ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาสวยงามมีหลายปัจจัยครับที่ทำให้ปลาที่เราเลี้ยงนั้นมีความสมบูรณ์  แข็งแรง และสวยงามอย่างเช่นอาหาร คุณภาพน้ำ สายพันธุ์  อุณหภูมิ เหล่านี้เป็นต้น แต่มีอีกอย่างครับที่สำคัญและมองข้ามไปไม่ได้เลย สิ่งนั้นก็คือระบบกรองครับโดยเฉพาะวัสดุกรองที่นำมาใช้

ซึ่งปัจจุบันที่นิยมมีหลายชนิดด้วยกัน เช่น ไบโอบอล ใยแก้ว  ปะการัง  เศษอวน  หินทราย  เปลือกหอย  ซึ่งคุณภาพแต่ละชนิดก็มีความแตกต่างกันไป แต่วัสดุกรองยังมีอยู่อีกหนึ่งชนิดครับ ที่ผมมั่นใจและกล้ายืนยันได้ว่าสุดยอดด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง “หินพัมมิส”   ใช่ครับหินพัมมิส

ภาพจาก https://bestfreephotos.eu/


   หินพัมมิสคืออะไร หินพัมมิส หรือ พูไมส์ " เป็น หินภูเขาไฟ เกิดจากการหลอมละลาย ของ ลาวา และ แม๊กม่า แล้ว "จับตัวแข็ง" โดยฉับพลัน กับ ชั้นอากาศ และ ฟองอากาศ (ในกรณีไหลลงน้ำ) รูพรุน จำนวนมากนั้น ก็ คือฟองอากาศ ขณะที่ ลาวา กำลังร้อนระอุ ผนวกเข้ากับ ความเย็น จาก อากาศ และ น้ำ จับตัวแข็งเป็นก้อน เกิดโพลง และ รูพรุนจำนวนมหาศาล มีคุณสมบัติ ลอยน้ำได้ น้ำหนักเบา มีสลารและแร่ธาตุมากมาย
    หินพัมมิสใช้ทำอะไรได้บ้าง เยอะแยะเลยครับ เช่นอุตสาหกรรมฟอกเสื้อผ้า และกางเกงยีนส์,  อุตสาหกรรมเพาะปลูก และไม้ดอก ไม้ประดับ ใช้เป็นวัสดุปลูกได้เป็นอย่างดี, วัสดุสำหรับเตาย่าง เตาเผาหรือบาร์บีคิว,สามารถใช้เป็นวัสดุเพิ่มความร้อนและเก็บกักความร้อนและที่สำคัญหินพัมมิสหรือพูไมส์เป็นที่นิยมอย่างมากในวงการ การเลี้ยงปลาสวยงาม เนื่องจากมีคุณสมบัติมีรูพรุนจำนวนมาก (ซึ่งเป็นที่อยู่ของแบคทีเรียที่ช่วยในการย่อยสลายของเสียในตู้ปลาได้เป็นอย่างดี) น้ำหนักเบาไม่ทำปฎิกิริยากับสารเดิม และราคาถูกด้วย มีฤทธิ์ทำให้น้ำเป็นกรดอ่อนๆ (Acid) โดยระดับ    pH ของตู้ที่ใช้พัมมิสเป็นสับเตรทจะอยู่ประมาณ 5.0 – 6.0 เหมาะกับการเลี้ยงปลาที่ต้องการ pH ต่ำๆ นิดๆ หินพัมมิสมีหลายขนาดให้เลือกใช้โดยส่วนใหญ่ ขนาดต่อก้อนจะอยู่ที่ 1.5-2.5  เซนติเมตร สีสันจะออกโทนเหลือง น้ำตาล หรือขาวขุ่นๆ
รู้จักหินพัมมิสแล้ว เห็นมั๊ยครับมีประโยชน์มากมายเมื่อเป็นเช่นนี้ ผมอยากจะวิงวอนท่านผู้อ่านที่เลี้ยงปลาสวยงามแล้วนิยมใช้วัสดุกรองจำพวกปะการัง เปลี่ยนความคิดเถอะนะครับถึงจะดีอย่างไร แต่ถ้าหากสิ่งที่ได้มานั้น ต้องแลกกับความสูญเสียโดยเฉพาะการเสียทางธรรมชาติ มันชั่งใหญ่หลวงยิ่งนักอย่าไปสนับสนุน อย่าไปใช้เลยครับ ปล่อยให้ปะการังอยู่ตามธรรมชาติของมันนั้นดีอยู่แล้ว หันมาใช้วัสดุกรองอื่นๆ ก็ได้มีหลากหลายให้ท่านเลือก บางท่านอาจจะมีคำถามในใจว่า ถ้าเป็นปะการังที่ตายแล้วหล่ะจะใช้ได้หรือเปล่า ตอบว่าใช้ได้ครับ  แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ปะการังที่ตายแล้วส่วนใหญ่มักจะอยู่รวมกับปะการังที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นสิครับ เวลามีคนนำมาใช้ประโยชน์ท่านเชื่อหรือว่าเขาจะเลือกเก็บเฉพาะปะการังที่ตายแล้วเท่านั้น ต้องมีปะการังที่ยังไม่ตายปะปนมาบ้าง เพราะฉะนั้นเราอย่าไปยุ่งกับปะการังนั่นแหละดีที่สุดแล้วครับ
    ลองเลือกใช้หินพัมมิสดูสิครับ บางท่านอาจจะยังไม่เชื่อ หินพัมมิสดีจริงหรือ ดีจริงเป็นคำตอบสุดท้ายได้เลยครับไม่เชื่อตามผมมานี่เลยมหัศจรรย์หินภูเขาไฟสร้างปลาธรรมด๊า ธรรมดาให้เป็นแชมป์ เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ส่งปลาการ์ตูนเข้าประกวดที่งานประมงน้อมเกล้า 21 ที่ผ่านมาคือคุณเพิ่มยศ  บุญชูประเสริฐ ซึ่งปลาการ์ตูนของคุณเพิ่มยศ ใช้หินพัมมิสเป็นวัสดุกรอง ที่ล้วนเต็มไปด้วยคุณภาพ อุดมไปด้วยแร่ธาตุกว่า 50 ชนิด คุณสมบัติโดยตรงของมันคือ มันจะช่วยในการเร่งสีสันของตัวปลา หินภูเขาไฟยังสามารถนำมาบดเป็นผงแล้วให้ปลากินได้อีก เพื่อดูดซับสารพิษที่มีอยู่ในตัวปลาให้ขับออกมาครับ  และยังช่วยให้ระบบดูดซึมของปลาดียิ่งขึ้น โดยเป็นการป้องกันเรื่องร้ายๆ ที่จะเกิดกับปลาได้ อีกทางหนึ่งครับ
เมื่อผมมีตัวอย่างมาให้ดูถึงคนที่ประสบความสำเร็จกับวัสดุกรองในการเลี้ยงปลาสวยงาม ผมคงมั่นใจได้ใช่มั๊ยครับกับคำวิงวอนของผมข้างต้นหยุดทำลายปะการัง แล้วหันมาใช้วัสดุจากธรรมชาติชนิดอื่นๆ โดยที่ปลาสวยงามของเราก็จะสวยได้ด้วยการไม่ทำร้ายธรรมชาติจริงมั๊ยครับ

 

เรียบเรียงโดย....จำนง  ถีราวุฒิ


เอกสารอ้างอิง
http://www.koisociety.net/webboard/index.php?topic=2909.0
http://www.srilava.com/Productt.html
http://www.koifanclub.net/content1/image/water3/part3.pdf
http://aqua.c1ub.net/forum/lite.php?topic=17613.0
http://www.ninekaow.com/wbs/?action=view&sub=01&id=0013943