อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

บริเวณเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เวลา 08.30 น.ท้องฟ้าแจ่มใส ในผืนน้ำเป็นสีคราม แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องกระทบกับหาดทรายขาว แวววาวระยิบระยับ ขยับลึกลงไปอีกนิด มองเห็นฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายไปมาตามแนวปะการัง โอ้! นั่นปลาสิงโตมาแล้ว ปลานกแก้วก็มี ดูดีดีอ๋อ...ปลาการ์ตูน

ภาพจาก https://www.matichon.co.th


    บรรยากาศหรือภาพสวยงามตามธรรมชาติเหล่านี้ สำหรับบ้านเราหาดูได้ไม่ยากหรอกครับ ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ถือเป็นความโชคดีของเมืองไทยที่ธรรมชาติได้มอบสิ่งดี ๆ เป็นมรดกอันล้ำค่าให้กับพวกเรา แต่นั่นแหละครับก็ยังมีความโชคร้ายแฝงมากับความโชคดี เพราะยังมีมนุษย์บางกลุ่มที่เห็นแก่ตัว ชอบทำลายธรรมชาติ และหนึ่งในเหยื่อของการทำลายที่จะกล่าวต่อไปนี้ก็คือ “ปะการัง”
    ปะการังฟอกขาว หลายท่านคงสงสัยก็แค่เอาปะการังไปแช่สารเคมีจนทำให้เกิดเป็นสีขาวก็แค่นี้ มันจะเป็นภัยกับธรรมชาติได้อย่างไร ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่  ปะการังฟอกขาวไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้น จริง ๆ แล้วปะการังฟอกขาว เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากปรากฏการณ์ El Nino ส่งผลให้ปะการังชนิดต่าง ๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังอีกหลายชนิด เช่น ดอกไม้ทะเล หอยมือเสือ ฯลฯ มีสีซีดลง ซึ่งปะการังและสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังชนิดที่จะเกิดการฟอกขาวได้นั้น จะมีลักษณะการดำรงชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกับสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กที่ชื่อ ซูแซนเทลลี่ (Zooxanthellae) ดังนั้นการฟอกขาวจึงเกิดขึ้นจากการสูญเสียสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อชั้นในของปะการังหรือสัตว์ทะเลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ซึ่งทำหน้าที่สังเคราะห์แสง สร้างพลังงานและสร้างสีสันให้กับร่างที่มันอาศัยเพื่อช่วยในการป้องกันเนื้อเยื่อของสัตว์ที่มันอาศัยอยู่ไม่ให้ถูกเผาโดยรังสีจากดวงอาทิตย์ เนื่องจากสาหร่ายเซลล์เดียวชนิดดังกล่าวผลิตออกซิเจนในปริมาณมากเกินไป จะทำให้ออกซิเจนเหล่านั้นเป็นพิษต่อปะการัง ด้วยเหตุนี้ปะการังจึงต้องปรับตัวโดยการขับสาหร่ายออกมาเพื่อลดปริมาณออกซิเจนนั่นเอง และนั่นเท่ากับว่าปะการังได้สูญเสียรงควัตถุที่จะสร้างสีสัน ทำให้เกิดการซีดขาวและตายลงได้ในที่สุด
    หากการฟอกขาวของปะการังเป็นไปได้สมบูรณ์จะพบว่า ปะการังเหล่านั้นจะเหลือเพียงเนื้อเยื่อใส ๆ เผยให้เห็นสีขาวของหินปูนซึ่งเป็นโครงสร้างของปะการัง สาเหตุที่ก่อให้เกิดปรากฏการณ์แนวปะการังฟอกขาวเป็นวงกว้างทั่วโลกมักเกิดจากการที่อุณหภูมิน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับอุณหภูมิสูงสุดตามภาวะปกติ แต่สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่สภาพภูมิอากาศของโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงขึ้นตามไปด้วย
    ปะการังแม้จะอยู่ใต้ทะเล บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องของ “ผืนน้ำ” คงไม่เกี่ยวอะไรกันกับ “ผืนดิน” หากมันจะพังหรือเสื่อมสลายไป แต่ความจริงเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างแยกไม่ออก เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่บอกเล่าถึงการถูกทำลาย หากปะการังถูกทำลาย ถิ่นที่อยู่อาศัยของปลาทะเลน้อยใหญ่หมดสิ้นไป ห่วงโซ่อาหารขาดตอน การขยายพันธุ์ไม่สามารถทำได้ อาหารจากทะเลคงหายากขึ้นและค่อย ๆ หมดไป ส่งผลต่อการประกอบอาชีพ การตลาด ตลอดจนเศรษฐกิจ ซึ่งกว่าจะรู้ว่าภัยมาถึงตัวก็คงสายเกินเยียวยา....เพราะฉะนั้นเมื่อธรรมชาติส่งสัญญาณมาเช่นนี้ หากเรามัวแต่คิดว่าปัญหาเรื่องปะการังฟอกขาวเป็นเรื่องเล็ก ๆ เด็ก ๆ ขี้ผง ๆ อะไรประมาณนี้เห็นทีจะไม่ได้นะครับ เพราะผลที่ตามมามันคือ มหันตภัยเงียบที่ร้ายแรงชนิดที่เราคาดไม่ถึง การกระทำอย่างใดที่เป็นผลเสียกับธรรมชาติ ขอให้หยุดเถอะครับ! แล้วบรรยากาศหวาน ๆ ธรรมชาติสวย ๆ เหมือนกับที่ผมได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นจะอยู่คู่กับเราและลูกหลานตลอดไป

เรียบเรียงโดย จำนง ถีราวุฒิ

อ้างอิง
นบสร  วันชาญเวช.2551.หมัดน็อคจากธรรมชาติปะการังฟอกขาว.Aquabiz ปีที่ 2 ฉบับที่ 11  
เดือนกรกฎาคม.หน้า 31-32.