พฤษภาคม 30, 2016, 12:11:22 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 10:35:15 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

       สตูล - ตัวแทนชาวประมง (โพงพาง) 4 อำเภอ จำนวนกว่า 200 คน บุกศาลากลางยื่นหนังสือ ?ทวงขอความเป็นธรรม? หลังมติดีเดย์รื้อเครื่องมือ 28 พ.ค.นี้ พร้อมขอเวลาในการพูดคุยกับทางจังหวัด โดยจัดหาตัวแทนแต่ละอำเภอๆ ละ 3 คน มาพูดคุยในวันพรุ่งนี้
       
        วันนี้ (25 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเหลด เมงไซ อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 207 หมู่ที่ 2 ต.สาคร อ.ท่าแพ จ.สตูล แกนนำชาวประมงเครื่องมือ (โพงพาง) พร้อมตัวแทนชาวประมงจากพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ท่าแพ อ.ละงู และ อ.ทุ่งหว้า 200 คน เข้ายื่นหนังสือต่อ นายสรเดช สุนทราชุน รอง ผวจ.สตูล และนายสิทธิสาร ศรีชุมพวง ประมงจังหวัดสตูล บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อทวงถาม และขอความเป็นธรรมผ่านถึง ผวจ. 4 ข้อ คือ 1.ให้มีการช่วยเหลือชาวประมงก่อนการรื้อถอน หรือทำลายเครื่องมือประมงโพงพาง 2.ให้ช่วยเหลือชาวประมงโพงพางเป็นรายๆ ไปตามความสามารถของชาวประมง 3.ให้ชาวประมงโพงพางทำการประมงไปก่อนจนกว่าจะได้รับความช่วยเหลือ 4.ขอให้มีการประชุมกรรมการประมงประจำจังหวัดในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องที่ทำการประมงโดยการใช้เครื่องมือประจำที่โพงพาง และขอให้ตัวแทนแต่ละอำเภอละ 3 คน เข้าร่วมประชุมดังกล่าวด้วย
       
        หลังยื่นหนังสือทางจังหวัดได้เชิญตัวแทนแต่ละอำเภอเข้าร่วมประชุม และหารือทางออกด้วยกัน ซึ่งทางตัวแทนชาวประมงโพงพาง ขอยืดเวลาในการพูดคุยเป็นวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.) เพื่อรับฟังความเห็นของจังหวัดในการให้ความช่วยเหลือตามที่ยื่นข้อเสนอดังกล่าว


       นายสุบิน ดาหมาน อายุ 55 ปี ชาวประมงโพงพาง บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 2 ต.สาคร อ.ท่าแพ ยอมรับว่า ตนและครอบครัวรวมถึงชาวประมงในพื้นที่มีความลำบากมาก หลังรัฐเข้าดำเนินการรื้อถอนโพงพาง และมีกำหนดดีเดย์วันที่ 28 พ.ค.2559 นี้ หลังสิ้นสุดการผ่อนปรน ตั้งแต่โตมาก็มีแต่อาชีพนี้เท่านั้นที่หาเลี้ยงครอบครัว จะให้ปรับเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ อยากให้เห็นใจคนจน และหาอาชีพให้ตรงความสามารถของพวกตน หากเป็นแบบนี้ลูกที่เรียนอยู่ก็ไม่สามารถจะส่งเสียให้เรียนต่อไปได้ แล้วจะมีความรู้ไปหาอาชีพดีๆ ที่ไหนให้แก่บุตรหลาน
       
        ด้าน นายเจ๊ะอาด หลงมึงนัน อายุ 58 ปี ชาวประมงโพงพาง เลขที่ 68 หมู่ที่ 2 ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล กล่าวว่า มรสุมเข้าในช่วงนี้ออกเรือทำประมงไม่ได้ ไหนจะเข้าช่วงเดือนถือศีลอดของพี่น้องมุสลิมในพื้นที่ แล้วจะมาตัดช่องทางหากินอีก จะทำให้พวกเราไม่มีทางออกเลยหรืออย่างไร อยากให้ทางราชการผ่อนปรนให้ผ่านไปสัก 6 เดือนหลังจากนี้ เพื่อให้ชาวบ้านงานทำสะสมเงิน และเตรียมตัวค่อยมาพูดคุยกันใหม่น่าจะดีกว่าหรือไม่ ที่จะมาทำลายเครื่องมือประมงของชาวบ้าน
       
        นายสิทธิสาร ศรีชุมพวง ประมงจังหวัดสตูล กล่าวว่า หลังมีการรับเรื่องความเดือดร้อนของชาวประมงใน 4 อำเภอ และขอเวลาในการพูดคุยกับทางจังหวัด โดยจัดหาตัวแทนแต่ละ อำเภอละ 3 คน มาพูดคุยในวันพรุ่งนี้นั้น เพื่อหาทางออกร่วมกันว่า จะดำเนินการในการรื้อถอน หรือจะประวิงเวลาไปก่อนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวประมง ซึ่งต้องรอบทสรุปของการพูดคุยในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง











http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9590000052395

 12 
 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 10:18:08 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

       สตูล - กำนันตำบลตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล ออกเตือนชาวประมงเรือเล็กให้เพิ่มความระมัดระวังคลื่นลมแรงในระยะนี้ และหมั่นติดตามการรายงานพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดก่อนออกเดินเรือทุกครั้ง
       
        วันนี้ (25 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล เร่งนำเรือเล็กเข้าหาที่หลบลมตามลำคลองเพื่อป้องกันเรือล่มจากความแรงของคลื่นลม และป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดต่อเรือประมง เครื่องมือประมงในการออกเรือได้ หลังเกิดคลื่นลมแรงในระยะนี้ ทำให้บริเวณหน้าหาดทรายยาว ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล ว่างเปล่าจากเรือประมงจอด เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีคลื่นลมพัดผ่านได้ง่าย
       
        นายสะอาด ฮะยีบิลัง กำนันตำบลตันหยงโป ได้ออกมาเตือนลูกบ้านซึ่งประกอบอาชีพประมงเรือขนาดเล็กกันส่วนใหญ่ และมีไม่น้อยกว่า 100 ลำ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการออกเรือในระยะนี้ และให้มีการตรวจสอบสภาพอากาศให้ชัดเจนก่อนออกเดินเรือ เนื่องจากคลื่นลมที่มีกำลังแรงอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขณะออกเรือได้ และหมั่นติดตามการรายงานพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด












http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9590000052368

 13 
 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 09:24:28 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่อารมณ์เสียทุกครั้งที่ต่อสายชาร์จโทรศัพท์ เพราะทั้งต้องเล็งแล้วเล็งอีก ตรงมั่ง ไม่ตรงมั่ง ไม่สะดวกแบบสุดๆ

แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป! เมื่อมี ASAP Connect: The future of USB cables ชิ้นนี้ ที่จะเปลี่ยนชีวิตและวิธีเชื่อมต่อของคุณตลอดไป..ไป..ไป..ไป..

และนี่ก็คือสายชาร์จ ASAP Connect





เริ่มจาก ขั้วของเจ้าสายชุบทอง 18K นี้ ทำมาจากแม่เหล็กนีโอไดเมียมที่แข็งแกร่ง ที่มันจะดึงดูดกันอย่างง่ายดาย ทำให้คุณไม่ต้องมานั่งเล็งอีกต่อไป ยิ่งตอนมืดๆ ยิ่งลำบากกว่าจะเล็งและชาร์จได้ พอมาเจอเจ้านี่ แค่ดูรูปก็ฟินแล้ว..

จะชาร์จไป เล่นไป ก็สบายใจ ตอบโจทย์ในสิ่งที่แท่นชาร์จไร้สายให้ไม่ได้อีกด้วย ส่วนตัวสายนั้นก็แข็งแรงสุดๆ ทำจากวัสดุอย่างทองแดงผสมดีบุก คุณภาพดี ไม่มีก๊องแก๊งหงิกงอ ทนทานและชาร์จได้รวดเร็วถึง 2.4A อีกด้วย











http://news.thaiware.com/8010.html

 14 
 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2016, 08:50:10 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ เปิดสอบตำแหน่งนักวิชาการคอมพิวเตอร์ บัดนี้-30มิ.ย59

ตำแหน่ง: นักวิชาการคอมพิวเตอร์

ระดับการศึกษา: ปริญญาตรี 

อัตราเงินเดือน: 15,960-

อัตราว่าง: 1

ปฏิบัติงานที่: กรุงเทพมหานคร

เปิดรับสมัครตั้งแต่: 1 พ.ค. ? 30 มิ.ย. 2559

**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**


ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ เปิดรับสมัครสอบ

รายละเอียดวุฒิ : ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใด สาขาวิชาหนึ่ง ทางคอมพิวเตอร์

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : ปฏิบัติงานทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีลักษณะงานที่ปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์

กำหนดคุณลักษณะของเครื่อง จัดระบบติดตั้งเชื่อมโยงระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบเกี่ยวกับชุดคำสั่ง ระบบชุดคำสั่งประยุกต์ การจัดทำคู่มือการใช้คำสั่งต่างๆ กำหนดคุณลักษณะ ติดตั้งและใช้เครื่องมือชุดคำสั่งสื่อสาร การจัดและบริหารระบบสารสนเทศ รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ และธุรกรรมทางอิเล็กโทรนิกส์ การให้คำปรึกษาแนะนำ อบรมเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์ด้านต่างๆ แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ ๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสรร

1.ประเมินด้านความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (100 คะแนน)

(สอบข้อเขียน)

2.ประเมินความรู้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ ( 100 คะแนน )

(สอบปฏิบัติ)

3. ประเมินด้านสมรรถนะของบุคคล ( 100 คะแนน )

(สอบสัมภาษณ์)

ทักษะ/สมรรถนะ : ?

เงื่อนไข : ไม่มีเงื่อนไข

วิธีการสมัครงานพนักงาน ศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ :ตนเอง 











http://goosiam.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/html/0004092.html

 15 
 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2016, 09:08:28 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
กระทรวงสาธารณสุข(กำแพงเพชร) เปิดรับสมัครสอบข้าราชการตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ตั้งแต่-25พ.ค.59

ตำแหน่ง: พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ

ระดับการศึกษา: ปริญญาตรี 

อัตราเงินเดือน: 15,000-16,500

อัตราว่าง: 8

ปฏิบัติงานที่: กำแพงเพชร

เปิดรับสมัครตั้งแต่: 18 พ.ค. ? 25 พ.ค. 2559

**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**




วิธีการสมัครงานข้าราชการ กระทรวงสาธารณสุข :ตนเอง 











http://goosiam.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/html/0004078.html

 16 
 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 09:23:35 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
        ไทยรอด "ใบแดง" ประมงผิดกฎหมาย "บิ๊กป้อม" ยัน อียูขยายเวลาประเมินอีก 6 เดือน ยอมรับยังไม่พอใจมาตรการบังคับใช้กฎหมาย เดือด"ดร.อาทิตย์" ปูดซื้อขาย ตำแหน่งสีกากี ทวงใบเสร็จ พร้อมท้าให้มาพบ ปัดล้างไพ่บัญชีรายชื่อ ยันประกาศครบวันนี้
       
        วานนี้ (23พ.ค.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษ หัวข้อ การขับเคลื่อนและการปฏิรูปประเทศไทย ด้านความมั่นคง ภายในงานสัมมนาการขับเคลื่อนและการปฏิรูปประเทศ ที่หอประชุมวายุภัค โรงแรมเซ็นทรา ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังจะมีข่าวดี ซึ่งทางอียูได้มีการประเมินมาตรการแก้ไข้ปัญหาประมงผิดกฎหมายของไทย ปรากฏว่า ไทยไม่โดนไม่แดง ถือว่ารอดไป โดยตนได้รับแจ้งทางวาจาจากเจ้าหน้าที่ของไทย ที่ได้เดินทางไปประชุมกับอียู ตอนนี้รอเพียงเอกสารทางการออกมายืนยันอีกครั้ง
       
        พล.อ.ประวิตร ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังการบรรยายพิเศษ ว่า ที่ทางการไทยได้ทำมาทั้งหมด ถือว่าเข้าตา อียู ซึ่งเขาชื่นชมว่าเราทำได้ดีขึ้น และมีความตั้งใจในการดำเนินการตามที่อียู บอกมา แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย โดยอียู ขยายเวลาในการประเมินต่อไปอีก 6 เดือน ซึ่งหากเราตั้งใจเช่นนี้ต่อไป โอกาสในการได้ใบเขียว ก็มีความแน่นอนมากขึ้น
       
        ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการเลื่อนลำดับขึ้นมา เพียงแต่มีการขยายเวลาออกไป ซึ่งการที่อยู่ในตำแหน่งเดิมนั้น ถือว่าเก่งแล้ว เนื่องจากปัญหา สะสมมาเป็นเวลานาน รัฐบาลเพิ่งเข้ามาแก้ไขปัญหา โดยทุกหน่วยงานร่วมกันทุ่มเท ช่วยกัน ซึ่งทางอียู ได้ส่งจดหมายแจ้งมาว่า ในช่วงปลายเดือนนี้ เจ้าหน้าที่อียู จะเดินทางมาพบตน นอกจากนี้ทางอียู ยังได้มีจดหมายแนะนำเพิ่มเติมในเรื่อง โอเวอร์ฟิชชิง และ จีพีเอส ที่ติดไม่ครบ สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายต่างๆ ทางการไทยได้ดำเนินการไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1 พันกว่าคดี ซึ่งทางอียู ก็มีความพึงพอใจ แต่ขอให้เราทำมากขึ้นอีก
       
        พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ออกมาโพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ มีการซื้อขายตำแหน่ง วงงิน 10-20 ล้านบาท พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า "ก็ให้ไปหาหลักฐานมา ว่าใครที่ซื้อขายตำแหน่ง เอาชื่ออกมา อย่ามาพูดลอยๆ มันไม่ดี พูดไปเรื่อย ใครๆ ก็พูดได้ ให้ดร.อาทิตย์ มาหาผมเลย มาพูดลอยๆ ทำให้ประชาชนสับสน บอกมาเลยว่าเป็นคนไหน ใครเป็นคนซื้อ ขาย ตำแหน่งอะไรขอให้บอกมา เพราะผมสั่งชัดเจนและก็ดูด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นต้องปลดออกจากราชการทันที" พล.อ.ประวิตร กล่าว









http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9590000051759&Keyword=%bb%c3%d0%c1%a7

 17 
 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 09:23:07 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม (ภาพจากแฟ้ม)

        โฆษกกระทรวงกลาโหม แจงหลัง ?ประวิตร? ให้ข่าว ระบุ อียูยังไม่ได้แจ้งผลการประเมินใบเหลือง หรือ ใบแดง ประมงไทย ที่ละเมิดตามกฎไอยูยู
       
        วันนี้ (23 พ.ค.) พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวขยายความเพิ่มเติม จาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ของไทย ว่า จากการที่คณะผู้แทนไทย ได้เดินทางไปประชุมร่วมกับผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ในการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายของไทย เมื่อวันที่ 17 - 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่า การหารือร่วมกันเป็นไปบนพื้นฐานของความเป็นมิตร ที่เคารพในอำนาจอธิปไตยซึ่งกันและกัน คณะผู้แทนอียูได้เห็นถึงความความตั้งใจและความพยายามของไทยในการแก้ปัญหา ตามคำแนะนำจากประสบการณ์ของอียูตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยมีความพึงพอใจในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ยังมิได้แจ้งการตัดสินใจผลการประเมินใบเหลืองหรือใบแดงแต่อย่างใด
       
        จึงขอถือโอกาสนี้ เน้นย้ำ และสร้างความเข้าใจกับสื่อมวลชน ว่า ประเทศไทย ยังมิได้หลุดพ้นจากสถานะใบเหลืองของการประเมินจากคณะผู้แทนอียู จากการแก้ปัญหาไอยูยูแต่อย่างใด โดยยังคงต้องรอการประเมินจากผลการตรวจติดตามความคืบหน้าของการแก้ปัญหา จากคณะผู้แทนอียูที่จะเดินทางมาประเมิน และแจ้งผลให้ทราบภายในเดือนกรกฎาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการตัดสินใจของสหภาพยุโรปจะออกมาอย่างไร รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่น ตั้งใจ เดินหน้าใช้ความพยายามแก้ปัญหาไอยูยูอย่างเต็มที่ต่อไป เพื่อให้การทำประมงของไทยเป็นไปอย่างถูกกฎหมายตามหลักสากล และมีส่วนร่วมกันรักษาทรัพยากรทางทะเล สู่ความยั่งยืนร่วมกันต่อไป
       
        พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกห. กล่าวด้วยว่า "ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชน อ้างคำให้สัมภาษณ์ของรอง นรม. ประวิตร วงษ์สุวรรณ แจ้งว่าไทยรอดใบแดงจากประเด็น IUU และได้รับใบเขียวแน่นอน นั้น
       
        กระทรวงการต่างประเทศขอเรียนว่า รอง นรม. ประวิตรฯ ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนอย่างไม่เป็นทางการวันนี้จริง แต่ได้กล่าวเพียงว่า ในการเดินทางไปประชุมร่วมกับผู้แทนสหภาพยุโรปครั้งล่าสุด (17-19 พ.ค. 59) ทางสหภาพยุโรปยังไม่ได้แจ้งเรื่องผลการตัดสินใจเรื่องใบแดงหรือใบเหลืองแต่อย่างใด ดังนั้น ณ วันนี้ถือว่าไทยยังมีเวลาในการทำงานก่อนที่ทางสหภาพยุโรปจะตัดสินใจอย่างเป็นทางการ และไทยยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าทำงานอย่างหนักต่อไป
       
        ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอเรียนว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหา IUU อย่างจริงจังและเต็มที่มาโดยตลอด และล่าสุด เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ประเทศไทยยังได้เข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่า (Port State Measure Agreement - PSMA) ซึ่งเป็นความตกลงระหว่างประเทศฉบับแรกของโลกที่มุ่งเน้นกำจัดการทำประมง IUU ด้วย สำหรับการหารือเรื่อง IUU กับสหภาพยุโรปที่ผ่านมา เป็นไปบนพื้นฐานของความเป็นมิตรที่เคารพในอำนาจอธิปไตยซึ่งกันและกัน สหภาพยุโรปไม่เคยสั่งให้ไทยทำอะไร แต่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ บางเรื่องสหภาพยุโรปได้ให้ข้อแนะนำแก่ไทยโดยอาศัยจากประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่คล้ายกันในบางประเทศสมาชิกของเขาในอดีต แต่ทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของไทยที่จะปรับแก้วิธีการให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของไทยต่อไป"









http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000051750&Keyword=%bb%c3%d0%c1%a7

 18 
 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 09:22:19 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
?ประวิตร? ปลื้มไทยรอดใบแดง อียูขยายเวลาแก้ประมงผิด กม.อีก 6 เดือน คุยได้ใบเขียวแน่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (แฟ้มภาพ)

        ?บิ๊กป้อม? เผยไทยรอดใบแดงจากอียูจากการประเมินการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย โดยขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือน โวได้ใบเขียวแน่ถ้าให้เวลาไทยดำเนินการ เตรียมเปิดห้องรับคำแนะนำจากผู้แทนอียู
       
        พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างการบรรยายพิเศษหัวข้อ การขับเคลื่อนและการปฏิรูปประเทศไทย ด้านความมั่นคง ภายในงานสัมมนาการขับเคลื่อนและการปฏิรูปประเทศ ว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังจะมีข่าวดี ทางอียูได้มีการประเมินมาตรการแก้ไข้ปัญหาประมงผิดกฎหมายของไทย ปรากฏว่าไทยไม่โดนไม่แดง ถือว่ารอดไป โดยตนได้รับแจ้งทางวาจาจากเจ้าหน้าที่ของไทยที่ได้เดินทางไปประชุมกับอียู ซึ่งตอนนี้ยังต้องรอเอกสารทางการออกมายืนยันอีกครั้ง
       
        จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ที่ทางการไทยได้ทำมาทั้งหมดถือว่าเข้าตาอียู เขาชื่นชมว่าเราทำได้ดีขึ้นและมีความตั้งใจในการดำเนินการตามที่อียูบอกมา แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเพราะยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมากมาย โดยอียูขยายเวลาในการประเมินต่อไปอีก 6 เดือน หากเราตั้งใจเช่นนี้ต่อไปโอกาสในการได้ใบเขียวมีความแน่นอนมากขึ้น
       
        ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีการเลื่อนลำดับขึ้นมาเพียงแต่มีการขยายเวลาออกไป ซึ่งการที่อยู่ในตำแหน่งเดิมนั้นถือว่าเก่งแล้ว เนื่องจากปัญหาสะสมมาเป็นเวลานาน รัฐบาลเพิ่งเข้ามาแก้ไขปัญหาโดยทุกหน่วยงานร่วมกันทุ่มเท ช่วยกัน ทางอียูได้ส่งจดหมายแจ้งมาว่าในปลายเดือน มิ.ย.เจ้าหน้าที่อียูจะเดินทางมาพบตน
       
        นอกจากนี้ทางอียูยังได้มีจดหมายแนะนำเพิ่มเติมในเรื่องโอเวอร์ฟิชชิง และจีพีเอสที่ติดไม่ครบ สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายต่างๆ ทางการไทยได้ดำเนินการไปแล้วไม่ต่ำกว่า 1 พันกว่าคดี ซึ่งทางอียูก็มีความพึงพอใจ แต่ขอให้เราทำมากขึ้น










http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9590000051579&Keyword=%bb%c3%d0%c1%a7

 19 
 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 09:21:24 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
?กรีนพีซ? จี้ ?ไทยยูเนี่ยน? เร่งแก้ประมงผิดกฎหมายทำลายล้าง ชี้ปฏิรูปอุตสาหกรรมประมงปลาทูน่าจำเป็นเร่งด่วน


       ศูนย์ข่าวภาคใต้ - กรีนพีซ เรียกร้องบริษัทไทยยูเนี่ยน และอุตสาหกรรมประมงที่เข้าร่วมงานประชุมและนิทรรศการการค้าทูน่าโลก ครั้งที่ 14 (the 14th Infofish World Tuna Trade and Conference) ให้เร่ง และขจัดการประมงที่ผิดกฎหมายและทำลายล้าง บริษัทไทยยูเนี่ยน ผู้ผลิตปลาทูน่าบรรจุกระป๋องรายใหญ่ที่สุดในโลกมีส่วนพัวพันต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการทำลายสิ่งแวดล้อม และเป็นเป้าหมายของการประท้วงระดับโลกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา [1]
       
        ?ผู้บริโภคทั่วโลกสร้างแรงกดดันต่อไทยยูเนี่ยน ให้ลงมือทำตามสิ่งที่ได้พูดไว้ เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในการปฏิบัติของไทยยูเนี่ยน มิใช่เพียงการประกาศนโยบายอย่างคลุมเครือบนเว็บไซต์เท่านั้น? เกรแฮม ฟรอป หัวหน้าโครงการรณรงค์ด้านตลาดอาหารทะเล กรีนพีซ สหรัฐอเมริกา กล่าว
       
        ?ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ผู้คนในสหรัฐอเมริกา แคนาดา อิตาลี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร ได้นำผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋องของไทยยูเนี่ยนออกจากชั้นวางขายสินค้าในซูเปอร์มาร์เกต ในวันนี้ เราจัดกิจกรรมรณรงค์ที่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดเผยให้เห็นถึงความล้มเหลวของอุตสาหกรรมปลาทูน่าทั่วโลก?
       
        งานประชุมและนิทรรศการการค้าทูน่าโลก ครั้งที่ 14 ดังกล่าวจัดขึ้นที่ประเทศไทย ซึ่งกำลังเผชิญต่อวิกฤตประมง หลังจากคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป มีคำเตือนเรื่องการขาดมาตรการที่เพียงพอในการต่อสู้การประมงผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงานและขาดการควบคุม (IUU fishing)
       
        ขณะนี้ เรือเอสเพอรันซา ของกรีนพีซ อยู่ในมหาสมุทรอินเดียเพื่อเก็บเครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง รวมทั้งอุปกรณ์ล่อปลาของผู้จัดหาวัตถุดิบของไทยยูเนี่ยนขึ้นมาถอดชิ้นส่วน ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 370,000 คน ได้ร่วมลงชื่อเรียกร้องถึงไทยยูเนี่ยนให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และเป็นผู้นำปกป้องมหาสมุทร


       กรีนพีซ เรียกร้องไทยยูเนี่ยนให้กำหนดกรอบเวลา เป้าหมาย และรายละเอียดขั้นตอนที่ชัดเจนของแผนปฏิบัติงานที่ไทยยูเนี่ยนจะใช้ในการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานของตนเอง และหยุดการทำประมงเกินขนาด การทำประมงแบบทำลายล้าง เช่น การล่าฉลามเพื่อเอาครีบ การทำประมงแบบผิดกฎหมาย ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องต่อการบังคับใช้แรงงาน และการละเมิดสิทธิมนุษยชน
       
        ?ไทยยูเนี่ยน ต้องขจัดปัญหาการทำประมงแบบทำลายล้าง และให้ความสำคัญด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และสร้างมาตรฐานด้านแรงงานที่ครอบคลุมถึงแรงงานบนเรือประมง เราจะไม่หยุดงานรณรงค์จนกว่าไทยยูเนี่ยน จะสามารถแสดงความโปร่งใสของกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล ตั้งแต่กระบวนการจับจนมาถึงจานอาหารของผู้บริโภค? อัญชลี พิพัฒนวัฒนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
       
        ปลาทูน่าส่วนใหญ่ของไทยยูเนี่ยนยังถูกจับด้วยเครื่องมือเบ็ดราวแบบเดิม (ไม่มีอุปกรณ์ที่ช่วยลดปัญหาการจับสัตว์น้ำพลอยได้) และใช้อวนล้อมจับร่วมกับอุปกรณ์ล่อปลา(FADs) กรีนพีซ และองค์กรอื่นๆ เช่น Monterey Bay Aquarium Seafood Watch Program, SeaChoice, Marine Conservation Society และ The Safina Center ไม่ได้จัดให้วิธีทำประมงดังกล่าวนี้เป็นการทำประมงแบบยั่งยืน [2]
       
        ขณะนี้ เรือเอสเพอรันซา ของกรีนพีซ อยู่ในมหาสมุทรอินเดียเพื่อเก็บเครื่องมือประมงแบบทำลายล้าง รวมทั้งอุปกรณ์ล่อปลาของผู้จัดหาวัตถุดิบของไทยยูเนี่ยนขึ้นมาถอดชิ้นส่วน ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคทั่วโลกกว่า 370,000 คน ได้ร่วมลงชื่อเรียกร้องถึงไทยยูเนี่ยนให้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และเป็นผู้นำปกป้องมหาสมุทร


       ?นี่คือจุดเริ่มต้นหลังจากที่ปัญหามากมายเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารทะเลของไทย นี่คือห้วงเวลาเพื่อปฏิรูปอุตสาหกรรมการประมงที่มีความหมาย ทั่วโลกกำลังจ้องดูว่า ไทยยูเนี่ยน จะใช้ภาวะความเป็นผู้นำด้านการตลาดเพื่อเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมปลาทูน่าโลก และปกป้องความอุดมสมบูรณ์ของมหาสมุทร และการสร้างความมั่นใจให้ได้ว่าแรงงานบนเรือประมงได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมหรือไม่ นี่คือการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงที่เราต้องการเห็นจากไทยยูเนี่ยน? อัญชลี กล่าวสรุป
       
        หมายเหตุ [1] หนึ่งในห้าของปลากระป๋องทูน่าทั่วโลกมาจากไทยยูเนี่ยน ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของแบรนด์ปลาทูน่ากระป๋องทั่วโลก รวมถึง John West (สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) Chicken of the Sea (สหราชอาณาจักร), Petit Navire (ฝรั่งเศส), Mareblu (อิตาลี) and Sealect (ไทย) ไทยยูเนี่ยน ยังเป็นผู้จัดส่งวัตถุดิบให้บริษัทอื่น รวมถึง Mars ที่เป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์แบรนด์ Whiskas
       
        [2] รายงานย่อของกรีนพีซเรื่องการแจ้งเตือนลูกค้าของไทยยูเนี่ยน http://www.greenpeace.or.th/oceans/Greenpeace-Briefing-Paper-on-Thai-Union-Group-PCL-Customer-Alert.pdf
       
        [3] http://tuna.greenpeace.org/en
       
        [4] ข้อเรียกร้องของกรีนพีซต่อผู้ค้าปลีก เจ้าของผลิตภัณฑ์ และบริษัทอุตสาหกรรมปลาทูน่าว่าด้วยความยั่งยืน แรงงาน และความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน http://www.greenpeace.or.th/oceans/Greenpeace-Tuna-Markets-Asks.pdf










http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9590000051421&Keyword=%bb%c3%d0%c1%a7

 20 
 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2016, 09:18:44 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

        สงขลา - 5 หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ร่วมมือจัดตั้งศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา นับเป็นศูนย์แห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมายเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน คาดดูแลกลุ่มเป้าหมายแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสงขลา และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 25,000 คน
       
        ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา ก่อตั้งภายใต้บันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือ ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา ซึ่งมีหน่วยงานร่วมก่อตั้ง ประกอบด้วย องค์การสะพานปลา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา (บ้านสุขสันต์) และบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ
       
        ดร.ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการเดินหน้าแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานผิดกฎหมายในอุตสาหกรรมประมงทุกรูปแบบอย่างจริงจัง และปราบปรามอย่างเคร่งครัด โดยความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน อย่างซีพีเอฟ
       
        ขณะเดียวกัน การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวตามหลักมนุษยธรรมและมาตรฐานสากลถือเรื่องที่ต้องปฏิบัติอย่างชัดเจน ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของการให้ความคุ้มครองแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย และแรงงานผิดกฎหมายที่ต้องการความช่วยเหลือให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
       
        สำหรับศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา มีวัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ คือ 1.การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครแรงงานต่างด้าว และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเอื้อต่อการให้บริการ คุ้มครอง ป้องกันผู้ที่เสี่ยง หรือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ 2.ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันการค้ามนุษย์ในระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่น
       
        3.เป็นศูนย์การเรียนเด็กต่างด้าว แรงงานต่างด้าว และครอบครัวได้เรียนรู้ อบรม และส่งเสริมอาชีพ 4.เป็นศูนย์ให้การดูแล พยาบาล คัดกรองโรคเบื้องต้น และประกอบศาสนกิจแก่กลุ่มแรงงานประมงต่อเนื่อง และครอบครัวของแรงงานต่างด้าว 5.เป็นศูนย์ประสานงานรับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมของแรงงาน
       
        นายสุชาติ จันทลักขณา ผู้จัดการศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา และผู้จัดการศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา กล่าวว่า ศูนย์นี้จะสามารถช่วยพัฒนากลไกในการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันการค้ามนุษย์ในระดับจังหวัด และระดับท้องถิ่นให้มีประสิทธิผล
       
        ขณะเดียวกัน ยังช่วยยกระดับความเป็นอยู่ และสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มแรงงานประมง และประมงต่อเนื่อง ทั้งสัญชาติ ไทย กัมพูชา พม่า และลาว ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และอำเภอใกล้เคียง รวมไปถึงกลุ่มเสี่ยงที่จะเข้าสู่วงจรการค้ามนุษย์ กลุ่มเด็กต่างด้าว และครอบครัวสัญชาติกัมพูชา พม่า และลาว บริเวณท่าเทียบเรือประมงสงขลา และบริเวณใกล้เคียงกว่า 25,000 คน
       
        ?ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา จัดตั้งขึ้นเพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานภาคประมงที่ถูกกฎหมาย และครอบครัว รวมไปถึงแรงงานผิดกฎหมายที่เดินเข้ามาขอความช่วยเหลือจากเรา ซึ่งศูนย์จะให้คำแนะนำ ความรู้ด้านการคุ้มครองแรงงาน ตลอดจนการสนับสนุนให้สามารถประกอบอาชีพโดยมีปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตตามสมควรตามหลักมนุษยธรรม และไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์การต่อต้านการค้ามนุษย์? นายสุชาติ กล่าว
       
        ทั้งนี้ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เริ่มโครงการ ถึงสิ้นสุดโครงการ เป็นเวลา5 ปี (2558-2563) โดยคณะกรรมการศูนย์ฯ จะพิจารณาและประเมินผลการดำเนินงานแต่ละโครงการปีต่อปี และมีกลุ่มเป้าหมายหลักในพื้นที่ 5 กลุ่ม ครอบคลุมจำนวนแรงงาน และกลุ่มเสี่ยงกว่า 25,000 คน
       
        ประกอบด้วย กลุ่มลูกเรือประมง และแรงงานประมงต่อเนื่อง จำนวน 3,565 คน กลุ่มแรงงานที่เสี่ยงต่อการเข้าสู่วงจรการค้ามนุษย์ จำนวน 20,000 คน กุ่มเด็กต่างด้าวอายุ 4?15 ปี จำนวน 50 คน กลุ่มแรงงานสตรี จำนวน 1,200 คน และกลุ่มครอบครัวเด็กต่างด้าว จำนวน 320 คน อย่างไรก็ตาม ผลสำเร็จของโครงการนี้จะเป็นต้นแบบในการขยายผลการดำเนินงานไปยังท่าเรืออื่นๆ ในประเทศไทย
       
        ศูนย์นี้มีการจัดสรรพื้นที่เป็น 4 ส่วน เพื่อให้การดำเนินโครงการมีประสิทธิภาพ คือ ห้องเรียนสำหรับเด็กต่างด้าว ห้องละหมาด ห้องพยาบาล ห้องอเนกประสงค์ ซึ่งรวมถึงศูนย์ติดต่อประสานงาน ห้องประชุมและห้องสมุด
       
        นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาแรงงานซึ่งกระทบต่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ
       
        ดังนั้น จึงเห็นว่าการจัดตั้งศูนย์ตามคำแนะนำ และความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งในภาครัฐ และเอกชนจะเป็นก้าวแรกอันสำคัญต่อการเริ่มต้นในการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด โดยการสร้างการตระหนักรู้ และการแก้ไขให้เกิดความถูกต้องบนความรับผิดชอบของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และคำนึงถึงหลักพื้นฐานของสิทธิมนุษยชนในระดับสากล อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานประมงที่ดียิ่งขึ้น และยังให้ความสำคัญลงไปถึงครอบครัวแรงงานประมง โดย ซีพีเอฟ มีส่วนสนับสนุนงบประมาณในระยะเริ่มต้นของการจัดตั้งศูนย์ ซึ่งในอนาคตหากการดำเนินการได้ตามเป้าหมาย จะมีการหารือเพื่อให้เกิดแนวทางการสนับสนุนจากเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น












http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9590000051295&Keyword=%bb%c3%d0%c1%a7

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10