ธันวาคม 18, 2014, 08:23:14 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:43:07 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
กรมการบินพลเรือน เปิดสอบตำแหน่งนักวิชาการขนส่งปฏิบัติการ(ด้านภาษาอังกฤษ) รับสมัครถึง16ม.ค.2558


กรมการบินพลเรือน71 ซ.งามดูพลี ถ.พระราม 4 ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ 10120 ประกาศรับสมัคร : ข้าราชการ โดยวิธี : สอบแข่งขัน ชื่อตำแหน่ง : นักวิชาการขนส่งปฏิบัติการ (ด้านภาษาอังกฤษ) อัตราเงินเดือน : 15,000 16,500 บาท ประเภท : วิชาการ ระดับปฏิบัติการ จำนวน : 1 ตำแหน่ง ระดับการศึกษา : ปริญญาตรี รายละเอียดวุฒิ : (1) ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาใดวิชาหนึ่งทางภาษาอังกฤษ หรือสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาการจัดการ ทางการจัดการการบิน ทางการจัดการเทคโนโลยีการบิน หรือสาขาวิชาเทคโนโลยีโทรคมนาคม ทางการจัดการการขนส่งสินค้าทางอากาศ ทางการจัดการท่าอากาศยาน และ (2) ต้องเป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ระดับปริญญาตรี ขึ้นไป ของ ก.พ. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ : ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงาน ปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานวิชาการขนส่ง ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. ด้านการปฏิบัติการ (๑) กำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินงาน ด้านการจัดระบบงานอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศที่ท่าอากาศยานภายในประเทศและท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล (๒) ศึกษา วิเคราะห์ บทบัญญัติภาคผนวก 9 แห่งอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศรวมทั้งกฎหมาย ระเบียบ และวิธีปฏิบัติ ในการเข้า-ออกประเทศของอากาศยาน ผู้โดยสาร ลูกเรือ สัมภาระ สินค้า ไปรษณียภัณฑ์ และสิ่งของอื่น ๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและระหว่างประเทศ ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศ และนำมาดำเนินการแก้ไขกฎระเบียบภายในประเทศให้สอดคล้อง เพื่อนำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศของประเทศ (๓) พิจารณาเสนอแนะให้ข้อคิดเห็นด้านการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศต่อองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (๔) ศึกษา วิเคราะห์ ระเบียบ กฎหมาย และวิธีปฏิบัติของประเทศไทย ในการดำเนินกิจการ ท่าอากาศยานสากลที่เกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศที่แตกต่างจากบทบัญญัติของภาคผนวก 9 แห่งอนุสัญญาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ว่าด้วยการอำนวยความสะดวกเพื่อแจ้งต่อองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม สอดคล้องกับบทบัญญัติฯ และประโยชน์ของประเทศชาติ (๕) ศึกษา และวิเคราะห์ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศของประเทศ และเสนอแนะแนวทางแก้ไข ตลอดจนเสนอแนะให้มีการกำหนดกฎเกณฑ์และวิธีปฏิบัติด้านการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศของประเทศ (๖) จัดทำและดำเนินการให้มีการปฏิบัติให้เป็นไปตามโปรแกรมการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศระดับชาติ ตามที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศกำหนด (๗) ให้ข้อคิดเห็นทางวิชาการที่เป็นสากล และเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศ ตามภาคผนวก 9 ที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศกำหนด เพื่อนำมาใช้ปฏิบัติกับหน่วยงานด้านพิธีการเข้า - ออกประเทศ (๘) ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศ เพื่อนำเสนอให้มีการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศ พร้อมทั้งประสานและติดตามผลการปฏิบัติตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๙) ดำเนินการให้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดให้สนามบินเป็นสนามบินศุลกากร (๑๐) จัดทำประมวลข้อมูลและปรับปรุงตามการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระเบียบวิธีปฏิบัติด้านการอำนวยความสะดวกในการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศเรื่องการเข้า-ออกของอากาศยาน ผู้โดยสาร ลูกเรือ สัมภาระสินค้า ไปรษณียภัณฑ์และสิ่งของอื่นๆ ให้เป็นปัจจุบัน และนำส่งให้มีการออกประกาศในเอกสารแถลงข่าวการบิน (๑๑) ปฏิบัติงานร่วมกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยในการบินพลเรือนในการจัดระบบการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับการจัดระบบงานด้านอำนวยความสะดวก เช่น ท่าอากาศยาน คลังสินค้า ไปรษณีย์ เขตปลอดอากร ฯลฯ (1๒) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย 2. ด้านการวางแผน วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบ ร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือโครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด 3. ด้านการประสานงาน (1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้ (2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย 4. ด้านการบริการ (1) จัดทำรายงานและเผยแพร่วิชาการทางด้านขนส่งและคมนาคม เพื่อให้ความรู้ในส่วนของหน่วยงานมีการเผยแพร่ความรู้ออกสู่สังคมอย่างกว้างขวาง ก่อให้เกิดการพัฒนา และมีการต่อยอดความรู้ (2) สอน อบรม และทดสอบทั้งทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติเกี่ยวกับการขนส่ง เพื่อประกอบ การพิจารณา อนุมัติใบอนุญาตผู้ควบคุมยานพาหนะประเภทต่าง ๆ และเพื่อพัฒนาบุคลากรสำหรับ งานคมนาคมขนส่ง ความรู้ที่จำเป็น(วิชาที่สอบ) : - วิชาความรู้ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษ 200 คะแนน (การแปลบทความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย หรือจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ) วันเปิดรับสมัคร วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ถึง วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2558











http://www.goosiam.com/งานราชการ/html/0001244.html

 12 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:11:20 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
จากกรณีสมาคมประมงจังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือนชาวประมงทุกประเภท ทั้งที่ซื้อใบอนุญาตถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ห้ามเข้าไปทำประมงในน่านน้ำประเทศอินโดนีเซียอย่างเด็ดขาด หลังทางประเทศอินโดนีเซีย ใช้มาตรการรุนแรงกับเรือประมงที่รุกน่านน้ำไปจับปลาด้วยการยิงให้เรือจม ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายต่อลูกเรือได้

 ล่าสุด ขณะนี้เรือประมงนอกน่านน้ำในจังหวัดสงขลา ส่วนใหญ่เริ่มหันไปซื้อตั๋วเข้าไปทำการประมงในน่านน้ำประเทศมาเลเซียแทน เพื่อความปลอดภัยและไม่เสี่ยงอันตราย ถึงแม้ว่าในน่านน้ำประเทศมาเลเซีย จะมีปลาน้อยกว่าทางน่านน้ำอินโดนีเซีย ก็จำเป็นต้องออกไปทำการประมงดีกว่าจอดเรือไว้ไม่มีรายได้ เพราะแต่ละวันมีค่าใช้จ่ายทั้งลูกเรือประมงและครอบครัวสูง

 สำหรับการซื้อตั๋ว หรือ ใบอนุญาตเข้าไปทำการประมงในทะเลน่านน้ำประเทศมาเลเซีย จะต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 300,000 บาท และจ่ายเป็นรายเดือนๆ ละ 60,000-70,000 บาท ให้แก่บริษัทที่ได้รับสัมปทานในประเทศมาเลเซียโดยตรง











http://news.ch7.com/detail/99536/ชาวประมงสงขลาเบนเข็มจากอินโดฯเข้าน่านน้ำมาเลเซี.html

 13 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:10:21 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
ราคาข้าวเปลือก/ข้าวโพด
- ข้าวเปลือกหอมมะลิ จ.สุรินทร์ ตันละ  13,000  บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า จ.สุพรรณบุรี ตันละ - บาท
- ข้าวเปลือกเจ้า จ.พิษณุโลก ตันละ 8,000  บาท
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จ.นครราชสีมา กก.ละ  9.20 บาท

 ราคายางแผ่นดิบคุณภาพ 3 (บาท / กิโลกรัม)
- จ.สงขลา  48.00  บาท
- จ.สุราษฎร์ธานี  48.00  บาท
- จ.ระยอง  40.00  บาท
- จ.ปัตตานี  41.00 บาท

 ราคาปาล์มผลดิบ (บาท / กิโลกรัม)
- จ.กระบี่  - บาท
- จ.ชุมพร  5.60  บาท
- จ.สุราษฎร์ธานี  5.20   บาท

(ที่มา : กรมการค้าภายใน และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร)











http://news.ch7.com/detail/99874/ราคาสินค้าเกษตร_15_ธ.ค.57.html

 14 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:09:44 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
น้ำป่าที่ไหลลงมาจากเทือกเขาบรรทัด เริ่มเข้าท่วมในอำเภอเมือง อำเภอควนขนุน และอำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง น้ำยังท่วมสูงเฉลี่ย 1 เมตร บ้านเรือนเสียหายกว่า 2,000 ครัวเรือน ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำและนั่งเรือท้องแบนออกมาซื้อหาอาหาร ขณะที่สวนยางพารา และนาข้าวกว่า 10,000 ไร่  ถูกน้ำท่วม เนื่องจากจุดนี้เป็นพื้นที่รับน้ำ ส่วนบริเวณถนนสายป่าพะยอมเขาปู่ อำเภอป่าพะยอม ที่เกิดดินไหลลึกกว่า 20 เมตร รถใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ วันนี้แขวงการทางเข้าซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ ขณะบริเวณถนนสายเอเซีย และเพชรเกษม น้ำลดเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช  ฝนได้หยุดตกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้ในเขตเทศบาลน้ำลดเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ก็ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักอีกระยะ ขณะที่พื้นที่โดยรอบทั้งอำเภอพรมศีรี นพพิตำ และลานสกา น้ำเริ่มลดเช่นกัน มีท่วมขังเฉพาะในพื้นที่ราบลุ่มและ สวนยางพารา ทหารจากกองทัพภาค 4 ได้เร่งเข้าช่วยเหลือแล้ว

 ขณะที่จังหวัดระนอง ตรัง กระบี่ และชุมพร เรือขนาดใหญ่และเรือประมงพื้นที่ ยังคงจอดหลบคลื่นลมที่มีกำลังแรงตามท่าเทียบเรือ บนชายหาด และคงต้องติดตามสถาการณ์คลื่นลมอย่างใกล้ชิด

 ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส เรือน้ำมันของประเทศอินโดนีเซีย ความยาว 80 เมตร ที่ถูกตำรวจน้ำยึดได้จากโจรสลัด ก็ทอดสมออยู่ชายหาดนราทัศน์ ก็ถูกคลื่นซัดมาเกยโขดหินด้วย










http://news.ch7.com/detail/99904/น้ำท่วมพัทลุงยังวิกฤต.html

 15 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:08:05 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ทำมาหากิน : 'ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต' ภาคเกษตร สหกรณ์ฯลานสักมุ่งผลิตเมล็ดพันธุ์ดี : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

                              การขับเคลื่อนธุรกิจเมล็ดพันธุ์ดี ด้วยหลักการสหกรณ์ ถือเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งในอดีตการเก็บเกี่ยวผืชผลทางการเกษตรด้านธัญพืช เกษตรกรจะทําการคัดเมล็ดของผลผลิตที่มีลักษณะสมบูรณ์ไว้สําหรับทําเมล็ดพันธุ์เพาะปลูกในฤดูการผลิตต่อไป ทว่าปัจจุบันวิธีการเก็บเมล็ดพันธุ์ในรูปแบบดังกล่าวเริ่มลดน้อยถอยลง เกษตรกรส่วนใหญ่ก็หันมาใช้เมล็ดพันธุ์ลูกผสมไฮบริดมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ได้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการผลิตพืชผลของเกษตรกรเป็นอย่างมาก 

 

                              ด้วยเหตุนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสหกรณ์นิคมลานสัก จํากัด อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี หนึ่งในหลายๆ สหกรณ์ ที่ดําเนินธุรกิจผลิตเมล็ดพันธุ์ได้เข้ามาส่งเสริมให้มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ชั้นดีเพื่อจําหน่ายแก่สมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรได้นําไปใช้เพาะปลูกในฤดูการผลิต เพราะนอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนด้านปัจจัยการผลิต และเพิ่มผลผลิตต่อไร่แล้วยังส่งผลให้การดําเนินธุรกิจสหกรณ์ของสหกรณ์นิคมลานสัก จํากัด มีการเติบโตยิ่งขึ้น 

 

                              จิตติ เจียมเจือจันทร์ ผู้จัดการสหกรณ์นิคมลานสัก จํากัด บอกว่า สหกรณ์นิคมลานสัก ถือเป็นหนึ่งสหกรณ์ที่มีศักยภาพในด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีชั้นพันธุ์จําหน่าย โดยมีอุปกรณ์และเครื่องมือที่พร้อมสําหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน ทั้งโรงปรับปรุงคุณภาพเมล็ดพันธุ์ ห้องเย็นสําหรับเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ ห้องศึกษาทดลอง และอุปกรณ์ในการตรวจสอบคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ ที่ได้มาตรฐานสหกรณ์

 

                              "สหกรณ์เรามีทีมงานด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ ทั้งในระดับพื้นที่แปลงผลิตและโรงงานปรับปรุงเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่สหกรณ์ผลิตมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานควบคุมของกรมการข้าว  ปัจจุบันสหกรณ์มีการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้หลากหลายสายพันธุ์ อาทิ ชัยนาท 1 พิษณุโลก 2 กข.29 กข.31 กข.41 กข. 47 และกข. 51 รวมทั้งสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้สมาชิกมีการลดต้นทุนการผลิต โดยส่งเสริมให้มีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมีด้วย?

 

                              เขายอมรับว่าการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีเพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรผู้เพาะปลูกในแต่ละฤดูการผลิตนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะสามารถทําขึ้นได้ในหลายๆ พื้นที่ เนื่องจากต้องอาศัยองค์ประกอบที่หลากหลาย อย่างเช่นแหล่งน้ำ รวมถึงระบบควบคุมและขนส่งไปยังโรงงานตรวจสอบและปรับปรุงเมล็ดพันธุ์  โดยเฉพาะความพิถีพิถันในการดูแลเอาใจใส่และความซื่อสัตย์ของสมาชิกผู้เข้าร่วมโครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ดีชั้นพันธุ์จําหน่าย ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญที่จะส่งผลต่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ด้วย

 

                              ?สําหรับกิจกรรมหลักของสหกรณ์นั้นจะให้สมาชิกผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์ดีใช้ทําพันธุ์ปลูกแล้วขายกลับคืนให้สหกรณ์เพื่อป้อนตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าว และช่วยแก้ปัญหาที่ภาครัฐผลิตให้ไม่เพียงพอกับที่เกษตรกรต้องการ"

 

                              ผู้จัดการสหกรณ์นิคมลานสักย้ำว่า ทุกครั้งที่ผลิต ทางสหกรณ์จะทำการสํารวจตลาดก่อนว่า ต้องการเมล็ดข้าวพันธุ์ใด เช่น พันธุ์ชัยนาท 1, พิษณุโลก 2 และกข.29 จากนั้นจึงจะเรียกสมาชิกที่มีความประสงค์จะผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวมาประชุมแล้วให้ขึ้นทะเบียน เพื่อแจ้งพันธุ์และพื้นที่ที่จะปลูกแล้วก็แจกเมล็ดพันธุ์ข้าวให้ไปปลูกขยาย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คําแนะนําวิธีการปลูกและดูแลทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์มีคุณภาพดี

 

                              "เราก็จะรับซื้อในราคาสูงกว่าท้องตลาด ไม่มีปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคา ทําให้สมาชิกมีรายได้ที่ดีและเป็นที่พอใจแก่สมาชิกอย่างมาก โดยเมล็ดพันธุ์ที่สหกรณ์และพี่น้องขบวนการสหกรณ์ผลิตขึ้น จะมีคุณภาพดี จําหน่ายในราคายุติธรรมและราคาถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป"

 

                              ความสําเร็จของสหกรณ์นิคมลานสักในวันนี้ ใช่ว่าเพียงการให้ความสําคัญในเรื่องการผลิตเมล็ดพันธุ์  หากแต่ยังสามารถสะท้อนการรวมกลุ่มเพื่อทํากิจกรรมโดยใช้หลักการสหกรณ์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ที่ได้รับมาสู่สมาชิกนั่นเอง 

 

 

 

 

 

----------------------------

 

(ทำมาหากิน : 'ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต' ภาคเกษตร สหกรณ์ฯลานสักมุ่งผลิตเมล็ดพันธุ์ดี : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)

 

 

 

 

 
http://www.komchadluek.net/detail/20141216/197715.html

 16 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:07:17 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

เส้นทางอาชีพ : ชุมชนประมงต้นแบบดีเด่น : โดย...สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com

                              นับเป็นความสําเร็จอย่างสูงสำหรับ "ชุมชนบ้านชายทะเล" ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นชุมชนประมงต้นแบบดีเด่นด้านประมงทางทะเล รางวัลชนะเลิศประมงต้นแบบดีเด่น เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายผลของ "ชุมชนบ้านโรงโป๊ะ" ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำบริเวณอ่าวบางละมุง จ.ชลบุรี

 

                              ทั้งสองชุมชนนี้มีการดําเนินงานด้านการอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่อเป็นแหล่งทํากินของชุมชนแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับคนในชุมชนมาตั้งแต่ปี 2550 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีปริมาณมากขึ้น นํามาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งทรัพยากรและความมั่นคงในอาชีพของชาวประมงอย่างชัดเจน และที่สําคัญ คือการขยายเครือข่ายการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อนําไปสู่การกําหนดแผนงานเป้าหมายที่ดําเนินงานด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมงโดยชุมชนให้บรรลุเป้าหมาย

 

                              จะเห็นว่าผลการดําเนินงานของชุมชนในทุกวันนี้ มีธนาคารปูไข่ การเพาะเลี้ยงหอยหวานคืนสู่ชุมชน ตลอดจนการเฝ้าระวังการทําการประมงผิดกฎหมาย โดยแต่ละปีมีการจัดทำแผน/กิจกรรมอย่างชัดเจนเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของชุมชน ซึ่งจากผลการดําเนินการที่ผ่านมาก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาวประมงเป็นอย่างมาก ทําให้มีทรัพยากรสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นส่งผลให้ชาวประมงสามารถจับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น สร้างรายได้และจิตสํานึกให้แก่ชาวประมงในการร่วมบริหารจัดการทรัพยากรประมงได้เป็นอย่างดี

 

                              นอกจากสองชุมชนนี้แล้วยังมีกลุ่มผู้เลี้ยงปลานิล ที่ ต.บางหัก อ.พานทอง ภายใต้การดูแลของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดชลบุรีที่ได้รับการรับรองแบบกลุ่มภายใต้โครงการระบบพัฒนาการรับรองฟาร์มประมงขนาดเล็กของเกษตรกรรายย่อย โดยกรมประมงร่วมกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และยังเป็นต้นแบบการตรวจรับรองฟาร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

                              ปัจจุบันมีสมาชิกจํานวนทั้งสิ้น 104 ราย ก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2546 (ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งบางหัก) มีการเลี้ยงสัตว์น้ำ (ปลานิลและกุ้งขาว) แบบบ่อดินขนาดตั้งแต่ 1.5 ไร่ จนถึง 10 ไร่ โดยส่วนใหญ่เกษตรกรจะเลี้ยงรายละ 2-3 บ่อ โดยใช้น้ำเลี้ยงปลาจากคลองชลประทานในพื้นที่ได้ผลผลิตรวมโดยประมาณ 4,000 ตันต่อปี และได้รับการสนับสนุนเครื่องผลิตอาหารสําหรับสัตว์น้ำจากกรมประมง ทําให้สามารถผลิตอาหารปลาใช้เองภายในกลุ่ม มีกําลังผลิต 800-1,000 กิโลกรัมต่อวัน มีเกษตรกรที่ปรับปรุงฟาร์มและพร้อมเข้าร่วมโครงการจํานวน 15 ฟาร์ม โดยมีพื้นที่เลี้ยงทั้งหมด รวม 394 ไร่ ผลผลิตรวม 300 ตันต่อปี ผลผลิตเฉลี่ย 700-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ มูลค่ารวม 9.6 ล้านบาทต่อปี

 

                              ก็นับอีกก้าวของชุมชนประมงทางทะเลบริเวณอ่าวบางละมุงและกลุ่มผู้เลี้ยงปลานิล ต.บางหัก มีอาชีพ สร้างรายได้ อันเป็นผลมาจากคนในชุมชนที่ร่วมกันในบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อประโยชน์ของชุมชนและคนในพื้นที่นั่นเอง

 

 

 

 

 

 

----------------------------

 

(เส้นทางอาชีพ : ชุมชนประมงต้นแบบดีเด่น : โดย...สุรัตน์ อัตตะ surat_a@nationgroup.com)

 

 

 

 

 
http://www.komchadluek.net/detail/20141216/197716.html

 17 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:06:02 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ไม้ดีมีประโยชน์ : 'ย่านาง' รากแก้ฝีดาษ : โดย...นายสวีสอง

                              ยอดของต้น "ย่านาง" นำมาทำเป็นแกงเลียง แกงลาวกับหน่อไม้อร่อยมาก มีคุณสมบัติคือตัดรสขมพืชผักชนิดอื่น อาทิ ขี้เหล็ก หน่อไม้ ได้ ส่วนรากรสจืดต้มดื่มน้ำแก้ไข้ เช่น ไข้ผิดสำแดง ไข้พิษ ฝีดาษ เป็นต้น

 

 

                              เป็นไม้เถาเลื้อยในวงศ์ MENISPERMACEAE  เถากลมยาวอาจเลื้อยตามผิวดินได้ถึง15 เมตร เถาแก่เหนียวมาก เถาอ่อนใกล้ปลายยอดมีขนนุ่ม

 

 

                              ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงแบบสลับตามเถา ทรงรีแกมหอก กว้าง 3-6 เซนติเมตร ยาว  6-12 เซนติเมตร โคนใบสอบ ปลายแหลม ผิวใบเกลี้ยง ขอบเรียบ มีเส้นใบลากยาวจากโคนถึงปลายใบ 3-5 เส้น

 

 

                              ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบยาว 3-5 เซนติเมตร แต่ละช่อมีดอกย่อยเล็กสีเหลือง 3-5 ดอก เมื่อบานไม่มีกลีบดอก เป็นดอกแยกเพศอยู่คนละต้นกัน

 

 

                              ผล กลมรีเล็กสีเขียว พอสุกสีส้มอมแดง

 

 

                              ขยายพันธุ์ ด้วยเมล็ด ชอบดินร่วน ความชื้นและแสงแดดปานกลาง

 

 

 

 

 

----------------------------

 

(ไม้ดีมีประโยชน์ : 'ย่านาง' รากแก้ฝีดาษ : โดย...นายสวีสอง)

 

 

 

 


http://www.komchadluek.net/detail/20141216/197717.html

 18 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:02:23 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2557 ประกาศใช้กฎระเบียบการติดฉลาก Regulation (EU) 1169/2011 ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาข้อกำหนดการติดฉลากเพิ่มเติม

ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2557 เป็นต้นไป กฎระเบียบการติดฉลาก Regulation (EU) 1169/2011 ของสหภาพยุโรปจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์หลายชนิดโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ที่ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาข้อกำหนดการติดฉลากเพิ่มเติม ทั้งนี้ ในส่วนของสินค้าประมง ที่จำเป็นต้องปฏิบัติประกอบด้วย 1. ระบุข้อมูลผู้ประกอบการ สายพันธุ์ (รวมถึงชื่อวิทยาศาสตร์ในภาษาลาติน) เครื่องมือการผลิต พื้นที่ในการทำประมง สภาพผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการละลายน้ำแข็งมาหรือไม่และวันหมดอายุ 2. ข้อกำหนด การติดฉลากได้ถูกเปลี่ยนแปลงเฉพาะบนสินค้าประมงที่ยังไม่ผ่านการแปรรูป รวมถึงผลิตภัณฑ์ในรหัสสินค้าศุลกากร CN03 (รวมทั้งสินค้ารมควัน)3. สำหรับผู้จำหน่ายปลาในปริมาณน้อย ที่มีการจำหน่ายโดยตรงจากเรือไปยังผู้บริโภคจะได้รับการยกเว้น (ยอดจำหน่ายต่ำกว่า 50 กก. ต่อวัน หรือประมาณ 2,400 บาท) ที่มีการจำหน่ายโดยตรงจากเรือประมงถึงผู้บริโภคจะได้รับการยกเว้น 4. ปลาที่ไม่ได้บรรจุหีบห่อจะต้องแสดงข้อมูลประกอบบนป้ายราคาหรือป้ายโฆษณาสินค้า.










http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/286733/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81+%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1

 19 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:01:24 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

เถามีความยาวได้ประมาณ 7-10 เมตร และจะมีมือสำหรับยึดเกาะเป็นเส้นยาวประมาณ 3 เส้น ตามลำต้นอ่อนและยอดอ่อนจะมีขนที่อ่อนนุ่ม เมื่อลำต้นแก่ขนเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ หลุดร่วงไป

บวบหอมจัดเป็นพรรณไม้เถาล้มลุกมีอายุได้เพียง 1 ปี มักเลื้อยพาดพันไปตามต้นไม้ชนิดอื่น ๆ หรือตามร้านที่ปลูกทำไว้ ลำต้นมีลักษณะเป็นเถาสี่เหลี่ยม หรือเป็นเถากลมและมีร่องเป็นเส้นตามยาว เถามีความยาวได้ประมาณ 7-10 เมตร และจะมีมือสำหรับยึดเกาะเป็นเส้นยาวประมาณ 3 เส้น ตามลำต้นอ่อนและยอดอ่อนจะมีขนที่อ่อนนุ่ม เมื่อลำต้นแก่ขนเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ หลุดร่วงไป ทุกส่วนของลำต้นเมื่อนำมาขยี้ดมดูจะมีกลิ่นเหม็นเขียว ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ในทางสมุนไพร เถาบวบหอมมีสรรพคุณช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ผล ใยบวบ และเมล็ดมีสรรพคุณเป็นยาขับพิษร้อนถอนพิษไข้.










http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/287608/%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1+-+%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89

 20 
 เมื่อ: ธันวาคม 16, 2014, 09:00:42 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

การวิจัยและพัฒนาสารชีวภาพเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อการใช้งานเป็นทางเลือกหนึ่งในการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ควบคู่กับการรณรงค์ให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกวิธีตามหลักวิชาการ

ปลูกพืชในพื้นที่สูงโดยไม่ต้องใช้สารเคมี - เกษตรนวัตกรรม

พื้นที่สูงหลายแห่งในประเทศไทยเป็นที่อยู่อาศัยและทำกินของชาวไทยภูเขา โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ชนิดพืชที่นิยมปลูกมากคือ ผักตระมึงลกะหล่ำ มะเขือ พริก ข้าวโพด ไม้ดอก ไม้ผลเมืองหนาว กาแฟ

และบางชนิดมีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและปุ๋ยเคมีในปริมาณมาก ผลคือ เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น มีภาระหนี้สิน ระบบเกษตรธรรมชาติ เช่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น การเกษตรกรรม การใช้น้ำหมักสมุนไพร ปุ๋ยอินทรีย์ ลดน้อยลง ที่สำคัญคือ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการปนเปื้อนของสารพิษลงแหล่งต้นน้ำและการสะสมสารพิษในดินที่ส่งผลต่อเนื่องถึงความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของชุมชนปลายน้ำ รวมทั้งระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตที่เชื่อมโยงกันหลายมิติในขณะเดียวกันการได้รับสารพิษอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดความผิดปกติกับร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อม

การวิจัยและพัฒนาสารชีวภาพเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อการใช้งานเป็นทางเลือกหนึ่งในการลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ควบคู่กับการรณรงค์ให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจให้เกษตรกรใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกวิธีตามหลักวิชาการ ซึ่งได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการศึกษาในเรื่องนี้ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง

ได้มีการพิจารณาถึงสารชีวภาพเกษตรและผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย ออกเป็น กลุ่มป้องกันกำจัดศัตรูพืชและกลุ่มส่งเสริมการเจริญเติบโต ที่สามารถใช้งานได้ในลักษณะเป็นสารทดแทน และสารใช้ร่วมกัน หรือใช้สลับเพื่อลดปริมาณการใช้สารเคมีเกษตรที่เกี่ยวข้องกับการสะสมของสารพิษในผู้ผลิต ผลผลิต และสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางสนับสนุนแผนงานวิจัยการผลิตอาหารปลอดภัยและการผลิตเกษตรอินทรีย์ ซึ่งสัมพันธ์กับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณค่าความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งแนวทางการป้องกัน การลด การบำบัดมลพิษสิ่งแวดล้อม และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม

ผลงานวิจัยของโครงการหลาย ๆ พื้นที่ ในระยะที่ผ่านมาได้คัดเลือกเชื้อจุลินทรีย์ พืชสมุนไพร และพืชท้องถิ่นบนพื้นที่สูงที่มีคุณสมบัติในการควบคุมศัตรูพืชชนิดต่าง ๆ แบบเฉพาะเจาะจง มีการปรับปรุงคุณสมบัติดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืช แบบลดความเป็นกรด ลดความเป็นพิษของโลหะหนัก การส่งเสริมการเจริญเติบโตให้กับต้นพืช รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานและความทนทานต่อผลกระทบจากปัจจัยภายนอกในห้องปฏิบัติการและแปลงทดลอง ตลอดจนพัฒนารูปแบบและวิธีการใช้ที่เหมาะสมจนได้เป็นชีวภัณฑ์ สารสกัดสมุนไพร และอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงสำหรับนำไปขยายผลสู่เกษตรกร จำนวน 15 ชนิด ได้แก่ สารป้องกันกำจัดโรคพืช 4 ชนิด สารป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช 8 ชนิด สารส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช 2 ชนิด และอุปกรณ์ป้องกันกำจัดศัตรูพืช 1 ชนิด รวมถึงการวิจัยกระบวนการเพิ่มปริมาณและเก็บรักษาเชื้อจุลินทรีย์สำหรับผลิตเป็นชีวภัณฑ์

ซึ่งผลงานการวิจัยเหล่านี้ปัจจุบันได้รับการขยายผลสู่การปฏิบัติของราษฎรที่ปลูกพืชผักบนที่สูงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้เกษตรกรที่เข้าร่วมกับโครงการได้รับความรู้และนำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่เพาะปลูกของตนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีทั้งผู้เพาะปลูกและผู้บริโภค ที่สำคัญทำให้เกษตรกรสามารถลดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพราะไม่ต้องเสียเงินเพื่อจัดหาสารเคมีมาใช้ซึ่งนับวันจะมีราคาแพงเพิ่มมากขึ้น.










http://www.dailynews.co.th/Content/agriculture/287598/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%B5

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10