สำนักพระราชวังประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สำนักพระราชวังประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ทรงเสด็จเปิดสถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแห่งชาติ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ความต้องการสารอาหารของปลาสวยงาม โดย ตุลฮาบ หวังสุขอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการเลี้ยงปลารวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย ซึ่งนอกจากจะช่วยในการดำรงชีวิตให้อยู่รอดแล้ว ยังส่งผลถึงการพัฒนาในเรื่องของความสวยงาม ความสมบูรณ์ของปลา อาหารที่ปลากินเข้าไป หลังจากย่อยเป็นสารอาหาร จะถูกดูดซึมไปยังเซลล์ต่างๆเพื่อให้สัตว์น้ำได้ใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตประจำวัน

การดำรงชีวิต การเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ของสัตว์น้ำ จำเป็นต้องใช้พลังงานจากสารอาหารจำพวก คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีน ขึ้นอยู่กับชนิดของสัตว์น้ำประกอบด้วยปัจจัยอื่นๆอีกด้วย เช่น อุณหภูมิของน้ำ ซึ่งมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อม ทางตรงคือ เมื่ออุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นกิจกรรมต่างๆในการดำรงชีวิต เช่น การกิน การหายใจ การย่อยอาหารก็จะสูงขึ้น เมื่ออุณหภูมิน้ำลดลงกิจกรรมต่างๆก็ลดลงด้วย ส่วนทางอ้อม ถ้าอุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้ความเป็นพิษของแอมโมเนียและการย่อยสลายของอาหาร และเศษอาหารเพิ่มมากขึ้น ปลาในเขตร้อนอยู่ได้ในอุณหภูมิระหว่าง 25-32 องศาเซลเซียส ฉะนั้นไม่ควรนำปลาจากที่หนึ่งไปปล่อยยังที่หนึ่งที่มีอุณหภูมิแตกต่างกัน ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปลาควรมีค่ามากกว่า 5 มิลลิกรัมต่อลิตร ความโปร่งใสของน้ำให้อยู่ในช่วง 30-60 เซนติเมตร ปลาต่างชนิดกันชอบอาศัยอยู่ในน้ำที่มีความเค็มแตกต่างกันเช่น ปลาน้ำจืดอาศัยอยู่ในน้ำที่มีความเค็ม 0-3 ppt  ปลาน้ำกร่อยอาศัยอยู่ในน้ำที่มีความเค็ม 15-25 ppt  ปลาทะเลอาศัยอยู่ในน้ำที่มีความเค็ม 25-32 ppt  ส่วนความเข้มข้นของแอมโมเนียที่จะเป็นอันตรายต่อปลาไม่ควรเกิน 0.02 มิลลิกรัมต่อลิตร (ในรูปของ NH3)   

ความต้องการโปรตีน

สัตว์ในวัยและภาวะต่างกันย่อมต้องการโปรตีนในแต่ละวันไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับขบวนการย่อยและการดูดซึมก่อนจะถูกนำไปซ่อมแซมหรือแทนที่โปรตีนที่เสื่อมสลายไปถูกขับถ่ายออกจากร่างกาย โปรตีนที่สัตว์น้ำควรได้รับในแต่ละวัน จะต้องพิจารณาถึงชนิดและวัยของสัตว์น้ำ ระดับโปรตีนที่มีในอาหารยังแตกต่างตามคุณภาพ พลังงานรวมถึงปริมาณอาหารที่ให้ในรอบวัน แหล่งโปรตีนที่เป็นอาหารสัตว์น้ำได้จากทั้งพืชและสัตว์ โปรตีนจากพืชมีความแตกต่างจากโปรตีนสัตว์ สัตว์น้ำมีความต้องการโปรตีนเพื่อนำไปซ่อมแซมส่วนสึกหรอ สร้างฮอร์โมน สร้างเอนไซน์ในระบบต่างๆของร่างกายตลอดจนสร้างองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์   ปลาที่อยู่ในเขตอบอุ่น มีอากาศค่อนข้างจะหนาวเย็น มีความต้องการโปรตีนอยู่ในช่วง 36-60 % ส่วนปลาที่อยู่ในเขตร้อน มีความต้องการโปรตีน 24-55 %
ความต้องการไขมัน

ไขมันเป็นแหล่งของพลังงาน กรดไขมันชนิดจำเป็นและสารสี เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์และฮอร์โมนซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูดซึมอาหาร ทำหน้าที่เป็นตัวนำสารอาหารที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินและสเตอรอล ดังนั้นไขมันจึงเป็นสารอาหารที่จำเป็น  เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูงกว่าสารอาหารชนิดอื่น ๆ อย่างน้อยจะให้พลังงานเป็น 2 เท่าของคาร์โบไฮเดรต ไขมัน จะถูกสะสมไว้ภายในร่างกาย และจะนำมาใช้เมื่อยามขาดแคลน ซึ่งอาหารที่ให้ปลาสวยงามจะมีสารอาหารชนิดนี้ไม่มากนัก
ความต้องการคาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตเป็นสารชีวโมเลกุลอีกประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจากทำหน้าที่เป็นสารสะสมพลังงานสำหรับสิ่งมีชีวิตเกือบทุกชนิด คาร์โบไฮเดรตที่พบทั่วไปในชีวิตประจำวัน ได้แก่ น้ำตาล แป้ง เซลลูโลส และไกลโคเจน โดยที่ส่วนใหญ่พบแป้งและเซลลูโลสในพืช ส่วนไกลโคเจน พบในเซลล์เนื้อเยื่อ น้ำไขข้อในสัตว์และผนังเซลล์สัตว์น้ำได้รับพลังงานจากโปรตีนและไขมันมากกว่าคาร์โบไฮเดรต ระบบการควบคุมของฮอร์โมน จะเปลี่ยนแป้งเป็นกลูโคสและกลูโคสเป็นพลังงานในน้ำ แตกต่างไปจากกระบวนการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและย่อยง่าย ทั้งนี้หากปริมาณไกลโคเจนสะสมในตับสัตว์สูงเกินไปอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคตับได้ อาหารที่ใช้เลี้ยงปลาสวยงามนั้นควรจะมีระดับของคาร์โบไฮเดรตประมาณ 20% และระดับของน้ำตาลในเนื้ออาหารควรต่ำกว่า 10% ปลาจึงจะนำไปใช้ได้โดยเกิดประโยชน์ ไม่เกิดโทษ

ความต้องการวิตามิน

สัตว์น้ำต้องการวิตามินในปริมาณเล็กน้อยแต่ขาดไม่ได้ ความต้องการอาจแตกต่างไปตามชนิด วัยหรือขนาดและสุขภาพของสัตว์น้ำ ถึงแม้วิตามินจะไม่ได้เป็นสารอาหารสำคัญ แต่ร่างกายของปลาก็ขาดไม่ได้ หากขาดวิตามินจะทำให้ปลาป่วยเป็นโรค
ความต้องการเกลือแร่

สัตว์น้ำได้รับเกลือแร่จากอาหารและน้ำ สัตว์น้ำเค็มได้รับเกลือแร่จากน้ำ โดยการกินน้ำแล้วดูดซึมเกลือแร่จากทางเดินอาหาร ส่วนสัตว์น้ำจืดดูดซึมเกลือแร่จากน้ำโดยตรงทางเหงือกและผิวหนัง ปริมาณของเกลือแร่ที่สัตว์น้ำได้รับจากน้ำนั้น จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณของเกลือแร่ในน้ำและในอาหาร เกลือแร่บางชนิดเป็นพิษหากสัตว์น้ำได้รับมากเกินไป เช่น ทองแดง มีมากกว่า 32 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ซึ่งจะทำให้ปลาโตช้ากว่าปกติ และเกลือแร่บางชนิดอาจสะสมในร่างกายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ การเลี้ยงปลาสวยงามปัญหาเรื่องโรคนับเป็นปัญหาที่สำคัญต้องศึกษาทำความเข้าใจได้ถูกต้อง

สารอาหารของปลาสวยงามนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง จะเห็นได้ว่าความต้องการของสารอาหารแต่ละชนิดนั้นไม่ว่าจะเป็น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่ ย่อมมีผลต่ออัตราการเจริญเติบโต และสีสันสวยงามของปลาที่เราเลี้ยง

ดังนั้นถ้าหากว่าเราอยากจะเลี้ยงปลาสวยงามให้สวยดั่งเช่นชื่อและอยู่คู่ตู้ปลาของเราไปนานๆ อย่าลืมนะครับดูแลเรื่องอาหารควบคู่ไปกับคุณภาพของน้ำอย่าให้ขาดตกบกพร่อง รับรองได้ว่าปลาของคุณสวย ใส แข็งแรง อย่างแน่นอน

ที่มา :

http://pet.kapook.com/view18283.html
https://sites.google.com/site/myjobeogallery/xahar-pla-swyngam
http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2250/nutrient
http://home.kku.ac.th/pracha/Water.htm

อ้างอิงรูปภาพ

ที่มา : https: noolaap wordpress.com