อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
     การเกิดโรคในสัตว์น้ำประกอบด้วย 3 ปัจจัยที่สำคัญคือ สภาพแวดล้อมของแหล่งอาศัย ตัวสัตว์น้ำ และเชื้อโรค (pathogen) โดยสภาพแวดล้อมที่สัตว์น้ำอาศัยเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ไม่เหมาะสมส่งผลให้สัตว์น้ำเกิดความเครียดและอ่อนแอ ประกอบกับเชื้อโรคต้องมีความรุนแรงทำให้เกิดโรคได้ ซึ่งมีหลายชนิดด้วยกันได้แก่ แบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ปรสิต ตลอดจนสารพิษต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ในแหล่งน้ำ
     ปรสิตมิกโซสปอร์จัดเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีความสำคัญที่สามารถก่อให้เกิดโรคได้ในปลาซึ่งสามารถพบได้ทั้งในปลาน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทั้งในกลุ่มที่มีการเพาะเลี้ยง และกลุ่มที่อาศัย อยู่ตามธรรมชาติทั่วโลก
 
ลักษณะโครงสร้างทั่วไป
    มิกโซสปอร์จัดเป็นปรสิตที่สร้างสปอร์ประกอบด้วยหลายเซลล์ (muticellular) เซลล์ของมิกโซสปอร์ประกอบไปด้วยฝา (shell valve) ตั้งแต่ 2-7 ฝา โดยฝาจะมีรูปร่างและลักษณะผิวนอกแตกต่างกันตามชนิดซึ่งฝาแต่ละฝาของมิกโซสปอร์จะเชื่อมติดกันโดยส่วนที่เรียกว่า suture lineลักษณะจะเป็นเส้นตรงอาจจะเรียบหรือนูนขึ้นมาก็ได้ โครงสร้างภายในเซลล์ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญหลัก ๆ 2 ส่วนคือ สปอร์โรพลาสซึม (sporoplasm) ซึ่งเป็นช่องว่างภายในเซลล์ และโพลาร์แคปซูล (polar capsule) ตั้งแต่ 1-7 อัน ตามแต่ละชนิด ภายในโพลาร์แคปซูลจะมีโพลาร์ฟิลาเมนท์(polar  filament) ขดเป็นเกลียวอยู่
 
วงจรชีวิตและการแพร่กระจายของมิกโซสปอร์ในสัตว์น้ำ
     เมื่อก่อนเชื่อกันว่ามิกโซสปอร์เป็นปรสิตที่ต้องการเจ้าบ้านชนิดเดียวในช่วงชีวิต (One host life cycle) โดยสปอร์ของปรสิตจะถูกกินโดยปลาและเมื่อสปอร์เข้าไปถึงบริเวณทางเดินอาหารก็จะแตกออกปล่อยให้ sporoplasm เจาะทะลุผ่านผนังทางเดินอาหารและเซลล์ก็จะแบ่งตัวและแพร่กระจายไปเพิ่มจำนวนโดยอาศัยกระแสเลือดเป็นตัวพาไป
    ต่อมาเมื่อมีการศึกษามากขึ้นพบว่ามิกโซสปอร์ต้องใช้เจ้าบ้าน 2 ชนิดในการพัฒนาวงจรชีวิต (Two host life cycle) ได้แก่ หนอนแดง (Tubifex tubifex) ระยะที่พบคือ แอคติโนสปอร์เรีย (actinosporea) พบว่าหลังจากปลาที่ติดเชื้อโรคตัวหมุนตายลงก็ปลดปล่อยสปอร์ของปรสิตลงสู่สภาพแวดล้อม โดยเฉพาะพื้นโคลนใต้น้ำและถูกกินโดยหนอนแดง ช่วงดังกล่าวปรสิตมีการเจริญเติบโตพัฒนาตัวเองอยู่ในผนังลำไส้ของหนอนแดงกลายเป็นระยะแอคติโนสปอร์เรียซึ่งจัดเป็นระยะติดต่อและเคลื่อนย้ายออกสู่แหล่งน้ำ เข้ายึดเกาะเหงือก เกล็ด ครีบหรือถูกปลากินโดยตรงขณะอยู่ในหนอนแดง เมื่อปรสิตเจริญเติบโตกลายเป็นสปอร์เต็มวัยมีผลทำให้เจ้าบ้านแสดงอาการของโรคออกมา
     การสืบพันธุ์ของมิกโซสปอร์เกิดขึ้นได้ทั้งแบบอาศัยเพศและไม่อาศัยเพศ  การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาก ส่วนแบบไม่อาศัยเพศ เกิดขึ้นโดยการสร้างสปอร์จำนวนมากในครั้งเดียวกัน(Multiple fission อย่างไรก็ตามสปอร์ที่อาศัยอยู่ตามกล้ามเนื้อปลา ถ้ามีอยู่จำนวนน้อย จะไม่ทำเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพ
     การยึดเกาะของมิกโซสปอร์ทำให้สัตว์น้ำเกิดการระคายเคืองและเกิดแผล การเกาะของ Henneguya sp. จำนวนมากที่บริเวณเหงือกจะไปขัดขวางการแลกเปลี่ยนก๊าซทำให้ปลาเกิดภาวะขาดออกซิเจนและตายได้ เช่น การเกิดโรคจาก Henneguya sp. ในปลาสวาย ปลาแรด ปลาบู่ ปลาดุก ซึ่งพบมากในประเทศไทย
     สำหรับการแพร่กระจายในสภาพทางภูมิศาสตร์พบว่าปรสิตกลุ่มนี้แพร่กระจายได้ทั่วโลก ได้แก่ ทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป อัฟริกา ออสเตรเลีย เอเชีย และเขตขั้วโลก สามารถพบได้ในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม

 

ผลกระทบของปรสิตมิกโซสปอร์ต่อสัตว์น้ำ
    เมื่อสัตว์น้ำได้รับเชื้อปรสิตชนิดนี้ในปริมาณมากจะส่งผลให้สัตว์น้ำแสดงอาการของโรคต่าง ๆ เช่นโรคตัวหมุน (Whirling disease) เกิดจากเชื้อปรสิตมิกโซสปอร์ชนิด Myxobolus cerebralis  ลักษณะอาการของปลาพบว่าหลังจากปลาได้รับเชื้อประมาณ 30-45 วัน บริเวณคอดหางมีสีดำเนื่องจากเกิดการสะสมของเมลานิน กระดูกสันหลังคดงอ กระดูกปิดเหงือกและขากรรไกรบิดเบี้ยว ระบบประสาทและกล้ามเนื้อสูญเสียการควบคุมทำให้ปลาว่ายน้ำในลักษณะควงสว่านและตายในที่สุด  โรคเหงือกบวม (Proliferative Gill Disease: PGD) เกิดจากปรสิต Sphaerospora ictaluri  อาการของโรค พบว่าหลังจากปลาได้รับเชื้อจะมีลักษณะผอม เบื่ออาหาร ลำตัวมีสีเข้ม ว่ายน้ำเชื่องช้า ลอยตัวอยู่ที่ผิวน้ำและหายใจแรง เนื่องจากเหงือกโดนทำลายมีผลทำให้ความสามารถในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง โรคถุงลมอักเสบ (Swimbladder inflammation) สาเหตุเกิดจากปรสิต Sphaerospora renicola ลักษณะอาการของโรคพบว่าหลังจากปลาได้รับเชื้อจะเกิดอาการเซื่องซึม เบื่ออาหาร ท้องบวม ว่ายน้ำสูญเสียการทรงตัว เกิดการอักเสบและตกเลือดในบริเวณถุงลม

แนวทางการป้องกันกำจัดและรักษาโรคติดเชื้อปรสิตมิกโซสปอร์
    การป้องกันกำจัดปรสิตในโรงเพาะฟักสามารถทำได้โดยช่วงก่อนเพาะพันธุ์หรือขณะที่ทำการอนุบาลลูกปลาวัยอ่อนควรมีการทำความสะอาดบ่อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยการฆ่าเชื้อด้วยสารเคมี ได้แก่ แคลเซียมไฮโปคลอไรด์ (Calcium hypochloride) ความเข้มข้น 100-200 ส่วนในล้านส่วน (ppm)  หรือใช้ฟอร์มาลินในความเข้มข้น 250-300 ส่วนในล้านส่วน (ppm) (Hoffmann and Mayer, 1974) สำหรับน้ำที่ใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำที่สะอาดปลอดเชื้อและสารแขวนลอยต่าง ๆ น้ำควรผ่านการกรองและจัดเก็บในบ่อพักเพื่อให้สปอร์ของปรสิตตกตะกอน หลังจากนั้นทำการฆ่าเชื้ออีกครั้งซึ่งมีหลายวิธีด้วยกัน ได้แก่ การใช้แคลเซียมไฮโปคลอไรด์ความเข้มข้น 100-150 ส่วนในล้านส่วน (ppm)  หรือใช้รังสีอัลตราไวโอเลทและโอโซน ซึ่งวิธีการดังกล่าวมีการนำมาใช้และให้ประสิทธิภาพสูงต่อการป้องกันกำจัดโรคตัวหมุน  โรคถุงลมอักเสบ

รวบรวมโดย นางสาวอนุสรา  แก่นทอง

ภาพจาก ศูนย์วิจัยสุขภาพสัตว์น้ำสงขลา

เอกสารอ้างอิง
กิจการ  ศุภมาตย์.  2536.  การติดเชื้อปรสิตมิกโซสปอร์ริเดียในปลาดุกทะเล.  ว.  สงขลานครินทร์. 
       1:  147-157.
ฐิติพร  หลาวประเสริฐ.2545.มิกโซสปอร์ในสัตว์น้ำ.ว.โรคสัตว์น้ำ.ปีที่12 ฉบับที่2.5-8.
รังสัญ  รักกมล. 2544. การศึกษาปรสิตมิกโซสปอร์ริเดียในปลาทะเลและปลาน้ำกร่อยในบริเวณ  ทะเลสาบสงขลาตอนนอก.วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.