ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

บึงฉวาก เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 2 จังหวัด   คือ อำเภอเดิมบางนางบวช   จังหวัดสุพรรณบุรี   และอำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท  มีทางรับน้ำธรรมชาติจากคลองบ้านเซียน คอลงบางลี่ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท และรับน้ำจากคูส่งน้ำซึ่งผันน้ำมาจากแม่น้ำท่าจีน อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี บึงฉวากมีความกว้างประมาณ 650 เมตร ความยาวประมาณ 6,500 เมตร ระดับน้ำลึกเฉลี่ย 2 เมตร รวมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 1,807 ไร่

ได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 
ในปี พ.ศ. 2525   โดยมีหน่วยงานของกรมป่าไม้เข้ามาให้ความคุ้มครองสัตว์ป่าและสัตว์น้ำ แต่ด้วยเหตุที่บึงฉวากขาดการบุรณะปรับปรุงมาเป็นเวลานาน  ทำให้มีสภาพรก
และตื้นเขิน  มีวัชพืชขึ้นอยู่หนาแน่นและน้ำเน่าเสีย  กอปรกับราษฎรในเขตพื้นที่โดยรอบบึงสูบน้ำมาใช้ในการเกษตรทำให้น้ำในบึงฉวากแห้งลง    จนมีผลทำให้สัตว์น้ำหลาย
ชนิดตายเป็นจำนวนมาก       ในปี พ.ศ. 2535 สำนักงานอำเภอเดิมบางนางบวชจึงได้แก้ไขปัญหาโดยการขุดคูส่งน้ำจากแม่น้ำท่าจีนสู่บึงฉวากเพื่อบรรเทาความแห้งแล้งและ
รักษาพันธุ์สัตว์น้ำ

ภาพจาก https://www.thailandhotelforums.com/



     ในปี พ.ศ. 2537 จังหวัดสุพรรณบุรีได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงบูรณะบึงฉวากให้เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้เป็นที่เก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค และการเพาะ
ปลูกให้แก่ราษฎรในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง   ส่งเสริมอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ  ตลอดจนส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัด  และเป็นแห่งในการอนุรักษ์ทรัพยากร
ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย โดยในส่วนของกรมประมงมีกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้
1. กิจกรรมเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ
2. กิจกรรมส่งเสริมการเลี้ยงปลาในระบบไร่นาสวนผสม
3. กิจกรรมการรักษาสภาพแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ 
4. กิจกรรมจัดสร้างสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด

     สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ กรมประมง   ก่อสร้างขึ้นภายใต้โครงการพัฒนาบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เป็นโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว    เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์เป็นปีที่ 50    โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2539       และสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้เมื่อเดือน
กุมภาพันธ์2541   วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างสถานแสดงพันธุ์ปลานี้คือ เพื่อให้เป็นสถานที่ศึกษาพฤติกรรมสัตว์น้ำที่สำคัญให้กับนักวิชาการ  ประชาชน  นักเรียน  นักศึกษา ตลอดจนผู้สนใจโดยทั่วไป เพื่อปลูกสร้างจิตสำนึกให้รู้จักและรักษาทรัพยากรอันมีค่ายิ่งของไทย สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ  มีสิ่งที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
อาคารสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ    เป็นอาคารที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่น่าสนใจ  ทั้งพันธุ์สัตว์น้ำจืดและพันธุ์สัตว์น้ำเค็ม    ในส่วนของพันธุ์สัตว์น้ำจืดมีทั้งพันธุ์ปลาไทย
ได้แก่  พันธุ์ปลาต่างประเทศ   และพันธุ์ปลาสวยงามชนิดต่าง ๆ รวมแล้วมากกว่า 50 ชนิด      ตัวอย่างปลาไทยที่น่าสนใจ ได้แก่ 
ปลาบึก ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดชนิดที่ไม่มีเกล็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก     ปลากระโห้  เป็นปลาน้ำจืดชนิดมีเกล็ดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปลาม้า  ซึ่งเป็นพันธุ์ปลา
ที่เคยมีชุกชุมในเขตจังหวัดสุพรรณบุรีแต่ในปัจจุบันได้ลดจำนวนลงไปมาก  เนื่องจากความนิยมในการบริโภคปลาชนิดนี้    ปลาช่อนงูเห่า ที่มีเรื่องเล่ากันว่าเป็นปลาที่มีพิษ
ร้ายแรง หากกัดผู้ใดก็จะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต      ปลากระเบนน้ำจืด เป็นปลาที่มีต่อมพิษอยู่ใกล้ ๆ กับโคนหาง  ซึ่งจะปล่อยพิษออกทางเงี่ยงได้ มีถิ่นอาศัยอยู่ในแม่น้ำ
เจ้าพระยาและแม่น้ำโขง    ปลาเสือตอ เป็นปลาที่สูญพันธุ์ไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติของประเทศไทยแล้ว   ซึ่งในอดีตเคยมีชุกชุมในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นต้น

ภาพจาก https://www.thailandhotelforums.com/



     นอกจากพันธุ์ปลาไทยดังที่กล่าวมาแล้วยังมีพันธุ์ปลาไทยชนิดอื่น ๆ อีกหลายชนิดที่นำมาจัดแสดงไว้เพื่อให้ผู้เข้าชมได้รู้จักชนิดพันธุ์ปลาไทยเพิ่มมากขึ้น    และมีพันธุ์ปลา
ต่างประเทศ นำจัดแสดงไว้ด้วย เช่น ปลากดลายเสืออะเมซอน ปลากดหางแดงอะเมซอน และพันธุ์ปลาสวยงามจากต่างประเทศอีกหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีปลาทะเลและสัตว์ทะเล เช่น ปลาโนรี ปลากระเบ   นลายจุดฟ้า    ปลาวัว    ปลาฉลาม    และม้าน้ำ เป็นต้น

     นอกจากอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่กล่าวมาแล้วนั้น     ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2546   สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำมีอาคารที่เปิดให้ชมเพิ่มขึ้นอีก 1 อาคาร    จัดสร้างด้วยงบ
ประมาณจำนวน 51 ล้านบาทเศษ เป็นอาคารเชื่อมติดกับอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังเก่า ภายในประกอบด้วย ตู้ปลาน้ำจืดขนาดใหญ่ 1 ตู้ มีความจุน้ำประมาณ 400 ตันซึ่ง
ผู้เข้าชมสามารถเดินดูได้รอบตู้และเดินลอดผ่านใต้ตู้ได้ด้วย     เนื่องจากมีการก่อสร้างเป็นลักษณะอุโมงค์        และรอบตู้ปลาใหญ่จะประกอบด้วยตู้ปลาน้ำจืดขนาดความจุน้ำ
ประมาณ 1-3 ตัน อีก 30 ตู้และนอกจากนี้ยังมีตู้ปลาสวยงามประเภทปลาทะเลอีก 2 ตู้ด้วย

      บ่อจระเข้  บ่อจระเข้ของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ      เป็นบ่อจระเข้ที่ได้จำลองให้มีสภาพใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด และมีความปลอดภัยสูง
บริเวณทางเดินจะมีหลังคาบังแดดและตะแกรงเหล็กกั้นด้านข้างตลอดแนว   มีพื้นที่บ่อประมาณ 3 ไร่   ประกอบด้วยพื้นดิน บ่อน้ำ และต้นไม้ชนิดต่าง ๆ   มีจระเข้น้ำจืดพันธุ์
ไทยขนาด 1.5 - 4 เมตร จำนวน 40 ตัว

ภาพจาก https://www.thailandhotelforums.com/



     สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ บริเวณสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากฯ คือ  มีปลาหน้าบึง ( วังปลา )  เพื่อให้ประชาชนได้มีกิจกรรมให้อาหารปลา    เป็นสถานที่ศึกษาพฤติกรรม
สัตว์น้ำ    รวมทั้งสร้างจิตสำนึกให้รู้จักการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำอันมีค่ายิ่งของไทย     และมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกในราคาย่อมเยาอีกด้วย
ผู้ที่สนใจเข้าชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ ทั้งอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ และบ่อจระเข้สามารถเข้าชมได้ทุกวัน   โดยไม่เว้นวันหยุดราชการและไม่ต้อง
เสียค่าเข้าชมแต่อย่างใด ตามเวลาเปิด - ปิด ดังนี้ วันจันทร์ - วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.30 น. วันหยุดราชการตั้งแต่ เวลา 08.00 - 17.30 น.    ส่วนกรณีที่หน่วยงาน
ใดต้องการขอเข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการขอวิทยากรบรรยายนั้น สามารถแจ้งความประสงค์ไปที่หัวหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ เลขที่ 99 หมู่ 
9 ต.เดิมบาง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี 72120 โทร. 0-3543-9208-9 โทรสาร 0-3543-9028

     นอกจากเที่ยวชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติแล้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงที่น่าสนใจเข้าชม เช่น
อุทยานผักพื้นบ้านฯ บึงฉวาก เป็นแหล่งรวมผักพื้นจากบ้านทั่วทุกภูมิภาคของไทย เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาการปลูก การขยายพันธุ์ การบริโภค ตลอดจนคุณประโยชน์
ต่าง ๆ ของผักพื้นบ้าน ภายในอุทยานมีการจัดภูมิทัศน์อย่างสวยงาม มีการฉายวิดิทัศน์และบรรยายให้ความรู้เรื่องผักพื้นบ้าน มีการสาธิตการปลูกพืชในลักษณะไม่ใช้ดินและ
ผักพื้นบ้านที่น่าสนใจกว่า 500 ชนิด พร้อมจำหน่ายผักพื้นบ้านแก่ผู้สนใจ
ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก กรมป่าไม้ มีการจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ  เช่น  เสือโคร่ง  จระเข้  นกยูง  ไก่ป่า ไก่ฟ้า  ไก่ฟ้าหลังขาว  กวางป่า  ชะมดเช็ด  กบทูต  และงูหลาม  มีกรงนกขนาดใหญ่ตกแต่งให้ดูคล้ายสภาพธรรมชาติ    และมีนกอยู่รวมกันภายในกว่า 30 ชนิด  เช่น  นกยูง นกแว่นสีเทา ไก่ฟ้า ไก่ฟ้าสีทอง ไก่ฟ้าพญาลอ นกแก้วโม่ง นกกระตั้ว เป็ดเทา เป็ดเก่า นกกระเรียน นกกาบบัว เป็นต้น นอกจากนี้มีกรงสัตว์ป่าที่หายาก เช่น กรงเสือ กรงนกน้ำ 
กรงไก่ฟ้า และกรงสัตว์ปีก เป็นต้น

การเดินทาง
รถยนต์ส่วนบุคคล
     ใช้ทางหลวงหมายเลข 340   จากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางวงแหวนฝั่งตะวันตกมุ่งสู่จังหวัดชัยนาทผ่านจังหวัดสุพรรณบุรี   ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 147 ให้เลี้ยงซ้าย
ข้างโรงเรียนวัดเดิมบางนางบวช แล้วเลี้ยงขวาตรงสามแยก ตามป้ายบอกทางไปบึงฉวากและให้เลี้ยวขวาจะพบอาคาร สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด และบ่อจระเข้
รถยนต์ประจำทาง
     เดินทางโดยรถยนต์ประจำทางสายหมอชิต - ท่าช้าง หรือ สายใต้ - ท่าช้าง เมื่อถึงอำเภอเดิมบางนางบวชให้ลงรถ แล้วเหมารถไปบึงฉวากอีกต่อหนึ่ง
     หากท่านเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความรู้เกี่ยวกับพันธุ์สัตว์น้ำและความเพลิดเพลินกับธรรมชาติที่ร่มรื่นเย็นสบาย     บึงฉวากคือสถานที่ที่ท่าน
ต้องการ แถมยังมีอาหารอร่อย ๆ ให้ท่าน เช่น ปลาช่อนนาเผาเกลือ ต้มยำปลาบึก ปลาคังลวก ฯลฯ ได้ตามร้านอาหารใกล้ ๆ บึงอีกด้วย    สถานที่แห่งนี้เหมาะที่จะนำเด็กที่เป็น
กำลังของชาติในอนาคตมาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านสามารถจะปลูกฝังความรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ เมื่อเด็ก ๆ ได้เห็นความสวยงามของพันธุ์ปลาไทย   ก็จะเกิด
ความรู้นึกรักและหวงแหนทรัพยากรสัตว์น้ำของไทย…… นับว่าเป็นการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าจริง ๆ

 

เรียบเรียงโดย...อรุณ รอดลอย

 

อ้างอิง

วารสารการประมง ปีที่ 56 ฉบับที่ 4 เดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2546