ทรงเสด็จเปิดสถาบันเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งแห่งชาติ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สำนักพระราชวังประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สำนักพระราชวังประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

สุดมหัศจรรย์.....หญ้าแฝกไทย โดยขวัญเรือน  สุวรรณรัตน์หญ้าแฝกจัดเป็นพืชตระกูลหญ้าเขตร้อนที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ กระจัดกระจายทั่วไปในสภาพแวดล้อมต่างๆ เป็นพืชที่มีคุณสมบัติที่มีสมบัติที่เหมาะสมที่สุดต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพราะว่าหญ้าแฝกเจริญเติบโตขึ้นเป็นกอใหญ่และยังมีรากที่ยาวเจริญได้ดีทั้งในสภาพดินที่ชื้นแฉะ และที่แห้งแล้งจัด ยังอยู่ได้ทั้งในดินที่มีสภาพดินเป็นกรดหรือสภาพดินเป็นเบส

 

 

 

 

สุดมหัศจรรย์.....หญ้าแฝกไทย โดยขวัญเรือน  สุวรรณรัตน์ซึ่งในประเทศไทยจะพบหญ้าแฝกขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่ทั่วไปจากที่ลุ่มจนถึงที่ดอน สามารถขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด เส้นผ่าศูนย์กลางกอประมาณ 30 เซนติเมตร ความสูงจากยอดประมาณ 0.5 ถึง 1.5 เมตร ลักษณะใบแคบยาวประมาณ 75 เซนติเมตร ความสูงจากยอดประมาณ 75 เซนติเมตร ความกว้างประมาณ 8 มิลลิเมตร ค่อนข้างแข็ง

หญ้าแฝกมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vetiveria zizanioides หญ้าแฝกที่พบในประเทศไทยจำแนกออกได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน คือ หญ้าแฝกลุ่มและหญ้าแฝกดอน

หญ้าแฝกลุ่ม

ลักษณะที่สำคัญ คือ หลังใบโค้งปลายใบ แบนมีสีเขียวเข้ม เนื้อใบค่อนข้างเนียน มีไขเคลือบ (wax) มากทำให้ดูมัน ท้องใบออกสีขาว ซีดกว่าด้านหลังใบ และเมื่อนำใบส่องดูกับแดดจะเห็นรอยกั้นขวางในเนื้อใบ (septum) โดยเฉพาะพื้นใบบริเวณส่วนโคนและกลางใบ เส้นกลางใบ (midrib) ฝังอยู่ในตัวแผ่นใบไม่โตหรือเด่นชัดเจนหญ้าแฝกลุ่มอายุประมาณ 1 ปี จะมีรากที่หยั่งลึกได้ประมาณกว่า 1 เมตร จะขึ้นอยู่กับสภาพของดินและความสมบูรณ์ของพืช โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดีหญ้าแฝกจะให้รากยาวที่สุด สายพันธุ์หญ้าแฝกลุ่ม แบ่งได้ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์กำแพงเพชร 2 สายพันธุ์ศรีลังกา สายพันธุ์สุราษฎร์ธานี และสายพันธุ์สงขลา

หญ้าแฝกดอน

ลักษณะที่สำคัญ คือ ใบสีเขียวซีด หลังใบพับเป็นสันสามเหลี่ยม เนื้อใบหยาบ สากคาย มีไขเคลือบน้อย ทำให้ดูกร้านไม่เหลือบมัน ท้องใบสีเดียวกับด้านหลังใบ แต่มีสีซีดกว่า แผ่นใบเมื่อส่องกับแดดไม่เห็นรอยกั้นในเนื้อใบ เส้นกลางใบสังเกตได้ชัดเจน มีลักษณะแข็งเป็นแกนนูนทางด้านหลังช่อดอกของหญ้าแฝกดอนจะมีได้หลายสี ซึ่งเป็นลักษณะปกติประจำถิ่น และหญ้าแฝกดอนจะมีรากที่สั้นกว่า โดยทั่วไปหญ้าแฝกที่มีอายุประมาณ 1 ปี จะมีรากลึกประมาณ 80-100 ซม. สายพันธุ์หญ้าแฝกดอนแบ่งได้ 6 สายพันธุ์ ได้แก่  สายพันธุ์กำแพงเพชร 1 สายพันธุ์นครสวรรค์  สายพันธุ์เลย  สายพันธุ์ร้อยเอ็ด สายพันธุ์ราชบุรี  และสายพันธุ์ประจวบคีรีขันธุ์

กรมพัฒนาที่ดินได้ทำการศึกษาวิจัยในโครงการบำบัดน้ำเสียโดยใช้หญ้าแฝก เพื่อทดลองและสาธิตการจัดทำแพหญ้าแฝกบำบัดน้ำเสีย ทั้งนี้จากผลการทดลองพบว่า หญ้าแฝกในกลุ่มสายพันธุ์แฝกลุ่มของไทย โดยเฉพาะพันธุ์สุราษฎร์ธานี สามารถขึ้นในน้ำได้ และมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสีย ทั้งในส่วนสภาพสีของน้ำและกลิ่นเหม็นในบ่อบำบัดบำบัดให้ดีขึ้นได้ ซึ่งหากมีการนำไปใช้ประโยชน์ในชุมชน หรือโรงงานอุตสาหกรรมน่าจะช่วยในการลดต้นทุนด้านการบำบัดน้ำเสียได้

โดยก่อนหน้านี้ ประเทศจีนก็ได้มีการนำแพหญ้าแฝก ไปทดลองในบ่อบำบัดน้ำเสียจากน้ำทิ้งของฟาร์มเลี้ยงหมู และพบว่าหญ้าแฝกที่ปลูกในน้ำเสียสามารถทำให้ปริมาณไนโตรเจน   ฟอสฟอรัส  สังกะสี  ปรอท ตะกั่ว ทองแดง ในน้ำลดลง โดยสารดังกล่าวจะถูกนำไปสะสมในใบและรากของหญ้าแฝก

และจากการทดลองการใช้หญ้าแฝกในการบำบัดน้ำทิ้งจากโรงนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้หญ้าแฝก 3 แหล่งพันธุ์ คือ แหล่งพันธุ์สุราษฎร์ธานี แหล่งพันธุ์ศรีลังกา และแหล่งพันธุ์สงขลา 3 ปลูกลักษณะแพลอยน้ำในบ่อจำลอง พบว่า ในสัปดาห์ที่ 6, 10, และ 14 หญ้าแฝกมีประสิทธิภาพการบำบัดน้ำทิ้งได้สูงขึ้นตามระยะเวลาที่หญ้าแฝกมีอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งสัปดาห์ที่ 14 หญ้าแฝกแหล่งพันธุ์ศรีลังกามีประสิทธิภาพการบำบัดไนเทรต ไนไตรท์ บีโอดี  ค่าการนำไฟฟ้าและของแข็งละลายน้ำ ได้ดี เท่ากับ 81, 93, 88, 55, และ 62 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนหญ้าแฝกแหล่งพันธุ์สุราษฎร์ธานี มีประสิทธิภาพในการบำบัดไนโตรเจนทั้งหมด  ฟอสฟอรัสทั้งหมด ของแข็งแขวนลอย และ เหล็ก เท่ากับ 93, 90, 94 และ 95 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และมีประสิทธิภาพในการเพิ่มค่าออกซิเจนละลายน้ำสูงสุดได้ถึง 91 เปอร์เซ็นต์ หญ้าแฝกแหล่งพันธุ์ศรีลังกา และ แหล่งพันธุ์สุราษฎร์ธานี จึงเหมาะสมในการนำมาใช้เป็นพืชบำบัด

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเราได้ทราบถึงลักษณะและสายพันธุ์หญ้าแฝกแล้วจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เราจะรู้จักหญ้าแฝกในด้านการปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินปลูกเพื่อป้องกันการชะของหน้าดิน แต่บทความฉบับนี้ขอนำเสนอคุณสมบัติของหญ้าแฝกอีกด้านหนึ่ง คือด้านการอนุรักษ์น้ำ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์ต่อเกษตรกรด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้บำบัดน้ำเสียให้มีคุณภาพดีขึ้นก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติเพื่อลดปัญหาภาวะมลพิษที่จะเกิดขึ้นให้น้ำ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรจะทราบดีว่าน้ำที่ผ่านการใช้สี้ยงสัตว์น้ำต้องมีค่าผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานที่กำหนดก่อนถึงจะปล่อยทิ้งได้

เห็นมั้ยค่ะว่าเรามองว่าเป็นแค่หญ้าจะเทียบอะไรได้กับสารเคมีที่หาซื้อได้ตามบริษัทเพื่อนำมาเป็นตัวช่วยบำบัดน้ำแต่หากท่านได้อ่านเนื้อหาแล้วท่านคงมีแนวคิดดีๆ ที่จะนำหญ้าแฝกมาบำบัดน้ำ ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมแถมมีประสิทธิภาพไม่แพ้กับสารเคมี ต้นทุนการผลิตก็ต่ำ


เอกสารอ้างอิง

ดารินทร์  แซ่ตั้ง, สมบุญ  เตชะภิญญาวัฒน์, ฉลองชัย  แบบประเสริฐ, และอมรา ทองปาน. 2551. การใช้หญ้าแฝกในการบำบัดน้ำทิ้งจากโรงนม  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

www.Idd.go.th. สืบค้นวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559

http://www.sopon.ac.th/sopon/lms/science52/Biology/www.usanee.rwb.ac.th/Biology/Un it01/02/6.html. สืบค้นวันที่ 23 พฤศจิกายน 2559

30 พ.ย. 59