ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

ปัญหาเรื่องตะกอนในบ่อกุ้งนั้นเกิดขึ้นได้ทุกฤดูการเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูฝนหรือฤดูร้อน ก็มักจะพบปัญหาดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากการเลี้ยงกุ้งในปัจจุบันเป็นการเลี้ยงที่หนาแน่น ประกอบกับพฤติกรรมของกุ้งโดยเฉพาะกุ้งขาวมักจะคุ้ยพื้นและมีพู่เหงือกขนาดเล็ก จึงก่อให้เกิดการอุดตันของเหงือกได้ง่าย นอกจากนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นกุ้งกุลาดำ หรือกุ้งก้ามกรามก็พบเจอปัญหานี้เช่นเดียวกัน การเลี้ยงกุ้งนั้นถ้าหากสามารถคุมสีน้ำให้โปร่งตลอดการเลี้ยง กุ้งจะโตดี แตกต่างจากบ่อที่น้ำล้มบ่อยตะกอนแขวนลอยสูงมักส่งผลให้กุ้งโตช้า

     

                        

                      http://www.thailandshrimp.org

   http://www.rakbankerd.com

                 เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมักพบเจอปัญหาตะกอนแต่ละแบบต่างกันออกไป ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับลักษณะบ่อเลี้ยงของท่าน ลักษณะของตะกอนที่มักพบบ่อยและก่อปัญหาต่อการเลี้ยงกุ้ง เช่น บ่อดินมักพบตะกอนดินเหนียว ซึ่งไม่ค่อยเป็นอันตรายต่อกุ้งโดยตรงมากนักเนื่องจากมีอนุภาคเล็ก แต่จะเบียดบังแสง แพลงก์ตอนเกิดน้อยทำให้แอมโมเนียและไนไตรท์สะสมสูงกว่าปกติ ตะกอนดินป่าชายเลนจะมีสารอินทรีย์ สนิมเหล็ก และกำมะถัน ตะกอนพวกนี้มีผลโดยตรงต่อกุ้ง เนื่องจากมีขนาดใหญ่ และมีพิษปะปนอยู่ ตะกอนดินทรายทำให้เหงือกกุ้งอุดตันและทำอันตรายเหงือกกุ้งได้เช่นกัน ส่วนบ่อเลี้ยงที่มีการปูพลาสติกพีอี มักพบปัญหาตะกอนซากแพลงก์ตอน ซึ่งมักจะทำให้ระคายเคืองและอักเสบของเหงือกกุ้ง โดยเฉพาะแพลงก์ตอนกลุ่มไดอะตอมรวมทั้งซากแพลงก์ตอนชนิดอื่นๆ ด้วย

ผลกระทบของตะกอนต่อสุขภาพกุ้ง

บ่อกุ้งที่มีตะกอนมากจนเกินไป จะส่งผลเสียต่อสุขภาพกุ้งทำให้กุ้ง ไม่เจริญเติบโตและอาจตายในที่สุด
ผลของตะกอนจะส่งผลต่อกุ้งในด้านต่างๆ พอสรุปได้ดังนี้
1. ผลต่อเหงือกกุ้ง ในกรณีที่ ตะกอนเข้าเหงือกมากจะทำให้เกิด อาการระคายเคือง จนพบอาการเหงือก  อักเสบได้
2. ผลต่อการระบายอากาศของ กุ้งเมื่อตะกอนเข้าเหงือกกุ้งจะส่งผลให้ กุ้งแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลง ถ้าคาร์บอนได ออกไซด์สะสมในเลือดมากกว่าออกซิเจน จะทำให้กุ้งเคลื่อนไหวช้าลง ใช้สารอาหารมากขึ้น เนื่องจาก ต้องใช้พลังงาน ในการขยับเหงือกเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊ส ออกซิเจนและทำความสะอาดเหงือกมากขึ้นส่งผลให้กุ้งโตช้า
3. ผลต่อกระบวนการเมตาบอ- ลิซึม กุ้งจะเผาผลาญสารอาหารได้ไม่ เต็มที่เนื่องจากเหงือกแลกเปลี่ยนแก๊ส ออกซิเจนได้น้อยการสันดาปพลังงาน ทำได้ไม่ดี ส่งผลให้กุ้งได้รับสารอาหาร ไม่เพียงพอทำให้กุ้งไม่โต เปลือกนิ่ม ตัวหลวมในที่สุด
4. ตะกอนเป็นแหล่งสะสม เชื้อโรคต่างๆ เช่น ซูโอแทมเนียมและ วิบริโอเนื่องจากวิบริโอสามารถใช้สาร อินทรีย์ และอนินทรีย ์เป็นแหล่งพลังงาน ได้ จึงสามารถเจริญเติบโตขยายพันธุ์ ได้ในสภาพน้ำที่มีตะกอนมาก เมื่อ ตะกอนซึ่งมีวิบริโอและซูโอแทมเนียมสะสมอยู่มากๆ เข้าสู่เหงือกกุ้ง กุ้งจึงมี โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหงือกอักเสบ และการติดเชื้อในระบบเลือด ซูโอแทมเนียมเมื่อเข้าเกาะเหงือกจะส่งผลให้ ความสามารถการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ของเหงือกกุ้งได้น้อยลง
5. การแลกเปลี่ยนอิออนต่างๆ ระหว่างเหงือกกุ้งกับสิ่งแวดล้อม กรณีที่ เหงือกกุ้งมีตะกอนมากเหงือกจะไม่สามารถนำ แร่ธาตุไปใช้ได้เลย ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้ มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโต เช่น โซเดียม แคลเซียม คลอไรด์ แมกนีเซียมและโปรแตสเซียม ในกรณีที่กุ้งขาดแร่ธาตุเหล่านี้จะทำกุ้งมีการเจริญเติบโต ช้าแคระแกรนเปลือกบางนิ่ม กรณีที่ ขาดโซเดียม และคลอไรด์ กุ้งจะเบื่อ อาหาร เอนไซม์อะไมเลสย่อยแป้งได้น้อย ดังนั้นกุ้งจะใช้ประโยชน์จากสารอาหาร ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตได้น้อยลง อันเป็น ผลกระทบในทางอ้อม

การลดความรุนแรงและการแก้ปัญหา

  • ถ้าเป็นบ่อที่เคยมีปัญหาเรื่องตะกอน เนื้อดินมีลักษณะร่วน และยุ่ยง่ายอาจจะต้องลดความหนาแน่นของอัตราการปล่อยลง
  • หากมีระบบบ่อพักหรือกักเก็บน้ำไว้สำหรับเปลี่ยนถ่ายน้ำ เมื่อพบปัญหาตะกอนก็จะลดปัญหาไปได้อีกระดับหนึ่ง
  • ปรับอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของกุ้งเพื่อป้องกันการคุ้ยพื้น
  • กรณีที่เกิดปัญหารุนแรง น้ำดรอป ตะกอนเข้าเหงือก กุ้งกินอาหารลดลง สามารถใช้ปูนขาวตกตะกอนเพื่อเพิ่มความโปร่งของน้ำ เพิ่มการละลายของออกซิเจน เพิ่มจำนวนและยืดอายุของแพลงก์ตอน

ท้ายนี้ผู้เขียนขอฝากแนวคิดหลักๆ ในการเลี้ยงกุ้งในฐานะที่ผู้เขียนเองก็เคยได้สัมผัสกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งมาพอสมควร เคยได้นั่งฟังปัญหา ทั้งคนที่ประสบความสำเร็จและคนที่เจอปัญหากับการเลี้ยง ผู้เขียนเองก็ได้ความรู้มาบ้างถือว่าเป็นการโอกาสที่ดีที่เราได้พูดคุยกับเกษตรกร เกษตรกรแต่ละคนก็มีแนวคิวที่แตกต่างกัน มีการจัดสรรรูปแบบฟาร์ม การจัดการการเลี้ยงเพื่อให้กุ้งไม่เกิดปัญหา ให้ความสำคัญกับทุกๆ ด้านไม่มองหรือให้ความสำคัญเพียงด้านเดียวหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเฉพาะสำหรับการเลี้ยงกุ้ง  หากเกษตรกรสนใจหรือให้ความสำคัญแก่สิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียวโอกาสที่จะประสบกับความสำเร็จนั้นคงเป็นไปได้ยาก   เช่นถ้าเราคิดว่าลูกกุ้งคือสิ่งสำคัญสุด เราเอาใจใส่แต่การสรรหาลูกกุ้งที่จะมาปล่อยในบ่อ เป็นลูกกุ้งที่ดี ที่แข็งแรง ที่เป็นสุดยอดของลูกกุ้ง แต่ไม่มองหรือให้ความสำคัญกับการ  เตรียมบ่อ เตรียมน้ำ การให้อาหารปรับอาหาร การจัดการระหว่างการเลี้ยง เมื่อเลี้ยงกุ้งไปได้สักระยะหนึ่งก็ไปไม่ถึงจุดหมาย ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน ให้ความสำคัญกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบการเลี้ยงกุ้ง เพราะนั้นคือต้นทุนของเรา ถึงแม้ว่าการเลี้ยงกุ้งไม่ใช่งานง่ายสำหรับเกษตรกรโดยเฉพาะ ณ เวลานี้ปัญหากุ้งไทยเจอมรสุมหลายด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรค และราคาที่ไม่สู้จะดีนักแต่ผู้เขียนเชื่อว่า เกษตรกรไทย และประเทศไทยของเราจะก้าวผ่านวิกฤติ เหล่านี้ไปได้ ด้วยความรู้ ประสบการณ์ และความตั้งใจ สู้ๆ ค่ะ

เรียบเรียงโดย.....ขวัญเรือน  สุวรรณรัตน์

เอกสารอ้างอิง

          นิตยสาร Aqua Biz Vol.11 Issue 131.August 2018.

          https://aqua.c1ub.net/forum/index.php?topic=72892.0;wap2.สืบค้น 11 กันยายน 2561