มีนาคม 06, 2015, 01:38:58 AM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10
 11 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:45:34 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
นายนิคม ชายหมาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะเสะ อำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง เปิดเผยว่า องค์การบริหารส่วนตำบลตะเสะ ได้กำหนดจัดโครงการแข่งเรือประเพณี ประจำปี 2558 ขึ้น ระหว่างวันที่ 10-11 มีนาคม 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสืบสานประเพณีวิถีชีวิตของชาวประมงชายฝั่ง รวมทั้งการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และการส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะเสนะ ได้กล่าวอีกว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ตำบลตะเสะ ประกอบอาชีพทำประมงชายฝั่ง หรือ ประมงพื้นบ้านเกือบ 100% ดังนั้น เมื่อถึงช่วงฤดูปิดอ่าว หรือ ช่วงหยุดพักเรือออกทะเลหาปลา จะมีการจัดการแข่งขันเรือท้องถิ่นประเพณีขึ้นมา เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างประชาชนท้องถิ่นและพื้นที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่โดยเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลตะเสะ ได้มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วยโดยภายในงานจัดให้มีกิจกรรมมากมาย อาทิ การแข่งขันฟุตบอลชายหาด การจัดนิทรรศการชุมชน ?ต้นกำเนินการแข่งเรือ? การแข่งเรือทุกรุ่น และการแสดงวงดนตรีของศรีไชยไชว์ เป็นต้น









http://thainews.prd.go.th/centerweb/News/NewsDetail?NT01_NewsID=WNPBH5803030010010

 12 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:45:18 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
วันที่ 3 มีนาคม นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน(กกจ.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กกจ.ได้ประสานไปยังกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) เพื่อตรวจสอบเรื่องการจ้าง งาน รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆตามกฎหมาย คุ้มครองแรงงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของลูกเรือ ประมงไทย 4 คนถูกโจรสลัดโซมาเลีย ควบคุมตัวและได้รับการช่วยเหลือกลับมาไทยแล้ว




กรมการกงสุลตรวจสอบแล้วพบว่าลูกเรือทั้ง 4 คน ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ จากกองทุนฯ




ส่วนการช่วยเหลือลูก เรือประมงทั้ง 4 คนนั้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)จะเป็นผู้ดูแลในเรื่องเงิน ช่วยเหลือเยียวยา และขณะนี้กกจ.ได้ให้เจ้าหน้าที่ จัดหางานจังหวัดซึ่งลูกเรือประมงทั้ง 4 คนมี ภูมิลำเนาอยู่ คือ จังหวัดระนอง ตราดและบุรีรัมย์ เข้าไปเยี่ยมที่บ้านเพื่อสอบถามและช่วยเหลือให้มีงานทำหากต้องการทำงานทางกกจ.ก็จะช่วยเหลือ แต่คงต้องให้พักผ่อนระยะหนึ่งก่อนเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และจิตใจเพื่อให้มีความพร้อมทำงาน











http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1425361682

 13 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:44:32 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

แม้ปัญหาน้ำมันดิบรั่วไหลลงทะเลระยอง เมื่อกรกฎาคม 2556 จะผ่านไปถึง 1 ปี 7 เดือนแล้ว วันนี้ชาวประมงเรือเล็กสุดจะทนร้องเรียนไทยรัฐ หลังจากไปร้องศูนย์ดำรงธรรม จ.ระยอง แล้วไม่มีความคืบหน้า

?ทีมข่าวการเกษตร? ได้ลงพื้นที่ชายหาดแม่รำพึงไปถึง ต.ปากน้ำประแส พร้อมกับชาวประมงเรือเล็ก ประกอบด้วยกลุ่มปากน้ำบ้านเรา, กลุ่มเนินฆ้อ, กลุ่มเรือรบหลวงประแสร์, กลุ่มแหลมสน, กลุ่มคลองกระเฌอ และกลุ่มบางกระเชอ จำนวน 100 คน ออกมาสำรวจตามแนวชายหาด พบว่าลมมรสุมได้พัดเอาขยะและก้อนน้ำมันใต้ทะเลเข้าชายฝั่งตลอดแนวชายหาดยาวนับ 100 กิโลเมตร มีทั้งคราบน้ำมันแข็งตัวคล้ายยางมะตอยเกาะตามก้อนหิน กิ่งไม้ ตัวหอยหลายชนิด กลายเป็นหอยสีดำ ชายหาดก็ดำพรืดไปหมด

กลุ่มชาวประมงเรือเล็ก

นายวรวุฒิ คงณรงค์ ตัวแทนชาวประมงเรือเล็กกลุ่มบางกระเชอ หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ท่อน้ำมันดิบรั่วลงทะเลเมื่อปี 2556 ได้ส่งผลกระทบให้ชาวประมงมาจนถึงทุกวันนี้ ต้องประสบปัญหาจับกุ้ง หอย ปู และปลา ได้น้อยมาก หลายรายต้องขายเรือไปทำงานอย่างอื่น พวกเรายัง ไม่ทราบว่าผลกระทบการจับสัตว์น้ำในทะเลระยองจะต้องใช้เวลานานอีกสักกี่ปีจึงจะกลับคืนมาเหมือนเดิม ทุกวันนี้ยังมีคราบน้ำมันโผล่ขึ้นชายหาด มีเจ้าหน้าที่ลงไปเก็บกวาดชายหาด แต่ในทะเลที่ใช้สารเคมีสลายคราบน้ำมัน ไม่เคยเห็นมีหน่วยงานลงไปเก็บก้อนน้ำมันเหล่านั้นเลย แล้วเมื่อไหร่ก้อนน้ำมันเม็ดเล็กๆใต้ทะเลจะหมดไปเสียที กุ้งหอยปูปลาจะได้กลับมาให้เราจับได้

ก้อนหินสีดำจากเหตุการณ์ท่อน้ำมันดิบรั่วลงทะเล

ด้าน นายสงกรานต์ ทรงศิลป์ ตัวแทนชาวประมงเรือเล็กกลุ่มประมงเรือรบหลวงประแสร์ บอกว่า ทุกวันนี้ออกทะเลไปหาปลาได้แต่ก้อนหินดำๆ ปู หอยสีดำ ยิ่งช่วงที่มีมรสุม คลื่นลมแรงได้ซัดเอาขยะและก้อนน้ำมันสีดำ มากองเกลื่อนชายหาดห่างจากที่จอดเรืออนุสรณ์เรือรบหลวงประแสร์ไปเล็กน้อย คราบน้ำมันส่งผลกระทบกลุ่มชาวประมงไปทั่วทุกกลุ่ม สัตว์ทะเลหายาก ต้องประสบความเดือดร้อนจนสุดจะทน จึงต้องออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานได้รับทราบปัญหารวมทั้งความทุกข์ของกลุ่มประมงที่กำลังอยู่กันอย่างลำบากมาก จึงขอเรียกร้องให้ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าฯ ระยอง ลงพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริงจะได้แก้ไขปัญหาได้ตรงจุดเสียที.









http://www.thairath.co.th/content/484477

 14 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:42:03 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
นายสุภัค ลายเลิศ กรรมการผู้อำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

        ยิบอินซอย เผยการเติบโตในปีที่ผ่านมาโตถึงจุดพีกที่ 31% ส่วนปีนี้ตั้งเป้าโตแค่ 10-15% เพราะลูกค้ารายหลักๆ ทยอยลงทุนไปเยอะแล้ว โดยเฉพาะการทำระบบดีอาร์ไซต์ที่นิยมกันมาก ชี้นับจากนี้จะมุ่งเน้นเอกชนโดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอีภาคการผลิตมากขึ้นเพื่อเป็นการขยายตลาด และสร้างรายได้เพิ่ม เผยมองการให้บริการคลาวด์แต่ยังต้องศึกษาแผนงานให้ดีเพราะไม่อยากให้ซ้ำซ้อนกับผู้ให้บริการรายอื่น แต่หากลูกค้าต้องการก็พร้อมจัดให้ผ่านพาร์ตเนอร์
       
        นายสุภัค ลายเลิศ กรรมการผู้อำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา (ปิดงบประมาณเดือนกันยายน) ยิบอินซอย มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 31% เนื่องจากได้ทำการประเมินสถาณการณ์บ้านเมืองไว้ล่วงหน้าแล้ว ประกอบกับการไม่ได้ทำธุรกิจตามนโยบายภาครัฐ จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังได้จัดทำระบบไซต์สำรอง หรือดีอาร์ไซต์ ให้แก่องค์กรต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้ผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และปิดรายได้รวมที่ 3,880 ล้านบาท
       
        ทั้งนี้ที่ผ่านมา ยิบอินซอยได้เน้นการให้บริการแก่ลูกค้าเก่าด้วยการปรับปรุง และพัฒนาระบบไอทีภายใน รวมไปถึงระบบหลังบ้านให้แก่ลูกค้าให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา โดยมีอัตราการเติบโตคงที่ทุกปีประมาณ 10-15% โดยมีกลุ่มลูกค้าเป็นหน่วยงานราชการ และเอกชนในสัดส่วน 50-50
       
        ?ระยะหลังยิบอินซอยจะเน้นการให้บริการแก่กลุ่มเอกชนมากขึ้น เนื่องจากในหน่วยงานราชการนั้นบางครั้งงบประมาณขาดช่วง ทำให้การดูแลกระแสเงินสดลำบาก ซึ่งถ้าพลาดหนึ่งโครงการจะพลาดรายได้ถึง 30% ดังนั้น ในปีนี้จะหันรุกธุรกิจรายย่อย หรือเอสเอ็มอีซึ่งจะตั้งทีมขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ เน้นภาคการผลิตที่จะสามารถนำไอทีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ รวมไปถึงการทำระบบออโตเมชัน รับกับการแข่งขันในอนาคตที่คาดว่าความได้เปรียบด้านค่าแรงจะลดลง?

       นายสุภัค กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงานช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมานับว่าดี แต่ไม่น่าจะเติบโตมากเหมือนปีที่ผ่านมา เนื่องจากลูกค้าทยอยลงทุนไปเยอะแล้ว ประกอบกับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ยังไม่น่าจะเติบโตมากในปีนี้ จึงได้ตั้งอัตราการเติบโตไว้ที่ 10-15% ซึ่งการวางแผนธุรกิจของยิบอินซอยจะเน้นไม่หวือหวามาก มุ่งรักษาเสถียรภาพให้ดี และมีเทคโนโลยีค่อนข้างหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันยิบอินซอยมีลูกค้าในกลุ่มธนาคาร เทลโก้ ออยแอนด์แก๊ส และราชการ
       
        ทางด้านรายได้นั้นมาจากการดูแลรักษาระบบให้แก่ลูกค้าประมาณ 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด นอกนั้นเป็นการขายซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ โดยในอนาคตสัดส่วนบริการน่าจะสูงขึ้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา ได้ลูกค้าใหม่อย่าง EGAT ที่ทำการปรับเปลี่ยนระบบอีอาร์พีใหม่ และทำดีอาร์ไซต์ ส่วนการให้บริการคลาวด์นั้น ยิบอินซอยกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และได้วางคลาวด์ไว้ในแผนธุรกิจก่อนที่จะคิดบริการออกมา แต่ไม่น่าจะซ้ำซ้อนกับบริการคลาวด์ของผู้ประกอบการรายอื่น
       
        ?วันนี้เรายังปรับตัวไม่เยอะเพราะยังมีโครงการค้างอยู่มาก แต่ด้วยความที่โลกเปลี่ยนแปลงเราจึงต้องปรับตัวตาม จึงเริ่มมองซอฟต์แวร์เก่าๆ ที่เคยให้บริการลูกค้ามาทำเป็น Software As A Service ทางด้านคู่แข่งในตลาดนั้นไม่ค่อยกังวลเท่าใดนักเพราะเรามีลูกค้าที่อยู่กับเรามานาน มีฐานลูกค้าพอสมควร เราเป็นเพื่อนเขา ไม่ทิ้งเขา แนะนำและตอบสนองในสิ่งที่เขาต้องการได้ดี ส่วนจุดเด่นของเรานั้นเราไม่ค่อยผูกขาดกับเจ้าของฮาร์ดแวร์รายใดรายหนึ่ง เราทำในสิ่งที่เราค่อนข้างแข็งแรงทำให้เรายังสามารถเติบโตได้?
       
        นายสุภัค กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีพนักงาน 1,000 คน การขยายไปสู่กลุ่มเอสเอ็มอีน่าจะทำให้เราขยายรายได้เพิ่มขึ้นได้ ส่วนตลาดเออีซีนั้น ตอนนี้ยังไม่เห็นชัดเจนมากนักว่าจะสร้างผลดีมากน้อยแค่ไหน จึงมุ่งที่จะสนใจที่จะดูแล และให้บริการแก่ลูกค้าที่มีอยู่ก่อน โดยเทคโนโลยีที่มาแรงในปีนี้น่าจะเป็น Infrastructure As A Service ซึ่งยิบอินซอยก็สามารถจับมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าได้ ในลักษณะของไพรเวต คลาวด์










http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9580000024639

 15 
 เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 08:37:33 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ เปิดสอบตำแหน่งเศรษฐกรและนักจัดการงานทั่วไป ตั้งแต่2-17มี.ค.2558

ตำแหน่ง: เศรษฐกร,นักจัดการงานทั่วไป
ระดับการศึกษา: ปริญญาตรี  ปริญญาโท 
อัตราเงินเดือน: 15,000
อัตราว่าง:
ปฏิบัติงานที่: กทม.
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 2 ? 17 มี.ค. 2558
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**

วิธีการสมัครงานลูกจ้าง/พนักงานจ้าง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ : สมัครด้วยตนเอง 











http://www.goosiam.com/งานราชการ/html/0001737.html

 16 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2015, 09:01:07 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

รัฐมนตรี ?แรงงาน? โต้เดือด! ที่ประชุม ส.ประมง

ประชุมสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยเดือดกลุ่มผู้ประกอบการถกปัญหาเรื่องแรงงานประมงที่หายากจนต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว และหนุนให้เปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวภาคประมง พร้อมขู่ปิดอ่าวหากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข รมว.แรงงานฉุนกึ้กสวนกลับอย่าขู่ หากทำจริงจะสั่งกองทัพเรือลุย

ที่โรงแรมปริ๊นซ์ตั้น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 ก.พ. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยว่า ปัญหาประมงและการค้ามนุษย์เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ออกตรวจแรงงานในเรือประมงทะเลอย่างเข้มงวด ทำให้ลดปัญหาไปได้มาก และภายในสัปดาห์นี้จะเรียกเจ้าหน้าที่สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานใน 22 จังหวัดติดชายทะเล เข้ามาทำความเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติการตรวจแรงงานในเรือประมงทะเลให้ชัดเจน ปัจจุบันคนไทยไม่สนใจทำงานประมง จึงต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว แต่ที่ผ่านมามีบริษัทจัดหางานบางส่วนฉวยโอกาสเอาเปรียบแรงงาน จึงต้องดูแลให้ถูกต้อง และจะหารือกับคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ด้านแรงงาน (กนร.) ให้พิจารณาเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในภาคประมง หลังครบกำหนดพิสูจน์สัญชาติในวันที่ 31 มี.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.สุรศักดิ์ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการประมงที่เข้าร่วมสัมมนาแสดงความคิดเห็น และได้มีการขอให้ภาครัฐช่วยในเรื่องอาชญาบัตรเรือ เนื่องจากที่ผ่านมากรมประมงไม่ได้เปิดให้ยื่นเอกสารเพื่อทำอาชญาบัตรเรือ ทำให้บางลำไม่มี หรือเป็นอาชญาบัตรที่ผิดประเภท เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจะถูกจับกุม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่อยากปฏิบัติให้ถูกกฎหมาย จึงอยากขอให้เปิดทำอาชญาบัตรเรือ รวมทั้งให้พิจารณาออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้คำนึงถึงนายจ้างด้วย เนื่องจากปัจจุบันแรงงานที่นำไปจดทะเบียนมีบัตรถูกต้องเรียบร้อย หนีขึ้นฝั่งไปหมด ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อน จึงต้องใช้แรงงานที่ไม่มีเอกสาร เมื่อเจ้าหน้าที่ออกตรวจพบจึงถูกดำเนินคดี และอยากให้ผ่อนผันการจับกุมก่อนจะเปิดจดทะเบียนแรงงานประมงรอบใหม่

พล.อ.สุรศักดิ์ได้ชี้แจงว่า ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถสั่งให้ละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายได้ เรื่องใดที่เป็นหน้าที่ของกระทรวงแรงงานจะรับไปพิจารณาและประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องใดที่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นจะส่งต่อไปให้ช่วยกันแก้ไข ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการบางส่วน พากันส่งเสียงแสดงความไม่พอใจ พร้อมกับคว้า ไมโครโฟนขู่จะประท้วงด้วยการปิดอ่าว เพราะหากถูกจับกุมจะออกเรือไปหาปลาไม่ได้ ทำให้ พล.อ.สุรศักดิ์ถึงกับฉุนควันออกหู บอกอย่ามาสั่งหรือขู่ปิดอ่าว ตนไม่ชอบ หากทำจริงจะให้กองทัพเรือเข้าไปจัดการ ตนมารับฟังปัญหา และให้เกียรติทุกคน

อย่ามาขู่กัน พร้อมตัดพ้อด้วยว่า ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า มาคืนความสุขให้ประเทศ แต่ตัวเองทุกข์หนัก เพราะเอาทุกข์คนอื่นมาไว้ที่ตัวเองหมด จึงขอให้เข้าใจการทำหน้าที่ให้อยู่บนความถูกต้อง









http://www.thairath.co.th/content/483622

 17 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2015, 09:00:41 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

ภาพด้านข้างของเรือสินธุโกศ (INS Sindhughosh -S55) ในภาพที่ไม่ได้ระบุวันถ่ายของกองทัพเรือสหรัฐ สินธุโกศลำนี้เป็นเรือต้นของชั้น กองเรืออินเดียขึ้นระวางประจำการเมื่อปี 2529 ต่อขึ้นภายใต้ Project 877 แบบเดียวกันกับเรือชั้นคิโล (Kilo-class) ของสหภาพโซเวียตเมื่อก่อน อินเดียยังทยอยซื้อต่อๆ มาอีก 9 ลำ จนถึงปี ค.ศ.2000 ผ่านการอัปเกรดมาเป็นลำดับ เป็นชั้นเดียวกันกับของกองทัพเรือเวียดนาม ที่ต่อขึ้นห่างกันเกือบ 30 ปี ภายใต้ Project 636 เหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นับเป็นครั้งที่มีรายงานว่า เรือชั้นคิโลถูกเรือประมงชนจนเดี้ยง ถึงแม้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเรือดำน้ำของชาติต่างๆ มาแล้วมากมาย แม้กระทั่งเรือพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐก็ไม่ได้รับการยกเว้น.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ - เรือดำน้ำชั้นคิโล (Klo-class) ลำหนึ่งของกองทัพเรืออินเดีย ได้ประสบเหตุการณ์ไม่คาดคิดอีกครั้งหนึ่ง ขณะออกฝึกเป็นการลับๆ อยู่นอกชายฝั่งเมืองมุมไบ ปลายสัปดาห์ที่แล้ว เรือไปชนกับเรือหาปลาของชาวประมงลำหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถจะดำน้ำ และปฏิบัติภารกิจต่อไปได้ กองทัพเรือต้องส่งทีมลงไปช่วยมึง้ภัย หนังสือพิมพ์ชั้นนำของประเทศรายงานเรื่องนี้
       
        เหตุการณ์เกิดขึ้นวันศุกร์ 20 ก.พ. ขณะเรือสินธุโกศ (INS Sindhughosh -S55) ดำน้ำในระดับกล้องส่องทาง หรือกล้องเปอริสโคป (Periscope) ระหว่างร่วมการฝึกซ้อมในทะเลอาหรับ ภายใต้รหัส TROPEX (Theatre Readiness Operational Level Exercise) หนังสือพิมพ์ไทม์ส ออฟอินเดีย (Times of India) รายงานเหตุการณ์
       
        นี่คือเรือดำน้ำขนาด 3,000 ตัน ชั้นเดียวกันกับอีก 6 ลำที่กองทัพเรือเวียดนามซื้อจากรัสเซีย แต่เป็นรุ่นหลังที่สามารถติดจรวดโจมตีเป้าหมายบนบกได้ และของเวียดนามสร้างทีหลังห่างกันเกือบ 30 ปี จึงทันสมัยกว่าในด้านอิเล็กทรอนิกส์ กับระบบอาวุธอื่นๆ
       
        สินธุโกศ เป็นเรือต้นของชั้น จำนวน 10 ลำ ที่กองทัพเรืออินเดียทยอยจัดซื้อจากสหภาพโซเวียต ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 จนถึงปี 2000 ในยุคที่กลายเป็นรัสเซียแล้ว ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเรือดำน้ำทันสมัย และยังมีใช้ในกองทัพเรือรัสเซีย กับอีกหลายประเทศ รวมทั้งในกองทัพเรือจีนอีกจำนวนหนึ่งด้วย
       
        เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นขณะเรือสินธุโกศ กำลังฝึกซ้อม ส่งทีมประดาน้ำออกจากเรือผ่านทางช่องยิงตอร์ปิโดที่อยู่ทางด้านหน้า ในปฏิบัติการลับ ?เคลื่อนเข้าสู่ท่าเรือของฝ่ายตรงข้าม? แต่เรือประมงได้ผ่านไปชนเข้า ทำให้กล้องเพอริสโคปเสียหาย จนไม่สามารถจะซ่อมให้ใช้การได้อีก เจ้าหน้าที่ต้องลากเรือกลับฐานทัพมุมไบเวลาต่อมาเพื่อซ่อมแซม หนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันกล่าว
       
        ผู้แทนกองทัพเรือ แถลงว่า สาเหตุของอุบัติเหตุก็เนื่องเรือสินธุโกศ ไม่ได้เปิดระบบโซนาร์นำทาง ไม่เปิดไฟ หรือสัญญาณแจ้งเตือนใดๆ และเป็นช่วงเวลากลางคืน เรือประมงจึงไม่เห็น และไม่เห็นเรือประมง ไม่สามารถตรวจจับวัตถุแปลกปลอมที่อาจเป็นอันตรายได้ สาเหตุที่ไม่เปิดระบบโซนาร์ เปิดไฟ หรือสัญญาณใดๆ ก็เนื่องจากเป็นการฝีกซ้อม ?การเคลื่อนไหวในเชิงลับ? นั่นเอง
       
        เหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 นี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ที่เกิดกับเรือสินธุโกศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 ซึ่งเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ปีที่แล้ว ลูกเรือคิดคำนวณน้ำขึ้นน้ำลงผิดพลาด ทำเรือดำน้ำ ?เกยตื้น? ขณะจอดนิ่งอยู่ใต้ผิวน้ำที่ฐานทัพเรือมุมไบ น้ำได้ลดลงมาก และลดลงระดับต่ำกว่าที่คำนวณไว้
       
        ก่อนหน้านั้น ในเดือน ม.ค.ปีเดียวกัน ก็ได้เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกัน ขณะเกยตื้นนั้นเรือสินธุโกศมีลูกเรืออยู่ 70 คน เรืออยู่ในสภาพพร้อมรบ ติดอาวุธครบ เหตุเกยตื้นทำให้ระบบโซนาร์ของเรือเสียหายหนัก กองทัพเรือต้องส่งทักโบตไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือ และมึง้ภัย ปลดตอร์ปิโดกับจรวดนำวิถี เพื่อลดน้ำหนักช่วยให้เรือลอยลำขึ้นได้
       
        เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2551 เกิดอุบัติเหตุเรือสินธุโกศ ชนกับเรือสินค้าลำหนึ่งในอ่าวมุมไบ ทำให้กราบเรือข้างหนึ่งเสียหายเล็กน้อย แต่ก็ใช้เวลาซ่อมถึงหนึ่งเดือน
       
        ในช่วงต้นเดือน ส.ค.2556 ได้เกิดระเบิดขึ้นภายในเรือดำน้ำชั้นสินธุโกศ อีกลำหนึ่ง คือ เรือสินธุรักศักดิ์ (INS Sindhurakshak -S63) ซึ่งเป็นลำที่ 9 ของกองเรือ ขณะจอดลอยลำอยู่ฐานทัพเรือมุมไบแห่งเดียวกันนี้ มีลูกเรือเสียชีวิต 18 คน เรือถูกทำลายเสียย่อยยับทั้งลำ
       
        การสอบสวนหาสาเหตุได้พบว่า เป็นความผิดพลาดของลูกเรือที่ไม่ได้ปลดชนวนจรวดนำวิถีขณะขนย้ายภายในเรือ การระเบิดของจรวดทำให้เกิดไฟไหม้ลามเข้าสู่ห้องเก็บตอร์ปิโด เกิดการระเบิดสนั่นหวั่นไหวติดต่อกันอีกหลายระลอก เปลวไฟกับควันดำจากบริเวณอ่าวมุมไบสามารถมองเห็นได้ จากจุดที่อยู่ไกลออกไปกว่า 10 กิโลเมตร
       
        เหตุระเบิดบนเรือสินธุรักศักดิ์ ยังทำให้ตอร์ปิโดของเรือในกองเดียวกันอีกลำหนึ่งที่จอดอยู่ใกล้เคียง เกิดระเบิดตามกันอีก 1 ลูก คือ เรือสินธุรัตน์ (INS Sindhuratna -S59) เรือได้รับความเสียหายหนัก
       
        ถึงแม้ว่าเรือดำน้ำจะมีพิษสงร้ายกาจแค่ไหนก็ตาม แต่หลายทศวรรษมานี้เรือประมงก็ยังคงเป็น ?ภัยคุกคาม? ที่น่ากลัว เป็นคู่กรณีของเรือดำน้ำบ่อยครั้งในขอบเขตทั่วโลก ไม่แพ้เรือขนาดใหญ่ ซึ่งรวมทั้งเรือสินค้า กับเรือบรรทุกน้ำมันด้วย นอกจากชนแล้ว ก็ยังเคยเกิดเหตุการณ์ที่เรือดำน้ำติดอวนลากของชาวประมง สร้างความเสียหายแก่ทั้ง 2 ฝ่าย และถ้าหากเป็นเรือดำน้ำขนาดเล็กก็มักจะดิ้นไม่หลุด เนื่องจากแบตเตอรี่แรงไม่พอที่จะดิ้นหนี
       
        ยังมีเหตุการณ์ร้ายแรงอื่นๆ เกิดขึ้นกับเรือดำน้ำขนาดใหญ่อีกหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ เหตุไฟไหม้ซึ่งแม้แต่เรือชั้นลอสแองเจลิส (Los Angeles-Class) เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่น่าเกรงขามที่สุดอีกชั้นหนึ่งของกองทัพเรือสหรัฐฯ ก็ประสบเหตุเพลิงไหม้มาหลายลำ
       
        นอกจากนั้น ก็ยังมีอุบัติเหตุที่เกี่ยวกับกับ ?การขัดข้องทางเทคนิค? ซึ่งระบบของเรือล้มเหลวอีกหลายครั้ง รวมทั้งโศกนาฏกรรมใหญ่ครั้งหนึ่ง ที่เรือดำน้ำชั้นหมิง (Ming-Class) ลำหนึ่งของกองทัพเรือจีน จมลงนอกชายฝั่ง จ.เหลียวหนิง เมื่อปี 2546 ลูกเรือ 70 คน เสียชีวิตทั้งหมด
       
        อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เรือสินธุโกศ ดูจะเป็นครั้งแรกที่เรือชั้นคิโลชนกับเรือประมงจนใช้การไม่ได้ นอกจากเหตุการณ์ ?เกยตื้น? ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ประเภทหลังนี้จะเคยเกิดขึ้นกับเรือดำน้ำชั้นอื่นๆ ของหลายประเทศมาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งเรือชั้นลอสแองเจลิส ของสหรัฐฯ ด้วย

ในยุคสงครามเย็นได้เกิดเรือดำน้ำชั้นวิสกี้ (Whiskey-Class) ของอดีตสหภาพโซเวียตลำหนึ่ง ไปเกยตื้นอย่างเป็นปริศนาในน่านน้ำทะเลบัลติกของของสวีเดน ซึ่งเกือบจะนำไปสู่การเผชิญหน้ากัน เมื่อสวีเดนระดมทั้งเรือพิฆาต เครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำพร้อมสั่งยิง .. ฝ่ายโซเวียตได้พยายามอธิบายในภายหลังว่า เรือเกิดขัดข้องเกี่ยวกับระบบนำร่องซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหลงทาง มิได้มีความตั้งใจจะไปละเมิดน่านน้ำของเพื่อนบ้านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมาต่อกัน แต่ฝ่ายสวีเดนได้แอบตรวจพบสารกัมมันตรังสีบนเรือที่เกยตื้น และโซเวียตได้ออกยอมรับในช่วงปีต่อไปมาว่า ในยุคโน้นเคยมีการติดหัวรบนิวเคลียร์เข้ากับตอร์์ปิโด และใช้ในเรือดำน้ำหลายลำในกองเรือทะเลบัลติก สวีเดนได้สร้างอนุสรณ์สถานขึ้น ณ จุดเกิดเหตุเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เรียกกันเป็นภาษาของนักดื่มว่า .. Whiskey in the Rock.




       เมื่อปี 2524 ในยุคสงครามเย็น ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญเมื่อเรือดำน้ำ S-363 (หรือ ?เรือ U-137? ตามรหัสของกลุ่มนาโต้) ซึ่งเป็นเรือวิสกี้ (Whiskey-class) ลำหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียต ไปติดเกยตื้นในบริเวณโขดหินแห่งหนึ่งในน่านน้ำของสวีเดน ห่างจากฐานทัพเรือเพียง 17 กม.
       
        เหตุการณ์ที่เรียกกันในเวลาต่อมาว่า ?วิสกี้ ออน เดอะ ร็อก? (Whiskey on the Rock) นั้น หวุดหวิดจะทำให้วิกฤติการณ์ขึ้นมา เมื่อโซเวียตส่งกองเรือพิฆาตตามไปช่วยมึง้ภัย และสวีเดนตอบโต้อย่างทันควัน
       
        สวีเดน ส่งทั้งเรือพิฆาต เรือดำน้ำ และเครื่องบิน-เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือ ไปยังจุดเกิดเหตุเผชิญหน้ากับกองเรือรบโซเวียต เพื่อพิทักษ์น่านน้ำของตน จรวดกับขีปนาวุธนานาชนิดที่เรียงรายบนชายฝั่งได้รับคำสั่งให้ ?ล็อกเป้า? เรือโซเวียตทุกลำ แต่ในที่สุดฝ่ายโซเวียตก็ได้ตัดสินใจ ถอนกองเรือออกไปยังเขตน่านน้ำสากลในทะเลบัลติก
       
        หลังเกตุการณ์ผ่านไป 10 วัน หน่วยมึง้ภัยของสวีเดนได้เข้าช่วยเหลือกัปตัน กับลูกเรือของเรือ S-363 หลังการสอบสวนแล้วเสร็จ ก็ได้ส่งคืนทั้งคน และเรือให้ฝ่ายโซเวียต และแม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะมีความตึงเครียดสูงทางการทหาร ส่วนทางการทูตสวีเดนทำแค่ทำบันทึกประท้วงเท่านั้น
       
        ณ จุดที่เกิดเหตุยังคงมีอนุสรณ์สถานปรากฏอยู่ต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน.











http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000023214

 18 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2015, 08:53:49 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard

        นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Ram?n Llull ประเทศสเปนพัฒนาซอฟต์แวร์อัจฉริยะ สามารถระบุสถานที่ของภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอว่าถูกถ่ายที่ไหนได้เป็นผลสำเร็จ
       
        โดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Ram?n Llull ได้ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูล MediaEval Placing Task ซึ่งเป็นฐานข้อมูลมัลติมีเดียแบบเปิด ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบุสถานที่ตัวนี้ขึ้นมา
       
        การทำงานของซอฟต์แวร์ตัวนี้ นอกจากจะวิเคราะห์จากจุดเด่นของภาพ ซึ่งอาจเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของสถานที่นั้นๆ มันยังวิเคราะห์ไปถึงป้ายบอกทาง ถนน และจุดเด่นอื่นๆ ที่อาจตรงกับฐานข้อมูลที่มันมีอยู่ได้ด้วย (ในกรณีที่ภาพนั้นๆ ไม่ได้ถ่ายติดจุดเด่นสำคัญอะไรมาได้เลย)
       
        นอกจากนั้น เสียงที่ถ่ายมาได้ยังเป็นข้อมูลสำคัญไม่แพ้ภาพที่ตามองเห็น โดยนักวิจัย Xavier Sevillano ผู้ดูแลโครงการดังกล่าวเผยว่า มีการวิเคราะห์เสียงที่ได้ยินในคลิปร่วมด้วย
       
        จากการทดสอบระบบ โดยการจับคู่ภาพในฐานข้อมูลของ MediaEval ที่มีประมาณ 10,000 คลิป มาเปรียบเทียบกับวิดีโอตัวอย่างแล้วพบว่าสามารถระบุตำแหน่งในคลิปได้ถูกต้องประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์

       แม้จะเป็นเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จที่ไม่มากนัก แต่นักวิจัยก็เชื่อว่าเปอร์เซ็นต์ดังกล่าวจะต้องเพิ่มสูงขึ้นอีกอย่างแน่นอนในอนาคต หากฐานข้อมูลที่พวกเขามีขยายใหญ่ขึ้น และเทคโนโลยีของทีมวิจัยในครั้งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นเทคโนโลยีที่มีความถูกต้องแม่นยำมากกว่าหลายๆ โปรเจกต์ที่เคยพัฒนามาเมื่อครั้งอดีตด้วย










http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9580000021768

 19 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2015, 08:51:29 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เปิดรับสมัครสอบข้าราชการภาค ก. ก.พ. ประจำปี58 ตั้งแต่5 -25มี.ค.58

ตำแหน่ง: ภาค ก. ก.พ. ประจำปี 2558
ระดับการศึกษา: ปวช.  ปวส.  ปริญญาตรี  ปริญญาโท 
อัตราเงินเดือน:
อัตราว่าง: ไม่จำกัด
ปฏิบัติงานที่:
เปิดรับสมัครตั้งแต่: 5 ? 25 มี.ค. 2558
**ไม่ต้องผ่านภาค ก. ก.พ.**
ศูนย์สอบภาค ก. ก.พ.

รหัสศูนย์สอบ     รายชื่อศูนย์สอบ        จำนวนที่นั่งสอบ
01                    กทม.                        150,000
02                  ฉะเชิงเทรา                    20,000
03                    ราชบุรี                        30,000
04                    ชลบุรี                         30,000
05                    เชียงใหม่                     50,000
06                     พิษณุโลก                   50,000
07                    อุดรธานี                      50,000
08                    อุบลราชธานี                40,000
09                    นครราชสีมา                 40,000
10                    สุราษฎร์ธานี                 40,000
11                    สงขลา                        50,000

วิธีการสมัครงานข้าราชการ สอบ ภาค ก. ก.พ. :online 
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ: 14 พ.ค. 2558











http://www.goosiam.com/งานราชการ/html/0001707.html

 20 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2015, 10:51:20 AM 
เริ่มโดย atthasard - กระทู้ล่าสุด โดย atthasard
     สวัสดีค่ะ ฉบับนี้เรามาพบกันในทิศทางของการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลา อันเป็นแหล่งผลิตอาหารอันอุดมสมบูรณ์ในอดีต และกลับปริมาณลดน้อยลงโดยลำดับ จนเป็นเหตุผลที่ต้องจัดการฟื้นฟูทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลา โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ทั้งในแง่เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหน่วยงานกรมประมงได้บูรณาการตามภารกิจ จนสามารถทำให้มีผลผลิตเพิ่มขึ้นและการที่จะเกิดคำตอบที่ชัดเจนต้องอาศัยระยะเวลานาน ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน และที่สำคัญคือชุมชนในท้องถิ่นเอง  โดยเฉพาะการทำฟาร์มทะเลโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน  การเพิ่มจำนวนพันธุ์สัตว์น้ำโดยการปล่อย  การอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน เหล่านี้เป็นคำตอบที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของโครงการ ซึ่งจะเห็นดังรายละเอียดที่นำเสนอในส่วนของการประเมินผลผลิตจากการจับของปลาบู่ทราย และในส่วนสัตว์น้ำชนิดอื่นจะทยอยนำมาเสนอในฉบับต่อไป

     และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากชุมชนยังตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ประกอบการอนุรักษ์ไว้เพื่อการบำรุงพันธุ์ที่จะให้มีผลผลิตอย่างต่อเนื่องแล้วความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบสงขลาคงกลับมาดั่งเช่นในอดีต









อรัญญา  อัศวอารีย์

หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 ... 10