อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกแล้วนะครับ ถึงแม้เวลาจาเพิ่งผ่านเลยเดือนแห่งความรักมาสดๆร้อน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของใครอีกหลายๆคน และผมก็ขอให้ช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ให้คงอยู่กับทุกๆคนตลอดไปนะครับ ครั้งนี้ผมจะกลับมานำเสนอกับ สิ่งที่ผมได้ตามหามาซักระยะหนึ่ง ซึ่งสิ่งนั้นคืออะไร เชิญทุกท่านมาติดตามได้เลยครับ

   

ภาพจาก  https://www.13nr.org/     

 ขอเท้าความย้อนกลับไปเมื่อเดือน เมษายน 2557 ที่ผ่านมานิดหน่อยนะครับ ซึ่งเป็นช่วงวันสงกรานต์ และบรรดาญาติๆของผมได้กลับมารวมกันที่บ้านของคุณยาย วันนั้นมีการสนทนาของบรรดาญาติซึ่งได้กล่าวถึงชื่อปลาชนิดหนึ่งเป็นชื่อภาษามลายู ซึ่งผมก็ไม่รู้จักว่าเป็นปลาอะไร แต่ใจความของบทสนทนาได้กล่าวว่าปลาชนิดนี้สามารถทำเป็นยาบำรุงร่างกาย ยาอายุวัฒนะ ทำให้ผมมีความสนใจเพิ่มขึ้น เพราะส่วนตัวชอบเรื่องสมุนไพรอยู่แล้ว และจึงได้สอบถามถึงเจ้าปลาชนิดนี้แต่ ได้ข้อมูลเพียงแต่ว่า เป็นปลาน้ำกร่อย อาศัยอยู่ตามป่าชายเลนและทะเล ทำให้ความสงสัยของผมยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก หลังจากวันนั้นมาผมก็เฝ้าสืบถามจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านแต่ก็ไม่ได้ความอย่างไรเนื่องจากผมจำชื่อภาษามลายูของปลาชนิดนั้นไม่ได้ แต่ในใจของผมเองก็คิดว่ามันต้องเป็นม้าน้ำ หรือปลาจิ้มฟันจระเข้ ไม่ผิดแน่ ลองสอบถามจากหมอสมุนไพรพื้นบ้านว่าเจ้าปลานี้ใช่ม้าน้ำหรือไม่แต่แกบอกไม่รู้จักม้าน้ำ เอาแล้วไง! นึกในใจมันคือปลาอะไรแน่ ความพยายามในการสืบค้นของผมยังไม่สิ้นสุด เข้าวัดปรึกษาหลวงพ่อครับ หลวงพ่อท่านก็ว่าน่าจะเป็นม้าน้ำ แต่ท่านก็ไม่แน่ใจครับ ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาอีกหน่อยเพราะมันเริ่มตรงกับความคิดของผมแล้ว แต่ผมมันมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์สูงต้องค้นหาความจริงให้ได้ จึงพยายามสืบค้นต่อไป เข้าเว็ปไซต์บ้าง หนังสือบ้าง สอบถามบ้าง แต่ไม่พบกับเจ้าปลาชื่อมลายูซักที มีแต่ม้าน้ำและปลาจิ้มฟันจระเข้นี่แหละ ที่คิดว่าใกล้เคียงเพราะ ในทางตำราจีนโบราณนั้นถือว่าปลาทั้งสองชนิดนี้ ถือเป็นยาอายุวัฒนะ ขนานหนึ่ง และแล้วความบังเอิญก็เกิดขึ้น เมื่อผมได้ไปเยี่ยมญาติซึ่งถือว่าเป็นหมอยาสมุนไพรคนหนึ่ง ผมจึงเล่าให้แกฟัง แกรับฟังแต่ไม่พูดอะไร และแกได้เดินเข้าไปในบ้านครู่หนึ่งพร้อมกับโหลอันหนึ่งซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือโหลยาดอง แกก็เลยชวนกรึ๊บกันพอหอมปากหอมคอ พร้อมพูดว่าไอ้สิ่งที่ผมสงสัยมันนอนอยู่ก้นโหลนี้แล้ว เมื่อลองเอาช้อนขึ้นมาดูปรากฏว่า มันก็คือม้าน้ำ จริงๆด้วยครับ แกก็บอกสรรพคุณพร้อมทั้งบอกชื่อภาษามลายูของปลาชนิดนี้ แต่จนแล้วจนรอดก็จำชื่อมลายูของมันไม่ได้อยู่ดี หลังจากคลายความสงสัยแล้ว ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วจากการที่ได้เฝ้าค้นหาคำตอบอยู่ตั้งนาน แต่ถ้าให้ไปหาม้าน้ำมารับประทานเป็นยาสมุนไพรก็คงจะบอกว่าไม่หล่ะครับ ปล่อยให้มันอยู่คู่กับทะเลและป่าชายเลนเถอะครับ ให้มันได้อยู่เคียงคู่กับสิ่งแวดล้อมต่อไปเถอะนะครับ และหวังว่าท่านผู้อ่านคงไม่ไปล่าไปหามันมาเป็นยาสมุนไพรดังที่ผมได้นำเสนอไปนะครับ

          จากการที่ผมได้ตามศึกษามาตั้งนานจนทำให้ได้ทราบว่าเจ้าปลานี้ก็คือม้าน้ำ ซึ่งในปัจจุบันได้มีการล่าเพื่อนำมาเป็นตัวยาสมุนไพรจำนวนมาก จนทำให้ในธรรมชาติลดจำนวนลง ผมไม่ได้นำเสนอเพื่อให้ให้ผู้อ่านได้ไปล่ามันมาเป็นยาสมุนไพรแต่อย่างใดนะครับ แต่ผมเพียงจะนำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้ช่วยกันอนุรักษ์ให้เคียงคู่อยู่กับท้องทะเลต่อไปนะครับ ในเดือนนี้ก็เป็นเดือนแห่งความรัก ผมก็ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ตลอดไปนะครับ สวัสดีครับ

 

 

เรียบเรียงโดย.......นายเฉลิมพล แก้วหมุน