กันยายน 26, 2017, 09:42:42 PM
ข่าว: กลับสู่เว็บไซต์ www.nicaonline.com
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 1111
1  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เกษตรและอาหาร / เกษตรสร้างชาติ : เกษตรกรสุพรรณบุรีปลูกหญ้าเนเปียร์ส่งฟาร์มโคขุนแทนทำนา เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:57:54 AM
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=NeI15wntcwc" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=NeI15wntcwc</a>

สุพรรณบุรี 20 เม.ย. - เกษตรกร อ.เดิมบางนางบวช และหนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี ทำนาหญ้าเนเปียร์ ส่งฟาร์มโคขุนทดแทนการทำนาข้าว ฟาร์มรับซื้อในราคาประกันตลอดปี ไม่มีการกดราคา เกษตรกรจึงมีรายได้ในครอบครัวมั่นคงขึ้น. - สำนักข่าวไทย 











http://www.tnamcot.com/view/58f806e8e3f8e4ce4d20db9d
2  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เกษตรและอาหาร / วอนเกษตรกรลุ่มน้ำเจ้าพระยาลดพื้นที่ทำนาปรังรอบ 2 เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:55:46 AM

กรุงเทพฯ  19 เม.ย. - รมว.เกษตรฯ วอนเกษตรกรลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลดพื้นที่ทำนาปรังรอบ 2 รอปลูกนาปีพร้อมกันช่วงฤดูฝนเดือน พ.ค.นี้

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ว่า วันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมามีการทำนาปรัง 5.35 ล้านไร่ มากกว่าแผนที่วางไว้ 2.68 ล้านไร่ ประกอบกับ ปัจจุบันมีการทำนาปรังรอบ 2 ไปแล้วกว่า 130,000 ไร่ ทำให้มีการดึงน้ำจากภาคการใช้น้ำอื่น ๆ ไปใช้ทำการเพาะปลูกมากขึ้น จึงขอความร่วมมือเกษตรกรลดพื้นที่การทำนาปรังรอบ 2 โดยขอให้อดใจรอไปทำนาปีพร้อมกันทั้งระบบช่วงต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคม 2560

นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั้งประเทศ วันที่ 18 เมษายนมีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 42,295 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 56 ของความจุอ่างฯ รวมกันมากกว่าปี 2559 รวม 7,248 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 18,476 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 36 เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลัก รวมกัน 11,573 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 47 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2559 รวม 2,848 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำที่ใช้การได้ 4,877 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 27 ผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา จนถึงขณะนี้มีการใช้น้ำไปแล้ว 6,251 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 105 ของแผนจัดสรรน้ำฯ จากแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้งของลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่กำหนดไว้วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 จำนวน 5,950 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรังเกินแผนมากถึง 2.68 ล้านไร่ ทำให้มีการดึงน้ำไปใช้มากเกินกว่าแผนที่วางไว้ ซึ่งคาดว่าการระบายน้ำตลอดฤดูแล้งนี้จะอยู่ในเกณฑ์รวมกันประมาณ 6,650 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เนื่องจากช่วงฤดูแล้งอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ยังคงมีน้ำไหลลงอ่างฯ อย่างต่อเนื่อง จึงคาดการณ์ว่าวันที่1 พฤษภาคม 2560 จะมีปริมาณน้ำคงเหลือใช้การได้ประมาณ 4,463 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าวางแผนไว้เดิมประมาณ 700 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้ กรมชลประทานวางแผนจัดสรรน้ำช่วงต้นฤดูฝนปี 2560 เพื่อสนับสนุนการใช้น้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศวันละ 18 ล้าน ลบ.ม. ส่วนที่เหลือวางแผนสนับสนุนการเพาะปลูกลุ่มน้ำเจ้าพระยา แบ่งเป็นพื้นที่ตอนบนตั้งแต่นครสวรรค์ขึ้นไป ได้แก่ พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งบางระกำ 265,000 ไร่   เริ่มส่งน้ำทำการเพาะปลูกตั้งแต่ 1 เมษายน  2560 เป็นต้นมา ส่วนพื้นที่ดอนอีกประมาณ 1.92 ล้านไร่ ให้เริ่มเพาะปลูกเมื่อ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน เพื่อใช้น้ำฝนเป็นหลักและเสริมด้วยน้ำจากระบบชลประทาน สำหรับในพื้นที่ตอนล่างตั้งแต่นครสวรรค์ลงมา ซึ่งมีพื้นที่ลุ่มต่ำประมาณ 1.15 ล้านไร่ จะเริ่มส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวรอบที่ 1 (นาปี) ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป ได้แก่บริเวณทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งเชียงราก ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก ทุ่งผักไห่ ทุ่งป่าโมก ทุ่งบางบาล ทุ่งบางกุ้ง และทุ่งเจ้าเจ็ด เป็นต้น ส่วนในพื้นที่ดอนที่มีพื้นที่ประมาณ 4.27 ล้านไร่ ให้เริ่มทำการเพาะปลูกเมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าสู่ฤดูฝน เพื่อใช้น้ำฝนเป็นหลักและเสริมด้วยน้ำจากระบบชลประทานเช่นกัน

 ด้านนายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า จากการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 13 -17 เมษายนที่ผ่านมา สภาพอากาศเอื้อต่อการทำฝนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจึงปฏิบัติภารกิจการทำฝน ซึ่งพบว่ามีจังหวัดที่มีวันฝนตกรวม 31 จังหวัด มีน้ำไหลเข้า 36 อ่างเก็บน้ำสำคัญ รวม 123.63 ล้าน ลบ.ม. โดยสามารถแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ 42.19 ล้าน ลบ.ม. ภาคกลาง 11.30 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6.59 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก 1.33 ล้าน ลบ.ม. และภาคใต้ 62.22 ล้าน ลบ.ม. ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้า 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำช่วงเวลาเดียวกันปี 2559/2560 มีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2558/2559 และจากรายงานสถานการณ์หมอกควันของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ภาคเหนือ 9 จังหวัด วันที่ 18 เมษายน 2560 พบว่าแต่ละจังหวัดที่ประสบปัญหาหมอกควัน มีค่ามาตรฐานฝุ่นละอองในอากาศ หรือ PM10 ไม่เกิน 120 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งเป็นคุณภาพอากาศที่ดี ไม่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน ส่วนในด้านการยับยั้งพายุลูกเห็บ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ก็ได้ช่วงชิงโอกาสในการปฏิบัติการฝนหลวง ปฏิบัติภารกิจจนเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติได้อีกเช่นกัน สามารถช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ปัญหาหมอกควัน พายุลูกเห็บ และสามารถเติมน้ำในเขื่อน ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรและพื้นที่การเกษตร ได้อย่างประสบความสำเร็จ.-สำนักข่าวไทย











http://www.tnamcot.com/view/58f736bee3f8e4ce4d20db5a
3  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / รายงานพิเศษ : รัฐบาลสั่งเซตซีโรเรือประมงพานิชย์ เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:53:09 AM
รัฐบาลยังคงมีความพยายามที่จะจัดระเบียบเรือประมงพาณิชย์ให้อยู่ในระบบ ติดตามในรายงาน

หนึ่งในมาตรการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ ไอยูยู คือขึ้นทะเบียนเรือ ทั้งเรือประมงพื้นบ้าน เรือประมงพาณิชย์ รวมถึงเรือที่สนับสนุนการทำการประมงด้วย 

แม้เคยจดทะเบียนเรือไปแล้ว แต่ก็ยังพบผู้ประกอบการหลายราย ดัดแปลงสภาพเรือไม่ตรงกับที่จดทะเบียนไว้ และยังมีเรืออีกจำนวนมากยังไม่ได้จดทะเบียน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ออกประกาศกระทรวงฯ เร่งจดทะเบียนเรือประมงพาณิชย์ใหม่ทั้งหมด               

โดยเรือประมงขนาดตั้งแต่ 10 ตันกรอส จะต้องวัดขนาดเรือใหม่ และบันทึกให้ตรงกัน จากนั้นกรมเจ้าท่าจะตอกอัตลักษณ์ลงที่ส่วนหัวเรือและภายในตัวเรือ 

ทั้งนี้ยังเปิดให้เรือที่ยังไม่เคยจดทะเบียน ไม่มีใบอนุญาตใช้เรือ หรือเรือที่จดทะเบียนแล้วแต่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมง เรือที่ถูกเพิกถอนทะเบียนแต่มีเรืออยู่จริง ต้องมาตรวจด้วย

ถือเป็นการจัดระเบียบเรือประมงทุกประเภทให้เข้าสู่ระบบ เพื่อนำไปวางแผนทำประมงอย่างยั่งยืน และแก้ไขปัญหาไอยูยูในระยะยาว











http://news.ch7.com/detail/224386/รายงานพิเศษ_รัฐบาลสั่งเซตซีโรเรือประมงพานิชย์.html
4  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / กรมประมงโต้ เจ้าหน้าที่ไม่รับส่วยจากชาวประมง สั่งเร่งตรวจสอบใน 7 วัน เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:52:35 AM
กรมประมง โต้เจ้าหน้าที่รัฐไม่รับส่วยจากชาวประมงตามที่เป็นข่าว พร้อมสั่งให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงใน 7 วัน

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ร่วมกับ ศปมผ.โต้ข่าวเจ้าหน้าที่ของรัฐรับส่วยจากผู้ประกอบการเรือประมงไม่เป็นความจริง โดยข่าวอ้างว่าให้เจ้าหน้าที่รัฐระบุขนาดเรือบางลำ ให้มีขนาดต่ำกว่า 30 ตันกรอส ไม่ตรงกับความจริงเพื่อให้สามารถออกไปทำประมงได้โดยไม่ต้องแจ้งเข้า-ออก แต่ยอมรับว่าได้รับเรื่องร้องเรียน จึงสั่งให้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ให้ทราบผลภายใน 7 วัน หากพบมีข้าราชการกระทำความผิด ก็จะลงโทษขั้นสูงสุดให้ออกจากราชการทันที

ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการเรือจำนวนมาก ร้องขอให้มีการวัดขนาดเรือประมงทั้งหมดใหม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า กรมประมง และศปมผ. ร่วมกันออกตรวจ วัดขนาดเรือพาณิชย์ทั้งหมดใหม่ให้เสร็จภายในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ ทั้งนี้หากผู้ใดพบปัญหาทุจริต สามารถแจ้งความดำเนินคดี หรือส่งคลิปหลักฐานให้กรมประมงได้ เพื่อใช้ดำเนินคดีต่อไป

ด้านนายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเรือประมงจำนวนมาก กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานประจำเรือ โดยเฉพาะเรือประมงอวนล้อมและอวนลาก จนขณะนี้เรือไม่น้อยกว่า 2,000 ลำ ไม่สามารถออกไปทำการประมงได้ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการขึ้นทะเบียนแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแรงงานประมงใหม่โดยเสนอให้จดทะเบียนคนประจำเรือ หรือ ซีบุ๊ก (Seabook) และให้เคลื่อนย้ายเฉพาะในภาคประมงเท่านั้น รวมทั้งควรจัดตั้งขึ้นทะเบียนแรงงานแบบ One Stop Service เพื่อรับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างถูกต้อง หากไม่แก้ไขภายในปีนี้ เชื่อว่าเรือประมงไม่น้อยกว่า 80% จะต้องจอดอยู่กับที่ และส่งผลให้ขาดแคลนอาหารทะเล ถ้ารัฐบาลยังนิ่งเฉย ผู้ประกอบการเรือประมงเตรียมเคลื่อนไหว










http://news.ch7.com/detail/224385/กรมประมงโต้_เจ้าหน้าที่ไม่รับส่วยจากชาวประมง.html
5  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / สิ่งแวดล้อมทางน้ำและสภาพอากาศ / ฝนฟ้าอากาศ : ช่วงนี้หลายพื้นที่จะมีฝนมาช่วยคลายร้อน เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:50:23 AM
ฝนฟ้าอากาศ - นายช่างเปรมสุดา

ช่วงนี้หลายพื้นที่จะมีฝนมาช่วยคลายร้อน มีโอกาสตกได้ทุกพื้นที่ ติดตามในฝนฟ้าอากาศ

เพราะว่ามีลมตะวันตก และลมตะวันตกเฉียงใต้ หรือลมทะเล พัดขึ้นมาปกคลุมภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสาน จึงทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองบางแห่ง แต่ก็จะมีอากาศร้อนปกคลุมควบคู่ไปด้วย เป็นลักษณะของอากาศร้อนสลับฝนในช่วงนี้

สภาพอากาศแต่ละภาค
ภาคเหนือ มีฝนเล็กน้อยลงมาช่วยคลายร้อน แต่อุณหภูมิยังสูงอยู่ที่ 37-39 องศาฯ ร้อนสุดที่เพชรบูรณ์ และแม่ฮ่องสอน
ภาคอีสาน มีฝน 30% ของพื้นที่ ตกได้ที่จังหวัดเลย อุดรธานี บึงกาฬ หนองคาย หนองบัวลำภู สกลนคร และนครพนม อากาศร้อนราวๆ 36-38 องศาฯ ร้อนสุดที่อุบลราชธานี
ภาคกลาง มีฝนได้ 10% ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 39 องศาฯ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ภาคตะวันออก มีฝน 20% ของพื้นที่ ตกได้ที่ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ร้อนสุด 38 องศาฯ ที่ปราจีนบุรี และสระแก้ว
ภาคใต้ทั้ง 2 ฝั่ง มีฝน 30% ของพื้นที่ มีฝนได้ที่นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อากาศกำลังดีอยู่ที่ 31-36 องศาฯ
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเล็กน้อย อากาศร้อนสุดปทุมธานี อยู่ที่ 38 องศาฯ

ร้อนแตะ 40 องศาฯ ปลาในกระชังตายเกลื่อน
จังหวัดนครราชสีมา ร้อนทุกวัน เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชัง อำเภอครบุรี ปลานับร้อยตัวตายเกลื่อนในกระชัง คิดเป็นความเสียหายกว่า 7,000 บาท ต้องเร่งตักปลาขึ้นมาก่อนจะเน่าเสีย นำมาแปรรูปตากแห้ง สร้างรายได้ทดแทน

ร้อนจัด! แมลงระบาดกินถั่วฝักยาว
ที่อำเภอจักราช ชาวสวนที่ปลูกถั่วฝักยาว บ่นว่าลำพังอากาศร้อนยังไม่พอ เจอแมลงระบาด กัดกินถั่วฝักยาวเสียหาย ลำต้นหยุดการเจริญเติบโต ใบหงิกงอ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยที











http://news.ch7.com/detail/224493/ฝนฟ้าอากาศ_19_เม.ย.60.html
6  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / 'บิ๊กฉัตร'สั่งตรวจอัตลักษณ์เรือประมงแฉไม่ตรงทะเบียนเพียบ-ขีดเส้นสอบให้เสร็จก่อน เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:45:12 AM
'บิ๊กฉัตร'สั่งตรวจอัตลักษณ์เรือประมงแฉไม่ตรงทะเบียนเพียบ-ขีดเส้นสอบให้เสร็จก่อน20พค.

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากมาตรการบริหารจัดการกองเรือในช่วงที่ผ่านมา มีชาวประมงเกือบ 2 พันลำ ร้องเรียนผ่านสมาคมประมงแห่งประเทศไทยว่า ขอให้มีการตรวจวัดขนาดเรือประมงใหม่ โดยขอให้เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมประมง กองทัพเรือ มาตรวจวัดเรือประมงใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาการออกไปทำการประมงต้องแจ้งเข้า-ออกที่ศูนย์ PIPO หากขนาดเรือลำจริงไม่ตรงกับทะเบียนเรือ จะไม่สามารถออกไปทำการประมงได้ ซึ่งจากการตรวจสอบผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายของทางการไทยพบว่า ยังมีผู้ลักลอบกระทำผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายหลายฉบับที่ปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการแก้ไข อีกทั้งขณะนี้ กรมเจ้าท่ามีนโยบายตอกอัตลักษณ์เรือเพื่อยืนยันความมีอยู่จริงของเรือประมง ดังนั้นทางรัฐบาลจึงจำเป็นต้องปฏิรูประบบการบริหารจัดการเรือที่ใช้ทำการประมง ขนถ่ายสัตว์น้ำ เก็บรักษาสัตว์น้ำ ตลอดจนเรือที่ใช้ในการสนับสนุนการประมง และเร่งปรับปรุงมาตรการในการควบคุมให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรม และเฝ้าระวังมิให้เรือดังกล่าวไปทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย

โดยเมื่อวันที่ 3 เมษายน พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ได้สั่งการให้กรมเจ้าท่าซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลเรือประมง ร่วมกับกรมประมง และ ศปมผ. สำรวจ ตรวจเรือ และวัดขนาดพร้อมตอกอัตลักษณ์เรือประมงพาณิชย์และเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ เรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็น เรือบรรทุกสินค้าห้องเย็น เรือบรรทุกน้ำมันเพื่อการประมง เรือบรรทุก น้ำจืด หรือเรือที่ใช้ในการสนับสนุนการประมง ทั้งที่มีและไม่มีทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ หรือใบอนุญาตทำการประมง ที่เข้ามาร้องเรียนผ่านทางสมาคมการประมง และเรือที่สามารถสำรวจได้เพิ่มเติมให้เสร็จสิ้นภายใน 20 พฤษภาคม 2560 เพื่อให้เกิดความถูกต้องในการบริหารจัดการกองเรือประมงของไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะได้เริ่มดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบไปจนถึง วันที่ 20 พฤษภาคม 2560

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอฝากถึงผู้ประกอบการเรือประมงและเรือที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากท่านพบว่ารายการในใบทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ หรือใบอนุญาตทำการประมง ไม่ตรงกับสภาพเรือตามความเป็นจริง ให้มาร้องขอต่อกรม เจ้าท่า เพื่อทำการตรวจสอบและทำเครื่องหมาย ที่แสดงอัตลักษณ์เรือ โดยเรือที่มีขนาด ตั้งแต่ 10 ตันกรอสขึ้นไป ต้องมาดำเนินการตรวจสอบภายใน 30 วัน ส่วนเรือที่มีขนาดไม่ถึง 10 ตันกรอส หากผู้ประกอบการลำใดไม่แน่ใจขนาดของเรือ สามารถนำเรือมาให้กรมเจ้าท่าตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนด ส่วนเรือประมงที่มีทะเบียนเรือแต่ไม่ได้รับใบอนุญาตทำการประมง หรือเรือที่ถูกเพิกถอนทะเบียนแต่มีลำเรืออยู่จริงก็ต้องนำเรือมาให้คณะทำงานตรวจเรือและตอก อัตลักษณ์เรือ ภายในระยะเวลาและสถานที่ที่กำหนดเช่นเดียวกัน

บรรยายใต้ภาพ
ธีรภัทร ประยูรสิทธิ










http://www.ryt9.com/s/nnd/2634999
7  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / กรมประมงเดินหน้าปั้น Smart Farmer หวังชูเกษตรกรไทยให้ภูมิใจในอาชีพ ?ประมง? เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:44:05 AM

กรุงเทพฯ--19 เม.ย.--กรมประมง

ภาคการประมงของประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ แต่ทว่าเกษตรกรชาวประมงบางรายอาจผลิตสินค้าสัตว์น้ำโดยขาดความรู้ในเรื่องที่ทำทั้งในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและทักษะด้านการตลาดเพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจสำหรับวางแผนการผลิตสินค้าประมงที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน ดังนั้นการสร้างความภาคภูมิใจและความมั่นคงในการประกอบอาชีพประมงด้วยวิธีการพัฒนาความรู้ ความสามารถให้ครอบคลุมในทุกด้านของการเลี้ยงสัตว์น้ำจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเสริมสร้างให้กับเกษตรกรชาวประมงของไทย

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การสร้าง Smart Farmer ทุกพื้นที่ของประเทศไทยเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรทั้งภาคการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ ให้มีความรู้ในการประกอบอาชีพของตัวเองอย่างดี สามารถแก้ไขปัญหาได้และรู้จักการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโดยการใช้ข้อมูลต่างๆ ประกอบการตัดสินใจ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อลดปัญหาในเรื่องของแรงงานอันจะนำมาซึ่งการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมีความปลอดภัยกับผู้บริโภคและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

จากข้อมูลของกรมประมงมีผู้ประกอบอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ขึ้นทะเบียนไว้จำนวน 560,000 ราย ปัญหาอุปสรรคที่พบทั่วไปในการประกอบอาชีพเกษตรส่วนใหญ่ คือ ชาวประมงบางรายประสบปัญหาต้นทุนการเลี้ยงสัตว์น้ำสูง การเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมโดยทั่วไปและการลดลงของทรัพยากรสัตว์น้ำ ทำให้ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า180,000 บาท/ครัวเรือน/ปี ดังนั้นเพื่อพัฒนาให้เกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มีศักยภาพทั้งด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด ในปี 2560 กรมประมงจึงได้ตั้งเป้าหมายจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรต้นแบบด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 77 แห่งทั่วประเทศ และจะคัดกรองเกษตรกร Smart Farmer จำนวน 15,000 รายเพื่อเป็นแกนนำการพัฒนางานด้านประมงในแต่ละท้องถิ่น โดยเกษตรกรที่ได้รับการคัดเลือกนั้นจะมีเพื่อนคู่คิดของเกษตรกร (Smart Officer) เจ้าหน้าที่ของกรมประมงที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญให้ความรู้ทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในการทำการประมงของ Smart Farmer ต้นแบบอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้กรมประมงได้ตั้งเป้าหมายว่าจะพัฒนาเกษตรกรSmart Farmer ให้มีรายได้เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 180,000 บาท เพื่อเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรรุ่นเก่ารวมถึงเป็นการจูงใจคนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรมากยิ่งขึ้น

นายสุรชัย แซ่จิว เกษตรกรปราดเปรื่องต้นแบบ (Smart Farmer) อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า การเข้าสู่เส้นทางอาชีพประมงสำหรับตัวผมเริ่มต้นมาจากการล้มลุกคลุกคลานก็ว่าได้ ตอนนั้นเพราะพิษเศรษฐกิจทำให้ผมต้องออกจากงานและหันมารับช่วงต่อจากพ่อ-แม่ ทำอาชีพเกษตรกรรมและเริ่มเลี้ยงปลาเมื่อปีพ.ศ. 2518 เริ่มต้นยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ส่งผลทำให้ยิ่งทำ ยิ่งเป็นหนี้ จนสุดท้ายมีหนี้มากสุดถึง 5 แสนบาทจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมกลับมาสู้อีกครั้งคือ "พ่อหลวงรัชกาลที่ 9" กับทฤษฎีพอเพียงทำจากน้อยไปหามาก แบ่งปัน ยิ่งให้ยิ่งได้ ช่วงนั้นผลผลิตสัตว์น้ำขาดทุนสิ่งที่เหลืออยู่ก็จะเป็นผลไม้อินทรีย์ อาทิ ฟักทอง มะม่วงมะพร้าว ฯลฯ ผมได้แบ่งให้ชาวบ้านเอาไปกิน ไม่นานจากการที่ผมเริ่มแบ่งปันก็เริ่มเห็นผล เริ่มมีคนสนใจมาซื้อผลไม้ที่สวนของผม ไม่นานผมตัดสินใจลงกุ้งขาวและปลานิลในบ่อเดียวกันอีกครั้งโดยครั้งนี้ขอคำปรึกษากับทางกรมประมง และผู้มีประสบการณ์โดยตรง ซึ่งเหมือนว่าจะไปได้ดีแต่ก็ต้องเจอกับช่วงวิกฤติอีกครั้ง เมื่อกุ้งในบ่อผมต้องเจอกับโรคกลุ่มอาการตายด่วน (EMS) ทำให้ต้องขาดทุนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเพราะผมได้รู้ว่าปลานิลเลี้ยงรวมกับกุ้งขาวได้ ผมเริ่มศึกษาวิธีการเลี้ยงปลาแบบผสมผสานโดยได้ยกคันดินรอบๆ ให้สูงและหนาขุดคูคลองรอบๆ พื้นที่นา ตรงกลางทำเป็นนาเพื่อปลูกข้าว ด้านพันธุ์สัตว์น้ำจะเลี้ยงกุ้งและปลากินพืชกินเนื้อรวมกันไร่ละ 1,500 ตัว ปล่อยกุ้งขาวไร่ละ 10,000 ตัว ทุก 2 เดือน / รุ่น ต่อเนื่องกัน เพราะมีการจับกุ้งขายทุกวัน โดยจะเน้นเติมเกลือในบ่อทุก 15 วัน เป็นการกระตุ้นช่วยให้กุ้งลอกคราบดีและโตไวตลอดทั้งปี โดยการปล่อยสัตว์น้ำลงบ่อจะปล่อยกุ้งและปลากินพืชลงพร้อมกันเพื่อให้ทำการปรับสภาพน้ำและดินให้พร้อมก่อน หลังจากนั้นประมาณ 20 วัน จึงปล่อยปลากินเนื้อตามลงไป ด้านอาหารสัตว์น้ำถือเป็นปัจจัยสำคัญในการลดต้นทุนการผลิต ผมจะทำอาหารเอง โดยสูตรอาหารปลาลดต้นทุนหลักๆ จะใช้รำละเอียด ต้นกล้วยสับ มูลไก่ และจุลินทรีย์ ผสมให้เข้ากัน จากวิธีการเลี้ยงแบบผสมผสานนี้แค่เพียง 3 ปี ทำให้สามารถปลดหนี้ได้ทั้งหมด ในปี 2558 ผลผลิตในฟาร์มสามารถสร้างผลกำไรได้ 350,000 บาท และในปี 2559-2560 (ข้อมูล ณวันที่ 12 มีนาคม 2560) เนื่องจากน้ำแล้งจึงทำให้ผลผลิตน้อย โดยรายได้จากผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้วมียอดรวม เป็นเงิน 492,000 บาท แบ่งเป็น ปลา 6 ตัน (162,000 บาท) กุ้ง 2 ตัน (320,000 บาท) ผลไม้ 900 กก. (10,000 บาท)ซึ่งรายได้หลังจากหักต้นทุนประมาณ 90,000 บาท จะเหลือรายได้ประมาณ 402,000 บาท ซึ่งยังไม่นับรวมกับผลผลิตที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวจากปี 58 ได้แก่ ปลา และข้าว นับเป็นผลกำไรที่น่าพึงพอใจมากและสามารถยึดอาชีพนี้ใช้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นไม่นานกรมประมงได้คัดเลือกให้เป็นเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ผมได้มีโอกาสพัฒนาความรู้และประสบการณ์ จนได้เป็นเกษตรกรดีเด่นด้านบัญชีปี 2558 ประมงอาสาดีเด่นระดับจังหวัดปี 2558 ปราชญ์ปลานิล ปี 2554 และเริ่มมีผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงานและนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นศูนย์เรียนของผมโดยมีแนวคิดที่ว่า "พออยู่ พอกินลดต้นทุนการผลิต" นอกจากนี้ผมยังเป็นเครือข่ายประมงอาสาช่วยถ่ายทอดและแจ้งข่าวสารจากกรมประมงให้กับชาวประมงในพื้นที่อีกด้วย

ปัจจุบันฟาร์มของผมเป็นศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอบางเสาธง มีพื้นที่ 28 ไร่ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 10/1 บ้านศรีษะจระเข้ใหญ่ หมู่ 8 ถ.วัดจระเข้ใหญ่ ต.ศรีษะจรเข้ใหญ่อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ อีกทั้งกรมประมงได้คัดเลือกเป็นแหล่งเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปลานิลจังหวัดสมุทรปราการ และเป็นศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรปี 2560 โดยที่นี่จะแบ่งฐานการเรียนรู้ เป็น 9 ฐาน ได้แก่ ฐานที่ 1 การทำปุ๋ยหมักฐานที่ 2 โรงสีข้าวชุมชน ฐานที่3 น้ำส้มควันไม้ ฐานที่ 4 การเลี้ยงปลาเบญจพรรณผสมกุ้งขาว ฐานที่ 5การทำก๊าซหุงต้มจากมูลสัตว์ ฐานที่ 6 การปลูกข้าวปลอดสารพิษ ฐานที่ 7 อนุรักษ์ดินด้วยหญ้าแฝก ฐานที่ 8 บัญชีรับ-จ่ายครัวเรือน ท่านใดสนใจสามารถติดต่อได้ที่ แหล่งเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปลานิลจังหวัดสมุทรปราการโทร. 02-397-9397 089-996-7269











http://www.ryt9.com/s/prg/2634592
8  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / มุมปลาสวยงาม / ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา ขอเชิญพบกับ งานนครปฐมฟิชแฟร์ เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:42:41 AM
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา ขอเชิญพบกับ งานนครปฐมฟิชแฟร์ ?แหล่งผลิตปลากัดไทยก้าวไกลสู่ตลาดโลก? พบกับความยิ่งใหญ่ระดับโลกของการประกวดปลากัด ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


กรุงเทพฯ--19 เม.ย.--เซ็นทรัลพัฒนา

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา ร่วมกับ จังหวัดนครปฐม กรมประมง และเครือข่ายเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อการส่งออก จัดงาน นครปฐมฟิชแฟร์ ครั้งที่ 9" ในระหว่างวันที่ 19 ? 23 เมษายน 2560 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา ภายใต้สโลแกน "Nakorn Pathom : The Destination of Siamese fighting fish" ในงานนี้ พบกับความยิ่งใหญ่ระดับโลกของการประกวดปลากัดและปลาหมอครอสบรีด ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมถ้วยประทานพระองค์เจ้าอทิตยากร กิตติคุณ พร้อมถ้วยเกียรติยศ เกียรติบัตรและเงินรางวัลมากมายกว่า 150 รางวัล เพื่อตอกย้ำและประชาสัมพันธ์ถึงจังหวัดนครปฐมที่เป็นแหล่งเลี้ยงปลาสวยงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและเป็นแหล่งเพาะปลากัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้เพลิดเพลินกับการจัดแสดงพันธุ์ปลาสวยงามที่เพาะโดยคนไทยที่พัฒนาสายพันธุ์ปลากัดไทยๆ ได้อย่างงดงามสู่ตลาดโลก เช่น เจ้าแดงไบ่เล่ เจ้าไตรรงค์ โฉมงามและเจ้าชายอสูร และสายพันธุ์อื่นๆ มากมาย อีกทั้งยังมีการจัดแสดงนิทรรศการสัตว์น้ำสวยงามของไทยที่มีศักยภาพในการส่งออก ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ของเครือข่ายปลาสวยงาม , การขายสินค้าสัตว์น้ำสวยงามผ่านระบบออนไลน์ , การออกร้านจำหน่ายผลผลิตของกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการ และเอาใจเด็กๆ กับโซน Plakad Kid's , ตระการตากับการเนรมิตรถยนต์จากรถมินิออสตินเป็นตู้ปลาที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์สวยงาม

นอกจากนี้ ในวันที่ 19-23 เมษายน 2560 พบกับ งาน "Crayfish Thailand Award ครั้งที่ 1" ชมการประกวดกุ้งชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ศาลายา ภายในงานจะได้ ชมความสวยงามของกุ้งเครฟิชที่มีราคาแพงกว่าล้านบาท พบกับมึงรูด้านกุ้งเครฟิชชั้นแนวหน้าของเมืองไทย

พิเศษสุด ครั้งแรกของการแจกปลากัดฟรี! จำนวน 9,999 ตัว ที่จำนวนเยอะที่สุด งานนี้งานเดียวเท่านั้น











http://www.ryt9.com/s/prg/2634588
9  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / ...ตรวจเรือประมง...พร้อมตอกอัตลักษณ์ประจำเรือเพื่อป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย ? เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:41:36 AM

กรุงเทพฯ--19 เม.ย.--กรมประมง

เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560 ณ ท่าเทียบเรือสะพานปลา จ.สมุทรปราการ กรมประมง ร่วมกับทหารเรือ และกรมเจ้าท่า ลงพื้นที่ตรวจวัดขนาดของเรือประมงอย่างละเอียด พร้อมกับตอกอัตลักษณ์ประจำเรือประมง เพื่อป้องกันการสวมทับสิทธิ์หรือการเปลี่ยนแปลงเรือที่ใช้สำหรับทำการประมงทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการลักลอบทำการประมงที่ผิดกฎหมาย










http://www.ryt9.com/s/prg/2634582
10  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / ประมงเตรียมแผน?คุมเสี่ยงภัยแล้ง ปี 60 หวั่น! กระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:40:37 AM
ประมงเตรียมแผน?คุมเสี่ยงภัยแล้ง ปี 60 หวั่น! กระทบต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เตือนเกษตรกรเฝ้าระวัง...พร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรุงเทพฯ--19 เม.ย.--กรมประมง

กรมประมงเตรียมแผนลดความเสี่ยงจากภัยแล้งด้านการประมง ปี 60 หวั่นสภาพอากาศร้อนจัดอาจทำให้สัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงไว้ได้รับความเสียหาย แนะควรเฝ้าระวัง หมั่นดูแลสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมประมงอย่างเคร่งครัด

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว ซึ่งอุณหภูมิจะสูงขึ้นและอากาศจะร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยอาจต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2560 ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานลดน้อยลงและอาจไม่เพียงพอต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้ จากสภาวะดังกล่าวอาจทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุให้สัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เกิดความเครียด อ่อนแอ และตายได้

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและบรรเทาความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กรมประมงจึงได้จัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้ง ประจำปี 2560 ที่จะมาถึงโดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมประมงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนภัยแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้รับทราบถึงช่วงระยะเวลาที่ภาวะภัยแล้งจะมาถึง พร้อมทั้งแนะวิธีการป้องกัน แก้ไข และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการมาตรการส่งเสริมความรู้เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้ง ภายใต้แผนเตรียมพร้อมเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยแล้งด้านการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมและสร้างความตระหนักรู้ให้เกษตรกรสามารถประเมินความเสี่ยง และปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้งได้ และหากในกรณีที่เกิดผลกระทบทางด้านประมง ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน โดยประสานงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างทันท่วงทีและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อธิบดีกรมประมง กล่าวต่อไปว่า สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

1. ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงให้สูญเสียน้อยที่สุด
2. เตรียมหาแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติม
3. จับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดออกจำหน่ายหรือบริโภคก่อน เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำในบ่อหรือกระชัง
4. ลดปริมาณการให้อาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย
5. ถ้าจำเป็นต้องปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยง ให้ปล่อยในปริมาณที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าปกติ หรือปล่อยสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อลดช่วงระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง
6. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมีผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
7. หมั่นสังเกตอาการต่างๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติ จะได้แก้ไขได้ทันที
8. ควรวางแผนการเลี้ยง หรืองดเว้นการเลี้ยงในช่วงดังกล่าว โดยทำการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยงในช่วงดังกล่าวแทน เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และหากมีปัญหาในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ สามารถขอรับคำปรึกษาและคำแนะนำจากนักวิชาการประมง ได้ที่ ศูนย์/ สถานี และสำนักงานประมงจังหวัดทั่วประเทศ











http://www.ryt9.com/s/prg/2634581
11  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / กรมประมงร่วม กองทัพเรือ และกรมเจ้าท่า นำกำลังลงพื้นที่ท่าเทียบเรือสะพานปลา เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:39:15 AM
เฝ้าระวังแล้งกระทบประมงสั่งทั่วประเทศจับตาสถานการณ์-เร่งแจ้งเตือนประชาชน

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมงเปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศได้เข้าสู่ฤดูร้อน โดยอาจต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม 2560 ทำให้ปริมาณน้ำทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำชลประทานลดน้อยลงและอาจไม่เพียงพอต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นอกจากนี้ จากสภาวะดังกล่าวอาจทำให้อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้สัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เกิดความเครียด อ่อนแอ และตายได้

ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น กรมประมง จึงได้จัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์ในช่วงฤดูแล้ง ประจำปี 2560 โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกรมประมงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งเตือนแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ได้รับทราบถึงช่วงระยะเวลาที่ภัยแล้งจะมาถึง วิธีการป้องกัน แก้ไข และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด

สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้ 1.ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงให้สูญเสียน้อยที่สุด 2.เตรียมหาแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติม 3.จับสัตว์น้ำที่ได้ขนาดออกจำหน่ายหรือบริโภคก่อน เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำในบ่อหรือกระชัง 4.ลดปริมาณการให้อาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอาหารสดเพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย 5.ถ้าจำเป็นต้องปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยง ให้ปล่อยในปริมาณที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าปกติ หรือปล่อยสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อลดช่วงระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง 6.ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำ ถ้าจำเป็นต้องระมัดระวังให้มากเนื่องจากจะมี ผลกระทบกับการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง 7.หมั่นสังเกตอาการต่างๆ ของสัตว์น้ำที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากมีอาการ ผิดปกติ จะได้แก้ไขได้ทันที 8.ควรวางแผนการเลี้ยง หรืองดเว้นการเลี้ยงในช่วงดังกล่าว โดยทำการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยงในช่วงดังกล่าวแทน เพื่อเตรียมไว้เลี้ยงสัตว์น้ำในรอบต่อไป










http://www.ryt9.com/s/nnd/2634309
12  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / กรมโรงงานฯ ลดโลกร้อนในอุตสาหกรรมประมง เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:37:25 AM

        ดร.สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม (คนที่ 3 จากซ้าย) นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (คนที่ 2 จากซ้าย) และ ดร.ดีเชนเซอริ่ง ผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สำนักงานเอเชียและแปซิฟิค (คนที่ 3 จากขวา) ร่วมเปิดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารทำความเย็นในภาคอุตสาหกรรมประมง (Sustainable Management of Refrigeration Technologies in Marine and Off-Shore Fisheries Sector) โดยมีผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานระหว่างประเทศ และผู้แทนกว่า 45 ประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้ ประสบการณ์ใช้เป็นแนวทางการทำงาน ในการลดการใช้สารทำความเย็นที่ทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนในกลุ่มอุตสาหกรรมประมง โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ ชั้น 4 ห้องชาเทรียม บอลรูม กรุงเทพฯ









http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9600000039445
13  คอมพิวเตอร์ไอที / คอมพิวเตอร์อัพเดท / รีวิว Pixels CCTV กล้องวงจรปิดไร้สายที่แค่เสียบก็ใช้ได้เลย เมื่อ: เมษายน 20, 2017, 08:36:09 AM
<a href="http://www.youtube.com/watch?v=P0zAn3eHtYM" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=P0zAn3eHtYM</a>

กล้องวงจรปิดอาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวของหลายคน แต่พอถึงคราวจำเป็น ขโมยขึ้นบ้าน หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในบ้าน มันก็เป็นหลักฐานสำคัญที่อะไรก็มาแทนมันไม่ได้ เหมือนกับกล้องหน้ารถที่ตอนนี้กำลังฮิตๆ กันนั้นแหละ ที่ติดไว้ก็อุ่นใจกว่าเยอะแต่แน่นอน กล้องวงจรปิดธรรมดาเราไม่รีวิว ขอรีวิวเป็นชุดกล้องวงจรปิดไร้สายจากแบรนด์ Pixels ให้ดูกันเลยดีกว่า

จุดเด่นของกล้องชุดนี้คือการเชื่อมต่อไร้สายผ่านคลื่น 2.4 GHz ครับ ทำให้ติดตั้งสะดวกกว่ากล้องทั่วไปที่ต้องลากสายสัญญาณมาก ขอแค่มีปลั้กไฟ กับอยู่ในระยะทำการของคลื่นก็ทำงานได้แล้ว แต่ถ้าต้องการต้องเดินสายสัญญาณให้ภาพเสถียร ก็ยังมีช่องให้เสียบสาย LAN นะ

ตามสเปก ระยะทำการของกล้องชุดนี้อยู่ประมาณ 100 เมตรจากตัวกล่อง NVR (Network Video Recorder) และกล้องแต่ละตัวสามารถตั้งค่าให้ทำงานเป็น Repeater เพื่อรับสัญญาณจากกล้องตัวอื่นมาส่งต่อกลับเข้าเราเตอร์ได้ด้วย และกล้องของ Pixels ชุดนี้ออกแบบเพื่อใช้นอกบ้าน เลยสู้ฝนได้ระดับหนึ่งตามมาตรฐาน IP66 ครับ

ตัวกล่อง NVR ของ Pixels ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของระบบนี้ใช้เครือข่ายไร้สายเฉพาะ เพื่อให้ทำงานได้ง่ายขึ้น แค่เปิดกล่อง NVR และต่อไฟเข้าตัวกล้อง ระบบจะเชื่อมโยงกันเองทันที

ด้านหน้าของกล่องเป็นช่องใส่ฮาร์ดดิสก์แบบ SATA รองรับความจุสูงสุด 6 TB โดยความจุ 1 TB จะบันทึกข้อมูลจากกล้อง 4 ตัวได้ราว 15 วันครับ ใส่ 6 TB ก็เก็บได้ราวๆ 3 เดือนนะครับ ส่วนด้านหลังกล่อง ก็จะมีช่อง HDMI และ VGA เพื่อดูภาพจากกล้อง และในชุดมีเมาส์มาให้ด้วย พร้อมใช้ทันทีโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มครับ

แค่เปิดกล่อง NVR และต่อไฟเข้าตัวกล้อง ระบบจะเชื่อมโยงกันเองทันที

มาดูภาพจากกล้องกันครับ กล้องตัวที่อยู่ไกลที่สุดก็ยังส่งภาพมาให้เราบันทึกได้ชัดเจน ซึ่งกล้องในชุดนี้มีความละเอียด 960p ให้ภาพมุมกว้าง 70 องศา พร้อมไฟ infrared ฉายยามค่ำคืน ให้เห็นภาพ

แน่นอน ยุคนี้เป็นยุคสมาร์ทโฟนแล้ว ชุดกล้องวงจรปิดไร้สายของ Pixels สามารถดูภาพสดผ่านแอป Danale ได้ทั้ง iOS และ android ครับ และมีบริการบันทึกภาพบน Cloud เพื่อเรียกดูภาพย้อนหลังด้วย แต่ต้องเสียค่าบริการรายเดือนเป็นค่าเซิร์ฟเวอร์นิดหน่อยนะครับในจุดนี้

จุดสังเกตของชุดกล้องวงจรปิดไร้สายจาก Pixels มีอยู่บ้างนะครับ คืออาจมีปัญหาภาพกระตุก ภาพดรอป ถ้าวางกล้องอยู่ไกลๆ และเซ็ตการทวนสัญญาณไม่ถูกต้อง ซึ่งก็แก้ไขได้ด้วยการเลือกจุดวางกล้องที่ไม่อับสัญญาณ และให้ช่างช่วยเซ็ตระบบในตอนแรกครับ แต่ถ้ามีปัญหาจริงๆ อาจเพราะคลื่นรบกวนเยอะ ก็สามารถเปลี่ยนไปเชื่อมต่อผ่านสายได้อยู่ดี

โดยรวมถือว่าชุดกล้องวงจรปิดไร้สายจาก Pixels นั้นน่าสนใจครับ มีแอปพลิเคชั่น Pixels ทั้งใน iOS และ Android เป็นศูนย์กลางบริการลูกค้าและดีลเลอร์ด้วย กล้องมีปัญหาก็พิมพ์ใบเคลมจากแอป แล้วส่งสินค้าเคลมผ่าน 7-11 ได้ทั่วประเทศ พร้อมมีตัวแทนจำหน่ายกระจายอยู่ทุกภาค ซึ่งผลิตภัณฑ์จาก Pixels นั้นรับประกัน 3 ปี ใช้สบายใจกันไปยาวๆ

ใครที่สนใจกล้องไร้สายจาก Pixels ชุดนี้ที่มี 4 กล้อง พร้อมฮาร์ดดิสก์ 1 TB ราคา 12,900 บาท ก็สามารถติดต่อผ่านไลน์ @pixelscctv ได้เลย











https://www.beartai.com/review/etc-review/160486
14  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / เกษตรและอาหาร / สระแก้ว 19 เม.ย. - อดีตข้าราชการทหารน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาที่ เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 08:52:16 AM
สระแก้ว 19 เม.ย. - อดีตข้าราชการทหารน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาที่ดินมรดกตกทอดของครอบครัวจนประสบความสำเร็จเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสานในจังหวัดสระแก้ว

ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนตำบลเขาสามสิบ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว เกิดขึ้นจากจ่าสิบเอกไพทูล พ้นธาตุ วัย 69 ปีเมื่อเกษียณอายุทหาร ได้นำความรู้ที่ได้ขณะมีโอกาสไปช่วยงานที่หน่วยพัฒนาเคลื่อนที่และได้ศึกษาดูงานด้านเกษตร ก่อนน้อมนำแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มาพัฒนาพื้นที่ 9 ไร่ 2 งาน ที่ได้รับมรดกตกทอดจากครอบครัวจนประสบความสำเร็จ จนพื้นที่ 9 ไร่ 2 งานในวันนั้นกลายเป็นพื้นที่ทำเกษตรทั้งหมด 28 ไร่ในวันนี้

จ่าสิบเอกไพทูล เลือกทำการเกษตรผสมผสาน และเกษตรอินทรีย์ชีวภาพ ด้วยการแบ่งที่ดินทำนา บ่อเลี้ยงปลา ปลูกพืชสวนผสมผสาน 10 ไร่ โรงเรือนและเป็นที่พักอาศัย จนกลายเป็นแหล่งศึกษาความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เป็นศูนย์อบรมของหน่วยงานรัฐหรือบุคคลทั่วไป มีแปลงสาธิตพันธุ์ข้าวประมาณ 50 สายพันธุ์ เป็นศูนย์ดูงานต้นแบบโครงการทำนา 1 ไร่ ได้ 100,000 บาท และเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ด้านการเกษตรปลอดสาร และด้านอื่นๆ เช่น การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ แปลงสาธิตปลูกหวาย ไผ่หวาน เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 

อดีตทหารที่กลายมาเป็นหนึ่งในปราชญ์เกษตร บอกด้วยว่า ขณะนี้ที่ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชนเริ่มนำไก่งวง ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของจังหวัดสระแก้วมาเลี้ยง เพราะไก่งวงมีราคาสูงและยังไม่มีใครเลี้ยง ภายในศูนย์ยังสีข้าวเอง นำแกลบไปผลิตเป็นพลังงานทดแทนหุงต้มอาหารได้ ผลผลิตที่ได้นำมาใช้ภายในศูนย์ ส่วนหนึ่งนำไปขายสร้างรายได้และความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น แต่ก็ยังยึดหลักคำว่า "พอเพียง" ให้ได้ เพื่ออยู่อย่างมีความสุขได้ต่อไป. - สำนักข่าวไทย 










http://www.tnamcot.com/view/58f6a5cee3f8e4ce4d20daa2
15  ข่าวสารเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ประมง / การประมง / ตั้งคณะทำงานสอบส่วยประมง เมื่อ: เมษายน 19, 2017, 08:51:32 AM

กรมประมง  18 เม.ย. - กรมประมง-ศปมผ.ตั้งคณะทำงานสอบส่วยประมงภายใน 7 วัน หลังชาวประมงร้องเรียนจ่ายเจ้าหน้าที่เอื้อทำประมงผิดกฎหมาย ยอมรับอดีตมีเจ้าหน้าที่รับส่วย 5,000- 300,000 บาท

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง  แถลงชี้แจงกรณีมีชาวประมงร้องเรียนว่าจ่ายเงินสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อเอื้อต่อการทำประมงผิดกฎหมาย ว่า  ขณะนี้ตั้งคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน เพื่อสืบสวนประเด็นที่เกี่ยวข้องว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ หากพบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสอบทางวินัย สำหรับภาพรวมช่วงเดือนตุลาคม 2559 ถึงปัจจุบันตรวจจับไปแล้วกว่า 500 ครั้ง มีข้อมูลผู้กระทำผิด 254 เรื่อง 

"ปัจจุบันเรือประมงถูกจับมาก คือ ห้ามใช้เครื่องมือที่ห้ามใช้ในเขตทะเลชายฝั่งใกล้ 3 ไมล์ทะเล แต่การจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาเมื่อมีการร้องเรียนเกิดขึ้นเมื่อถึงขั้นตอนขอหลักฐานชาวประมงหลายรายไม่มีหลักฐานและไม่กล้าให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ เพราะเขาก็ถือเป็นผู้กระทำผิดด้วย ทำให้การตรวจสอบเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ยากและแทบตรวจสอบไม่ได้ ที่ผ่านมาตรวจสอบพบบ้าง ไม่พบบ้าง แต่หากสื่อมวลชนหรือ ประมงคนใดถ่ายภาพ ถ่ายคลิปไว้ ก็ช่วยนำส่งมาให้ได้ จะได้นำไปดำเนินการตรวจสอบ" นายอดิศร กล่าว

พล.ร.ท.วรรณพล กล่อมแก้ว รองหัวหน้าสำนักงานและเลขานุการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมามีชาวประมงโทรศัพท์แจ้งโดยตรงต่อ ศปมผ. ซึ่งกลุ่มแรกเป็นเรือประมงประเภทปลากระตัก ระบุว่าจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ เพื่อนำเรือไปล้อมจับปลาช่วงเวลากลางคืน ซึ่งตามกฎไม่สามรถออกหาปลาได้  ส่วนอีกกลุ่มเป็นเรื่องน้ำหนักมากกว่า 30 ตันกรอส แต่ไม่ต้องการแจ้งขึ้นทะเบียนที่ศูนย์ควบคุมแจ้งเข้าแจ้งออก (PIPO) ตามที่กฎหมายกำหนด จึงแจ้งว่าจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ เพราะอ้างว่ามีเส้นสายดี  

"เหตุการณ์ปัจจุบันยังไม่ยืนยันว่าเป็นอย่างไร แต่ในอดีตเคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งการจ่ายส่วยเคยทราบว่ามีตั้งแต่ราคา 5,000 - 300,000 บาทต่อลำ บางรายจ่ายเป็นต่อเดือน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเนื่องจากเกรงว่าจะมีผลต่อการสอบสวน" พล.ร.ท.วรรณพล กล่าว
พล.ร.ท.วรรณพล กล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่ที่พบการร้องเรียนมีทั่วไป แต่ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบนเป็นพื้นที่ที่จับตามากที่สุด ซึ่งต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากนั้นเชื่อว่ารายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวพันหรือเชื่อมโยงน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น.- สำนักข่าวไทย











http://www.tnamcot.com/view/58f5f17ee3f8e4ce4d20da6f
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 ... 1111