สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

 จิ้มฟันเข้ สำเนียงใต้และคำที่ห้วนลงนิดหน่อย ของชาวประมงแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา คือศัพท์ใช้เรียกสัตว์น้ำรูปร่างแปลกประหลาดลักษณะมีปากที่ยื่นเป็นท่อ ลำตัวหน้าตัดเป็นเหลี่ยม ยาวเรียวมากดูคล้ายกิ่งไม้ เกล็ดแข็งเป็นปล้องๆ ใช่แล้วครับ…. ปลาจิ้มฟันจระเข้ (Pipefish) อาจจะพบได้นับร้อยชนิด แต่ที่ทะเลสาบสงขลาส่วนใหญ่ที่พบได้คือปลาจิ้มฟันจระเข้ยักษ์ (Doryichthys boaja) นอก เหนือไปจากปลาและสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ที่มาจากไซนั่งหรือเครื่องมือประมงชนิดอื่น แต่หากจะหาปลาจิ้มฟันจระเข้ในปริมาณเยอะๆ ก็ต้องที่ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ซึ่งจะพบอยู่มากมายโดยนอนตากแดดเรียงรายแห้งกรอบอยู่ข้างทาง....

จากสิ่งไร้ค่าสู่สัตว์น้ำราคาแพงอ

ปลาจิ้มฟันจระเข้ตากแห้งพร้อมส่งขายร้านยาจีนที่กรุงเทพฯเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปริมาณปลาจิ้มฟันจระเข้ลดลงอย่างรวดเร็ว

 

พี่ขอ ลิเสาะ ผานิช ผู้รับซื้อปลาจิ้มฟันจระเข้ตากแห้ง

 

ขณะ ที่ผู้เขียนหยิบร่างสีน้ำตาลเหลือบดำที่วางกองอยู่ขึ้นมาพิจารณาดูอย่างใกล้ ชิด มองลงไปบนใบหน้าที่แห้งกรัง ปราศจากดวงตาอันสดใสของปลาจิ้มฟันจระเข้ตากแห้งตัวนั้น ในใจคิดว่า “มันไม่ใช่เป็นสัตว์เศรษฐกิจด้านการประมง ไม่มีอยู่ในเมนูอาหาร คุณค่าทางโภชนาการยังไม่มีข้อมูลระบุ แล้วคุณค่าของปลาจิ้มฟันจระเข้อยู่ที่ไหน?.....“ พี่ลิเสาะ ผานิช ผู้รับซื้อปลาจิ้มฟันจระเข้ตากแห้งประจำตำบล กล่าวว่าในอดีตปลาจิ้มฟันจระเข้คือสัตว์น้ำที่สร้างปัญหากับชาวประมงที่ทำ ประมงอวนกุ้งทะเล กล่าวคือเมื่อมีปลาจิ้มฟันจระเข้ที่ติดมาโดยบังเอิญกับอวนกุ้งทะเล จะก่อให้เกิดความยุ่งยากเวลาแกะตัวมันออกจากอวน ยิ่งติดเยอะเท่าไหร่อาจจะต้องทิ้งอวนผืนนั้นไปเลย แต่เนื่องจากปลาจิ้มฟันจระเข้อยู่ในวงศ์Syngnathidae ญาติสนิทของม้าน้ำ (Seahorses) ที่เป็นส่วนผสมสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับยารักษาโรคหอบ-หืด บำรุงไต และเลือด รวมไปถึงความเชื่อที่ว่าจะช่วยเพิ่มพลังทางเพศให้กับคุณผู้ชายที่หย่อน สมรรถภาพ กอปรกับในช่วงที่ไม่สามารถหาม้าน้ำได้เนื่องจากปริมาณในธรรมชาติลดน้อยลง การนำปลาจิ้มฟันจระเข้มาทดแทนจึงเกิดขึ้นส่งผลให้เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมาราคาขายของปลาจิ้มฟันจระเข้ตากแห้งมีมูลค่าสูงถึงกิโลกรัมละ 1,000 บาท แม้ว่าในปัจจุบันราคาจะอยู่ที่ 300-400 บาท

การเพาะเลี้ยงปลาจิ้มฟันจระเข้

          ทุก วันนี้เรายังมีความรู้เกี่ยวกับปลาจิ้มฟันจระเข้น้อยมาก เช่นเดียวม้าน้ำวงศาคณาญาติที่ใกล้ชิดของมัน มีคนเพียงไม่กี่คนในโลกนี้ที่ทำการศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับวงจรชีวิตที่ ซับซ้อนของปลาจิ้มฟันจระเข้และม้าน้ำ ขณะที่องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ก็ได้ขึ้นบัญชีให้สัตว์ในตระกูลนี้อยู่ในบัญชีมาหลายปีแล้ว ในฐานะที่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีสถานภาพถูกคุกคาม… ซึ่งก็สอดคล้องคล้องกับความคิดของพี่ลิเสาะ ผานิช แม้ว่าตนจะรับซื้อปลาจิ้มฟันจระเข้ตากแห้งมานาน 7-8 ปี แต่ก็ยังแสดงความกังวลถึงปริมาณปลาจิ้มฟันจระเข้ในธรรมชาติลดลงมากเมื่อ เทียบกับในอดีต เนื่องจากในปัจจุบันมีอาชีพการจับปลาจิ้มฟันจระเข้กันอย่างแพร่หลายโดยการ วางอวนจับ ซึ่งสามารถทำประมงได้ตลอดทั้งปี หรือแม้แต่ป่าชายเลนและแนวหญ้าทะเลซึ่งเป็นเสมือนปราการด่านแรกที่คอยดัก ตะกอนและน้ำเสียที่ปล่อยลงสู่ทะเลสาบ ได้ถูกทำลายลงไปอย่างหนักหน่วงในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แล้วการเพาะเลี้ยงปลาจิ้มฟันจระเข้เพื่อทดแทนการจับจากธรรมชาติจะทำได้ไหม?...เป็นไปได้ไหม?...

อวนสำหรับวางดักปลาจิ้มฟันจระเข้มีขนาดตาอวน 2 ซม.

 

หลัง จากวันนั้นคำถามดังกล่าวก็ยังเป็นข้อสังสัยของผู้เขียนอยู่ไม่น้อย จึงพยามหาข้อมูลเกี่ยวกับปลาจิ้มฟันจระเข้จากหลายฐานข้อมูล ก็เป็นดั่งข้อความข้างต้นครับ คือรู้เกี่ยวกับปลาจิ้มฟันจระเข้น้อยมาก  ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะสามารถเพาะพันธุ์ม้าน้ำขึ้นมาได้จากห้องทดลองแล้ว แต่ก็ยังไม่มากพอกับการนำมาใช้ในเชิงพานิช อย่างไรก็ตามก็เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้มีผู้ศึกษาการเพาะเลี้ยงมาน้ำมาให้ เราสามารถประยุกต์ความรู้และข้อมูลทางชีวิทยาบางประการปลาจิ้มฟันจระเข้เข้า ด้วยกันซึ่งอาจไม่สมบูรณ์นัก แต่ก็อาจแนวทางได้ดังนี้

ภาพจาก https://mejoresfotos.eu/

 

การรวบรวมและดูแลพ่อ-แม่พันธุ์ เริ่มต้นจะต้องทำการเตรียมตู้กระจกหรือบ่อเลี้ยงให้อยู่ในสภาพที่สามารถรอง รับกับจำนวนพ่อแม่พันธุ์มาเสียก่อน และในระหว่างที่ทำการเลี้ยงจะต้องคอยตรวจสอบคุณภาพน้ำให้มีความใกล้เคียงกับ แหล่งที่นำพ่อ-แม่พันธุ์มาเช่น ความเค็ม ความเป็นกรด-ด่าง อุณหภูมิ เป็นต้น อาหารที่ใช้เลี้ยงพ่อ-แม่พันธุ์ ได้แก่ กุ้งเคยเป็นหรือแช่แข็ง และอาร์ทีเมียขนาดใหญ่ การให้อาหารจะต้องระวังอย่าให้อาหารมากจนเกินไป เพราะจะมีผลคุณภาพน้ำที่เลี้ยง การผสมพันธุ์ ในประเทศไทย พบว่าปลาจิ้มฟันจระเข้สามารถออกลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่มากที่สุดคือในฤดูหนาว โดยจะผสมพันธุ์กันในช่วงเช้าถึงเที่ยง โดยตัวผู้จะเข้ารัดตัวเมียเป็นรูปตัว S (S-shape) จากนั้นตัวเมียจะปล่อยไข่สู่ถุงหน้าท้องของตัวผู้ซึ่งเปิดรอรับอยู่ ตัวผู้ก็จะปล่อยน้ำเชื้อเข้าผสมกับไข่ และสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดสำหรับเรื่องราวของปลาจิ้มฟันจระเข้ก็คือ

 

การ ที่ปลาตัวผู้เป็นฝ่ายที่คอยดูแลเลี้ยงดูลูกน้อยเอาไว้ในถุงหน้าท้องจนกว่า ลูกปลา จะถือกำเนิดออกมาจากไข่ โดยไข่จะใช้เวลาฟักอยู่ในถุงหน้าท้อง ตัวผู้ประมาณ 2 อาทิตย์ จากนั้นลูกปลาจิ้มฟันจระเข้ตัวเล็กๆ ที่มีรูปร่างเหมือนกับพ่อแม่ก็จะถูกบีบออกมาทางช่องเปิดของถุงหน้าท้อง หลังจากนั้นเมื่อตัวผู้มีการพัฒนาการ ของน้ำเชื้อเต็มที่ก็พร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้อีกทันที การอนุบาล ลูก ปลาจิ้มฟันจระเข้ที่เพิ่งออกมาจากท้องของพ่อปลาจิ้มฟันจระเข้ไป ด้วยอาร์ทีเมียที่เพิ่งฟัก หรือแพลงตอนก์พืชนาดเล็ก จนกระทั่งมีอายุได้ประมาณ 5-10 วัน ก็จะเริ่มให้อาร์ทีเมียวัยรุ่น หรือให้อาหารสำเร็จรูปบดละเอียดที่มีขนาดพอดีกับปากปลาจิ้มฟันจระเข้ในแต่ละช่วงวัย การเลี้ยง เมื่อลูกปลาอายุประมาณ 6-7 เดือน ขึ้นไป ก็จะเริ่มสามารถสังเกต และจำแนกเพศของได้จากลักษณะภายนอก โดยลูกปลาจิ้มฟันจระเข้ตัวผู้จะมีถุงหน้าท้องเกิดขนบริเวณใต้ปล้องลำตัว ปล้องสุดท้าย ส่วนตัวเมียจะไม่มีถุงหน้าท้อง ในระยะนี้อาหารที่ใช้เลี้ยงจะเป็นอาร์ทีเมียตัวเต็มวัย กุ้งเคย หรืออาหารสำเร็จรูป ซึ่งต้องมีการเสริมธาตุอาหารเพื่อให้มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วและมีความ สมบูรณ์พร้อมที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ที่แข็งแรง สำหรับระบบที่เลี้ยงจะต้องเลี้ยงในบ่อขนาดใหญ่ขึ้นไป

 

            ปลา จิ้มฟันจระเข้ในทะเลสาบสงขลา เป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างแปลกตา ดูราวกับสัตว์ที่มาจากเทพนิยายหรือมาจากโลกแห่งความฝัน แต่ในโลกแห่งความจริงเจ้า “จิ้มฟันเข้” กำลังอยู่ในสถานภาพที่ถูกคุกคาม และมีจำนวนลดลงมาก แม้ว่าปลาจิ้มฟันจระเข้จะประสบความสำเร็จในการวิวัฒนาการตัวเองสร้างเกล็ด แข็งเหมือนเกราะป้องกันภัยจากผู้ล่า แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความเจริญก้าวหน้าของพัฒนาการมนุษย์... อย่างไรก็ตามบทความนี้ผู้เขียนหวังเพียงกระตุ้นเตือนให้ท่านผู้อ่านได้รับ รู้ถึงชีวิตของปลาตัวน้อย ที่ไม่ได้ดูไร้ค่าจนเราจะไม่ให้ความสำคัญ ละเลย และทอดทิ้งสัตว์น้ำที่อยู่คู่ทะเลสาบจนเลือนหายไปเหลือเพียงแค่ชื่อ 

 

 

เรียบเรียงโดย นรินทร ใหม่วัด

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

ชัยศิริ ศิริกุล และสนธิพันธ์ ผาสุขดี. 2525. ชีวประวัติของปลาจิ้มฟันจระเข้. รายงานประจำปี. 

 

สถานีประมงจังหวัดชัยนาท กองประมงน้ำจืด กรมประมง. หน้า 77-82.

 

ซาฟีนี ลาเต๊ะ และคณะ. 2553. แนวโน้มของปริมาณการจับสัตว์น้ำมูลค่าต่ำในทะเลสาบสงขลา.

 

วารสารวิจัยเทคโนโลยีการประมง ปีที่ 4 ฉบับที่ 1 มิถุนายน – กรกฎาคม. หน้า 78-91.

 

วารินทร์ ธนาสมหวัง และอรัญญา อัศวอารีย์.สภาวะการทําการประมงและผลการจับสัตว์น้ำในปี

 

2554 และ2555 หลังการฟื้นฟูทรัพยากรประมงในทะเลสาบสงขลา.

 

Malcolm. D., Mark. L & Pat. J. 2001. Syngnathid (pipefish) harvest from the Queensland

 

East Coast Trawl Fishery. Queensland Fisheries Service.

 

 http://www.aquatoyou.com/index.php/2013-02-20-13-43-43/719-seahorse 

 

http://marinegiscenter.dmcr.go.th/km/biodiversity_basin-songkhla/#.UztqGqLRowo