละประเทศเขาก็ต้องการทุเรียนคุณภาพไม่เหมือนกัน จะเป็นอย่างไรไปติดตามกัน











http://news.ch7.com/detail/68398/เกษตรน่ารู้_ทุเรียน.html

 16 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 09:09:24 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ราคาเนื้อสัตว์
- หมูเนื้อแดง กก.ละ  150 - 155  บาท
- ไก่สดทั้งตัว กก.ละ  70 ? 72   บาท
- กุ้งขาว กก.ละ 270 - 290 บาท

ราคาไข่สด
- ไข่เป็ด ฟองละ 4.70  - 4.80 บาท
- ไข่ไก่สด (เบอร์ 2) ฟองละ 3.10 - 3.20 บาท
- ไข่ไก่สด (เบอร์ 3) ฟองละ 3.00 - 3.10 บาท

ราคาพืชผัก
- มะนาว (เบอร์ 3 - 4) ผลละ 6.50 ? 7.00   บาท
- พริกขี้หนู ขีดละ  3 - 4  บาท
- ผักชี ขีดละ 11 - 12  บาท
- ผักคะน้า กก.ละ  35 ? 38   บาท

ราคาข้าวเปลือก/ข้าวโพด
- ข้าวเปลือกหอมมะลิ จ.สุรินทร์ ตันละ  14,000  บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า จ.สุพรรณบุรี ตันละ 7,000 บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า จ.พิษณุโลก ตันละ 7,300  บาท
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.นครราชสีมา กก.ละ  -   บาท

ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 (บาท / กิโลกรัม)
- จ.สงขลา   65.77   บาท
- จ.สุราษฎร์ธานี   65.00   บาท
- จ.ระยอง  62.00  บาท
- จ.ปัตตานี  53.00  บาท

ราคาปาล์มผลดิบ (บาท / กิโลกรัม)
- จ.กระบี่  3.50  บาท
- จ.ชุมพร  3.90  บาท
- จ.สุราษฎร์ธานี  3.70   บาท

(ที่มา : กรมการค้าภายใน และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร)











http://news.ch7.com/detail/68402/ราคาสินค้าเกษตร_18_เม.ย._57.html

 17 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 09:08:16 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
สภาพความแห้งแล้งของอากาศในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ยังทวีความรุนแรง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวส่งผลให้ตามแหล่งน้ำลดลง โดยเฉพาะเขื่อนน้ำอูน เหลืออยู่เพียง 35 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง ซึ่งได้ทำการปิดการระบายน้ำมาตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2557 แล้ว และจะเปิดการระบายน้ำอีกครั้งในวันที่ 31 มิถุนายนนี้

 จากการติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว กาฬสินธุ์ พบว่า วันนี้ 18 เมษายน 2557 ทางเขื่อนลำปาว ได้ปิดการส่งน้ำทั้งระบบ หลังจากส่งน้ำออกเพื่อใช้ในการเกษตรทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนลดลงเหลือเพียง 19 เปอร์เซ็นต์ของความจุเท่านั้น

ขณะเดียวกันฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างต่างๆ 15 อ่างกระจายใน 7 อำเภอของจังหวัดมุกดาหาร มีปริมาณน้ำเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 69 เปอร์เซ็นต์ของความจุอ่าง ซึ่งคาดว่าจะเพียงพอใช้หมดหน้าแล้งนี้

 ที่บริเวณวังทะลุ บ้านตากลาง ตำบลกะโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ อบต.กะโพ ได้จัดเสริมคันดินแนวดิน โดยนำก้อนหินมาเสริมเป็นแนวสันดิน เพื่อกักเก็บน้ำที่เหลืออยู่เอาไว้ ดีกว่าปล่อยให้น้ำไหลทิ้งไป ซึ่งล่าสุดมีปริมาณเหนือน้อยมาก

12 หมู่บ้าน ของตำบลแขม อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ เป็นพื้นที่แล้งซ้ำซากและแล้งที่สุดของอำเภอ ชาวบ้านต้องซื้อน้ำใช้มาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ทาง อบต.จึงได้นำรถบรรทุกน้ำออกไปแจกจ่ายวันละ 10 เที่ยวเพื่อช่วยเหลือ

 ขณะนี้บ่อน้ำผิวดินในสวนสัตว์จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณลดลงใกล้ขั้นวิกฤต ทำให้ต้องเร่งสูบน้ำจากบ่อบาดาลทั้ง 5 บ่อ เพื่อนำมาใช้ในการอุปโภคภายในสวนสัตว์ ซึ่งขณะนี้ได้ประสานสำนักงานทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 4 ขอนแก่น เพื่อมาสำรวจและขุดเจาะบ่อบาดาลอีก 20 บ่อ เพื่อสำรองไว้ใช้ในอนาคต










http://news.ch7.com/detail/68421/อีสานแล้งหนักเขื่อนหยุดระบายน้ำ.html

 18 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 09:07:32 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
กำลังซื้อของประชาชนที่หดหายจาก บรรยากาศการเมืองและเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย กระทบไปในวงกว้างตั้งแต่ธุรกิจค้าส่งจนถึงเกษตรกร

 ตลาดค้าส่งผักและผลไม้ขนาดใหญ่ ระดับตลาดไท และตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งแต่ละแห่งมีเม็ดเงินหมุนเวียน ไม่ต่ำกว่าปีละ 3 แสนล้านบาท ขณะนี้บรรดาผู้ค้าต่างเดือดร้อน ยอดขายตกลงไม่น้อยกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ กระทบต่อเนื่องถึงเกษตรกรและผู้ค้าส่ง ค้าปลีกทั่วประเทศ
             
แม่ค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อจับจ่ายในตลาดค้าส่งจะมาจากหลายที่ทั้งกลุ่มพ่อค้าเร่ขายผักตามหมู่บ้าน แม่ค้าตามตลาดนัด หรือแหล่งชุมชน อย่างรายนี้มาจากอยุธยา เพื่อรับผักไปขายในนิคมอุตสาหกรรม ยอมรับต้องปรับตัวจึงจะอยู่รอด

 ด้านกลุ่มผู้ซื้อ นอกจากค่าครองชีพสูง ซ้ำเติมด้วยอากาศร้อนระอุ ส่งผลให้พืชผักบางชนิดราคาสูงลิ่ว ต้องหันมาซื้ออย่างอื่นไปปรุงอาหารแทน

 ผู้ค้าส่งที่นำสินค้าและผลผลิตจากภาคเหนือมาส่งขายตามโรงงานเพื่อนำไปส่งออก รวมถึงห้างขนาดใหญ่ บางครั้งสินค้าเหลือเป็นตัน ขายยากกว่าช่วงผักแพงแต่มีแรงซื้อเสียอีก

 ห่วงโซ่ธุรกิจเกี่ยวพันไปตั้งแต่ต้นน้ำ อย่างเกษตรกร จนถึงพ่อค้าแม่ค้ารายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ รวมไปถึงผู้ส่งออก เมื่อภาพรวมได้รับผลกระทบจากบรรยากาศเศรษฐกิจซบเซา แต่ละภาคส่วนย่อมกระเทือนไม่น้อย สุดท้ายอยู่ที่ใครจะมีภูมิคุ้มกันและปรับตัวได้มากกว่ากัน











http://news.ch7.com/detail/68610/รายงาน_กระทบซื้อหดกระทบค้าส่ง.html

 19 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 09:04:00 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard


ทิศทางพืชเศรษฐกิจไทยเข้าสู่เออีซี ถึงเวลาภาคเกษตรต้องปรับตัวเอง : ดลมนัส กาเจรายงาน

           หากวิเคราะห์จากการประเมินของนายอนันต์ ลิลา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ที่ประเมินเศรษฐกิจการเกษตร ปี 2557 ผ่านกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (16 เม.ย.57) ว่าจะขยายตัว อยู่ในช่วง 2.3-3.3% ที่มาจากผลผลิตพืชที่สำคัญ เช่น ข้าวนาปี อ้อยโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ผลไม้ รวมถึงภาคการปศุสัตว์ และการประมง เนื่องมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลัก ไม่ว่าสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น รวมทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงในระดับที่เหมาะสมด้วย

           สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของ ดร.มนตรี คงตระมึงลเทียน คณบดีคณะนวัตกรรมการจัดการเกษตร สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ที่ผ่านสื่อออนไลน์ ซีพี นิวส์ ก่อนหน้านี้ว่า ข้อมูลการค้าขายสินค้าเกษตรมวลรวมของไทยกับตลาดส่งออกที่สำคัญในกลุ่มอาเซียน อย่างบรูไน อินโดนีเซีย ลาว เวียดนาม กัมพูชา ฯลฯ หรือแม้แต่ประเทศคู่ค้าที่สำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ประเทศไทยยังคงได้ดุลการค้าอยู่มาก สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเกษตรกรไทย

           นั่นหมายถึงว่าภาคการเกษตรในปีนี้และอนาคตยังสดใส แต่กระนั้นอย่าลืมว่า การรวมกลุ่มของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 ประเทศในกลุ่มเออีซี ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นประเทศเกษตรกรรม ที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าและมีการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพว่าด้วยตัดแต่งพันธุวิศวกรรมเพื่อผลิตพืชจีเอ็มโอ ที่ทั่วโลกกำลังเปิดกว้างขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงพอสมควร ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านยังมีพื้นที่ว่างที่เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรมอยู่จำนวนมาก ที่นักลงทุนต่างชาติกำลังจับตามอง โดยเฉพาะจีนที่ไทยได้ลงนามว่าด้วยการค้าเสรีอยู่ด้วย กำลังไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของไทย ไม่ว่าจะเป็นเมียนมาร์ และสปป.ลาว เพื่อผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งล้วนแต่จะเป็นคู่แข่งกับไทยโดยตรงอีกด้วย


 จีน 8 หมื่นล้านทำฟาร์มกล้วยไม้ในลาว

           จากการรวมพลรู้จริงเรื่องการเกษตรบนเวทีเสวนาหัวข้อ "ทิศทางธุรกิจพืชเศรษฐกิจไทย" ที่เน้นทิศทางพืชเศรษฐกิจไทยสู่อาเซียน ณ โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท กรุงเทพฯ ในวันที่บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่นแมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท พิกซี่ คอนซัลติ้ง โซลูชั่น จำกัด ประเทศอินเดีย และองค์กรภาครัฐของไทย เปิดแถลงข่าวการจัดงาน "ISRMAX Asia 2014" เป็นงานแสดงนวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมการเกษตร ภายใต้แนวคิด "เกษตรยุคใหม่ เปิดใจเรียนรู้ ก่อนเปิดประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม ณ ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานีเมื่อเร็วๆ นี้ ต่างสะท้อนว่า ถึงเวลาภาคการเกษตรไทยต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับสถานการณ์การแข่งขันสินค้าเกษตรในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าเป็นต้น
 
            นายพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร ประชาสัมพันธ์สมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาจีนเป็นประเทศผู้นำเข้ากล้วยไม้รายใหญ่จากไทย ขณะนี้จีนพยายามเข้ามาเป็นเจ้าของฟาร์มกล้วยไม้ในไทย เพื่อทำให้ราคากล้วยไม้แกว่งลง และล่าสุดจีนเข้าไปลงทุนทำฟาร์มกล้วยไม้ใน สปป.ลาว หากโครงการนี้สิ้นสุดจีนใช้เงินลงทุนทั้งหมด 8 หมื่นล้านบาท เมื่อถึงเวลานั้นจะกระทบต่อผู้ประกอบการฟาร์มกล้วยไม้ไทยส่งออกอย่างแน่นอน
 อุตสาหกรรมน้ำตาลขาดแคลนแรงงาน

           ด้านนายอิสระ ถวิลเติมทรัพย์ กรรมการ บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมน้ำตาลว่า แม้ประเทศเม็กซิโกจะปลูกอ้อยมากที่สุด ตามด้วยบราซิล อินเดีย และไทย แต่ประเทศไทยมีการส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบราซิล ซึ่งช่วง 4 ปีที่ผ่านมาการปลูกอ้อยของไทยเติบโตสูงถึง 30-40% จากปัจจัยราคาอ้อยและน้ำตาลดี แต่ปัญหาหนักคือขาดแคลนแรงงาน และการขาดแคลนงบวิจัยและพัฒนา (R&D) ต่ำมาก ทำให้การพัฒนาด้านสายพันธุ์ล่าช้า จะเห็นได้ว่าการผลิตน้ำตาลจากหัวบีตเพิ่มเพียงเล็กน้อยจากปี 1970 ประมาณ 32 ล้านตันเป็น 34 ล้านตันเท่านั้น โดยน้ำตาลที่ผลิตทั้งหมดบริโภคเองภายในประเทศเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น อีกร้อยละ 75 ส่งออกต่างประเทศ โดยมีตลาดอยู่ในอาเซียนเกือบร้อยละ 50


เรื่องจักรกลทางออกขาดแคลนแรงงาน

           ส่วนนายจามรวุฒิ ตำนานจิตร ตัวแทนจากกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านเแรงงานในภาคเกษตร เครื่องจักรกลทางการเกษตรก็เป็นทางออกอีกทางหนึ่ง จะเห็นได้ว่าแนวโน้มการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดเครื่องจักรกลใหญ่ขึ้น และมีความหลากหลาย เพื่อเพิ่มผลผลิต แต่การเพิ่มเพิ่มผลิตนั้นต้องมาจากเมล็ดพันธุ์ที่ดีด้วย โดยเครื่องจักรกลจะเข้าไปช่วยขั้นตอนภาคการผลิตในทุกขั้นตอน


 ต้องคิดใหม่ทำเพื่อลดต้นทุน-เพิ่มมูลค่า

           ขณะที่นายสุภชัย ปิติวุฒิ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายชาวนาวันหยุด แนะนำว่า เกษตรกรต้องใช้เทคนิคการทำนาแนวใหม่ ด้วยการปลูกข้าวแบบเปียกสลับแห้งเพื่อแกล้งข้าว ซึ่งถือเป็นการลดต้นทุนและจะเป็นการเพิ่มผลผลิตด้วย โดยการทำนาแนวใหม่ที่ว่านี้สามารถลดการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวจาก 25-30 กก./ไร่ ลงมาเหลือ 8-10 กก./ไร่เท่านั้น เท่ากับลดการใช้เมล็ดพันธุ์ถึงร้อยละ 70 ลดการใช้น้ำทำนา เพื่อกระตุ้นการงอกของรากถึงร้อยละ 25-40 และลดการใช้ปุ๋ยลงร้อละ 50 เมื่อเกษตรกรได้ผลผลิตแล้วต้องสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้นด้วย

           เช่นดียวกับนายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย ระบุว่า ทุกฝ่ายต้องมารวมตัวกันเพื่อความอยู่รอด และรองรับกับการแข่งขันในเออีซี โดยเริ่มตั้งแต่ชาวนา โรงสี บริษัทผู้ผลิตปุ๋ยและผู้ส่งออกข้าว ต้องหันหน้าเข้าหากันว่า ปัจจุบันตลาดต้องการข้าวอย่างไร ควรจะผลิตข้าวพันธุ์อะไรที่ตลาดต้องการ เพื่อให้ชาวนา โรงสี ผู้ส่งออกข้าวอยู่ได้ และผู้ผลิตก็ปุ๋ยอยู่ได้ ซึ่งตอนนนี้กำลังร่างแผนอยู่ หากสำเร็จตามที่คิดไว้ทุกฝ่ายอยู่ได้

           สรุปได้ว่าการที่จะให้ภาคการเกษตรของไทยแข่งขันได้ในยุคเออีซี เกษตรกรต้องปรับตัว ทำเกษตรแนวใหม่ นำเทคโนโลยีแทนแรงงานคน และเกษตรกรต้องหันหน้ารวมกลุ่มทุกภาคส่วนเพื่อความอยู่รอดนั่นเอง










http://www.komchadluek.net/detail/20140421/183098.html

 20 
 เมื่อ: เมษายน 21, 2014, 09:03:04 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

เปิด'คลินิกเกษตรเคลื่อนที่'แก้ปัญหา-ฝึกอาชีพชาวบ้าน

           จากที่ภาคเกษตรของไทยได้ทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ผันผวนของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง สิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลให้เกษตรกรเผชิญปัญหานานัปการ โดยเฉพาะการต้องใช้องค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยีมาช่วยจัดการ

           นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกษตรกรพบปัญหาเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ใช้ที่ดินไม่เหมาะสม ขาดแหล่งน้ำ ฯลฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตระหนักถึงความจำเป็นนี้ จึงเปิดบริการในแบบ ?คลินิกเกษตรเคลื่อนที่? เพื่อนำองค์ความรู้ต่างๆ ช่วยเหลือเกษตรกร

           ดังนั้นปี 2545 เนื่องในโอกาส สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 50 พรรษา กระทรวงเกษตรฯ จึงขอพระราชทานพระราชานุญาตจัดทำ ?โครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่? กราบบังคมทูลถวาย เพื่อเทิดพระเกียรติในวโรกาสอันเป็นมิ่งมงคล โดยให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2545 ที่ ต.บ้านหลวง อ.ดอนพุด จ.สระบุรี จากนั้นออกให้บริการเกษตรกรทั่วประเทศต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

            สำหรับปี 2557 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับท้องถิ่น จ.เพชรบุรี และ จ.กำแพงเพชร จัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ระดับประเทศขึ้นพร้อมกัน เพื่อเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ วันที่ 29-30 เมษายน ที่วัดหนองหว้า ต.หนองขนาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี และสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร

           ภายในงานเปิดให้บริการ อาทิ คลินิกดิน พืช ข้าว ชลประทาน ประมง ปศุสัตว์ สหกรณ์ บัญชี กฎหมาย ยางพารา และคลินิกหม่อนไหม การฝึกอาชีพการเกษตร เช่น ขยายพันธุ์พืช ผลิตพืชจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ให้น้ำพืชแบบประหยัด ฯลฯ ฝึกอาชีพหลักสูตรระยะสั้นวันเดียว ผู้ร่วมอบรมสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ เช่น เพาะถั่วงอก เพาะเห็ดฟางในตะกร้า สานตะกร้าพลาสติก ทำสบู่เหลว น้ำยาล้างจาน เป็นต้น

           อีกทั้งยังเปิดให้ร่วมลงนามถวายพระพรพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมนิทรรศการสายใยรักแห่งครอบครัว นิทรรศการเกษตรสมบูรณ์เพิ่มพูนสุขภาพ เลือกซื้อสินค้าจากกลุ่มแม่บ้านโครงการสายใยรักและกลุ่มวิสาหกิจชมชน กว่า 50 ร้าน พร้อมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลผลิตการเกษตร อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ กว่า 200 รายการ

           ดังนั้นจึงขอเชิญชวนเกษตรกร ประชาชนชาว จ.เพชรบุรี และ จ.กำแพงเพชร รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมกิจกรรมได้ในวันเวลาดังกล่าว   









http://www.komchadluek.net/detail/20140421/183101.html

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10