อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

สภาวะสัตว์น้ำรอบทะเลสาบสงขลา เดือนสิงหาคม 2559ช่วงนี้ไม่ใช่เฉพาะแสงแดดที่ร้อนแรง สายลมก็พัดค่อนข้างแรงด้วยเหมือนกัน บางทีฝนก็ตกลงมาอย่างกับฟ้าจะถล่ม ท่องนะโมยังไม่ทันครบสามจบ เม็ดฝนก็หายวับไปกับตา อย่างกับว่าผีหลอกกลางวัน จึงทำให้ปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้แถวเกาะใหญ่และปากพะยูนมีปริมาณลดลงกันทั่วทุกครัวเรือน แล้วที่น่าคับแค้นใจอีกอย่างคือรู้ทั้งรู้ว่าช่วงนี้เป็นหน้าปลาชุม โดนเฉพาะปลานิลดำแถวเกาะใหญ่แต่เสียโอกาสเพราะลมแรงออกทำการประมงไม่ได้

และเรื่องการตลาดก็เป็นที่น่าเสียดายที่ตลาดปลานิลดำช่วงนี้ไม่ดีเท่าที่ควร  ผู้คนไม่ค่อยนิยมบริโภค (ชาวประมงแอบบ่นอุบอิบ!) จริงๆถ้าพูดถึงปลานิลคุณค่าทางอาหารก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย อีกทั้งรสชาติก็ไม่ขี้เหร่  หรือถ้าล้นตลาดก็น่าจะลองแปรรูปกันบ้างก็ไม่น่าเกินความสามารถแม่บ้านชาวประมง  เนอะๆๆ  ลองดู!

ส่วนแถวคูเต่าช่วงนี้ชาวประมงก็ไม่ค่อยออกหาปลาเพราะว่าน้ำในทะเลแห้ง และช่วงเข้าพรรษาเค้าว่ากันว่าสัตว์น้ำจะน้อยเพราะมันจำศีล (เราถือศีล5 แล้วปลาถือศีลอะไรเอ่ย) มาติดตามกันว่า เขตไหน โซนไหน สัตว์น้ำอะไร จะมากน้อยเพียงใด  มาดู!

ตลาดชะอวดและโซนทะเลน้อย...กุ้งก้ามกราม 1 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 11 กิโลกรัม  ปลากระดี่หม้อ 0.2 กิโลกรัม  ปลาช่อน 150 กิโลกรัม  ปลากระสงหรือช่อนไช 31 กิโลกรัม  ปลาชะโด 10 กิโลกรัม  ปลาซิวไม้ไผ่ 3 กิโลกรัม  ปลาดุกอุย 41.7 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนขาว 7 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนทรายหรือลูกขาว 3 กิโลกรัม  ปลาตาแดง 21 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 55 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 1 กิโลกรัม  ปลาแมวหูขาว 2 กิโลกรัม  ปลาสร้อยนกเขาหรือปลาขี้ขม 4.5 กิโลกรัม  ปลาสลาด 57 กิโลกรัม  ปลาสลิด 3 กิโลกรัม  ปลากระสูบขีดหรือปลาโสด 53 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือปลาตรับ 41 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 9 กิโลกรัม  ปลาไหล 2 กิโลกรัม(ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

เกาะใหญ่และโซนทะเลหลวง...กั้งตั๊กแตน 0.1 กิโลกรัม  กุ้งกระต่อมหรือกุ้งนา 490 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 163 กิโลกรัม  กุ้งกุลาดำ 0.5 กิโลกรัม  ปลากดคันหลาว 5 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 3 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวควาย 7 กิโลกรัม  ปลากระทุงเหวปากแดง 4 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 2 กิโลกรัม  ปลากราย 1 กิโลกรัม  ปลากะพงขาว 0.5 กิโลกรัม  ปลากะพงหิน 6.5 กิโลกรัม  ปลาแก้มช้ำ 0.1 กิโลกรัม  ปลาแขยงขาวหรือแขยงนวล 0.5 กิโลกรัม  ปลาแขยงหนู 2 กิโลกรัม  ปลาโคบ 31 กิโลกรัม  ปลาจิ้มฟันจระเข้ 17 กิโลกรัม  ปลาช่อน 22 กิโลกรัม  ปลากระสงหรือช่อนไช 6 กิโลกรัม  ปลาชะโอน 0.2 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 121 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 7 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนขาว 4 กิโลกรัม  ปลาตะเพียนทรายหรือลูกขาว 0.2 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 97 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 2.2 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 17 กิโลกรัม  ปลามะลิ 110 กิโลกรัม  ปลาแมวหูขาว 40 กิโลกรัม  ปลายี่สก 2 กิโลกรัม  ปลาลิงหรือแกง 2 กิโลกรัม  ปลาวัว 1 กิโลกรัม  ปลาสร้อยนกเขาหรือขี้ขม 4 กิโลกรัม  ปลาสลาด 33 กิโลกรัม  ปลาสลิด 0.3 กิโลกรัม  ปลาเสือพ่นน้ำ 1 กิโลกรัม  ปลากระสูบขีดหรือโสด 21 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือตรับ 42 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 280 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 95 กิโลกรัม  ปลาไหล 8 กิโลกรัม(ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

คูขุดปากพะยูนและโซนทะเลสาบตอนใน...กุ้งกระต่อมหรือกุ้งนา 35 กิโลกรัม  กุ้งก้ามกราม 106 กิโลกรัม  กุ้งกุลาดำ 12.7 กิโลกรัม  กุ้งแชบ๊วยหรือหางแดง 27 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งเล็ก 193 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งใหญ่ 38 กิโลกรัม  กุ้งหัวมัน 17 กิโลกรัม  ปลากดเหลือง 0.2 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 14 กิโลกรัม  ปลากะพงหิน 5 กิโลกรัม  ปลาโคบ 1 กิโลกรัม  ปลาช่อน 240 กิโลกรัม  ปลาชะโด 8 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 249 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 39.3 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 140 กิโลกรัม  ปลาบู่ทราย 1.7 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 20 กิโลกรัม  ปลาแป้นใหญ่หรือลาปัง 7 กิโลกรัม  ปลาแมวหูขาว 12 กิโลกรัม  ปลาวัว 6 กิโลกรัม  ปลาสร้อยนกเขาหรือขี้ขม 30 กิโลกรัม  ปลาสลาด 4 กิโลกรัม  ปลาสลิดหินหรือขี้ตังลาทา 3 กิโลกรัม  ปลาโสดหรือกระสูบขีด 21 กิโลกรัม  ปลาหมอช้างเหยียบหรือตรับ 57 กิโลกรัม  ปลาหมอไทย 5.2 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 26 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 25 กิโลกรัม  ปลาหางควาย 1.5 กิโลกรัม  ปลาอีฆ้อง 22 กิโลกรัม  ปูดำ 19 กิโลกรัม  ปูม้า 33 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

โซนทะเลสาบตอนนอก...กุ้งกุลาดำ 0.2 กิโลกรัม  กุ้งขาว 28 กิโลกรัม  กุ้งแชบ๊วยหรือหางแดง 256 กิโลกรัม  กุ้งฝอย 18 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งเล็ก 570 กิโลกรัม  กุ้งหัวแข็งใหญ่ 48 กิโลกรัม  กุ้งหัวมัน 14 กิโลกรัม  ปลากดขี้ลิง 23 กิโลกรัม  ปลากระบอกขาว 19 กิโลกรัม  ปลากราย 0.5 กิโลกรัม  ปลากะพงแดง 0.2 กิโลกรัม  ปลาเกล็ดขาว 3 กิโลกรัม  ปลากะรังดอกแดง 1.5 กิโลกรัม  ปลาโคบ 0.5 กิโลกรัม  ปลาดุกทะเลหรือมิหลัง 12 กิโลกรัม  ปลาตะกรับหรือขี้ตัง 2.5 กิโลกรัม  ปลาทราย 0.5 กิโลกรัม  ปลานิลดำ 1 กิโลกรัม  ปลาบู่จุดฟ้า 1.1 กิโลกรัม  ปลาแป้นเล็กหรือบุตรี 1 กิโลกรัม  ปลาลิ้นควายหรือใบขนุน 0.2 กิโลกรัม  ปลาสลิดหินหรือขี้ตังลาทา 6.5 กิโลกรัม  ปลาหัวแข็งหนวดอ่อน 2 กิโลกรัม  ปลาหัวอ่อนหนวดแข็ง 18 กิโลกรัม  ปลาหางควาย 0.2 กิโลกรัม  ปูดำ 15.7 กิโลกรัม  ปูม้า 130.5 กิโลกรัม  ปลากะพงทองหรืออั้งจ๊อ 2 กิโลกรัม (ปริมาณสัตว์น้ำกิโลกรัมต่อวัน)

ก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่าปลายปีนี้สายลมแสงแดดและสายฝนจะหนักเบามากน้อยเท่าใด  ปริมาณสัตว์น้ำจะมากน้อยขนาดไหน  เล่นหวยที่ว่าต้องลุ้นกันสุดตัวแล้ว ก็ยังลุ้นน้อยกว่าลุ้นฟ้าลุ้นฝน ก็อย่าเพิ่งท้อแล้วกัน ต้องมีสักวันที่เราจะถูกหวยตัวตรง ลุ้นๆๆๆ!