ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

          ดังที่กล่าวกันเสมอว่า ปัจจัยที่จะทำให้ปลามีสีสันที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของตัวปลาเองและคุณภาพของน้ำที่เหมาะในการเลี้ยงปลา ตลอดจนอาหารและแสงสว่าง ในที่นี้ขอกล่าวถึงเรื่องคุณภาพน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญอันดับแรก เพราะถ้าหากนักเลี้ยงปลาไม่สามารถที่จะรักษาคุณภาพของน้ำที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปลาได้ ก็จะทำให้เกิดความเสียหายต่อปลาที่เลี้ยง อาจทำให้ถึงตายหรือเจ็บป่วย อย่างน้อยปลาก็จะอาศัยอยู่ในน้ำนั้นอย่างไม่มีความสุข

ภาพจาก http://www.komchadluek.net/

 

คุณสมบัติของน้ำ (water quality) มีความสำคัญต่อการเพาะเลี้ยง โดยมีผลต่อการเจริญเติบโตช้าหรือเร็วเกิดการตายเกิดโรคระบาด ตลอดจนมีผลต่อระบบสืบพันธุ์ เป็นต้น ดังนั้นคุณสมบัติของน้ำที่เหมาะสมต่อการเลี้ยงปลา หมายถึง สภาพของน้ำที่สามารถทำให้สัตว์น้ำอาศัยอยู่ได้อย่างปลอดภัย มีการเจริญเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ได้มีความแข็งแรง ทนทาน และปราศจากโรค

          ถ้าท่านต้องการจะเลี้ยงปลาสวยงาม ความเป็นกรดและด่างจะมีค่าอยู่ระหว่าง 1-14 พีเอช(pH) ของน้ำที่มีค่าต่ำกว่า 7 ลงมาจะมีค่าเป็นกรด หากอยู่ตรงกลางพอดีจะมีสภาพเป็นกลาง ส่วนน้ำที่มีค่าสูงกว่า 7 ขึ้นไป จะมีสภาพเป็นด่าง สำหรับน้ำที่มีค่า pH สูง คือน้ำมีความเป็นด่างมาก เราสามารถใช้น้ำมะนาวคั้นแล้วกรองด้วยผ้า ตักน้ำในตู้ปลามาใส่กะละมังเพื่อเจือจางน้ำมะนาว ก่อนจะเทกลับลงสู่ตู้ทั้งหมด เมื่อตรวจเช็คแล้วค่า pH ยังสูงหรือน้ำมีความเป็นด่างมาก ให้ใช้น้ำมะนาวเติมซ้ำ ควรทิ้งระยะห่างอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อให้ปลามีเวลาปรับตัว ความกระด้างของน้ำ ที่เหมาะสมใช้เลี้ยงปลาไม่ควรเกิน 170 ppm (หนึ่งส่วนในล้านส่วน) ควรควบคุมให้อยู่ในระหว่าง 70-100 ppm ความกระด้างมีผลต่อการปรับระดับความสมดุลของสารต่างๆภายในร่างกายของปลากับน้ำภายนอก ปลาหายใจโดยใช้ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ อุณหภูมิภายนอกจะมีผลต่อการเผาผลาญ ปลามีความจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนเพิ่มขึ้น น้ำที่ใช้เลี้ยงปลามีอุณหภูมิสูง ในน้ำจะมีออกซิเจนน้อยลง ซึ่งตรงข้ามกับ อุณหภูมิต่ำแต่กลับมีออกซิเจนในน้ำสูงขึ้น แอมโมเนียในน้ำเกิดจากแบคทีเรียย่อยสลายของเสียและอาหารที่ตกค้าง การที่ปลาหายใจออกมาทางเหงือกจะมีแอมโมเนียออกมาด้วย หากมีแอมโมเนียมากก็จะขัดขวางการแลกเปลี่ยนออกซิเจนจากเหงือกไปสู่ระบบไหลเวียนของโลหิต ทำให้เหงือกและเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่คายเมือกเพื่อปกป้องตามลำตัว จนไม่สามารถที่จะสร้างเมือกขึ้นมาคุ้มครองตัวเองจากเชื้อโรคภายนอกได้ จนทำให้ติดเชื้อและเป็นโรคได้ง่ายขึ้น ส่วนไนไตรท์ เกิดจากการย่อยสลายแอมโมเนียโดยใช้ก๊าซออกซิเจน ไนไตรท์ โดยปกติค่าจะอยู่ที่ 0 หากมีมากจะส่งผลกระทบโดยการทำลายประสาท ตับ ไต ของปลา จนทำให้ปลาเป็นโรคเหงือกอ้า ถ้าจะพูดถึงไนเตรท เป็นอีกตัวหนึ่งที่เกิดจากแบคทีเรียย่อยสลายไนไตรท์ แล้วเป็นไนเตรท ค่าของไนไตรท์ควรได้เท่ากับ 0 เช่นเดียวกับ         ไนเตรท หากมีค่ามากไปจะส่งผลให้กับปลาเช่นเดียวกับไนเตรท อย่างไรก็ตาม ค่าความเป็นพิษของ          ไนไตรท์จะต่ำกว่าแอมโมเนียและไนเตรท สารพิษทั้ง 3 อย่างที่กล่าวมา จะเกิดขึ้นได้ก็เนื่องมาจากระบบกรองมีปัญหา เช่นมีการเลี้ยงปลาเป็นจำนวนมากหรือไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำในระบบเป็นเวลานาน หากพบว่าน้ำที่ใช้เลี้ยงปลามีค่าสารพิษทั้ง 3 อย่างมากกว่าปกติหรือปลามีอาการผิดปกติ ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำที่มีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอมักจะว่ายน้ำเร็วกว่าปกติ กระวนกระวาย กระโดดออกมาจากบ่อหรืออาจจะว่ายน้ำอยู่บริเวณผิวน้ำและโผล่ปากขึ้นมาเหนือน้ำเพื่อฮุบอากาศการขาดออกซิเจนในน้ำในบ่อเลี้ยงมักเกิดจากการเปลี่ยนน้ำไม่ดีพอหรือให้อาหารมากเกินไป อาหารที่เหลือจะเกิดการเน่าเปื่อยและใช้ออกซิเจนมากทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง นอกจากนี้การที่น้ำมีอุณหภูมิสูงจะมีผลช่วงเร่งปฏิกริยาการเน่าเปื่อยของอาหารทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงอีก ด้วยการใช้สารเคมีบางชนิดเพื่อรักษาโรค ทำให้เกิดภาวะการขาดออกซิเจน เช่น ฟอร์มาลีนและด่างทับทิม เป็นต้นการป้องกันการขาดออกซิเจนในบ่อเลี้ยงทำได้โดยการดูแลความสะอาดของบ่อมีระบบการให้อากาศที่ดีและมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำอยู่เสมอควรรีบแก้ไขโดยการเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้มากที่สุด และเปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 12 ชั่วโมง ครั้งละ 10%  ส่วน Alkalinityความเป็นด่างของน้ำ หมายถึงคุณสมบัติของน้ำที่ทำให้กรดเป็นกลาง โดยความเป็นด่างของน้ำประกอบด้วย คาร์บอเนตไบคาร์บอเนต ไฮดรอกไซค์ เป็นส่วนใหญ่แต่อาจมีพวกบอเรต ซิลิเคต ฟอสเฟต และสารอินทรีย์ต่าง ๆ ค่าความเป็นด่างโดยตัวมันเองไม่ถือว่าเป็นสารมลพิษในการเลี้ยงปลาสวยงามนั้น นอกจากทำให้เกิดความเพลิดเพลินในการดูแลปลาแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าศึกษาอีกมากเกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้นในปลาสวยงาม การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และการรักษาโรค ทำให้การเลี้ยงปลามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผลที่ได้รับ คือ ปลาที่แข็งแรง มีสีสันงดงาม มีกิริยาท่าทางแจ่มใส และผู้เลี้ยงที่มีสุขภาพจิตดี

ภาพจาก https://portal.weloveshopping.com/

 

โรคที่เกิดขึ้นมีได้หลายสาเหตุ ทั้งที่เป็นโรคติดเชื้อ และโรคที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมหรือความผิดปกติของตัวปลาเอง การดูแลรักษาปลาโดยทั่วไปนั้นต้องเริ่มจากการจัดการที่ดี ทั้งทางด้านอาหาร และสภาพแวดล้อมในน้ำ รวมทั้งการใช้ยา และสารเคมีที่เหมาะสมการป้องกันโรคปลาผู้เลี้ยงปลาควรเอาใจใส่ การระบายของเสียหรือถ่ายเทน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่อย่างสม่ำเสมอแหล่งน้ำที่นำมาใช้เลี้ยงว่ามีปริมาณเพียงพอและคุณภาพดีเหมาะสมการป้องกันโรคอย่างดีที่สุด อาจหลีกเลี่ยงการป่วยไม่ได้ในบางครั้ง  ดังนั้น  เราควรรู้วิธีการรักษาไว้ด้วย โดยพิจารณาจากคุณภาพน้ำก่อนอื่น และตามด้วยขั้นตอนการศึกษาหาความรู้

ภาพจาก https://www.ninekaow.com/

 

ผู้เลี้ยงปลาสวยงามต้องมีใจรัก และสนใจดูแลปลา หมั่นหาความรู้ทั้งในเรื่องคุณภาพน้ำ ตัวปลา และโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา พร้อมรายละเอียดเรื่องสารเคมี หรือยาที่เหมาะต่อปลา และสภาพการเลี้ยงนั้น  ไม่ควรปล่อยให้เกิดการเสียหายก่อนจึงค่อยดำเนินการเพราะทำให้เกิดการสูญเสียจนแก้ไขไม่ได้ ควรใช้วิธีการป้องกันเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา จึงประสบผลสำเร็จในการเลี้ยงปลา

 

เรียบเรียงโดย...ตุลฮาบ  หวังสุข

 

อ้างอิง

https://home.kku.ac.th/pracha/Water.htm

http://www.pcf-farm.com