ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

     การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งมีบทบาทและความสำคัญทั้งในแง่ของการสร้างงานสร้างรายได้ภายในครัวเรือน และในแง่เศรษฐกิจการส่งออกระดับประเทศ เนื่องจากสัตว์น้ำชายฝั่งสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาสูง แต่การจะได้มาซึ่งผลผลิตสัตว์น้ำที่ดี มีคุณภาพนั้น เบื้องต้นจะต้องได้รับอาหารที่ดี มีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน อาร์ทีเมียจัดเป็นอาหารสัตว์น้ำวัยอ่อน ที่นิยมใช้กันในโรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำกร่อยและน้ำเค็มเกือบทุกแห่ง

   

         ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอาร์ทีเมีย 

         อาร์ทีเมีย (Artemia spp.) หรือไรสีน้ำตาล หรือไรน้ำเค็ม (Brine shrimp) จัดเป็นสัตว์น้ำเค็มชนิดหนึ่งในกลุ่มครัสเตเชียน 

        รูปร่างลักษณะของอาร์ทีเมีย : จะมีลำตัวแบน เรียวยาวคล้ายใบไม้ ลำตัวใสแกมชมพู ไม่มีเปลือกแข็งหุ้มลำตัว แต่มีเยื่อบาง ๆ หุ้มไว้แทน ลำตัวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน 

         - ส่วนหัว มี 6 ปล้อง   มีตาเดี่ยวและตารวมที่มีก้านตา 1 คู่ และหนวด 2 คู่ 

         - ส่วนอก มี 11 ปล้อง   แต่ละปล้องมีรยางค์ปล้องละ 1 คู่   ทำหน้าที่ทั้งในการว่ายน้ำ   หายใจ   และช่วยกรองอาหารเข้าปาก 

         - ส่วนท้อง มี 8 ปล้อง   ปล้องแรกเป็นที่ตั้งของอวัยวะเพศ   ปล้องที่ 2 - 7 ไม่มีรยางค์   และปล้องที่ 8 มีแพนหาง 1 คู่ 

         ความแตกต่างระหว่างเพศ   โดยปกติเพศผู้จะมีขนาดเล็กกว่าเพศเมีย   และหนวดคู่ที่ 2 ของเพศผู้จะมีขนาดใหญ่คล้ายตะขอใช้เกาะเพศเมีย   ทำให้ดูว่ามีส่วนหัวขนาดใหญ่   และเพศเมียจะมีถุงไข่ที่ปล้องแรกของส่วนท้อง

             

 

         การแพร่พันธุ์ : อาร์ทีเมียสามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้ 2 แบบ คือในสภาวะปกติ ที่ความเค็ม 20 - 120 ppt จะออกลูกเป็นตัว แต่ถ้าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เช่น ความเค็มสูงขึ้นมากกว่า 130 ppt หรือมีการแพร่พันธุ์จนมีปริมาณ ตัวอาร์ทีเมียอยู่อย่างหนาแน่น   หรือปริมาณอาหารลดลง   หรืออุณหภูมิลดต่ำลงมาก   หรือคุณสมบัติของน้ำไม่เหมาะสม อาร์ทีเมียก็จะออกลูกเป็นไข่ และจะฟักเป็นตัวเมื่อสภาวะแวดล้อมเหมาะสมเท่านั้น 

         ทำไมต้องใช้อาร์ทีเมียมาเลี้ยงสัตว์น้ำวัยอ่อน ?

         1. มีคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงสัตว์น้ำพบว่าอาร์ทีเมียวันอ่อนสามารถให้โปรตีนได้สูงถึง 52.2 เปอร์เซ็นต์

         2. ลำตัวอ่อนนุ่ม ไม่มีกระดูก ไม่มีเปลือกหุ้มตัว ทำให้สัตว์น้ำสามารถกินได้สะดวก

         3. มีการขยายพันธุ์และเจริญเติบโตเร็ว ประกอบกับมีขนาดที่เหมาะสมต่อการบริโภคของสัตว์น้ำ ซึ่งพบว่า     อาร์ทีเมียตัวอ่อนจะมีขนาด 0.4-0.5 มิลลิเมตร

         4. อาร์ทีเมียสามารถช่วยในกระบวนการบำบัดฟื้นฟูคุณภาพน้ำ เนื่องจากอาร์ทีเมียจะกินอาหารโดยการกรองกินสิ่งแขวนลอยต่าง ๆ

         ด้วยคุณสมบัติที่เหมาะสมบวกกับการมีคุณค่าทางสารอาหารที่ครบถ้วนทำให้โรงเพาะพันธุ์สัตว์น้ำหลาย ๆ แห่งไม่ลังเลที่จะเลือกอาร์ทีเมียมาเลี้ยงสัตว์น้ำวัยอ่อน และเพื่อเป็นการลดการนำเข้าอาร์ทีเมียจากต่างประเทศซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงนั้น จึงได้มีการทดลองเลี้ยงอาร์ทีเมียในจังหวัดที่อยู่แถบชายฝั่ง เช่น จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และเพชรบุรี

         หลักเกณฑ์ทั่วไปในการเลี้ยงอาร์ทีเมียในบ่อดิน

         1.เลือกสถานที่

                  ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีความเค็มสูง เช่น นาเกลือ ที่สำคัญควรเป็นสถานที่ ที่สามารถจัดการน้ำให้มีความเค็มต่ำและสูงได้ตามต้องการ

         2. การสร้างบ่อ

                  ควรขุดบ่อให้มีความลึก 1-1.5 เมตร ขนาด 1-5 ไร่ และให้มีความยาวไปตามทิศทางลม เพื่อให้ไข่ลอยไปรวมกันที่มุมบ่อ ซึ่งจะสะดวกในการรวบรวม

         3.การเตรียมบ่อ

                  ถ้าเป็นบ่อใหม่ควรปรับสภาพพื้นผิวของบ่อด้วยปูนขาวให้เป็นกลางหรือเป็นด่างอ่อนเสียก่อน (pH 7.5-9 ) กำจัดศัตรูของอาร์ทีเมีย เช่น พวกกุ้ง ปู ปลา และสัตว์น้ำอื่น ๆ ด้วยน้ำเค็มจัด หรือ น้ำดีเกลือ (350 ppt) ใส่เข้าไป ส่วนบ่อเก่าควรปรับปรุงปีละ 1-4 ครั้ง โดยการสูบน้ำลอกเลนออก ตากบ่อประมาณ 1-4 สัปดาห์ และกำจัดศัตรูอาทีเมียร์ด้วยดีเกลือเช่นเดียวกัน

         4. การเตรียมน้ำ

                  น้ำที่ใช้เลี้ยงควรอยู่ในช่วงความเค็ม 70-170 ppt ความเป็นกรด-ด่าง ระหว่าง 8.3-8.5 ในการปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง ก็จะใช้ปูนขาว สัดส่วนของปูนขาวต่อน้ำเค็มอยู่ที่ 5-7กิโลกรัมต่อ 8-10 ตันโดยประมาณ ความลึกอยู่ที่ 30-100 เซนติเมตร โดยทั่วไปก่อนปล่อยอาร์ทีเมียลงเลี้ยง ก็จะต้องมีการเตรียมอาหารให้แก่อาร์ทีเมียเพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติ เช่น สารอินทรีย หรือสารอนินทรีย์

 

         5.อัตราการปล่อยอาร์ทีเมีย

                  ถ้าเป็นอาร์ทีเมียวัยอ่อนให้ปล่อย 150-200 กรัม/ไร่ แต่ถ้าเป็นอาร์ทีเมียโตเต็มวัยให้ปล่อยที่อัตรา 5-6 กิโลกรัม/ไร่

         6.การเปลี่ยนถ่ายน้ำ

                  การเลี้ยงอาร์ทีเมียจะไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ เพื่อรักษาระดับความเค็มเอาไว้ แต่จะมีการเติมน้ำที่มีความเค็มต่ำลงไปในบ่อประมาณ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ส่วนในกรณีที่ฝนตกหนักจะทำให้น้ำฝนลงไปเจือจางความเค็มภายในบ่อ การแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ผู้เลี้ยงระบายน้ำจืดที่ผิวออกเพื่อควบคุมความเค็ม

         7. การให้อาหาร

                  อาหารที่เตรียมไว้ใช้เลี้ยงอาร์ทีเมียปัจจุบันมีการนำพวกซากพืช ซากสัตว์ มาหมักรวมกันไว้เพื่อให้ย่อยสลายและจึงนำมาให้อาร์ทีเมีย แต่ข้อด้อยของอาหารหมักแบบนี้จะส่งกลิ่นเหม็นค่อนข้างแรง ถ้าพื้นที่อยู่ในบริเวณเหนือลม อาจะก่อให้เกิดความรำคาญแก่บริเวณใกล้เคียงได้

         การเจริญเติบโตของอาร์ทีเมีย

                  หลังจากปล่อยอาร์ที่เมียลงเลี้ยงประมาณ 10-15 วัน จะพบอาร์ทีเมียตัวเต็มวัยเป็นจำนวนมาก เราอาจจะสังเกตเห็นตัวอ่อนรุ่นใหม่และไข่ลอยอยู่ที่ผิวน้ำเป็นจำนวนมาก ในระหว่างการเลี้ยงถ้ามีการจัดการคุณภาพน้ำ และระบบการให้อาหารที่สมบูรณ์ เราก็จะเห็นขี้ของอาร์ทีเมียยาวเป็นเส้นติดก้น และก็จะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

         การเก็บเกี่ยวอาร์ทีเมีย

                  หลังจากเลี้ยงอาร์ทีเมียไปประมาณ 4-5 สัปดาห์เราก็สามารถเริ่มทยอยเก็บเกี่ยว     ผลผลิตอาร์ทีเมียมาเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์น้ำได้

 

         วิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิตอาร์ทีเมีย มี 2 แบบคือ

                  1. บ่อที่มีความลึกมากกว่า 1.5 เมตร : ใช้วิธีการเก็บแบบติดตั้งใบพัดตีน้ำ แล้วมีการทำถุงโพงพางไว้ด้านหลังเครื่องตีน้ำ เสมือนให้ใบพัดตีน้ำดันให้อาร์ทีเมียเคลื่อนเข้ามาในถุง แล้วจึงค่อยมาเก็บอาร์ทีเมีย

 

         2. บ่อที่มีความลึกน้อยกว่า 1.5 เมตร : ใช้วิธีการโดยให้คนเดินถือถุงอวนลากไปรอบ ๆบ่อ เพราะบ่อแบบนี้ไม่ลึกมาก ลักษณะของถุงอวนที่ปากจะกว้าง 2-3 เมตร และจะมีความยาวประมาณ 5-6 เมตร

         แม้การทดลองเพาะเลี้ยงอาร์ทีเมียเพื่อเป็นอาหารสัตว์น้ำ อาจจะยังมีข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่สำหรับใช้เพาะเลี้ยง ซึ่งสามารถทำได้เฉพาะแถบชายฝั่ง หรือหากไกลจากชายฝั่งอาจจะต้องลงทุนสูงไป ดูแล้วอาจเป็นเรื่องของการลงทุนที่ไม่ค่อยจะคุ้มทุนเท่าใดนัก แต่หากมีการศึกษาเพิ่มเติม ถึงแนวทางการจัดการที่ดีพอ ก็จะสามารถเพาะเลี้ยงอาร์ที่เมียเป็นอาหารสัตว์น้ำได้โดยตรง เป็นการลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ที่ไม่ต้องนำเข้าอาร์ทีเมียจากต่างประเทศ อีกทั้งเมื่อพิจารณาถึงคุณค่าทางโภชนาการของอาร์ทีเมียก็มีครบถ้วน เหมาะแก่การนำมาใช้เพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

เรียบเรียงโดย............อนุสรา แก่นทอง

 

 

เอกสารอ้างอิง 

นิรนาม. มปป.หกขั้นตอนง่ายๆ คุณก็มีอาร์ทีเมียเป็นๆ ไว้ใช้ในหน่วยงาน(ออนไลน์) สืบค้นจาก : 

 http://www.coastalaqua.com/webboard/index.php?topic=5054.0(17/12/2556). 

นิรนาม. มปป.การเพาะเลี้ยงอาร์ทีเมีย (ออนไลน์) สืบค้นจาก :  http://e-book.ram.edu/e-book/a/AT428(S)/AT428-3(s).pdf. (17/12/2556). 

นิรนาม. มปป.เทคนิคการเพาะเลี้ยงและการใช้อาร์ทีเมีย ( Artemia ) (ออนไลน์) สืบค้นจาก :  http://bascopper.siam2web.com/?cid=453684&f_action=forum_viewtopic&forum_id=39912&topic_id=31045. (17/12/2556).