ตุลาคม 30, 2014, 09:24:37 PM
ข่าว:
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:46:43 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=6DzoD9ZvFcY" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=6DzoD9ZvFcY</a>




พ่อเมืองเลย ส่งมอบจระเข้ 8 ตัวให้เจ้าหน้าที่ประมงบึงบอระเพ็ดดูแลแล้ว หลังเจ้าของติดคุก ปล่อยให้อยู่ในบ่อหิวโซถึงขนาดกินกันเอง จนชาวบ้านผวา

จากกรณีชุดเฉพาะกิจศรีสองรัก ตำรวจ ทหารประมงและเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างคีรีธรรม อ.เมือง จ.เลย ร่วมกันตรวจสอบบ้านพักหลังหนึ่งภายในซอยไทยอะไหล่ ข้างม้วนทองการ์เด้น อ.เมือง จ.เลย ตามคำสั่งของนายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย หลังมีประชาชนมาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมว่ามีจระเข้ 8 ตัว เลี้ยงไว้โดยไม่มีใครดูแล เนื่องจากเจ้าของบ้านถูกศาลตัดสินจำคุกในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งภายหลังพบบ่อจระเข้มีสภาพแห้งขอด มีจระเข้ขนาดลำตัวยาว 2 เมตร 8 ตัว อยู่ในบ่อถูกปล่อยให้หิวโซจนมีการกัดกินกันเอง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น



ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผวจ.เลย ได้ส่งมอบจระเข้ที่ยึดมาจากบ่อจระเข้ กลางเมืองเทศบาลเมืองเลยให้แก่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัดนครสรรค์ ที่เดินทางมารับจระเข้ทั้ง 8 ตัวไปยังศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบึงบอระเพ็ด จ.นครสรรค์ เพื่อนำไปเลี้ยงดูให้ชินกับสภาพแวดล้อม ก่อนที่จะปล่อยคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในบึงบอระเพ็ดที่มีสภาพเหมาะสม นายวิโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านต่างหวาดผวาเกรงกลัว เพราะจระเข้ตัวใหญ่มากแล้วยังมาเลี้ยงไว้ใจกลางเมือง จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน อย่างไรก็ตามเรื่องการเลี้ยงสัตว์จำพวกนี้ต้องมีการขออนุญาตจากทางประมงเพื่อให้มีการเลี้ยงอย่างถูกต้อง.










http://www.dailynews.co.th/Content/regional/277263/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%898+%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B9%87%E0%B8%94

 12 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:44:18 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ผู้ประกอบการธุรกิจประมงทะเลคลองใหญ่ จ.ตราด กว่า 100 ราย ได้รับความเดือดร้อนหลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน

ผู้ประกอบการธุรกิจประมงทะเลคลองใหญ่ จ.ตราดวอนรัฐบาลช่วยเหลือด่วน

ตราด - ผู้ประกอบการธุรกิจประมงทะเลในพื้นที่จังหวัดตราด กว่า 100 ราย ได้เดินทางมารวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอคลองใหญ่ หลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน เพื่อเรียกร้องผ่านไปยังรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวด่วน
       
       วันนี้ (29 ต.ค.) นายณรงค์ ไชยศิริ เลขาธิการสมาคมประมง จ.ตราด พร้อมด้วยเจ้าของเรือประมง ผู้ประกอบการธุรกิจด้านประมงทะเลในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.คลองใหญ่ กว่า 100 คน ได้มารวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อเรียกร้องผ่านไปยังรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างด้าว โดยมี นายบุญเลิศ วรวงษ์ ปลัดอาวุโสรักษาการนายอำเภอคลองใหญ่ ลงมาพบ และเชิญให้เข้าไปหารือในห้องประชุมเพื่อรับฟังปัญหา
       
        สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประกอบกาคือ ต้องการให้ช่วยลดค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนพร้อมยืดเวลาการขึ้นทะเบียนแรงงานประมงทะเลออกไปอีก และเรื่องการขาดแคลนแรงงานต่างด้าวที่ใช้ในสถานประกอบการธุรกิจประมงทะเล และบนเรือประมง แรงงานมีการเปลี่ยนนายจ้างบ่อยแต่ภาครัฐทำอะไรไม่ได้ ขณะเดียวกัน ในช่วงนี้อยู่ระหว่างผ่อนผันตามนโยบาย คสช.ได้มีการนำแรงงานไปขึ้นทะเบียน แต่แรงงานที่ขึ้นทะเบียนแล้วกลับย้ายนายจ้างไปเรื่อย อีกด้านก็จะถูกกวาดล้างจากเจ้าหน้าที่หลังหมดเวลาการขึ้นทะเบียนแรงงานในสิ้นเดือนนี้
       
        นายณรงค์ ไชยศิริ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการประสบปัญหาแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่นำไปขึ้นทะเบียนทำบัตรเรียบร้อยแล้ว เสียเงินค่าธรรมเนียมไปหลายพันบาท แต่แรงงานอยู่ด้วยไม่กี่วันก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น ยกตัวอย่างเช่น เป็นลูกเรือประมงลำหนึ่ง แต่พอเรือประมงลำอื่นมาชักชวนก็ย้ายไป และเปลี่ยนนายจ้างไปเรื่อยๆ ส่งผลกระทบต่อนายจ้างจำนวนมาก
       
        อีกทั้งไม่สามารถเรียกแรงงานเหล่านั้นกลับมาทำงานได้ เมื่อไปหาแรงงานมาขึ้นทะเบียนทดแทนคนเก่าอีกก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน จึงกลายเป็นปัญหาการขาดแคลนแรงงานขึ้น และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย จึงได้รวมตัวกันขอเรียกร้องไปทางรัฐบาลให้รับรู้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว และเมื่อผู้ประกอบการไม่มีทางเลือกอาจจะต้องจ้างแรงงานเถื่อน จึงวิงวอนผ่านทางอำเภอไปยังจังหวัด และรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานดังกล่าวด้วย
       
        ด้าน นายบุญเลิศ วรวงษ์ ปลัดอาวุโสรักษาการนายอำเภอคลองใหญ่ รับปากว่าจะนำเสนอปัญหาข้อเรียกร้องทั้งหมดให้ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตราด และส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหา พร้อมทั้งแจ้งว่า หลังวันที่ 31 ตุลาคม 2557 แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเข้มงวดดำเนินการตามกฎหมาย
       
        ในเบื้องต้น ทางผู้ประกอบการจะให้เวลา 3 วันในการรอฟังคำตอบความชัดเจนเรื่องดังกล่าวจากผู้ว่าราชการจังหวัดตราด และถ้าไม่มีอะไรคืบหน้า ผู้ประกอบการจะไปรวมตัวกันอีกครั้งที่หน้าศาลากลาง จ.ตราด
       
        นายบุญยัง เกตุแก้ว อายุ 54 ปี เจ้าของธุรกิจ ?บุญยังซีฟู๊ด? ได้กล่าวว่า ตนเองมีแรงงานต่างด้าวในธุรกิจประมงทะเลรับซื้อปลา และเรือประมงกว่า 60 คน จะได้เงินเดือนคนละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือน โดยก่อนที่เรือประมงจะออกเรือไปหาปลาในทะเล แรงงานจะมีการขอเบิกเงินล่วงหน้าก่อน 5,000 บาททุกคน ซึ่งเจ้าของเรือประมงทุกรายต่างก็จะปฏิบัติแบบเดียวกัน
       
        ที่ผ่านมา ปัญหาที่เจ้าของธุรกิจพบบ่อยก็คือ แรงงานย้ายนายจ้าง ในส่วนของเรือประมงก็คือเมื่อเรือประมงไปจอดเทียบท่า หรือจอดพักหลบคลื่นลมตรงจุดไหนแรงงานที่เป็นลูกเรือจะลงจากเรือไปมักจะขึ้นฝั่ง 7-8 คนแล้วไม่ยอมกลับมาที่เรืออีก ยิ่งช่วงที่มีการผ่อนผันแรงงานจะไม่เกรงกลัวการถูกจับกุม เพราะแรงงานจะถือบัตรเอง นายจ้างไม่ได้เก็บไว้ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เข้มงวด และหลายครั้งก็จะเห็นว่าแรงงานที่ตัวเองเป็นนายจ้างได้ไปอยู่กับเรือประมงลำอื่นที่มีปัญหาขาดแคลนแรงงานเช่นเดียวกัน จึงขอวิงวอนผ่านสื่อมวลชนไปยังรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการธุรกิจประมงทะเลด้วย










http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000124424

 13 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:41:07 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

เอซุสปิดท้ายปีด้วยสมาร์ทโฟนรุ่นทีเด็ด ASUS PadFone S ชูประสิทธิภาพระดับไฮเอนด์ กับหน้าจอ Fuul HD ใหญ่ 5 นิ้ว พ่วงหน่วยประมวลผลตัวแรง พร้อมขายในไทยแล้ว?

เอซุส ประกาศโบกธงรบด้วยอีกสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ ในรุ่น "ASUS PadFone S" (PF500KL) ซึ่งใช้หน่วยประมวลผลระดับ Qualcomm Snapdragon 801 quad-core 2.3GHz processor หน้าจอความละเอียด 1920x1080 พิกเซล คมชัดระดับ Full HD แบบ IPS พร้อมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ LTE พร้อมให้เป็นเจ้าของในราคาไม่ถึงหมื่นบาท!

หน่วยประมวลผลระดับเรือธง
ASUS PadFone S ประมวลผลด้วย Qualcomm Snapdragon 801 Quad-Core 2.3GHz processor ให้ประสิทธิภาพระดับสูงในการทำงาน ช่วยให้ประมวลผลได้รวดเร็ว พร้อมรองรับแอพพลิเคชั่นทันสมัยด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ จากระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดอย่าง Android 4.4 KitKat

รูปทรงสวยๆ พร้อมประสิทธิภาพแน่นๆ

หน้าจอคมชัดระดับ Full HD
ด้วยหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ระดับ Full HD 1920x1080 พิกเซล แบบ IPS ให้สีสันที่สดใส สมจริง พร้อมป้องกันการขีดข่วนและลดรอยนิ้วมือด้วย Corning Gorilla Glass ให้การใช้งานและความบันเทิงเต็มประสิทธิภาพ ทั้งดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกม พร้อมปกป้องจากหยดน้ำที่อาจเกิดขึ้น

ท่องอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ASUS PadFone S รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบ LTE สามารถดาวน์โหลดและอัพโหลดข้อมูล ภาพ และวิดีโอ ด้วยความเร็วสูงสุด 150Mbit/s และ 50Mbit/s ตามลำดับ ช่วยให้ท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างอิสระ ชมคลิปต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ

นอกจากนี้ ยังสนุกกับอินเตอร์เฟซสุดฮิตเอกสิทธิ์จากเอซุสใน ZenFone อย่าง ZenUI ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนากว่า 1,000 อย่าง ช่วยให้จัดการสิ่งที่ต้องทำได้ง่ายขึ้น ด้วย What?s Next และ Do It Later กล้องหลังคมชัด 13 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี PixelMaster เพิ่มความสว่างขณะถ่ายภาพและวิดีโอในที่แสงน้อยได้ถึง 400% พร้อมลูกเล่นต่างๆ นอกจากนี้ เทคโนโลยี Qi wireless charging และ Near Field Communication (NFC) ช่วยให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายรองรับความสะดวกสบายในโลกแห่งอนาคต

ด้านหลังให้ความรู้สึกเรียบๆ แต่ทันสมัย

โดย นายเจฟฟ์ โล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง สมาร์ทโฟนของเอซุสสามารถครองใจผู้บริโภคในเมืองไทยอย่างรวดเร็ว ทั้งสมาร์ทโฟนขวัญใจประชาชนอย่าง ZenFone Series และ Fonepad Series ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ด้วยการใช้งานแบบ 2 ซิม จึงเชื่อว่า ASUS PadFone S จะสามารถเสริมไลน์ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนของเอซุสในราคาระดับเริ่มต้นแต่ประสิทธิภาพเกินตัว พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมบนโลกดิจิตอล.









http://www.thairath.co.th/content/459742

 14 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:38:45 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
จังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดสอบ พนักงานราชการ ตำแหน่ง นักวิชาการสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง รับสมัครถึง 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

จังหวัดฉะเชิงเทรา10 ถ.มหาจักรพรรรดิ์ ต.เมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา 24000

ประกาศรับสมัคร : พนักงานราชการ           

ชื่อตำแหน่ง : นักวิชาการสหกรณ์

อัตราเงินเดือน : 18000 บาท

ประเภท : บริการ

จำนวน : 2 ตำแหน่ง

ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง : ได้รับวุฒิปริญญาตรี หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ทางธุรกิจการเกษตร หรือ ทางบริหารธุรกิจเกษตร หรือทางการบริหารธุรกิจเกษตร หรือทางการบริหารธุรกิจการเกษตร หรือ ทางเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ หรือทางเศรษฐศาสตร์เกษตร หรือทางการสหกรณ์

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ปฏิบัติงานที่ค่อนข้างยากเกี่ยวกับงานวิชาการและการส่งเสริมสหกรณ์ โดยปฏิบัติหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น 1) ศึกษา วิเคราะห์ ทำความเห็น สรุปรายงาน เสนอแนะ และปฏิบัติงานที่ค่อนข้างยากเกี่ยวกับวิชาการสหกรณ์และการส่งเสริมสหกรณ์ 2) ศึกษาวิเคราะห์ อุปสรรค และปัญหาข้อขัดข้องในการส่งเสริมสหกรณ์ หรือการดำเนินงานของสหกรณ์ หรือผลที่จะได้รับเมื่อมีการปรับปรุงระเบียบ หรือวิธีการส่งเสริมสหกรณ์ หรือความสัมพันธ์ระหว่างการส่งเสริมสหกรณ์ และโครงสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจต่าง ๆ 3) รวบรวมข้อมูลสถิติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการศึกษา วิเคราะห์ แนวทางการส่งเสริมสหกรณ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ 4) ช่วยศึกษาวิเคราะห์โครงสร้างการจัดตั้งหรือการขยาย ปรับปรุง สหกรณ์ 5) ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาวางหลักเกณฑ์ และปรับปรุงแก้ไขระเบียบวิธีการปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับการส่งเสริมสหกรณ์ 6) ส่งเสริม แนะนำ และติดตามการดำเนินการของสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกรให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 7) ดำเนินการ หรือประสานงานโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงาน หรือเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานของสหกรณ์ เจ๋ง เผยแพร่การสหกรณ์ ฝึกอบรมสมาชิกสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และประชาชนทั่วไป 9) เข้าร่วมประชุม จัดทำคู่มือ จัดทำคำชี้แจง และข้อเสนอแนะต่างๆ ในงานส่งเสริมสหกรณ์ 10) ให้คำปรึกษา แนะนำ และตอบปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ 11) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย วิธีการเลือกสรร :

วันเปิดรับสมัคร วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ถึง วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557










http://www.goosiam.com/งานราชการ/html/0000900.html

 15 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:08:52 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็น ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ในขณะที่ลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกระจายในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และ เพชรบูรณ์อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียสสำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-14 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่ง ๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานีอุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดอุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.











http://www.dailynews.co.th/Content/regional/277192/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%9D%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88

 16 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 09:03:50 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย เปิดเผยสถานการณ์การส่งออกกุ้งแช่แข็งของไทยปีนี้ว่า ในภาพรวมยังไม่ดีขึ้น หลังเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งประสบกับปัญหาโรคตายด่วน(Early Mortality Syndrome-EMS)ระบาดในฟาร์ม ทำให้ผลผลิตกุ้งของไทยปีนี้ลดลงไปอย่างมาก โดยคาดว่า ทั้งปีจะมีผลผลิตออกมาเพียง 200,000 ตัน ซึ่งจะทำให้การส่งออกกุ้งของไทยในปีนี้มีปริมาณลดลง 25% ส่วนมูลค่าการส่งออกคาดจะลดลง 12% จากปีก่อนที่ส่งออกได้กว่า 200,000 ตัน มูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท

"ในปีที่ผ่านมาผลผลิตกุ้งไทยอยู่ที่ ประมาณ 250,000 ตัน ลดลง 54% จากปี 2555 ที่เคยผลิตได้ถึง 540,000 ตัน"

อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการรอผลการเพาะเลี้ยงลูกกุ้ง ที่กรมการประมงได้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์กุ้งมาจากต่างประเทศ คาดว่าจะเริ่มกระจายลูกกุ้งให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงได้ในช่วงต้นเดือนหน้า ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็จะส่งผลทำให้การเพาะเลี้ยงกุ้งของไทยดีขึ้น และการส่งออกกุ้งจะกลับมาดีขึ้นด้วย ทำให้เริ่มคาดหวังได้ว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า สถานการณ์การส่งออกจะดีขึ้น

ในส่วนของอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งนั้น ปัจจัยเสี่ยงของการส่งออกกุ้งแช่แข็งในปี 2558 เรื่องหลักยังมาจากผลของพันธุ์กุ้งที่จะนำมาเลี้ยงใหม่ ว่าจะสามารถแก้ปัญหาโรคตายด่วนได้หรือไม่ และต่อมาคือเรื่องของแรงงานในเรือประมงที่ถูกกล่าวหาจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป(อียู) และอีกส่วนคือกรณีที่กุ้งไทยถูกตัดจีเอสพีจากอียูซึ่งจะต้องกลับมาเสียภาษีนำเข้า ในอัตรา 12 - 20%

"ในปี 2557 ทางผู้ส่งออกได้มีการแก้ไขปัญหา โดยการนำเข้ากุ้งมาจากแหล่งผลิตอื่น มาผลิตแปรรูปเพื่อส่งออก เช่น นำเข้ากุ้งจากอินเดีย เวียดนาม และเอกวาดอร์ โดยนำเข้ามาเพียง 30,000 ตัน เนื่องจากยังติดปัญหาเรื่องระบบการตรวจสอบแบบย้อนกลับ"

สำหรับในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ ไทยส่งออกกุ้งแช่แข็ง ไปแล้วจำนวน 89,462 ตัน  ลดลง 32.15% และมูลค่า 1,116 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 16.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ตลาดหลักยังเป็นสหรัฐฯ ส่งออกไปจำนวน 35,000 ตัน ลดลง 23.9% มูลค่า 454 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 5.57%, ตลาดอียูส่งออกปริมาณ 11,034 ลดลง 39.5% มูลค่า 156 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 19.43%, ญี่ปุ่น ส่งออกมีปริมาณ 23,670 ตัน ลดลง 38.24% มูลค่า 283 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 30.46% ที่เหลือเป็นตลาดอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย  แคนาดา










http://www.naewna.com/business/127844#.VE2pgxvFDwQ.facebook
http://www.aquatoyou.com/webboard/index.php/topic,5050.msg7670/topicseen.html?PHPSESSID=5148a6f5b0883352abb2171441d0a4d1#msg7670

 17 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:59:34 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=4HWNPXiWEh8" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=4HWNPXiWEh8</a>







http://video.sanook.com/player/589365/ตะลึง!-ชาวประมงทำคลอดให้ปลากระเบน

 18 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:57:36 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
พนักงานสอบสวนสภ.วิชิต อ.เมือง ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดบรรจุอยู่ในกล่องพลาสติกถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยตื้นบริเวณชายหาดอ่าวมะขาม ใกล้โรงแรมพันวาบีช ซ.ร่วมใจ ถ.ศักดิ์เดชน์ ต.วิชิต อ.เมือง ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้งก็ได้รายงายผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นก็ได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ชวลิต เพชรศรีเปีย ผกก.สภ.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต หน่วยเก็บมึง้วัตถุระเบิดหรืออีโอดี นปพ.จว.ภูเก็ตเข้าตรวจสอบเพื่อเก็บมึง้
นายชวลิต เหี้ยมหาญ อายุ 25 ปี พนักงานฝ่ายช่างทั่วไป โรงแรมพันวาบีช พร้อมญาติพี่น้องยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ จากนั้นได้พาไปชี้วัตถุต้องสงสัยที่พบ โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยเก็บมึง้วัตถุระเบิดจะมาถึงที่เกิดเหตุ นายชวลิตได้เก็บและเปิดกล่องพลาสติกดังกล่าวที่พบจากชายหาดมาไว้ที่บนโต๊ะ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ เนื่องจากนายชวลิตได้เผลอเดินแตะกล่องพลาสติก
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า เป็นระเบิดสังหารชนิด M 60 พร้อมใช้งานจำนวน 1 ลูก ด้านข้างระบุผลิตจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเคยผ่านการดึงสลักออก แล้วนำสลักกลับเข้าไปเสียบไว้ดังเดิมพร้อมกับพันเทปกาวสีดำไว้อย่างแน่นหนาและบรรจุลงกล่องพลาสติก ซึ่งมีการพันเทปกาวที่ปากกล่องพลาสติกอีกชั้น เพื่อป้องกันน้ำเข้า จากนั้นหน่วยเก็บมึง้วัตถุระเบิดได้นำเทปกาวสีแดงมาพันทับสลักให้แน่นหนาอีกครั้งพร้อมกับบรรจุระเบิดกลับเข้าไปในกล่องพลาสติก เพื่อนำกลับไปตรวจสอบอย่างละเอียด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าระเบิดดังกล่าวอาจเป็นของลูกเรือประมงลำใดลำหนึ่ง โดยได้นำบรรจุไว้ในกล่องพลาสติกเพื่อป้องกันน้ำเข้า และอาจกลัวถูกเจ้าหน้าที่ตรวจจับ จึงโยนทิ้งทะเล จนกระทั่งถูกคลื่นซัดลอยเข้ามาเกยตื้นยังชายหาดดังกล่าว









http://breakingnews.nationtv.tv/home/read.php?newsid=739711

 19 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:57:02 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

        ตรัง - ชาวเขาไม้แก้ว ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว แห่กันไปมุงดูปลาไหลทองยักษ์ ขนาดยาวกว่า 2 ฟุต หลังเลื้อยขึ้นมาจากหนองน้ำ ด้าน ผอ.ประมงน้ำจืดตรัง ชี้เกิดจากความปกติของยีน และพบได้ไม่ยาก ด้านชาวบ้านผู้พบปลาไหลยักษ์เผยก่อนเจอผลเซียมซีบอกจะได้โชคลาภก้อนใหญ่
       
       วันนี้ (28 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ที่ 4 บ้านเขาไม้แก้ว ตำบลทุ่งค่าย อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ว่า มีการพบ ?ปลาไหลทองยักษ์? และมีผู้คนที่ทราบข่าวมุงดูกันเป็นจำนวนมาก เมื่อเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 111 ซึ่งมี นายจิตร เพ็งเผา อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของบ้าน ก็พบกับปลาไหลสีทอง ขนาดยาวประมาณ 2 ฟุตครึ่ง ซึ่งถูกนำมาเลี้ยงไว้ภายในกะละมังพลาสติกสีดำ โดยด้านหน้ามีการนำธูปเทียนมาจุดกราบไหว้บูชา และมีชาวบ้านทุกวัยมานั่งห้อมล้อมกัน พร้อมทั้งใช้มือลูบคลำตามลำตัวปลาไหล ตลอดจนถ่ายภาพเป็นที่ระลึก จนทำให้บรรยากาศที่หน้าบ้านดังกล่าวเกิดความคึกคักเป็นอย่างมาก
       
        นางจิดาภา เพ็งเผา อายุ 41 ปี ผู้ที่พบปลาไหลทองยักษ์ตัวนี้ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้น เมื่อช่วยสายของวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปกราบไหว้องค์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ศาลเจ้าท่ามก่งเยี่ย ศาลเจ้าชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง เพื่อขอพรให้ทำกิจการเจริญรุ่งเรือง ก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ และเมื่อทำการเสี่ยงใบเซียมซี ก็บอกว่า ตนจะได้โชคลาภก้อนใหญ่ในเร็วๆ นี้ กระทั่งเมื่อมาถึงช่วงดึกของวันเดียวกัน ขณะที่กำลังนั่งอยู่หน้าบ้าน และมีฝนตกลงมาอย่างหนัก จู่ๆ ก็เห็นสิ่งมีชีวิตที่มีสีแวววาวอยู่ในหนองข้างบ้าน ก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นมาจากน้ำอย่างรวดเร็ว เมื่อชักชวนสามีเดินไปดูก็พบว่า เป็นปลาไหลสีทอง จึงจับขึ้นมาเลี้ยงไว้ดังกล่าว


        นางจิดาภา กล่าวอีกว่า ปกติปลาไหลทั่วไปตามธรรมชาติจะมีสีดำอมน้ำตาล และบางครั้งอาจจะพบเห็นเป็นสีเผือกบ้าง แต่ที่จะพบเป็นสีทองมีน้อยมาก ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทางมึงเกิล พบปลาไหลสีทองในประเทศไทยแค่ 2 ตัวเท่านั้น คือ ที่จังหวัดอ่างทอง กับเชียงใหม่ ขณะเดียวกัน ปลาไหลสีทองตัวนี้ยังมีขนาดใหญ่ และยาวมาก รวมทั้งยังมีผิวที่นิ่มกว่าปลาไหลทั่วไป มีแก้มโปนออกมาเห็นชัดเจน และมีดวงตาสีดำเข้มด้วย นับเป็นความแปลกประหลาดอย่างมาก จึงอยากจะเลี้ยงเอาไว้แบบนี้จนถึงที่สุด ถึงแม้ล่าสุดจะมีผู้มาติดต่อขอซื้อในราคาถึง 5 หมื่นบาท แต่ตนก็จะไม่ยอมขายอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นสิ่งที่เป็นมงคลของครอบครัว
       
        ด้าน นายอนันต์ สี่หิรัญวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดตรัง กล่าวว่า ปลาน้ำจืดชนิดไม่มีเกล็ด จะเกิดความผิดปกติของยีน หรือที่เรียกกว่า เกิดการผ่าเหล่าได้ง่ายกว่าปลาน้ำจืดชนิดไม่มีเกล็ด เหมือนอย่างเช่นปลาไหล ซึ่งเคยพบเห็นเป็นสีเผือก หรือสีทองมาบ้างแล้ว และตามธรรมชาติจะมีโอกาสเกิดขึ้นแบบนี้ได้ประมาณ 5-10% ดังนั้น ทางวิชาการจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดอะไร แต่สำหรับชาวบ้านที่นานๆ จะเจอปลาไหลสีทอง จึงแห่กันไปมุงดูด้วยความตื่นเต้น ทั้งนี้ ผู้ที่พบสามารถนำปลาไหลตัวนี้ไปเลี้ยงในตู้ปลาได้โดยให้อาหารสด เช่น เนื้อปลา เนื้อหอย เพียงแต่ต้องระวังเรื่องน้ำเสียเท่านั้น










http://www.manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9570000124025

 20 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:55:48 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี หารือกลุ่มสมัชชาคนจนที่เตรียมเข้าไปยื่นหนังสือกับรัฐบาลต้นเดือนพฤศิจกายนนี้



อุบลราชธานี - จังหวัดอุบลราชธานีประชุมด่วน! ถกปัญหาสมัชชาคนจนเตรียมเคลื่อนไหวยื่นหนังสือกดดันรัฐบาลต้นเดือน พ.ย.นี้ มุ่งทำความเข้าใจให้ส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือแทนเป็นกลุ่ม เหตุยังอยู่ในช่วงกฎอัยการศึก ด้านแกนนำสมัชชาคนจนยันส่งแค่ตัวแทนใน 3 อำเภอ ยันข้อเรียกร้องยังเหมือนเดิมคือ ตั้งกรรมการร่วมเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ และร้องค่าชดเชยการสูญเสียอาชีพทำประมง

       วันนี้ (28 ต.ค.) ที่ห้องประชุมผู้บริหารชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ประชุมหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงทหาร ตำรวจ ปกครอง และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรณีกลุ่มชาวบ้านสมัชชาคนจนเขื่อนปากมูลจะเคลื่อนไหวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือต่อ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 3 พ.ย.
       
        ทั้งนี้ เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล และเรียกร้องค่าชดเชยการสูญเสียอาชีพทำประมงตามลุ่มน้ำมูล หลังสร้างเขื่อนปากมูลเมื่อกว่า 25 ปีก่อน
       
        โดยให้ฝ่ายความมั่นคงลงสืบหาข้อมูลการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ของกลุ่มชาวบ้านสมัชชาคนจนในวันที่ 2 พ.ย.นี้ และให้อำเภอชี้แจงชาวบ้านสมัชชาคนจนว่า การเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องสามารถทำได้ตามสิทธิ จังหวัดไม่ขัดขวาง แต่การเดินทางควรส่งเป็นตัวแทน ไม่ใช่นำคนไปจำนวนมาก เพราะขณะนี้ยังประกาศใช้กฎอัยการศึกบางพื้นที่อยู่
       
        ส่วนข้อเรียกร้องที่ชาวบ้านต้องการให้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านเขื่อนปากมูล โดยให้คณะกรรมการกำหนดการเปิดหรือปิดประตูระบายน้ำ และเรียกร้องค่าชดเชยสูญเสียอาชีพประมง ครอบครัวละ 310,000 บาท จังหวัดเห็นด้วยที่จะดำเนินการดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องระดับนโยบายของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลสั่งการมาจังหวัดจะใช้เป็นแนวปฏิบัติต่อไป แต่เมื่อยังไม่มีคณะกรรมการเปิดหรือปิดประตูระบายน้ำ ให้ยึดถือแนวนโยบายตามมติ ครม.เมื่อปี 2545
       
        นายเสริม ไชยณรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวถึงสาเหตุการเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลปีนี้เพียง 2 เดือน เพราะปีนี้ฝนตกน้อย ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อยกว่าปกติ มีผลกับปลายน้ำจะไม่มีน้ำทำการเกษตรกระทบต่อประชาชน จึงเรียกประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและมีมติต้องปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลไม่ให้น้ำไหลทิ้งลงสู่แม่น้ำโขง ปัจจุบันเขื่อนปากมูลมีระดับกักเก็บน้ำที่ 106.05 ม.รทก.
       
        ส่วนข้อเรียกร้องของชาวบ้านสมัชชาคนจนที่ต้องการให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ปัญหาแทนคณะกรรมการะดับจังหวัดตนเห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยข้อเรียกร้องค่าชดเชยการสูญเสียอาชีพครอบครัวละ 3 แสนบาทเศษ หากประชาชนเดือดร้อนก็เห็นด้วยต้องได้รับความช่วยเหลือ แต่การไปเรียกร้องไม่ควรไปเดินขบวนลักษณะบีบบังคับรัฐบาลให้เปิดประตูหรือปิดประตูระบายน้ำถาวร เมื่อยังไม่มีคำสั่งใดจากรัฐบาลจังหวัดก็จะต้องถือปฏิบัติไปตามนี้ก่อน
       
        ด้านนางสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำชาวบ้านสมัชชาคนจน กล่าวถึงการเดินทางไปยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีว่า วันที่ 3 พ.ย.จะส่งตัวแทนชาวบ้านจาก 55 หมู่บ้านใน 3 อำเภอ คือ อ.สิรินธร อ.โขงเจียม และ อ.พิบูลมังสาหาร ยื่นข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมพิจารณาการเปิดและปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล เพื่อแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมของแม่น้ำมูลที่ทรุดโทรมจากการปิดประตูระบายน้ำเขื่อนมื่อ 25 ปีก่อน
       
        ส่วนข้อที่สองคือ ให้พิจารณาชดเชยค่าสูญเสียอาชีพทำประมงริมแม่น้ำมูลตลอด 25 ปีที่ผ่านมา การเดินทางไปครั้งนี้ไม่ใช่ไปกดดัน แต่จะเดินทางลักษณะตัวแทนชุมชนที่จะไปสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนที่ผ่านมาให้รัฐบาลรับทราบ ยืนยันว่าไม่ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาอีกแล้ว เพราะได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาจนเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่สมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ควรดำเนินการไปในขั้นตอนแก้ปัญหาได้เลย










http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000123854

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10