อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

สัตว์เลี้ยงที่แทบทุกบ้านนิยมเลี้ยงกันมีไม่กี่ชนิด แต่สำหรับกลุ่มคนที่ชอบความสวยงามมีstyle  คงจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีให้เลือกเลี้ยงมากมาย  รวมทั้งบางชนิดมีราคาสูง จึงมีผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อจำหน่าย และมีการแข่งขัน กันสูงระหว่างผู้เพาะเลี้ยงปลาสวยงาม 


   ปลาคาร์ฟ  ใช้เรียกปลาในสกุล GENUS เดียวกันกับ  crucian Carp มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า cyprinus carpio linn  มีแหล่งดั้งเดิมอยู่ในบริเวณประเทศอิหร่าน ปัจจุบัน เป็นปลาที่สามารถปรับตัวดำรงชีวิตอยู่ในแหล่งน้ำ จืดที่มีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน แม้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น  หรืออากาศร้อน ปลาชนิดนี้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศได้ จึงแพร่ขยายพันธุ์ได้ทั่ว โรคและการติดเชื้อของปลาคาร์ฟนั้น มีสาเหตุมากมาย หรือ อาจมีเชื้อที่เกิดกับปลาคาร์พได้ หลายชนิด

โรคปลาคาร์ฟที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ 

ภาพจาก http://www.nicaonline.com/



สาเหตุการติดเชื้อจากแบคทีเรีย

โรคบวมน้ำหรือโรคไต รู้จักในชื่อ  pinecone  สังเกตจากท้องบวมและเกล็ดหลุด โรคนี้เป็นสาเหตุตัวบวม เพื่อสร้างของเหลวในเนื้อเยื่อ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Aeromonas และ Pseudomonas  สาเหตุจากคุณภาพน้ำไม่ดี หรือ ออกซิเจนต่ำ โรคบวมน้ำเจริญเต็มที่ ปลาคาร์ฟจะอยู่ได้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ โรคนี้เหมือนกับโรคท้องผูกและโรคถุงลมปลา รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ผสม Furanance   ในปริมาณ 250 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1แกลลอน แช่ให้ปลา ภายใน 1 ชั่วโมง และไม่ควรแช่เกิน 3 ครั้ง ภายใน 3 วัน ปลารับสารนี้ทางผิว ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ อาจใช้วิธีแช่น้ำเกลือ  ถ้าปลาไม่ตอบสนองต่อการรักษาภายใน 2-3 วัน ควรฆ่าทิ้ง


แผลเปื่อย ( Furunculos หรือ Ulcer Disease) ไม่ค่อยแสดงอาการ  แต่จะแพร่เชื้อไปอย่างรวดเร็ว จะติดเชื้อที่เกล็ด การติดเชื้อแสดงอาการที่รอยกระแทกใต้เกล็ด ต่อมาจะเริ่มปริออก ทำให้เกิดแผลเปื่อย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เรียกว่า โรคแผลเปื่อย  รักษาด้วย เตตร้าชัยคลิน  กำจัดอาหารที่เหลือ การรักษาควรใช้เวลา 10 วัน


โรคครีบติดเชื้อแบคทีเรียหรือหางเน่า การต่อสู้ของปลาอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่ครีบหรือหางบริเวณที่เจ็บ  ง่ายต่อการติดเชื้อ โรคนี้อาจเกิดจากคุณภาพน้ำไม่ดี ง่ายที่จะป้องกันขณะที่ครีบมีบางส่วนหลุด เป็นชิ้นเล็กๆ อาการรุนแรง ครีบค่อย ๆ กร่อนไป การแก้ไขใช้ยาปฏิชีวนะ  แช่ลงไป ผสมเกลือโปแตสเซียม 8 ผลึกต่อน้ำ 3 ส่วน 4 แกลลอนทิ้งไว้ 5 นาที หลังจากนั้นเอาส่วนที่ติดเชื้อของหางและครีบออก  ทาหาง ด้วย methylene blue หรือยาแดง  ควรทำโดยผู้ชำนาญ


โรคเหงือกติดเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุมาจากแบคทีเรียหลายสายพันธุ์ การอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก คุณภาพของน้ำไม่ดี น้ำอุณหภูมิสูง อาการของโรค คือ ความเสียหายของเส้นใยเหงือก เยื่อบุเมือกที่ผิว การหายใจที่ผิวน้ำ แก้ไขได้โดยลดจำนวนปลาในบ่อ พัฒนาคุณภาพน้ำ


วัณโรคปลา  มาจากแบคทีเรีย Mycobacteria  เป็นสาเหตุให้เกิดบาดแผลเรียกว่า granuloma ที่อวัยวะภายใน ปลาคาร์ฟที่เป็นโรคนี้ตาจะบวมแดงและช่องท้องบวม พอง สาเหตุ ที่ทำให้เกิดส่วนใหญ่เกิดกับปลาที่ทานอาหารสดเป็นหลัก เช่น หนอนแดง ไรทะเล ลูกน้ำที่ไม่สะอาดพอ จนเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อมัยโคแบคทีเรีย  ฉะนั้นก่อนให้อาหารควรทำความสะอาด โดยใช้ด่างทับทิมแช่ประมาณ 10-15 นาที อาหารสดที่ตายแล้ว ไม่ควรให้กิน จะทำให้ปลาท้องอืด อาจเป็นพาหะนำเชื้อให้กับปลาได้  การป้องกันรักษา ต้องทำความสะอาดอ่างหรือบ่อเลี้ยงอยู่เสมอ  อ่างเลี้ยงไม่ควรแออัด 

สาเหตุจากการติดเชื้อรา


โรคพุพอง, โรคซิฟิลิส โรคพุพองมักจะเป็นกับปลาคาร์ฟและปลาในตระกูลใกล้เคียง การติดเชื้อ ทำให้เกิดเมือก กลิ่นสีขาวขุ่นและสีชมพูเทา เคลือบบนผิวและครีบปลา ลักษณะอาการ  มักจะรุนแรง ต่อมาจะหายไปเอง  สาเหตุที่เกิดโรค ควรป้องกัน และแยกปลาที่ติดเชื้อ ออกจนกว่าเมือกจะหาย  ประมาณ7-10 วัน น้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะช่วยให้อาการของโรคหายป่วย


โรคติดเชื้อจากพยาธิ
เห็บปลา พยาธิสายพันธุ์ Argulus สังเกตเห็นจากผิวบนตัวปลา มีลักษณะกลม มีตาเด่น ส่วนของปาก ซึ่งใช้เกาะติดที่ตัวโฮสท์ สามารถย้ายที่ได้อย่างง่ายดาย เปลี่ยนสีร่างกายให้เหมือนกับที่มันเกาะ  อาการ  ปลาพยายามถูตัวกับสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะเอาเห็บออก ปลาบางตัวกระโดดเหนือน้ำ เพื่อที่จะเอาเห็บออก เห็บจะดูดเลือดและของเหลวออกจากตัวปลาผ่านทางผิวหนังและเกล็ด บางครั้งเห็บจะเกาะอยู่ที่ครีบ อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผล   การรักษาเห็บปลา หนอนสมอ และปลิง คือ Dipterex, Masoten, Dylox หรือ Nequvon ให้ทายาแดง Malachite green หรือ methylene blue ที่แผลทุกแผล หรือใช้ฟอร์มาลีนแช่ปลาเพื่อฆ่าพยาธิ


หนอนสมอ  (Lerneosis)  มีความยาวเหมือนเส้นด้าย ความยาว 6-12 มิลลิเมตร กว้าง 0.5-1.2 มิลลิเมตร  พยาธิชนิดนี้ตัวเมีย มีหัวคล้ายสมอฝังอยู่ในตัวของโฮสท์ ปลามักจะถูตัวเพื่อครูดเอาพยาธิออก  ก่อให้เกิดการระคายเคืองและเลือดไหลตรงที่เกาะ ส่วนที่ยื่นออกมาคือ หนอนสีขาว อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่แผล  หนอนสมอ จะเจาะที่ลำตัวของปลาทำให้ปลาติดเชื้อ และวางไข่บนผิวหนังของปลา ปลาจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร ผอมแห้ง กระพุ้งแก้มเปิดอ้า มีจุดสีแดงเป็นจ้ำๆ ตามลำตัว ครีบและเหงือก อาจจะมีอาการอักเสบ  การรักษาหนอนสมอ แยกปลาออกจากบ่อ   ใช้มาลาไคท์กรีนความเข้มข้น 0.1 ppm. แช่ติดต่อกันประมาณ 5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 1สัปดาห์   

ปลิงใส  (Fluke)  เป็นปรสิต มีขนาดเล็ก ไม่มีปล้อง มีขอเกี่ยว พบที่บริเวณเหงือกและเมือกของปลา ถ้าพบบริเวณเหงือก จะสังเกตเห็นกระพุ้งแก้มเผยอเล็กน้อย เหงือกซีด ถ้าพบที่ลำตัว ปลาจะขับเมือกออกมามากผิดปกติ  มักพบที่ผิวหรือเกล็ดปลา เป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายหนอน พยาธิที่เกาะกินเลือดกินเนื้อ  ปลิงพวกนี้แข็งแรง  ควรแช่น้ำเกลือ ด้วยส่วนผสมเกลือ 8 ช้อนชาต่อน้ำ 1 แกลลอน นำปลาใส่ไม่เกิน 10 นาที หลังจากนั้นสามารถใช้คีมคีบหนีบปลิงออกได้อย่างง่ายดาย


โรคอิ๊คหรือโรคจุดขาว  พบได้บ่อยในระยะที่อากาศเย็น อาการที่ปรากฏก็คือ ปลาจะมีจุดสีขาวหรือเทา ขนาด 0.5-1.0 มิลลิเมตร ตามลำตัว เหงือก ครีบ บางครั้งก็จะพบอยู่ใต้ชั้นผิวหนังด้านนอก  จะมีจุดขาว เม็ดเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นตามตัว เป็นปรสิต lchthyophthirius ชนิดธรรมดาทั่วไป ย้ายปลาที่แสดงอาการออกไว้ในถังกัก  ทดลองโดยการแช่น้ำเกลือประมาณ 10 วัน เพื่อฆ่าเชื้อก่อนจะแพร่ไปยังปลาตัวอื่นๆ  การรักษาโดยทั่วไป  ใช้ฟูราเนสความเข้มข้น 0.1 แช่ 4-7 วันติดต่อกัน

 

โรคถุงลม  สังเกตจากการที่ปลาว่ายน้ำได้ไม่เต็มที่  จะว่ายไปข้างใดข้างหนึ่ง หรืออาจหงายท้อง  เกิดจากท้องผูก การฟกซ้ำ  การต่อสู้ การผสมพันธุ์หรือจากการติดเชื้อแบคทีเรีย  สาเหตุจากคุณภาพน้ำไม่ดี   แก้โดยการรักษาบริเวณที่ฟกซ้ำ  ปัญหาคือไม่สามารถตรวจดูแผลทั้งหมดได้ ถ้าสงสัยว่า เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ควรปรับปรุงคุณภาพของน้ำ และรักษาปลาด้วยยาปฏิชีวนะ ถ้าเกิดจากการท้องผูก ควรเปลี่ยนอาหารปลาและสังเกตดูความเปลี่ยนแปลงของปลา

ตาโปน   โรคนี้ทำให้ปลาตาโปนจากเบ้าตา สังเกตอาการได้ง่าย ปลาที่เป็นโรคมักอยู่ในน้ำที่คุณภาพไม่ดี และมีแรงกดดัน การรักษาอาจต้องใช้เวลาหลายวัน  ควรงดให้อาหารปลา 2-3 วัน จนกว่าจะเปลี่ยนและถ่ายน้ำในบ่อให้เรียบร้อย โดยการจับปลาไปแช่ไว้ในน้ำที่มีใบหูกวาง 2-3 วัน อาการตาปูดก็จะหายไป เพราะยางของใบหูกวางที่ละลายอยู่ในน้ำ จะช่วยรักษาแผลต่างๆ ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน


   เมื่อเราได้รับทราบโรคบางโรคของปลาคาร์ฟแล้ว บางชนิดจะรุนแรง บางชนิดไม่รุนแรงการใช้ยาหรือสารเคมีรักษาปลา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้นควรป้องกันปัญหา โดยวิธีเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อให้สะอาด หมั่นทำความสะอาดระบบกรองและวัสดุกรองอย่างน้อยเดือนละครั้ง ให้อาหารที่ดีแก่ปลา  สังเกตพฤติกรรมของปลา เอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด  ปลาจะมีสุขภาพที่ดีได้ และเพื่อความไม่ประมาท  ผู้เลี้ยงปลาคาร์ฟ  อย่าเคลื่อนย้ายปลานอกพื้นที่เลี้ยง เมื่อพบปลาป่วยเป็นโรค ปลาตายก็ให้เผาและฝังดิน อย่านำไปทิ้งในแหล่งน้ำสาธารณะ และอย่าทิ้งสะเปะสะปะ อุปกรณ์เลี้ยงปลาคาร์ฟไม่ว่าจะเป็นสวิง ตาข่าย ควรหมั่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อ น้ำที่ใช้เลี้ยงปลาคาร์ฟ ก่อนจะปล่อยทิ้ง  ควรฆ่าเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายเป็นวงกว้าง 

 

 

 

เรียบเรียงโดย...ตุลฮาบ  หวังสุข

 



อ้างอิง

ปกรณ์ ชินไพศาล, คู่มือปลาคาร์ฟ, ธันวาคม 2545, หน้า 137-148
http://www.nicaonline.com/articles7/site/view_article.asp?idarticle=111
http://www.nicaonline.com/articles7/site/view_article.asp?idarticle=120
http://www.news.cedis.or.th/detail.php?id=3721&lang=en&group_id=1
http://www.rakbankerd.com/agriculture/open.php?id=1077&s=tblanimal