อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

เคยดุ่มเดินไปตามชายหาดกันบ้างไหมเจ้าคะ หรือตอนที่ขุดทรายเล่น เคยมองเห็นตัวอะไรกระโดดอยู่ไวๆ จนมองแทบไม่ทันกันบ้างไหม หรือเมื่อพลิกก้อนหินที่อยู่ปริ่มๆ น้ำสักก้อน อาจเห็นตัวอะไรเคลื่อนไหวอยู่ สัตว์เล็กๆ ตัวนี้มีความสำคัญแบบไม่ใช่เล็กๆ แลก็พบได้ทั่วไปเพียงแต่เราจะเห็นมันฤาไม่เท่านั้นเอง

 
หากจะเรียกพะยูน โลมา หรือวาฬ ว่าเป็นสัตว์หายากแล้วไซร้ เจ้าตัวน้อยที่กำลังจะเล่านี้คงอยู่ในกลุ่มสัตว์หาง่าย ด้วยว่าเจ้ากุ้งเต้น (amphipods) ตัวนี้นั้น ได้ครอบครองอยู่ในทุกๆ ระบบนิเวศน์ ไม่ว่าน้ำจืด น้ำเค็ม บนบกแถบสันทราย หรือแม้กระทั่งที่ลึกลับอย่างในถ้ำ อันชื่อกุ้งเต้นนี้ ดิฉันก็หาได้บัญญัติศัพท์ขึ้นเองนะคะ หากแต่คนโบราณเรียกเจ้าตัวนี้ว่ากุ้งเต้น ด้วยว่าในยามที่ขุดทรายเล่น หาปู หาหอย ก็มักจักเห็นตัวอะไรเล็กๆ กระโดดไปมา เลยให้ชื่อว่ากุ้งเต้นนั่นเอง

กุ้งเต้น:กุ้งที่ไม่ใช่กุ้ง

   เจ้าตัวน้อยตัวนี้จัดอยู่ใน Phylum Arthropoda คือเป็นกลุ่มที่มีเปลือกแข็งภายนอก และลำตัวแบ่งเป็นข้อปล้อง อยู่ร่วม classs Malacostraca กับพวกกุ้งปู ทั้งหลาย ต่างกันก็แต่เจ้ากุ้งเต้นมีขาเดิน 7 คู่ ต่างจากกุ้งปูอันมีขาเดินสิริรวม 5 คู่อันเป็นที่มาของชื่อ Decapoda (deca=10;pod=ขา) มีลำตัวแบนข้าง คล้ายๆกับกุ้ง แต่ไม่มีก้านตา ไม่มีกระดองปกคลุมอย่างปูหรือกุ้ง มีขนาดตัวตั้งแต่ 2 มิลลิเมตรไปจนถึง 2 เซนติเมตร แต่ตัวที่มีขนาดใหญ่ในโลก พบที่มหาสมุทรแปซิฟิค ที่ความลึก 5,300 เมตร ใหญ่ได้ถึง 28 เซนติเมตร กุ้งเต้นมีทั้งชนิดที่โปร่งแสง มีสีน้ำตาล สีเขียว เทา สีแดง และสีฟ้า (Barne ,1987) นอกจากนี้ กุ้งเต้นเหล่านี้ก็เป็นญาติโยมกับแมงสาบทะเลและตัวกะปิ มีลักษณะรวมกันคือ มีถุงฟักไข่ หรือกระเป๋าหน้าท้อง เอาไว้อุ้มไข่ก่อนที่จะฟักออกมาเป็นตัว



กุ้งเต้นยังแยกย่อยได้เป็นอีก 4 กลุ่มย่อย
 Suborder Gammaridea : กุ้งเต้นใน Suborder นี้
ส่วนใหญ่พบอาศัยอยู่ในน้ำ  ตามพื้นดินแต่พบ ประมาณ 20% อาศัยอยู่ในมวลน้ำ   ลักษณะคล้ายกุ้ง ตาขนาดปกติไม่ใหญ่กว่าครึ่งหนึ่ง ของหัว ส่วนอกมีแผ่น coxa ปล้องท้องแข็งแรง พัฒนาดี ปล้อง ท้องส่วน หลังพัฒนาดีและระยางค์ ปล้องท้องส่วนหลังมี rami   ระยางค์ท้องส่วนหลังปลายมีสองแฉก

 



Suborder Gammaridea    (biramous)

ภาพจาก https://en.wikipedia.org/


  
Suborder Hyperiidea : กุ้งเต้นใน Suborder นี้ ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตเป็นแพลงก์ตอนอยู่ในมวลน้ำ บางครั้งพบ    อาศัยอยู่ร่วมกับ gelatinous zooplankton เช่นหวีวุ้น แมงกะพรุน แต่ตัวที่อยู่เป็นอิสระ มักพบเป็นผู้ล่ามีลักษณะคล้ายกุ้ง แต่ตามีขนาดใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งของส่วนหัว แผ่น coxa บริเวณรยางค์อกมีขนาดเล็กและเชื่อมติดกับลำตัว รยางค์ส่วนท้องตอนต้นมีปลายสองแฉก หางตอนปลายมักไม่มี rami

 



Suborder Hyperiidea  

ภาพจาก https://en.wikipedia.org/


                         
Suborder Caprellidea : Skeleton shrimps 
กุ้งเต้น Suborder นี้มักเจออยู่กับสาหร่าย หรือ กอปะการัง  ไม่ค่อยเคลื่อนไหวว่ายน้ำมากมาย มันจึงปรับตัวให้มีร่างกาย  ผอมยาวคล้ายท่อ ส่วนหัวและรยางค์อกปล้องแรกเชื่อมติดกัน   แผ่น coxa มีขนาดเล็กหรือลดรูป ปล้องท้องมีน้อยกว่า 5 ปล้อง ระยางค์ส่วนอกบางคู่ลดรูปเหลือเพียงส่วนก้ามสองคู่ 




Suborder Caprellidea

ภาพจาก https://en.wikipedia.org/



 Suborder Ingolfiellidea: กุ้งเต้น Suborder นี้มีเกล็ดบริเวณส่วนหัว เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่บนบกได้ มีปล้องอกทั้งหมด 7 ปล้อง แต่ละปล้องมีรยางค์และแผ่น coxa  แผ่นอุ้มไข่และเหงือกอยู่บริเวณ 3 ปล้อง ปล้องท้องมี 6 ปล้อง   ร่างกายเรียวยาว รยางค์ท้องส่วนหน้าลดรูป รยางค์ท้องส่วนหลังมี 2 คู่ ส่วนใหญ่พบอาศัยอยู่บนบก มักพบอยู่ในถ้ำ ทั้งโลกมีอยู่ประมาณ 200 ชนิด





Suborder Ingolfiellidea

ภาพจาก https://en.wikipedia.org/ 



ในโลก มีรายงานถึงกุ้งเต้นกลุ่ม gammarid กว่า 8,000 ชนิดเชียวเจ้าค่ะ และคงมีรายงานใหม่ได้เรื่อยๆ เพราะถึงทุกวันนี้การสำรวจก็ยังไม่ถ้วนทั่วดีนักหรอก บ้านเรามีรายงานไว้เล็กน้อย เฉพาะในทะเลเสียด้วยสิ ฝั่งอันดามันตอนนี้ที่พบและมีการตีพิมพ์เอาไว้ ประมาณ 58 ชนิดเจ้าค่ะ (Bussarawich et al., 1984) แลการสำรวจก็ยังวนเวียนอยู่แถวๆ ภูเก็ต เพราะฉะนั้น มันมีมากกว่านี้แน่ๆ ส่วนอ่าวไทย ที่มีรายงานคือทะเลสาบสงขลา 34 ชนิด ค่ะ แต่ในน้ำจืด ยังไม่มีรายงานในเมืองไทย ซึ่งจริงๆ แล้วก็มีการพบอยู่เรื่อยๆ นั่นแล แต่ยังไม่มีใครลงมาศึกษาอย่างจริงจังเท่านั้นเองเจ้าค่ะ

กุ้งเต้น:ดัชนีบ่งชี้คุณภาพสิ่งแวดล้อม

เรามักพบกุ้งเต้น เป็นกลุ่มสิ่งมีชีวิตเบิกนำ (pioneer species) ในระบบนิเวศที่เพิ่งเกิดใหม่เช่น เลนงอกใหม่ในป่าชายเลน ซั้งล่อปลา กระชังเลี้ยงหอย เพราะเป็นกลุ่มที่ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี มีวงจรชีวิตสั้น สืบพันธุ์ได้รวดเร็ว นอกจากนี้ เจ้ากุ้งเต้น ยังสามารถกินอาหารได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มกินพืช กินสัตว์ กินทั้งพืชทั้งสัตว์ กินอินทรียสาร หลายชนิดสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารได้ตามปริมาณอาหารที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล บางชนิดที่พบอาศัยใต้น้ำแข็งในชั้นขั้วโลก ยังมีรายงานได้ว่ามันกินอาหารแค่ปีละครั้ง ก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้  ความที่มันอยู่ง่าย กินง่าย แบบนี้ มันก็มีอีกหน้าที่หนึ่งในระบบนิเวศ คือเป็นอาหารที่สำคัญของสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่กว่า ตั้งแต่ กุ้ง ปู ไส้เดือนทะเล ปลา ฯลฯ 
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษามากมาย ที่ใช้กุ้งเต้นเป็นตัวบ่งชี้ (indicator species) สภาวะของระบบนิเวศ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มักพบเป็นองค์ประกอบหลักของสัตว์หน้าดินในหลายระบบนิเวศ มีความหนาแน่นสูง สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ทั้งในแง่ของความเป็นพิษจากโลหะหนัก หรือสภาพเน่าเสียที่มีปริมาณสารอินทรีย์อยู่มากๆ กุ้งเต้น จะมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ และแสดงอาการต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นโดยการเปลี่ยนเพศ ลดการกินอาหาร หรือตาย ในที่สุด
สิ่งมีชีวิตที่จะสามารถนำมาใช้ติดตามตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมได้นั้นต้องมีคุณสมบัติดังนี้
-   มีบทบาทในห่วงโซ่อาหารในบริเวณนั้นและบทบาทอื่นๆในระบบนิเวศนั้น
-   มีความหนาแน่นมากพอเมื่อเทียบกับความหนาแน่นของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆในระบบ
-   มีลักษณะการกินอาหารที่เฉพาะเจาะจง(ไม่สามารถปรับตัวเปลี่ยนไปกินอาหารชนิดอื่นได้)
-   ไม่อพยพหนีหรือเคลื่อนไหวได้ไม่ไกล เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบ

กุ้งเต้นกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

การเลี้ยงปลาทะเลใน aquarium มีการเลียนแบบสภาพธรรมชาติหลายๆครั้งพบว่าสัตว์ตัว
เล็กๆอย่างโคพีพอดและกุ้งเต้นก็มักปรากฏกายขึ้นมาในระบบเลี้ยง โดยอาจจะหลบหน้าหลบตาอยู่ใต้ก้อนหินหรือทรายที่เราใส่เข้าไปในระบบนั้นแหละ ซึ่งเขาก็ว่ามันก็เป็นอาหารให้กับปลาที่หากินตามหน้าดินหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นแมนดาริน (mandarin fish) ปลามังกรน้อย ปลาบู่ทรายสกุล Valenciennea, Carb Eye Goby (Signigobius biocellatus), Midas Blenny (Ecsenius midas) หรือแม้แต่ม้าน้ำทั้งระยะที่โตเต็มวัยแล้วหรือที่เพิ่งออกจากไข่ ปลาหลายชนิดที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหารหลักก็มีพฤติกรรมเลือกกุ้งเต้นและครัสเตเชียนเล็กๆกินเป็นอาหาร ในบางทีถึงกับมีการขายกุ้งเต้นเพื่อใช้ใส่ในระบบเลี้ยง เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากจะทำให้ปลามีอาหารที่จะเลือกกินได้มากขึ้นแล้ว กุ้งเต้นยังทำให้ระบบเลี้ยงสะอาดขึ้น 
   
   ในบ้านเรา ยังมีการศึกษาเรื่องกุ้งเต้นอยู่น้อยทั้งๆที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ในบางที่ก็พบว่ามีความหนาแน่นสูงอีกด้วย หากมีการศึกษาและทำความเข้าใจให้มากพอ กุ้งเต้นก็อาจจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เลี้ยงปลา ที่จะลองนำเอามาใช้ในระบบเลี้ยงเหมือนตัวอย่างที่ยกมาให้ดูข้างต้น นอกจากนี้ผู้มีความสนใจในธรรมชาติวิทยาก็อาจจะทำการศึกษากุ้งเต้นเนื่องจากเป็นกลุ่มสัตว์ที่มีความหลากหลายในแง่ชนิด พฤติกรรม ชีววิทยา เมื่อมีการศึกษามากพอ การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่อยู่ใกล้มือของเราก็จะไม่เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไปค่ะ

 

เรียบเรียงโดย...ฉวีวรรณ  หนูนุ่น

 

เอกสารอ้างอิง
   กุ้งเต้น สัตว์หาง่ายที่มองไม่เห็น.(2551) Aqua Magazine.ปีที่ 5 ฉบับที่ 62 เดือนกรกฎาคม   
                 2551
Barnard, J., L. and Karaman, G. S. 1991. The families and genera 
       of marine  GammarideanAmphipoda (Except marine Gammaroids). Record 
       of the Australian Museum.Supplement 13 (Part 2). Australia: Love computer
       Typesetting Pty Ltd.

Barne, D. R. 1987. Invertebrate Zoology.  Fifth Edition. Florida: Saunder College publishing.
        
Bosfield, E., L. 1973. Shallow-water gammaridean amphipoda of New  England.
        City ofWashington : Smithsonian Institution Press.

Bussarawich, S., Nateewathana, A., Hylleberg, J. 1984. Distribution of marine benthic 
       amphipods of Phuket Island, with emphasis on tin mining and A model of species-individual
       relationships. Research Bulletin 32: 1-21.

Wongkamhaeng, K. 2004. Morphology and feeding ecology of gammarid amphipods in coral
       reef and seagrass. Master Thesis. Department of Marine Science, Graduate \chool,
      Chulalongkorn University. 177 p.

http://www.siamensis.org/article/1-1/99.html