ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

เมื่อไม่นานมานี้หากใครได้มีโอกาสไปดูภาพยนตร์ที่ชื่อเท่ห์ ๆ อย่างกวน มึน โฮ ก็คงจะประทับใจไปกับความสดใสและความน่ารักของนักแสดงนำ จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความนิยมและทำเงินได้ถึงร้อยล้านเลยทีเดียว และที่ดิฉันหยิบยกเอาชื่อเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้มาเชื่อมโยงกับการเกิดโรคขี้ขาวในกุ้งก็ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากจะใช้เป็นสื่อความรู้สึกของกลุ่มคนเลี้ยงกุ้งเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาที่กุ้งเป็นโรคขี้ขาวนั่นเองค่ะ


    กุ้งที่กำลังได้รับผลกระทบจากการเกิดโรคขี้ขาวอยู่ในขณะนี้นั่นก็คือ กุ้งขาวแวนนาไม  และเป็นกุ้งที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดในปัจจุบัน ประกอบกับกุ้งขาวจะมีความไวต่อการติดเชื้อทั้งกลุ่มโปรโตซัว และกลุ่มไวรัส และเมื่อกุ้งที่เลี้ยงต้องเจอกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวนจึงทำให้เกิดโรคขึ้นได้ง่าย สำหรับลักษณะของการเกิดโรคขี้ขาวในครั้งนี้พบได้ทั่วประเทศ ถือได้ว่ากำลังเป็นปัญหาที่กวนใจคนเลี้ยงกุ้งเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องสูญเสียรายได้ไปไม่น้อยเลยทีเดียว
    สำหรับโรคขี้ขาว (White Stool Disease) ที่พบในบ้านเราในครั้งนี้หลาย ๆ คนก็คงจะทราบกันดีว่านี่ไม่ใช่เป็นการระบาดครั้งแรก เพราะเคยมีรายงานการระบาดของโรคขี้ขาวมาแล้วในกุ้งกุลาดำ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่รุนแรงเท่ากับครั้งนี้ เพราะตั้งแต่พบโรคขี้ขาวระบาดในเดือนมกราคมเรื่อยมาจนถึงเดือนมิถุนายนซึ่งถือได้ว่า ณ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิและความเค็มค่อนข้างสูง แต่ช่วงหลังฝนตกที่ผ่านมาส่งผลให้ความเค็มและอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอีกครั้งก็ยังไม่มีทีท่าว่าการระบาดของโรคขี้ขาวจะลดลงเลยแม้แต่น้อย เป็นการส่งสัญญาณให้เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งต้องเฝ้าระวัง และจัดการระบบการเลี้ยงให้ปลอดเชื้อมากที่สุด ก่อนที่จะต้องเผชิญกับโรคขี้ขาวที่อาจเข้ามากวนใจชนิดที่เลี่ยงไม่ได้
    และตั้งแต่พบการระบาดของโรคขี้ขาวในกุ้งที่เพาะเลี้ยง ทำให้กลุ่มนักวิชาการ และผู้เลี้ยงกุ้งต่างพากันเกิดอาการมึน (หัว) ไปตาม ๆ กัน เพราะจะต้องเร่งค้นหาสาเหตุรวมทั้งแนวทางในการแก้ไข สำหรับสาเหตุที่ตกเป็นผู้ต้องหามากที่สุดนั่นคือ เรื่องของอุณหภูมิและความเค็มของน้ำที่สูงขึ้น บางคนก็มุ่งประเด็นไปที่เชื้อวิบริโอ เพราะว่ามีการตรวจพบเชื้อวิบริโอในกุ้ง  แต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะยืนยันได้ว่าเชื้อวิบริโอจะเหนี่ยวนำให้กุ้งเป็นโรคขี้ขาวจนกระทั่งป่วยและตายได้ และเมื่อกุ้งเริ่มมีอาการป่วยและเริ่มทยอยตายมากขึ้นบวกกับการที่ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ของการเกิดโรคขี้ขาว อาการมึนเลยตกอยู่ที่เกษตรกรที่ต้องพยายามแก้ปัญหา เช่น บางรายมีการใช้ยาปฏิชีวนะ ขณะที่บางคนก็เข้าใจว่าสาเหตุที่กุ้งตายนั้นมาจากอาหารที่ไม่มีคุณภาพ จึงมีการเปลี่ยนอาหาร แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้น แสดงว่าการเกิดโรคขี้ขาวในกุ้งไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้งอย่างแน่นอน
    หากเป็นเช่นนั้นแล้วโรคขี้ขาวที่เกิดในกุ้งขาวนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร ? ในวันนี้มีคำตอบแล้วนะค่ะ เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากการศึกษาวิจัยของ รศ.นสพ.ดร.จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์ จากศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะแพทยศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ค้นพบว่า สาเหตุที่แท้จริงของโรคขี้ขาวในกุ้งที่เลี้ยงอยู่ในขณะนี้เกิดมาจากเชื้อกลุ่มโปรโตซัวกลุ่มกรีการีน
    โปรโตซัวกลุ่มกรีการีนจัดอยู่ในกลุ่มไฟลัมเอพิคอมเพล็กซ่า (Apicomplexa) ลักษณะสำคัญของโปรโตซัวกลุ่มนี้คือ เป็นโปรโตซัวที่อาศัยอยู่ในสัตว์พวกแมลงและหอย เป็นโปรโตซัวที่เข้าทำลายทางเดินอาหารของกุ้ง และยังเป็น Sporozoa ที่มีขนาดใหญ่ บางชนิดก็สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น Nematopsis spp.และ Porospora spp.สำหรับชนิดกรีการีนที่ก่อให้เกิดโรคขี้ขาวนั้นชื่อว่า Paraophioidina spp. ซึ่งเป็นชนิดใหม่ที่เกิดได้บ่อยในกุ้งขาวแวนนาไม

 

 รูปแสดงโครงสร้างโดยรวมของโปรโตซัวกรีการีน

ภาพจาก  http://www.farmrachan.com/

 

อาการของโรคขี้ขาว (White Stool Disease) 
    เมื่อกุ้งได้รับเชื้อกรีการีนจาการกินพาหะของเชื้อ เช่น หอย เพรียง ลูกกุ้ง เคย และหนอนชนิดต่าง ๆ เข้าไปในทางเดินอาหารแล้ว เชื้อที่เข้าไปก็จะมีการพัฒนาและเจริญเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อมีการพัฒนาจนเต็มลำไส้กุ้งก็จะทำให้ลำไส้เกิดการอุดตัน กุ้งก็จะกินอาหารได้น้อยลง ส่งผลให้มีอัตราแลกเนื้อ (FCR) สูง และนั่นก็หมายถึงเกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนอาหารที่สูงขึ้นนั่นเอง 
    มีขี้ขาวลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อย่างไรก็ตามในประเด็นขี้ขาวที่ลอยบนผิวน้ำนั้น ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ ได้เคยเปิดเผยว่า บางครั้งอาการขี้ขาวของกุ้งก็อาจเกิดจาก การที่กุ้งกินอาหารที่มีไขมันมากเกินไป เมื่อขับถ่ายออกมาก็จะมีขี้ขาวลอยอยู่อันเนื่องมาจากมีก้อนไขมันปะปนอยู่มากนั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เลี้ยงกุ้งก็จะต้องสังเกตอาการอื่น ๆ ประกอบควบคู่ไปด้วย
    เมื่อเปรียบเทียบสีของเปลือกกุ้งที่เป็นโรคขี้ขาวกับปกติ ก็จะพบว่ากุ้งที่เป็นโรคขี้ขาวจะมีเปลือกบางกว่าปกติ และมีสีซีด ทั้งนี้เนื่องจากเนื้อเยื่อใต้เปลือกได้เกิดการอักเสบและตาย ส่วนผลที่ตามมาอีกประการคือ เปลือกกุ้งจะหลวม
    อาการของกุ้งที่เป็นโรคขี้ขาว นอกจากจะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารกุ้งโดยตรงแล้ว ก็ยังทำให้ระบบกล้ามเนื้อมีการอักเสบ มีสีขาวขุ่นและเหี่ยว ทำให้กุ้งเคลื่อนไหวได้ช้าลง และไม่ดีดตัวเมื่อยกยอ แล้วก็จะทยอยตายในที่สุด

 

ภาพจาก http://www.kasetkawna.com/

 

การควบคุมและป้องกันโรคขี้ขาว
    การควบคุมโรคขี้ขาวผู้เลี้ยงต้องเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้  
    - ควบคุมแหล่งที่มาของเชื้อ คือต้องมีการตรวจพ่อพันธุ์แม่พันธุ์กุ้งที่นำเข้า หรือมีใบรับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือว่าปลอดเชื้อกรีการีน 
    - ควบคุมคุณภาพอาหาร รวมถึงพาหะต่าง ๆ ที่อาจจะนำมาซึ่งการเป็นโรคขี้ขาวในบ่อเลี้ยงกุ้ง 
    - เหนือสิ่งอื่นใดจะต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดของบ่อให้มากขึ้น เช่น การปูพลาสติก ทั้งบ่อ เพื่อลดพาหะของเชื้อที่อยู่ในหน้าดิน 
    อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นดิฉันเชื่อว่าผู้เลี้ยงกุ้งก็คงจะเอาใจใส่เป็นประจำอยู่แล้วเพียงแต่อาจจะต้องเพิ่มให้มากยิ่งขึ้นเพื่อลดอัตราเสี่ยงของการติดเชื้อภายในบ่อเลี้ยงนั่นเองค่ะ
    ในส่วนของการป้องกันโรคขี้ขาวในกุ้งมีดังนี้
    -เริ่มจากการการคัดเลือกลูกกุ้งกล่าวคือ  ควรใช้ลูกกุ้งที่ปลอดเชื้อกรีการีน กำจัดพาหะของเชื้อที่พื้นบ่อเช่น หอย เพรียง ลูกกุ้ง เคย รวมทั้งหนอนชนิดต่าง ๆ ด้วย 
    -ผู้เลี้ยงจะต้องตรวจสุขภาพและทางเดินอาหารของกุ้งให้บ่อยขึ้น เพื่อไม่ให้พยาธิกรีการีนเข้าไปเติบโต 
     -อุปกรณ์ที่ใช้ในฟาร์ม ควรแยกใช้เฉพาะบ่อ เวลาจับกุ้งขายก็ควรใช้อวนที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว เช่น การตากแดดให้แห้งสนิท พยายามอย่าให้มีพวกหอยหรือปูติดที่อวน


การรักษาโรคขี้ขาวในกุ้ง
    สำหรับการรักษาโรคขี้ขาวในกุ้งขาวแวนนาไมนั้น ตั้งแต่พบการระบาดของโรคนี้ทั้งนักวิชาการและผู้เลี้ยงกุ้งเองก็ได้ใช้วิธีการต่าง ๆ ในการักษา เช่น การใช้กระเทียม กล้วยน้ำว้า เปลือกมังคุด สับปะรด และจุลินทรีย์โปรไบโอติก มาผสมอาหารให้กุ้งกินแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งส่วนใหญ่จะต้องจับกุ้งขายก่อนกำหนด  ฉะนั้นเรื่องของการรักษาโรคขี้ขาวในกุ้งขาวแวนนาไมยังคงเป็นประเด็นที่จะต้องทำการศึกษา เพื่อหาแนวทางในการรักษากุ้งที่เป็นโรคขี้ขาวในลำดับต่อไป
 
ผลกระทบของโรคขี้ขาวในกุ้ง
    สืบเนื่องมาจากการที่ผู้เลี้ยงกุ้งต้องจับกุ้งขายก่อนกำหนด จึง ตัวอย่างเช่น วางแผนจะขายกุ้งที่ 70 กิโลกรัมราคา 115 บาท แต่ต้องมาจับกุ้งขายก่อนที่ 90 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งได้ราคาเพียง 95 บาท สมมติกุ้งที่จับได้หนัก 5 ตัน แสดงว่าผู้เลี้ยงกุ้งจะมีรายได้ลดลงถึง     1 แสนบาท เลยทีเดียว ทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งขาดรายได้ในส่วนที่ควรจะได้ อีกทั้งยังต้องสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารเพิ่มขึ้นอีกด้วย
    นอกจากผลกระทบที่จะเกิดกับผู้เลี้ยงกุ้งแล้ว ธุรกิจการแปรรูปกุ้งเองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยเลย เพราะไม่มีกุ้งขนาดใหญ่มาทำการผลิต 
    จะเห็นได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการที่กุ้งเป็นโรคขี้ขาวในครั้งนี้ อาจทำให้ทั้งผู้เลี้ยงกุ้ง และผู้ผลิตกุ้งแปรรูปถึงกับออกอาการร้องไห้ (โฮ) กันเลยทีเดียว
    กล่าวโดยสรุปแม้ว่าจากการศึกษาค้นคว้าของนักวิจัยในครั้งนี้ทำให้เราได้ทราบว่าสาเหตุของการเกิดโรคขี้ขาวในกุ้งขาวแวนนาไมนั้นมาจากโปรโตซัวกลุ่มกรีการีน แต่หลาย ๆ ฝ่ายยังคงต้องเผชิญกับอาการ กวน มึน โฮ กับการที่กุ้งเป็นโรคขี้ขาวอยู่ดี เพราะเรายังหาแนวทางในการรักษาได้ไม่ชัดเจน           จะอย่างไรก็ตามดิฉันอยากให้ผู้เลี้ยงกุ้งเข้าใจหลักการเลี้ยงกุ้งเบื้องต้น เกี่ยวกับกลไกการเกิดโรคในสัตว์น้ำซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน คือ สภาพแวดล้อม ตัวสัตว์น้ำ และเชื้อโรค หากผู้เลี้ยงสามารถจัดระบบการเลี้ยงให้ดี และทำให้องค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนดังกล่าวอยู่ในภาวะสมดุล ดิฉันเชื่อว่าคงจะไม่มีโรคใด ๆ มาทำให้การเลี้ยงสัตว์น้ำได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

 

 

เรียบเรียงโดย.................อนุสรา  แก่นทอง

 

 

อ้างอิง

กิจการ  ศุภมาตย์, สาวิตรี  ศิลาเกษ, วุฒิพร  พรมขุนทอง และสิทธิ  บุณยรัตผลิน.2539.โรคและพยาธิ  ปลา.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.209 หน้า.
จิรศักดิ์ ตั้งตรงไพโรจน์.2553.โรคขี้ขาวในกุ้ง.  Aqua biz.ปีที่ 4 ฉบับที่ 38.หน้า 40-58.
ชลอ  ลิ้มสุวรรณ.2543.กุ้งไทย 2000 สู่ความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม.กรุงเทพฯ.260 หน้า.  
นิรนาม.นักวิจัยจุฬาฯค้นพบเชื้อก่อโรคขี้ขาวในกุ้ง(ออนไลน์)สืบค้นจาก: http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=344&contentID=102824.( 15/11/2553).
นิติ  ชูเชิด.2553.มึนโฮขี้ขาวไม่หายสักที. Aqua biz.ปีที่ 4 ฉบับที่ 38.หน้า 30-34.
ปัญญานันท์  ศรีนุชศาสตร์.2553.โรคขี้ขาวภัยคุกคามกุ้งไทย. Aqua biz.ปีที่ 4 ฉบับที่ 38.หน้า 38-39.       
นบสร  วันชาญเวช.2549.Aqua biz.ปีที่ 1 ฉบับที่ 4.หน้า 26-27.
เอกอนันต์  ยุวเบญจพล.สมดุลธรรมชาติในบ่อกุ้ง(ออนไลน์)สืบค้นจาก :        http://www.shrimpcenter.com/page000495. (7/9/2553).
ยุพินธ์  วิวัฒนชัยเศรษฐ.2550.ปิดอ่าวเพื่ออะไรใครได้ประโยชน์.ว.การประมง 60: 55-63