กรกฎาคม 07, 2015, 07:15:07 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:05:50 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=KJvpoibGKzk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=KJvpoibGKzk</a>

ราคาอาหารทะเลตลาดไท จ.ปทุมธานี ขยับขึ้น หลังได้รับผลกระทบจากเหตุที่เรือประมงหยุด?ออกเรือหาปลา เนื่องจากรัฐบาลมีการกวดขันจับกุมเรือประม?งที่ผิดกฎหมายทำให้เรือประมงไม่กล้าออกหาป?ลาในทะเล










http://video.sanook.com/player/727077/อาหารทะเลตลาดไทขยับขึ้นราคา-หลังเรือประมงหยุดออกหาปลา(03-ก.ค.58)

 12 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:50:09 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
อธิบดีกรมประมง เชื่อสถานการณ์ประมงกลับสู่ภาวะปกติในไม่ช้า แนะเจ้าของเรือแสดงตัวก่อน 31 ก.ค.

นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง ยืนยันการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกัน ยับยั้ง ขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม(IUU) ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารทะเลมากนัก เพราะเชื่อว่าผู้ประกอบการจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งจะทำให้สถานการณ์กลับคืบสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

"มันมีผลกระทบบ้าง แต่ไม่ใช่หยุดวันเดียวราคาพุ่งพรวด" นายจุมพล กล่าว

อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ในแต่ละปีจะมีปริมาณสินค้าประมงที่ผลิตได้ในประเทศราว 3 ล้านตัน และนำเข้าอีก 1.6 ล้านตัน ขณะที่มีเรือประมงนอกน่านไทย 7 พันลำ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายราว 3 พันลำ
"สมมติว่า 3 พันลำออกเรือไม่ได้เลยทั้งปี สินค้าประมงจะหายไปราว 3 แสนตัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะผู้ประกอบการเองก็คงไม่อยากจอดเรื้อทิ้งไว้เฉยๆ" นายจุมพล กล่าว

อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้จะเป็นการจัดทำฐานข้อมูลเรือประมงทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลเดิมของกรมเจ้าท่าระบุว่ามีเรือประมงขึ้นทะเบียนไว้ทั้งสิ้น 42,051 ลำ แต่เป็นข้อมูลที่ไม่ได้มีการปรับปรุง ครั้งนี้จึงเปิดให้เจ้าของเรือมาแสดงตัวต่อศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย(ศปมผ.) ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้ เพื่อที่รัฐจะให้หามาตรการเยียวยาเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป ซึ่งล่าสุดมีเจ้าของเรือมาแสดงตัวแล้ว 2.8 หมื่นลำ

"ครั้งนี้ให้มาแสดงตัวภายใน 31 กรฎาคมนี้ ใครที่ไม่มาแล้วจะให้รัฐช่วยเหลือเยียวยากันได้ยังไง" นายจุมพล กล่าว

ด้านนายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย ยืนยันว่า ชาวประมงไม่ได้ก่อเหตุประท้วงต่อการดำเนินการของภาครัฐในครั้งนี้ แต่ที่เห็นเรือจอดทิ้งไว้เพื่อรอดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถูกต้องก่อน ซึ่งอยากขอให้กระทรวงแรงงานฯ เปิดให้บริการเรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงาน เพราะในทางปฏิบัติมีปัญหาทางเทคนิค

"การขึ้นทะเบียนแรงงานประมงจะเปิดเป็นช่วงเวลา แต่ในทางปฏิบัติมีปัญหาเรื่องลูกเรือเปลี่ยนนายจ้างไม่ได้ หากเรือลำใดมีลูกเรือไม่ครบก็ไม่สามารถที่จะหาลูกเรือมาทำแทนได้" นายอภิสิทธิ์ กล่าว











http://www.ryt9.com/s/iq03/2197025

 13 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:48:00 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของการตรวจเข้มเรือประมง ที่ บริเวณปากน้ำระยอง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง ศูนย์บริหารจัดการประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กรมประมง ได้ร่วมกับกองเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ตั้งจุดตรวจเรือประมง บังคับใช้กฎหมาย IUU Fishing โดยเจ้าหน้าที่ ได้เตรียมเรือยางไว้พร้อม หากมีเรือออก ก็จะขอขึ้นตรวจ

ขณะที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมง ยังมีผู้ประกอบการทยอยเข้ามายื่นเอกสารเรือประมงอย่างต่อเนื่อง โดย จ.ระยอง มีเรือประมง ขนาด 30 ตันครอส 400 ลำ ที่ผ่านมา ในช่วงผ่อนผัน 60 วัน มีเรือประมงเข้ายื่นเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว จำนวน 108 ลำ

นอกจากนี้ ยังพบบรรยากาศบริเวณชายหาดแหลมเจริญ และชายหาดอื่นๆ ซึ่งเป็นจุดจอดเรือประมง มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก พากันมาผูกเปลนอนพักผ่อน เล่นกีฬา ทั้งนี้เพื่อรอเวลาที่จะได้ออกเรือทำประมงอีกครั้ง











http://www.ryt9.com/s/nnd/2196501

 14 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:46:51 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ไทยโพสต์ * "บิ๊กป้อม" เชื่อชาวประมงเห็นใจประเทศชาติ ไม่หยุดออกเรือ 4 ก.ค. ปัดต่อรอง ชี้ต้องทำตามกฎหมาย "ปีติพงศ์" สั่งกรมประมงจับตาผลกระทบ เร่งแก้ไอยูยู ก่อนอียูประเมิน ต.ค.นี้ ชุมพรบี้รัฐบาลจด อาชญาบัตรพิเศษ ขู่ลอยแพแรงงานต่างด้าวนับพัน ศปมผ.ตั้งคณะทำงานสรุปแผนแก้ปัญหา 9 ก.ค.

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมน ตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเรือประมงที่ไม่ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายเริ่มหยุดทำการประมงว่า ต้องทำ ตามกฎหมาย เพราะกฎหมายออกมาเรียบ ร้อยแล้ว เรือประมงที่ผิดกฎหมายออกไปทำ การประมงไม่ได้ ส่วนเรือที่ถูกกฎหมายทำ การประมงได้ตามปกติ ส่วนปัญหาขึ้นทะเบียนไม่ทันนั้น ที่ผ่านมาทางกองทัพเรือจัดเรือทำศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสให้บริการจดทะเบียนในทะเล ซึ่งช่วยเหลือทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ต้องทำตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายมากกว่านี้
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาปล่อยให้เรือ ประมงทำผิดกฎหมายมาเป็นเวลานานตั้ง แต่ปี 2534 ดังนั้นต้องทำให้ถูกต้องตามหลัก สากล เพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ และค่อยๆ แก้ไขปัญหาต่อไปโดยรัฐบาลจะหารือเพื่อช่วยเหลือต่อไป สำหรับการทำประมงชายฝั่งนั้นไม่ได้มีการห้ามทำและยังสามารถทำได้ตามปกติ ส่วนเรือประมงที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนมีจำนวนไม่มาก ที่ผ่านมารัฐบาลให้เวลามาหลายเดือนแล้ว แต่เมื่อไม่สนใจต้องได้รับผลกระทบแบบนี้

เมื่อถามว่า จะมีมาตรการปิดอ่าวเพื่อฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรทางทะเลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่มี ถ้าเรือออกไปตามกำหนดของจำนวนเรือที่จดทะเบียน โดย พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้คำนวณแล้วว่าจำนวนเรือที่ขึ้นทะเบียนเหล่านั้นไม่มีปัญหา สามารถทำการประมงได้ และเชื่อว่าสัตว์น้ำจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ

"ผมคิดว่าชาวประมงจะไม่หยุดทำการประมงในวันที่ 4 ก.ค.นี้ เพราะเชื่อว่าเขาเห็นใจรัฐบาลและประชาชนในภาพรวม ผมไม่ได้ไปต่อรองกับเขา แต่เขาต้องเห็นใจประเทศชาติและประชาชนกว่า 60 ล้านคน ตอนนี้ทุกคนต้องทำตามกฎหมาย ส่วนจะคลี่คลายอย่างไรค่อยมาว่ากัน อนาคตตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าจะปลดใบเหลืองหรือจะโดนใบแดงหรือไม่ ขอให้เห็นแก่ภาพรวมของประเทศด้วย" พล.อ.ประวิตรระบุ

ที่ห้องประชุมกองบัญชาการกองทัพเรือ พล.ร.อ.ไกรสร ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) เป็นประธานในการประชุม ศปมผ. ครั้งที่ 9 เพื่อติดตามผลการดำเนินการของ ศปมผ. รวมถึงการชี้แจงผลการตรวจและข้อสังเกตของคณะทูตของสหภาพยุโรป (อียู) ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาตามที่อียูให้ข้อสังเกต พร้อมกรอบระยะเวลาแล้วเสร็จ

โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนัก งานเลขานุการ ศปมผ.จัดตั้งคณะทำงานเพิ่มเติมวิเคราะห์และจัดทำเป็นแผนให้เห็นว่าประเทศไทยสมควรที่จะมีจำนวนเรือประมงและชนิดเครื่องมือที่เหมาะสมอย่างไร เพื่อให้การทำประมงมีความยั่งยืนต่อไป รวมทั้งให้ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) นำข้อมูลจำนวนเรือประมงที่สำรวจได้นำเสนอในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อให้เห็นภาพรวมและใช้เป็นฐานข้อมูลในการกำหนดค่าผลการจับสัตว์น้ำสูงสุดที่ยั่งยืน

รวมทั้งให้ ศรชล.โดยส่วนควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (พีไอพีโอ) ร่วมกับสมาคมการประมงต่างๆ ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของเรือที่ยังไม่ได้มารายงานในการสำรวจเรือประมงที่ผ่านมาเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 31 ก.ค.นี้ พร้อมทั้งให้คณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการแห่งชาติในการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (เอ็นพีโอเอ-ไอยูยู) นำส่งร่างแผนฯ ให้สำนักงานเลขานุการ ศปมผ. ภายในวันที่ 9 ก.ค.นี้ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป อีกทั้งให้คณะทำงานปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับจัดทำกระบวนการและขั้นตอนตรวจสอบย้อนกลับเพื่อให้เห็นภาพรวมในการปฏิบัติ และนำเสนอในที่ประชุมครั้งต่อไป

ด้านนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้วางมาตรการหลักในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายคืบหน้าไปมาก เช่น การออกกฎหมายประมงใหม่ และจัดทำแผนแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายระดับชาติเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนจากนี้คือการเจรจากับอียูว่ายังมีส่วนใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือมีเงื่อนไขอย่างไร ส่วนมาตรการเร่งด่วนคือการควบคุมการทำประมงผิดกฎหมาย จะสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาไอยูยูในช่วงเดือน ส.ค.นี้ อียูจะเริ่มส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาเก็บข้อมูล ก่อนจะมีการประเมินผลการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทยในเดือน ต.ค.

ทั้งนี้ ในส่วนผู้ประกอบการประมงให้มาแจ้งขึ้นทะเบียนเรือ ขออนุญาตการทำประมงโดยใช้เครื่องมือทำประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงมีคนเรือและแรงงานต่างด้าวที่มีใบอนุญาตแรงงานอย่างถูกต้อง ซึ่งหากมีครบทั้ง 3 ส่วนนี้แล้ว สามารถออกไปทำการประมงได้ตามปกติ ส่วนผู้ที่ยังไม่มาขึ้นทะเบียนให้แจ้งจดทะเบียนได้ถึงวันที่ 15 ก.ค.นี้ หลังจากนี้ยังสามารถติดต่อกับกรมเจ้าท่าและกรมประมงได้ถึงวันที่ 31 ก.ค.

"ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีความตั้งใจจะทำร้ายใคร รัฐบาลก็อยากให้ขายของให้ได้ แต่ขอใช้โอกาสนี้ปรับระบบการทำประมงของประเทศ ให้สัดส่วนการจับและทรัพยากรสัตว์น้ำเกิดความสมดุล วันนี้เราต้องมาดูว่าต้องทำอย่างไรต่อไป ดูว่าเรือที่ถูกกฎหมายมีเท่าไหร่ และไม่ถูกกฎหมายมีอยู่เท่าไหร่ ให้เกิดความชัดเจนให้ได้ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการเจรจาแก้ไขปัญหา รวมถึงวางมาตรการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบได้" นายปีติพงศ์ระบุ

ส่วนเรือประมงที่ไม่มีใบอนุญาตและไม่สามารถออกเรือได้นั้น ได้สั่งการให้กรมประมงติดตามประเมินผลกระทบที่ชัดเจน แต่ในเบื้องต้น ในส่วนของอาหารทะเลหรือสัตว์น้ำในการบริโภคบางประเภท เช่น กุ้ง ปู ปลากะพง จะไม่กระทบมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการเพาะเลี้ยง ไม่ได้มาจากทะเล แต่ส่วนที่จะส่งผลกระทบจริงๆ มี 3 ส่วน คือ 1.แพปลา 2.โรงน้ำแข็ง และ 3.โรงงานอาหารสัตว์ ซึ่งวัตถุดิบจะเป็นปลาตัวเล็ก แต่ขณะนี้ทางผู้ประกอบการพยายามปรับตัวหันไปนำเข้าปลาจากแหล่งอื่นทดแทนแล้ว

ขณะที่นายไตรฤกษ์ มือสันทัด นายกสมาคมชาวประมงปากน้ำตะโก อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ขณะนี้มีสมาคมประมงในพื้นที่ จ.ชุมพร 3 แห่ง ในพื้นที่ปากน้ำหลังสวน ปากน้ำตะโก และปากน้ำชุมพร ได้ร่วมปรึกษาหารือเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งมีข้อสรุปอย่างไม่เป็นทางการว่าอีก 3 วันนี้จะมีการเคลื่อนไหวแบบนิ่งสงบจะออกมาเป็นรูปธรรมมากขึ้น เนื่องจากเรือที่ออกทำประมงอีกส่วนหนึ่งกำลังเดินทางเข้าฝั่ง คาดว่าในวันที่ 3 ก.ค. เรือที่ไม่มีอาชญาบัตรจำนวนหลายร้อยลำจะจอดนิ่งอยู่ตามปากร่องน้ำในทุกพื้นที่ของ จ.ชุมพร โดยแต่ละลำจะขึ้นป้ายไวนิล เพื่อขอจดทะเบียนอาชญาบัตรทำการประมงในรูปแบบกรณีพิเศษจากรัฐบาล

นายไตรฤกษ์กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ยอมผ่อนปรนออกอาชญาบัตรให้ชาวประมงในเงื่อนไขพิเศษเหมือนทำร้ายอาชีพชาวประมงไปโดยสิ้นเชิง เพราะต้องจอดเรือทิ้งเหมือนตกงาน ที่สำคัญจะมีแรงงานต่างด้าวจำนวนนับพันคนจะต้องตกงาน และจะถูกเจ้าของเรือนำส่งคืนให้กับทางจัดหางานจังหวัด เพราะไม่สามารถแบกภาระเลี้ยงดูได้ นอกจากนี้ โรงน้ำแข็งขนาดใหญ่อีก 8 แห่ง ซึ่งผลิตน้ำแข็งให้กับเรือประมงใน จ.ชุมพร เพื่อแช่เย็นดองสัตว์น้ำกลางทะเลจะต้องหยุดผลิตน้ำแข็งไปด้วย

ส่วนเรือประมงใน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด หยุดทำการประมงเป็นวันที่ 2 เนื่องจากเกรงถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ทำให้ที่ท่าเรือประมงกัลปังหา ท่าเรือชลาลัย และท่าเรือบ้านคลองมะขาม ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ เต็มไปด้วยเรือประมงขนาดใหญ่และขนาดเล็กจอดอยู่รวมกว่า 800 ลำ และเป็นที่น่าสังเกตว่าเรือประมงสัญชาติกัมพูชาที่เดินทางมาขายปลาที่ท่าเรือทั้ง 3 แห่ง ไม่กล้าเดินทางนำปลาทะเลมาขายฝั่งไทย ทั้งที่ทุกวันจะมีมากว่า 10 ลำต่อวันก็ตาม นอกจากนี้ที่ท่าเรือหาดเล็กที่เรือประมงพื้นบ้านกัมพูชาจาก จ.เกาะกง นำปลามาขึ้นท่าและขายให้กับพ่อค้าไทยวันละกว่า 20 ลำ ปรากฏว่า 2-3 วันที่ผ่านมาไม่มีเรือประมงของ จ.เกาะกง เดินทางเข้ามาเช่นกัน

สำหรับร้านอาหารที่ขายอาหารทะเลยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจาก 1-2 วันที่ผ่านมายังมีปลาที่เพียงพอต่อการปรุงอาหาร แต่หากเรือประมงหยุดต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจจะต้องปิดร้านอาหารทะเลก็ได้
ทางด้านตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ยังได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน โดยราคาอาหารทะเลสดแต่ละชนิดได้ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 10-20 บาท และผู้ประกอบการขายส่งอาหารทะเลได้แจ้งกับพ่อค้าแม่ค้าว่า ในวันที่ 4 ก.ค.นี้จะหยุดส่งอาหารทะเลไม่มีกำหนด.

บรรยายใต้ภาพ

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. เรือประมงใน จ.กระบี่ ที่ถูกกฎหมายหรือมีอาชญาบัตรเพียงลำเดียวยังคงออกทะเลตามปกติ ขณะที่เรือประมงส่วนใหญ่ซึ่งไม่มีอาชญาบัตรต่างจอดเทียบท่าไม่กล้าออกทะเลเพราะเกรงจะถูกจับ ภายหลังกฎหมายประมงฉบับใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา











http://www.ryt9.com/s/tpd/2196557

 15 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:42:00 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ เฟซบุ้ก

ตัวอย่างหน้าจอ Massenger บนเครื่องแอนดรอยด์

ตัวอย่างหน้าจอ Massenger บนเครื่อง iOS

ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา เครือข่ายสังคมอันดับ 1 ของโลกอย่าง ?เฟซบุ๊ก? (Facebook) ถูกจับตามองใกล้ชิดในหลายวงการ เพราะการประกาศทดสอบระบบมากมายที่เชื่อกันว่าจะสามารถต่อยอดธุรกิจของเฟซบุ๊กในตลาดใหม่ได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางนักวิเคราะห์ที่ฟันธงว่า สิ่งที่เฟซบุ๊กทำและสถิติที่สรุปได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปีม้าทองนี้จะนำไปสู่เม็ดเงินรายได้เข้ากระเป๋าเฟซบุ๊กมูลค่าหลักพันล้านแน่นอน
       
        ความเคลื่อนไหวที่ฮือฮาที่สุดต้องยกให้การเปิดเสรีแชตผ่านแอปพลิเคชัน ?แมสเสนเจอร์? (Messenger) โดยไม่ต้องมีบัญชีเฟซบุ๊ก หมากเกมนี้ของเฟซบุ๊กมีนัยซ่อนอยู่เพราะการเปิดเสรีจะทำให้แอป Messenger นั้นมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นแตะหลักพันล้านคน ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้นับหมื่นล้านเหรียญสหรัฐในอีก 5 ปี ผ่านบริการชำระเงินในแอป Messenger
       
        ฮือฮารองลงมาคือ เฟซบุ๊กประกาศลุยให้บริการ ?เฟซบุ๊ก ไลต์? (Facebook Lite) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้เครือข่าย 2G ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะมีผลช่วยให้ฐานผู้ใช้ และสถิติการชมสื่อบนเฟซบุ๊กยิ่งขยายตัวมากขึ้นอีก โดยเฉพาะยอดชมวิดีโอที่กำลังไล่ตีตื้นเบอร์ 1 อย่างยูทิวบ์ (YouTube) เข้าไปทุกที
       
        นอกจากนี้ ยังมีการประกาศทดสอบระบบกรอกข้อมูลการตลาดอัตโนมัติที่จะดึงข้อมูลประวัติของผู้ใช้มาเติมโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ ซึ่งไม่ใช่เพียงข้อมูลอย่างอีเมล ชื่อ หรือวันเกิดของตัวเอง แต่ยังมีโอกาสที่ข้อมูลเจาะลึกเช่นตำแหน่งงาน ชื่อบริษัทที่ทำงาน รวมถึงรหัสไปรษณีย์ จะถูกเติมลงในแบบฟอร์มแบบอัตโนมัติด้วย การทดสอบระบบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวพัฒนาการอัจฉริยะของระบบวิเคราะห์ข้อมูลตัวตนบนเฟซบุ๊ก รวมถึงการระบุตัวตนผู้ใช้ได้แม้จะเห็นใบหน้าเพียงเสี้ยวเดียว
       
        ***เปิดเสรีแชต Messenger

       25 มิถุนายน 2015 เจ้าพ่อเครือข่ายสังคมอันดับ 1 ประกาศเปิดเสรีให้ผู้ใช้สามารถลงชื่อใช้งานแอปพลิเคชันแชต ?Messenger? ได้โดยไม่ต้องใช้บัญชีเฟซบุ๊ก เพียงใช้เบอร์โทรศัพท์ก็สามารถส่งข้อความสนทนากับเพื่อนฝูงได้ทั่วโลก
       
        นักสังเกตการณ์เชื่อว่า เฟซบุ๊กกำลังพยายามเพิ่มจำนวนผู้ใช้แอปพลิเคชันแชต Messenger ที่ให้บริการแบบแยกเดี่ยว หรือ standalone อย่างจริงจัง ซึ่งเป็นไปตามแผนที่ซีอีโอผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กเคยประกาศว่า ต้องการให้ Messenger เป็นประตูเชื่อมต่อร้านค้าปลีก ร้านอาหาร รวมถึงธุรกิจอื่นๆ
       
        ก่อนการเปิดเสรีแอปพลิเคชัน Messenger มีผู้ใช้ราว 700 ล้านคน (รวมยอดผู้ใช้รายใหม่ 100 ล้านคนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาแล้ว) จุดนี้เชื่อว่าการเปิดเสรีจะทำให้ Messenger มีฐานผู้ใช้เข้าใกล้หลัก 1 พันล้านอย่างรวดเร็ว

       ถามว่าทำไมเฟซบุ๊กต้องเร่งมือขยายฐานผู้ใช้ คำตอบคือ กลยุทธ์หารายได้ที่เฟซบุ๊กบอกใบ้ไว้ต่อสังคมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ครั้งนั้น เฟซบุ๊กเปิดบริการรับส่งเงินระหว่างผู้ใช้ (peer-to-peer payment) บนแอปพลิเคชัน Messenger แบบฟรีไม่มีค่าธรรมเนียมโอน ซึ่งเรียกคะแนนจากผู้ใช้อย่างเต็มเปี่ยม
       
        ระบบโอนเงินบน Messenger ไม่เพียงทำให้การซื้อสินค้า และบริการบน Messenger เกิดขึ้นได้ง่ายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันได้ลืมตาอ้าปากผ่านการสร้างสรรค์แอปพลิเคชันสำหรับ Messenger จุดนี้เฟซบุ๊กเคยประกาศในเดือนมีนาคมว่า จะพยายามชักจูงให้แบรนด์และธุรกิจใช้ Messenger เป็นช่องทางในการส่งใบเสร็จรับเงิน แจ้งข้อมูลสถานะการจัดส่งสินค้า รวมถึงการจัดการงานบริการลูกค้าที่ทั่วถึง
       
        หากเฟซบุ๊กสามารถแทรกตัวเพื่อให้บริการสุดยอดช่องทางสื่อสารระหว่างธุรกิจ และผู้บริโภคได้สำเร็จ เฟซบุ๊กก็จะยิ่งมีโอกาสสร้างเงินรายได้มากขึ้นตามไปด้วย จุดนี้ธนาคารแห่งชาติเยอรมนี (ธนาคาร Deutsche) ได้คาดการณ์ว่า แอป Messenger นั้นจะมีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 พันล้านคน และสามารถสร้างรายได้ 9-10 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี ค.ศ.2020

       ธนาคาร Deutsche ประเมินว่า บริการทางการเงินบน Messenger สามารถทำเงินได้มากกว่า 49 ล้านเหรียญสหรัฐแล้วในวันนี้ แต่ในปี ค.ศ.2020 จะทำเงินได้ 4.224-4.827 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็น 17% ของรายได้จากโฆษณาของเฟซบุ๊กทั้งหมด


       ***เพื่อชาว 2G
       
        หลังจากมีแผนส่ง Facebook Lite ลงเจาะประเทศกำลังพัฒนา 8 ประเทศ อย่าง บังกลาเทศ เนปาล ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ ซูดาน ศรีลังกา เวียดนาม และซิมบับเว เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ล่าสุด โครงการนี้ทยอยเปิดตัวสู่ระดับโลกต่อเนื่อง โดยในผู้ใช้ในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกานั้นสามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ก่อนชาวยุโรป
       
        ข้อมูล ระบุว่า Facebook Lite นี้มีการขยายสู่ประเทศอินเดีย และฟิลิปปินส์แล้ว เฉพาะอินเดีย เฟซบุ๊กมีฐานผู้ใช้มากกว่า 125 ล้านคน และ 90% เป็นผู้ใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพา จุดนี้แม้โลกจะมีเครือข่าย 4G แล้ว แต่เครือข่าย 2G ที่ช้ากว่าก็ยังเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยม

       ผู้บริหารเฟซบุ๊กประเมินว่า ปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์พกพาผ่านเครือข่าย 2G นั้นมีจำนวนมากกว่า 875 ล้านคนทั่วโลก จุดนี้ทำให้เฟซบุ๊กต้องการสร้างประสบการณ์ยอดเยี่ยมเพื่อเข้าถึงคนกลุ่มนี้
       
        แม้ Facebook Lite จะไม่รองรับคุณสมบัติที่ต้องมีการรับส่งข้อมูลจำนวนมาก เช่น วิดีโอ แต่ขณะนี้สถิติการชมวิดีโอบนเฟซบุ๊กนั้นกำลังขยายตัวสุดขีด ซึ่งไม่แน่ Facebook Lite อาจจะเป็นฐานสำคัญที่ทำให้เฟซบุ๊กมียอดใช้บริการคุณสมบัติสูงในอนาคตก็ได้
       
        จากการสำรวจเมื่อกลางเดือนมิถุนายนพบว่า แม้ยอดชมวิดีโอออนไลน์บนยูทิวบ์จะยังเป็นอันดับ 1 ด้วยตัวเลขทะลุหลัก 3 ล้านล้านครั้งในปีนี้ แต่ยอดชมบนเฟซบุ๊กกำลังมีแนวโน้มทะยานสู่หลัก 2 ล้านล้านครั้ง เรียกว่าเฟซบุ๊กมีโอกาสครองยอดชมวิดีโอออนไลน์ 2 ใน 3 ของยอดชมวิดีโอบนยูทิวบ์
       
       บริษัทวิจัยตลาดแอมแปร์ อนาลไลสิส (Ampere Analysis) พบว่า ยอดชมวิดีโอบนยูทิวบ์ถูกมองว่าเด่นเฉพาะในแง่ปริมาณ หรือ volume แต่ยอดชมวิดีโอบน Facebook นั้นโดดเด่นเรื่องคุณภาพมาก เนื่องจากผู้ชมทุกคนจะต้องลงชื่อใช้งาน หรือ log in แน่นอนว่าเหล่าแบรนด์จะมีข้อมูลของผู้ชมบนเฟซบุ๊กมากกว่าบนยูทิวบ์
       
        ***ข้อมูลสะพัด
       
        ที่ผ่านมา นักการตลาดจำนวนมากต้องสร้างระบบเพื่อดึงให้ชาวออนไลน์เข้ามาลงทะเบียน สำหรับการรับส่งข่าวสารในอนาคต ล่าสุด เฟซบุ๊กริเริ่มทดสอบระบบดึงข้อมูลชื่อ และอีเมลแอดเดรสของผู้ใช้แบบอัตโนมัติ ทำให้นักการตลาดทั่วโลกกำลังจะมีวิธีรวบรวมข้อมูลของผู้บริโภคได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
       
        เฟซบุ๊กทดสอบระบบนี้ในโฆษณาบนอุปกรณ์พกพา ชื่อของบริการคือ ?ลีด แอดส์? (lead ads) นักการตลาดจะสามารถใช้ระบบนี้ในกรณีที่ขอให้ผู้ใช้ลงชื่อเพื่อรับอีเมล หรือโทรศัพท์สำหรับแจ้งข้อมูลของสินค้า และบริการเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กคลิกสมัครสมาชิก หรืออ่านโฆษณาที่ผูกพ่วงกับแบบฟอร์มอัตโนมัติ ระบบของเฟซบุ๊กจะเป็นผู้เติมแบบฟอร์มนั้นให้อัตโนมัติโดยดึงข้อมูลจากประวัติเฟซบุ๊กโปรไฟล์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้ยินยอมเปิดเผยอยู่แล้ว เช่น ชื่อจริง อีเมลแอดเดรส เบอร์โทรศัพท์ และรหัสไปรษณีย์

       แต่ด้วยความที่รูปแบบของแบบฟอร์มที่จะสามารถกรอกข้อมูลได้อัตโนมัตินั้นมีหลากหลาย ซึ่งนักการตลาดจะสามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะต่อโฆษณาโมบายของตัวเองที่ลงไว้กับเฟซบุ๊กได้อย่างเสรี นี่เองที่ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลอื่น เช่น ประเทศที่อยู่ ชื่อบริษัท ชื่อตำแหน่งงาน รวมถึงสถานภาพอื่นอาจจะถูกกรอกลงในแบบฟอร์มแบบอัตโนมัติได้ด้วย
       
        การทดสอบนี้สะท้อนว่า เฟซบุ๊กกำลังพยายามตอบโจทย์นักการตลาดที่ใส่ใจต่อกลุ่มผู้คลิกชมโฆษณาเป็นพิเศษ ซึ่งจะเป็นคนละกลุ่มกับนักการตลาดที่ให้น้ำหนักต่อยอดชมโฆษณาแบบผ่านตาเพื่อสร้างแบรนด์เป็นหลัก จุดนี้ข้อมูลระบุว่า ปี 2014 ที่ผ่านมา นักโฆษณาที่เน้นกลยุทธ์ตอบสนองลูกค้ารายคน มีการลงโฆษณาคิดเป็นสัดส่วน 59% ของยอด 5.01 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐที่สะพัดในวงการโฆษณาดิจิตอลแดนลุงแซม
       
        สถิติเหล่านี้สะท้อนคุณค่าของข้อมูลผู้ใช้ เหตุผลนี้ทำให้เฟซบุ๊กประกาศเพิ่มความสามารถให้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กต่อเนื่องตลอดเวลา สำหรับครึ่งปีแรกปี 2015 นี้ เฟซบุ๊กทดสอบอัลกอริธึมใหม่ที่สามารถวิเคราะห์ความสนใจของผู้ใช้งานแต่ละรายบนคอนเทนต์หลากหลาย ขณะเดียวกัน ก็พัฒนาระบบวิเคราะห์ภาพ ทำให้เฟซบุ๊กสามารถระบุตัวตนผู้ใช้ได้แม้จะเห็นภาพใบหน้าผู้ใช้เพียงครึ่งเดียว

       เพื่อทดสอบอัลกอริธึมดังกล่าว ทีมงานของเฟซบุ๊กได้รวบรวมภาพบุคคลจากเว็บไซต์ฟลิกเกอร์ (Flickr) จำนวน 40,000 ภาพมาให้ระบบทำการวิเคราะห์ และพบว่า ความแม่นยำในการระบุตัวบุคคลนั้นสูงถึง 83% แม้ว่าภาพบางภาพจะเห็นใบหน้าไม่ครบ ภาพไม่ชัด หรือเป็นภาพใบหน้าด้านข้าง แต่อัลกอริธึมก็สามารถหาเอกลักษณ์ของบุคคลในภาพเพื่อมาวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือทรงผม
       
        ...ครึ่งปีแรกผ่านไปแล้ว ครึ่งปีหลังของเฟซบุ๊กสนุกแน่นอน...











http://manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9580000074806

 16 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:35:30 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดรับสมัครสอบตำแหน่งพนังงานการบัญชี(เสมียน) ตั้งแต่13-21ก.ค.58

ตำแหน่ง: พนังงานการบัญชี (เสมียน)
ระดับการศึกษา: ปวช. 
อัตราเงินเดือน: 300.-/วัน
อัตราว่าง: 1
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 13 ? 21 ก.ค. 2558
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**



วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย : สมัครด้วยตนเอง 
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ:
สอบวันที่: 27 ก.ค. 2558
ประกาศผลสอบ: 28 ก.ค. 2558










http://goosiam.com/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3/html/0002494.html

 17 
 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2015, 02:59:56 PM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ขอบคุณภาพสวย ๆ จาก http://www.holidaythai.com/noujiwara/photo-208829.htm

สารพันสัตว์น้ำ : ปลาในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

ตอน :  ปลากระสงหรือปลาช่อนไช

ชื่อสามัญภาษาไทย : ปลากระสงหรือปลาช่อนไช

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ : Blotched  snakehead

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Channa lucius

นิเวศวิทยา : อาศัยในแหล่งน้ำจืด  ตามแหล่งน้ำที่ไหลช้าและแม่น้ำ หากินบริเวณพื้นท้องน้ำแต่ชอบลอยตัวนิ่งๆ อยู่ใกล้ผิวน้ำ อาหารได้แก่ ปลาขนาดเล็ก แมลง  และสัตว์น้ำขนาดเล็ก

ลักษณะทั่วไป : ลำตัวยาว หัวค่อนข้างแหลมแบนลงเล็กน้อย ฟันบนเพดานปากเป็นฟันเขี้ยว 1-2 แถว  เส้นข้างตัวแบ่งเป็น 2 ตอน จำนวนเกล็ดบนเส้นข้างตัวมีจำนวน 58-65 เกล็ด ระยะห่างระหว่างตาสั้นกว่าความยาวของจะงอยปาก ครีบหลังและครีบก้นยาว ครีบหางกลมมน ลำตัวและส่วนหัวบนมีสีน้ำตาล ด้านล่างสีเหลือง  มีจุดสีดำ 2 แถวพาดตามแนวลำตัว มีเส้นซิกแซกสีเข้มพาดขวางลำตัวระหว่างจุด ครีบต่างๆ มีสีดำ ตัวเต็มวัยมีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 40 เซนติเมตร

ถิ่นอาศัย แหล่งที่พบ : อาศัยอยู่บริเวณทะเลน้อย  ทะเลสาบตอนบน และลำคลองต่างๆ ที่ไหลลงสู่ทะเลน้อยและทะเลสาบตอนบน

ขวัญเรือน รายงาน

 18 
 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2015, 11:19:49 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
     หน้าบูดหน้าเบี้ยว หน้าดำคล่ำเครียด มือถ่ายหน้าผากถอนหายใจ นี่คืออาการ ณ เวลานี้ของพี่น้องชาวทะเลสาบสงขลา ที่ผมรวบรวมและประมวลมาได้ มาให้กันพอเป็นน้ำจิ้ม ทำไม เพราะอะไร แก้ไขได้มั๊ย ได้สิครับ ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อทรัพยากรในทะเลสาบอยู่ในอุ้มมือของเราทุกคน ที่  ผ่านมาเราใช้ทรัพยากรในทะเลสาบสงขลาอย่างเมามันไร้ซึ่งจิตสำนึก โดยเฉพาะการใช้เครื่องไม้เครื่องมือประเภททำลายล้าง เห็นแล้วยังครับว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้ายังเป็นเช่นนี้อีกต่อไปอาการหน้าดำคล่ำเครียดต่อให้ใช้ครีมหน้าเด้งสักกี่กระปุกก็ไม่อาจทำให้สีหน้าของพี่น้องชาวเลสาบสดใสขึ้นมาได้ (5555) เราต้องช่วยกันสิครับ ตะโกนดัง ๆ เลย อวนรุนออกไป ไซหนอนออกไป แล้ว กุ้งหอย ปู ปลา จะทยอยเข้ามาเต็มทะเลสาบเลยครับ

     ตลาดชะอวด...ต้องรอถึงฤดูน้ำหลากโน่นแหละครับ สัตว์น้ำถึงจะมีความหลากหลาย ส่วนในช่วงฤดูน้ำลดสัตว์น้ำที่พบยังคงเป็นปลาช่อนกับปลาดุกอุย ปลาช่อน 5-10 กก. ปลาดุกอุย 15 กก./วัน

     เกาะใหญ่...ที่นี่จัดได้ว่าเป็นแหล่งศูนย์รวมกุ้งก้ามกรามอย่างแท้จริงครับ สำรวจกี่ครั้งที่อื่นไม่มี แต่ที่เกาะใหญ่ต้องมีชื่อของกุ้งก้ามกราม แต่ปลาช่อนและปลาสลาดนี่สิครับหายไปเลย (หรือว่าเดินหลงทางไปกับชาวประมงบางคนที่ชอบใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ฮา ฮา ฮา ) กุ้งก้ามกรามวันละ 80-100 กก. ปลาดุกทะเล 60 กก.

     คูขุด...เห็นปลาช่อนที่นี่แหม๋...อดใจไม่ไหวที่ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน ต้มยำ แกงส้ม ช่อนแดดเดียว เมนูไหน ๆ น้ำลายไหลทั้งนั้น ปลาช่อนวันละ 80 กก. ปลาดุกทะเล 20 กก. ปลาสลาด 20 กก.

     ปากพะยูน...หลากหลายเมนูหลากหลายชนิด ต้องยกให้ตลาดปากพะยูนเขาเลย กุ้งหอยปูปลามีครบ กุ้งก้ามกรามวันละ 20 กก. กุ้งหางแดง 50 กก. กุ้งหัวแข็งเล็ก 150-170 กก. ปลาดุกทะเล 40-50 กก. ปูดำ 15 กก. กุ้งหัวแข็งใหญ่ 60 กก.
ทะเลน้อย ขอฝากเรื่องการทำประมงที่ผิดกฎหมายและผิดวิธีหน่อยนะครับ อย่าให้การประมงที่ไม่ถูกต้องกลายเป็นวัฒนธรรมของคนเลน้อย ถามแม่ค้า ผมเองก็ไม่อยากได้ยินคำว่า ?หาหม้ายไหรเลยลูกบาวเห้อ? ปลานิลวันละ 30 กก. ปลาโสด 70-80 กก. ปลาช่อน 20-30 กก. ปลาหมอช้างเหยียบ 10-20 กก./วัน

     ช่องฟืน...ต้องขอขอบคุณและชมเชยพี่น้องชาวช่องฟืนมากเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องของระเบียบวินัยในการทำประมง มีความสามัคคีและจิตสำนึกที่ดีต่อทะเลสาบสงขลา จับสัตว์น้ำได้น้อยก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ได้จับไปนาน ๆ กุ้งกุลาดำวันละ 50 กก. ปลาช่อน 20 กก. ปลาดุกทะเล  10 กก.
     อดีตที่ผ่านมา ผมจำได้ว่าเวลาสรุปสภาวะทะเลสาบสงขลา การเขียนพาดหัวข่าว ผมมักจะใช้คำว่า กุ้งทะลักบ้าง แม่ค้าปวดหัวกุ้งไร้ที่เก็บบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ การใช้คำในการเขียนมันคนละเรื่องกับในอดีต ผมหวังไว้ครับ การพาดหัวข่าวของผมกับคำว่ากุ้งทะลัก หรือแม่ค้าปวดหัวกุ้งไร้ที่เก็บ จะกลับมาเขียนได้อีกครั้ง ขอความร่วมมือจากใจครับ ร่วมด้วยช่วยกันอย่าท้อ อย่าถอย เพื่อทะเลสาบอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุก ๆ คน


จำนง รายงาน






 19 
 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2015, 09:46:28 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
รัฐบาลยืนยันเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายประมงอย่างเข้มงวด  ชี้การประท้วงจะส่งผลเสียต่อภาพรวมการประมงทั้งประเทศ ซึ่งหากการหยุดเรือจะส่งผลกระทบอุตสาหกรรมการแปรรูปปลาส่งออกนั้น อาจจะเสนอให้ลดโควต้าการส่งออกลงเพื่อลดผลกระทบ

 นายพจน์   อร่ามวัฒนานนท์  นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ระบุว่า  หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาหารทะเลในประเทศอาจขาดแคลน โรงงานแปรรูป จะได้รับผลกระทบ  จนอาจจำเป็นต้องนำเข้าอาหารทะเลจากเวียดนามและอินเดีย ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทั้งนี้จะปรับลดสัดส่วนการส่งออก ทำให้มีอาหารทะเลเหลือบริโภคในประเทศมากขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ จะเชิญผู้ส่งออกอาหารทะเล ร่วมประชุมในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินผลกระทบและหาแนวทางแก้ไข











http://news.ch7.com/detail/130314/กฎหมายประมงเข้มงวดอาจกระทบงอาหารทะเลในประเทศ.html

 20 
 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2015, 09:45:45 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
วิธีการหาหอยขาวและหอยตลับไม่ยาก แต่ต้องอาศัยความชำนาญและจังหวะให้ดี ช่วงเช้าหลังจากน้ำทะเลลง ก็ออกหาหอยกันจะใช้ไม้คราด ค่อยๆ ลากไปกับพื้นทรายอย่างนี้ เมื่อมีเสียงแกร๊กดังขึ้น แสดงว่าถูกตัวหอยแล้ว แต่อาจจะผิดหวังเป็นแค่เปลือกหอยหรือก้อนหินได้

 ตัวหอย ที่ชาวบ้านนิยมเก็บจะมีขนาดนิ้วครึ่งถึงสองนิ้ว ถ้าเล็กกว่านี้ ก็จะปล่อยคืนธรรมชาติ

 ในแต่ละวันชาวบ้านที่นี่ จะหาหอยได้เฉลี่ยวันละ 10 กิโลกรัม ขายให้พ่อค้าแม่ค้ากิโลกรัมละ 30 - 50 บาท ปัจจุบันหอยขาวเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารทะเลที่นิยมทานกัน

 นอกจากหาหอยขาว หอยตลับแล้ว บริเวณปากน้ำแขมหนู ยังมีชาวบ้านออกมาลากอวน จับปลาเล็กปลาน้อยไปขายอีกด้วย











http://news.ch7.com/detail/130317/สารคดีเกษตร_วิถีชาวประมง_จ.จันทบุรี.html

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10