สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

เมื่อกล่าวถึงไส้เดือนดิฉันจำได้ว่าเมื่อตอนยังเป็นเด็กมีปัญหา...อะไรเอ๋ย...ที่ผู้ใหญ่มักจะถามและเจออยู่บ่อยครั้งนั่นคือ อะไรเอ๋ยชื่ออยู่บนฟ้าแต่กายาอยู่ใต้ดิน......(คำตอบคือ...ไส้เดือน)

หากจะกล่าวถึงเรื่องส่วนตัวแล้วดิฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบไส้เดือน ไม่กล้าจับทั้งๆ ที่เป็นสัตว์ที่ไม่มีพิษและคิดอยู่เสมอว่าไส้เดือนอาจจะเป็นสัตว์ที่หลายคนรังเกียจ เพราะรูปร่างหน้าตา แต่ความจริงแล้วเขามีประโยชน์ต่อแผ่นดินอย่างมาก การ “ชอนไช” ที่หลายคนรู้สึกขยะแขยง กลับสร้างประโยชน์ด้วยการทำให้คุณสมบัติทางกายภาพของดินให้ดีขึ้น

คือทำให้ดินโปร่งร่วนซุย ไม่แน่นทึบและแข็ง เกิดการถ่ายเทอากาศภายในดินดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดินโดยพื้นฐานแล้วไส้เดือนจะเป็นตัวดัชนีวัดคุณภาพของดิน ที่ใดที่มีไส้เดือนมาก แสดงว่าบริเวณนั้นดินดี อุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันในประเทศไทยเรามีการเลี้ยงไส้เดือนดินเพื่อผลิตปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินจำหน่ายทางการค้าหลายแห่งแต่บทความฉบับนี้จะกล่าวถึงการเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อป้อนตลาดปลาสวยงามเพราะดิฉันได้อ่านหนังสือฉบับหนึ่งได้พูดถึงราคาไส้เดือนว่าซื้อกันในราคากิโลกรัมละ 800- 1,000 บาทแพงกว่าราคาปลาทูเป็น 10 เท่าเลย
การเตรียมวัสดุรองพื้นเพื่อเป็นที่อาศัยของไส้เดือนดิน

 

ภาพจาก https://www.nanagarden.com/

 
ใช้วัสดุอินทรีย์สด เป็นวัสดุรองพื้นหนาประมาณ 6 นิ้ว โดยเน้นส่วนที่เป็นผักสีเขียว วัชพืช ขยะสดโดยจะใช้ปุ๋ยคอกโรยบนหน้า ให้หนาประมาณ 2 นิ้ว โรยปูนขาวให้ทั่วบริเวณ แล้วจึงให้ความชื้นเล็กน้อยประมาณ 20%ของน้ำหนักขยะสดหรือให้เปียกชุ่มแต่ไม่ให้มีน้ำ แช่ขังทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน จะพบว่าเกิดขบวนการหมัก สังเกตได้โดยมีความร้อนที่สูงขึ้นทิ้งไว้ประมาณ 4-6 สัปดาห์ความร้อนที่เกิดขึ้นจะ หายไปหรืออาจจะเร็วกว่านี้ ถ้ามีการหมักในกองที่มีความหนาน้อยกว่าที่กำหนดไว้ การหมักที่สมบูรณ์จะทำวัสดุมีสีเข้มจนเป็นสีน้ำตาลมีลักษณะร่วนซุยไม่มีกลิ่นเหม็น    การเริ่มต้นเลี้ยงไส้เดือนดิน ในระยะเตรียมการจึงควรมีปริมาณไส้เดือนดินอย่างน้อย 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ ก็จะทำให้ปริมาณไส้เดือนเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและทวีจำนวนมากขึ้นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
             ปริมาณอาหารที่ให้ไส้เดือน โดยปกติไส้เดือนดินชอบอาหารที่มีปริมาณโปรตีนสูง รวมถึงในดินที่มีปริมาณอินทรียวัตถุจำนวนมาก ไส้เดือนดิน จะกินอาหารเฉลี่ย 120-150 มก./น้ำหนักตัว 1 กรัมต่อวัน      
     การให้อาหารที่เป็นเศษอินทรียวัตถุกับไส้เดือนดินในบ่อเลี้ยง นำขยะสดจากชุมชนมาแยกวัสดุที่ไม่ย่อยสลายเช่นถุงพลาสติกต่างๆ ออก ปริมาณขยะสดที่ควรเตรียมให้ไส้เดือนดิน ควรจะมีการเตรียมการหมักให้เริ่มบูดเสียก่อน นำมาใส่ในบ่อเลี้ยงไส้เดือนความหนาไม่เกิน 10 เซนติเมตร เนื่องจากถ้าหนามากกว่านี้จะทำให้เกิดความร้อน
             การแยกไส้เดือนออกจากปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การใช้แสงไฟไล่ ใช้ตะแกรงร่อนด้วยมือ ในกรณีที่มีมูลไส้เดือนปริมาณน้อย และใช้เครื่องร่อนขนาดใหญ่ ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยแยกไส้เดือนดินออกมาจากกองปุ๋ยหมักในกรณีที่มีปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดินในปริมาณมาก
ประโยชน์ของไส้เดือนต่อปลาสวยงาม
ไส้เดือนมีประโยชน์กับปลาสวยงามสามารถเร่งฮอร์โมนเร่งสี ให้กับปลา เพราะว่าไส้เดือนมีโปรตีนมาก และเพิ่มความใหญ่ ไม่ทำให้อาหารตกค้าง ทำให้น้ำไม่ขุ่นไส้เดือนถ้าไม่เสียสามารถตักเก็บไว้ได้ประหยัดดี
และโปรตีนในไส้เดือนมีส่วนประกอบของกรดอะมิโนที่จำเป็นอยู่ครบสมบูรณ์ มีส่วนประกอบ  ของกรดไขมันประมาณ 9 เปอร์เซนต์     และไขมันก็มีส่วนประกอบของกรดไขมันที่จำเป็นอยู่ครบ จึงเหมาะที่จะเลี้ยงเพื่อนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์เลี้ยง   ทั้งในสภาพไส้เดือนเป็น   เพื่อเลี้ยงปลาสวยงาม   และเป็นเหยื่อตกเบ็ด ที่ปลาชอบและไม่มีกลิ่นคาวไส้เดือนติดมือ      และในสภาพไส้เดือนแห้งป่น   ทดแทนปลาป่นและกากถั่วเหลืองป่น เพื่อทำอาหารสำเร็จรูป
ในปัจจุบัน นี้    มีผู้สนใจเลี้ยงไส้เดือนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเลี้ยงสำหรับตกปลา ให้เป็นอาหารเสริมแก่ปลาสวยงาม หรืออาจจะทำเป็นอาชีพเสริม หรือทำเป็นอาชีพหลัก  หากใช้เป็นอาหารเสริมแก่ปลาสวยงามก็สามารถลดต้นทุนในการซื้ออาหาร เลี้ยงก็ง่ายขนาดอยู่บนคอนโดก็เลี้ยงได้ใส่ในกล่องเลี้ยง หากเลี้ยงเป็นอาชีพหลักก็น่าสนใจต้นทุนต่ำแต่มีกำไรเห็นๆ  
จากสภาพสังคม และภาวะเศรษฐกิจประเทศเรากำลังมีปัญหาเช่นนี้ หากจะเลือกประกอบอาชีพควรเลือกอาชีพที่ไม่เสี่ยงเกินไปมีการลงทุนที่น้อยแต่หวังผลกำไรข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตามท้ายนี้ดิฉันขอฝากไว้สักนิดว่าก่อนที่จะลงมือเลี้ยง จงตั้งสติคิดให้ดี คิดให้รอบคอบ ศึกษาข้อมูลให้มากๆในทุกมุมเท่าที่จะหาได้ ตลอดทั้งผลประโยชน์ที่จะได้รับ และผลเสียที่จะต้องเจอ ผลตอบแทนที่ได้จะคุ้มค่ากับการลงทุนไหม 

 

เรียบเรียงโดย....ขวัญเรือน  สุวรรณรัตน์

 

เอกสารอ้างอิง
Fancy Fish นิตยสารส่งเสริมธุรกิจปลาสวยงาม.  ประจำวันที่ 12 มี.ค. – 11 เม.ย. 2553. หน้า 116-118.
http://www.rakbankerd.com/agriculture/page?id=1010&s=tblanimal
http://siweb.dss.go.th/qa/search/search_description.asp?QA_ID=184
http://board.dserver.org/t/tulachai/00001627.html
http://www.clinictech.most.go.th/techlist/0214/environment/00000-957.html