ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะคะ ช่วงนี้พี่น้องทางภาคใต้ก็กำลังประสบปัญหาหมอกควันไฟป่า จากประเทศอินโดนีเชีย อาจจะทำให้หลายๆคนป่วยไข้ไม่สบายกัน ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ กลับมาครั้งนี้ดิฉัน มานำเสนอเกี่ยวกับเรื่องที่ได้พบเจอในชีวิตประจำวันนะคะ เรื่องราวจะเป็นไปอย่างไรติดตามได้เลยคะ

                 อันชีวิตแม่บ้านในปัจจุบัน หลังจากเลิกงานประจำ ก็จะมีหน้าที่หลักอีกอย่างคือ หุงหาอาหาร มาประกอบเป็นอาหารในการเลี้ยงลูก เลี้ยงสามี การออกไปหาอาหารก็คือการจ่ายตลาดค่ะ การจ่ายตลาดก็เลือกซื้ออาหารสด อาหารแห้ง ผัก รวมไปถึงวัตถุดิบในการประกอบอาหารต่างๆค่ะ แต่จากการไปจ่ายตลาดในหลายๆครั้ง ทำให้ดิฉันแอบสังเกตตลอดว่าปลาทู ที่วางขายอยู่ในตลาด ในปัจจุบันนี้มีขนาดที่เล็กลงเทียบกับ สมัยก่อนซึ่งย้อนกลับไปประมาณ 5-10 ปี เพราะเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ดิฉันได้ไปจ่ายตลาด ที่ตลาดใน อ.เมือง จ.สงขลา และได้ซื้อปลาทูกลับมาประกอบอาหาร 1 กิโลกรัม (ท่านผู้อ่านทายหน่อยซิค่ะว่า ดิฉันได้ปลาทูมากี่ตัว?......................................เฉลยค่ะ 22 ตัวค่ะ) ไม่ใช่ว่าดิฉันตั้งใจจะเลือกเอาแต่ตัวเล็กๆหรอกนะคะ แต่วันนั้นเดินเลือกดูตามแผงปลาของแม่ค้ากี่รายๆ ก็มีขนาดที่เท่ากันหมด ลองนึกย้อนกลับไปดังที่ได้กล่าวข้างต้น ปลาทูส่วนใหญ่ในสมัยก่อน จะอยู่ที่ 4-8 ตัวต่อกิโลกรัมค่ะ จากการที่ดิฉันไปจ่ายตลาดมาในหลายๆจังหวัดชายทะเลในภาคใต้ จะเห็นว่าปลาทูที่วางขายอยู่เป็นปลาขนาดเล็ก แต่ก็มีปลาทูขนาดใหญ่วางขายอยู่ด้วยเช่นกันค่ะ(ปลาจากอินโดนีเชีย)

 

ภาพจาก   http://topicstock.pantip.com/

 

 จะเห็นได้ว่าปลาทูที่จับได้จากทะเลไทยในปัจจุบันนี้จะเป็นปลาที่มีขนาดเล็กซะส่วนใหญ่ ก็เพราะว่าในปัจจุบันมีการทำการประมงที่เกินกำลัง มีการใช้อุปกรณ์เชิงพาณิชย์เป็นหลัก โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะตามมา เช่น การใช้ขนาดตาอวนที่มีขนาดเล็ก ทำให้มีสัตว์น้ำขนาดเล็กที่ยังไม่โตเต็มวัยติดมาจำนวนมาก ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดวงจรของสัตว์น้ำชนิดนั้นๆไปโดยปริยาย แต่ยังดีที่ทางกรมประมงมีนโยบายให้ใช้มาตรการปิดอ่าวเพื่อฟื้นฟูและรักษาสมดุลของท้องทะเลค่ะ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บรรดาเหล่าสัตว์น้ำจะได้มีการสืบพันธุ์และวางไข่ แต่ถึงอย่างไรหากยังมีการทำประมงโดยการขาดความรับผิดชอบของบรรดาชาวประมง ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน หรือ ประมงเชิงพาณิชย์ ก็อาจทำให้สัตว์น้ำเศรษฐกิจมีการลดจำนวนลง ไม่จำเพาะเจาะจงเพียงแค่ปลาทู ดังนั้น บรรดาชาวประมงควรมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรที่อยู่ในน้ำนี้ ให้ยั่งยืนไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลานค่ะ เริ่มต้นง่ายๆ คือให้ชาวประมงอย่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนให้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

                ดิฉันก็ยังคงหวังว่าในอนาคตข้างหน้า ดิฉันจะสามารถหาซื้อปลาทูตัวขนาด 4-8 ตัวต่อกิโลกรัม มาประกอบเป็นอาหารรับประทานในครอบครัวได้อีกครั้ง ดิฉันเชื่อว่าหากเราทุกคนช่วยกันอนุรักษ์และไม่มีการทำประมงที่เกินกำลังโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ก็อาจจะช่วยให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้รับประทานปลาหรือสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ตัวโตๆ สุดท้ายนี้ดิฉันขอให้ทุกคนประสบแต่ความสำเร็จ และโชคดี ไม่มีโรคภัยหรือปัญหาต่างๆเข้ามาในชีวิตนะคะ สวัสดีคะ

 

 

 

เรียบเรียงโดย... นางสาวรสรินทร์ สุวรรณชาตรี