ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง
หลายท่านอ่านชื่อเรื่องแล้วอาจจะงงว่าหอยมือเสือมันหายไปไหนถึงกับต้องสูญพันธ์กันเลยหรือบางท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหอยมือเสือมีลักษณะอย่างไรมีเล็บ มีนิ้วเหมือนกับเสือหรือเปล่า แต่ถ้าสนใจอยากจะรู้จักหอยมือเสือลองอ่านบทความฉบับนี้แล้วจะหายสงสัยว่าทำไมหอยมือเสือเป็นหอยสองฝาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอาศัยอยู่ในแนวปะการังที่มีน้ำใสแพร่กระจายอยู่ตามชายฝั่งในเขตอินโดแปซิฟิค เช่นประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ และทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย เป็นทรัพยากรสัตว์น้ำที่มนุษย์นำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว เนื้อของหอยมือเสือ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อยึดเปลือกเป็นอาหารที่มีราคาแพง เป็นที่นิยมบริโภคในหลายประเทศ 
 
หอยมือเสือจัดอยู่ในวงศ์ (Family)Tridacnidae ในวงศ์นี้พบหอยมือเสือทั้งหมด 2 สกุล 9 ชนิด ได้แก่ 
 - Tridacna gigas,  T.squamosa, T.maxima, T.crocea, T.derasa, T.tevoroa,  T.rosewateri,  Hippopus hippopus, H.pocellanus
 

หอยมือเสือยักษ์ (Tridacna gigas) เป็นชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

ภาพจาก https://th.wikipedia.org

 

ชนิดที่พบได้ในประเทศไทยปัจจุบันนี้ มีเพียง 3 ชนิดคือ T.squamosa, T.maxima และ T.corcea เท่านั้น ส่วน T.gigas นั้นพบแค่เปลือก! และชนิดที่เหลือก็อยู่ในสภาวะล่อแหลมต่อการสูญพันธุ์แล้ว... ทั้งนี้เนื่องจากสองสาเหตุหลักๆคือ ถูกใช้เป็นอาหาร และถูกนำมาเลี้ยงในตู้สัตว์ทะเล ทำให้หอยในธรรมชาติลดน้อยลงจนอาจเป็นปัญหาสำหรับการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติส่วนเปลือกใช้ทำเครื่องใช้ประดับ  อีกทั้งปริมาณหอยที่เจริญตามธรรมชาติขึ้นทดแทนมีไม่เพียงพอเนื่องจากความที่หอยมือเสือมีขนาดใหญ่ จึงต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะโตจนมีขนาดที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ จึงทำให้หอยมือเสืออยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ หรือได้หมดไปจากบางแหล่งแล้ว

ชีววิทยาของหอยมือเสือ
หอยมือเสือมีลักษณะทางสัณฐาน เปลือก พฤติกรรม และที่อยู่อาศัยต่างจากหอยชนิดอื่น หอยมือเสือมีพฤติกรรมต่างจากหอยชนิดอื่นตรงที่หอยสองฝาชนิดอื่น ๆ มักคว่ำฝาทั้งสองลงบนพื้น ด้านที่เป็นบานพับและจุกหอย (umbo)จะชี้ไปทางด้านหน้า แต่หอยมือเสือจะกลับด้านที่เป็นบานพับขึ้นทางด้านบนเพื่อรับแสง ส่วนบนจะเรียกเป็นด้านหน้าของหอยมือเสือ ส่วนด้านที่มีที่ยึดเกาะ (byssus) คือด้านท้ายของหอย
หอยมือเสือมีลักษณะพิเศษอีกประการหนึ่งคือในเนื้อเยื่อแมนเติล (mantle) ของหอยที่ยื่นออกมาและแผ่ออกรับแสงนั้นมีสาหร่ายจำพวกไดโนแฟลกเจลเลต (dinoflagellate) ชื่อสาหร่ายซูแซนเทลลี (zooxanthellae) จำนวนมากอาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อซึ่งการอยู่ร่วมแบบนี้ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ ซึ่งการอยู่แบบพึ่งพาอาศัยนี้พบได้ในปะการังเช่นเดียวกัน การสังเคราะห์แสงของสาหร่ายโดยสาหร่ายจะใช้ประโยชน์จากคาร์บอนไดออกไซด์และของเสียที่หอยมือเสือปล่อยออกมา หอยมือเสือก็จะได้รับสารอาหารคืนจากที่สาหร่ายผลิตได้บางส่วน ดังนั้นเราจึงพบเห็นหอยมือเสือจะอาศัยอยู่ในบริเวณที่น้ำใสและมีแสงส่องผ่านไปถึง โดยปกติจะพบหอยมือเสือได้ในระดับความลึกไม่เกิน 20 เมตร ส่วนอวัยวะที่ใช้กินและย่อยอาหารนั้นจะมีประสิทธิภาพดีตอนที่หอยมือเสือมีขนาดเล็กเท่านั้น เมื่อหอยมีขนาดใหญ่ขึ้น อวัยวะเหล่านี้จะลดขนาดและเสื่อมลงไป หอยมือเสือทุกตัวจะเป็นกระเทยคือมีสองเพศในตัวเดียว โดยในช่วงแรกหอยจะเป็นเพศผู้ก่อน หลังจากนั้นเมื่ออายุประมาณ 2 ปีขึ้นไป จะมีการสร้างน้ำเชื้อและไข่พร้อมกัน ในเขตร้อนพวกมันสามารถสืบพันธุ์ได้ทั้งปีในขณะที่เขตอบอุ่นนั้นจะสืบพันธุ์เฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้หอยมือเสือถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์มากจนเกินกำลังธรรมชาติจะทดแทนได้ทันในทุกแหล่งการแพร่กระจายจนกระทั่งอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์หรือบางชนิดถูกทำลายจนหมดไปจากแหล่ง 

การเพาะเลี้ยงหอยมือเสือ
การเพาะพันธุ์หอยมือเสือ การอนุบาลลูกหอยมือเสือระยะลงพื้นและหลังลงพื้น การเพาะเลี้ยงหอยมือเสือที่โตแล้ว โดยนำ พ่อ-แม่พันธุ์หอยมือเสือที่ได้จากธรรมชาตินำมาเลี้ยงไว้ในบ่อซีเมนต์ (Raceway) ขนาดประมาณ 10-15 ตัน มีผนังซีเมนต์ก่อเป็นแนวยาวกลางบ่อให้น้ำทะเลไหลเวียน ใช้ตาข่ายพลางแสงชนิด 50% สีดำ ขึงเป็นหลังคาคลุมเหนือบ่อ เปิดน้ำทะเลไหลผ่านในบ่อตลอดเวลา น้ำทะเลที่ใช้ในโรงเพาะพันธุ์ ต้องมีการพักน้ำและบำบัดก่อนนำไปใช้ ไข่หอยที่นำมาเพาะพันธุ์และอนุบาล จะได้จากการกระตุ้นให้หอยปล่อยเซลล์สืบพันธุ์โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ร่วมกับการผึ่งแห้ง หรือจากการปล่อยไข่ให้ผสมกับน้ำเชื้อเองตามธรรมชาติ ไข่หอยที่ผสมแล้วจะพัฒนาเป็นตัวอ่อนที่มีเปลือกหุ้มตัวสมบูรณ์ ภายในระยะเวลา 26-28 ชั่วโมง ที่อุณหภูมิของ
น้ำ 27-29 °C ลูกหอยพัฒนาเข้าสู่ระยะลงคืบคลานกับพื้น เมื่ออายุ 7-10 วัน จากนั้นจะพัฒนาการผ่านระยะ metamorphosis เปลี่ยนพฤติกรรมจากการว่ายน้ำไปเป็นการเกาะกับพื้นอย่างสมบูรณ์ ภายใน 2 สัปดาห์ ลูกหอยที่ได้จากการเพาะเลี้ยงอายุ 3 เดือนมีขนาดความยาวเปลือก 0.5-5 มม. อายุ 6 เดือนมีขนาด 1-2 ซม. และมีขนาด 4-8 ซม. เมื่ออายุ 1 ปี อัตราการเติบโตและการรอดตายในแต่ละรุ่นหรือแต่ละบ่ออาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในบ่อและการจัดการ อาหารลูกหอยวัยอ่อนจะให้แพลงก์ตอนพืชเซลล์เดียวชนิด Isochrysis galbana และ Chaetoceros calcitrans เป็นอาหารในระยะสัปดาห์แรก และเมื่อลูกหอยอายุ 4 หรือ 5 วันขึ้นไปจะเริ่มให้ zooxanthellae ซึ่งรวบรวมได้จากในบ่อพ่อ-แม่พันธุ์ พร้อมทั้งย้ายลูกหอยออกไปอนุบาลนอกโรงเพาะบริเวณที่มีแสงเพียงพอ เพื่อให้ zooxanthellae สามารถเจริญได้ จนกระทั่งลูกหอยพัฒนาการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการว่ายล่องลอยอยู่ในน้ำเป็นการคืบคลานเกาะพื้นและมี symbiosis เกิดขึ้น บ่อซีเมนต์ที่ใช้อนุบาลหอยระยะนี้ต้องอยู่กลางแจ้งแต่มีตาข่ายช่วยลดความเข้มแสงและอุณหภูมิ น้ำทะเลที่ใช้ต้องกรองจัดระบบเปิดแบบไหลผ่านถังอนุบาล ซึ่งระยะนี้ไม่ต้องให้อาหารแต่อาจใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในน้ำให้เพียงพอต่อการสังเคราะห์แสงของ zooxanthellae   
ดังนั้นทำให้กรมประมงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์หอยมือเสือโดยศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ทำการวิจัยเพื่อเพาะและขยายพันธุ์หอยมือเสือนับตั้งแต่ปี 2535 เป็นต้นมา และประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ได้ลูกหอยมือเสือสายพันธุ์ฝั่งทะเลอ่าวไทย รุ่นแรกในปี 2536 จนถึงปัจจุบัน ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้มีผู้สนใจจะนำลูกหอยมือเสือไปปล่อยตามแหล่งต่างๆ ในทะเลอ่าวไทยกันมากมาย  ขณะนี้ทราบข่าวดีว่ากรมประมงก็ประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์รุ่นแรกแล้ว ขณะนี้ได้มีผู้ให้ความสนใจในการรับพันธุ์หอยมือเสือจากศูนย์เพาะเลี้ยงของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปปล่อยในทะเล ทั้งด้านอ่าวไทยและอันดามันเป็นจำนวนหลายหมื่นตัว อนาคต....เราอาจจะได้เห็นหอยมือเสือกลับมาให้เห็นได้ทั่วใปในท้องทะเลของไทย เรามาช่วยกันดูแลหอยมือเสือให้อยู่รอดปลอดภัยและสามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้ต่อไปในน่านน้ำตามธรรมชาติ ทั้งนี้....เพื่อประโยชน์แก่ระบบนิเวศทางทะเล และเพื่อให้พวกเขาเป็นประดุจอัญมณีที่จะประดับประดาท้องทะเลไทยให้สวยงามยิ่งๆขึ้นไปอีกค่ะ    ส่วนสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน (สถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล หรือชื่อที่รู้จักกันดีว่าศูนย์ชีวฯ ภูเก็ต เดิม) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง ได้ร่วมกันดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรหอยมือเสือมาเป็นเวลานาน โดย ศูนย์ฯ ประจวบคีรีขันธ์ ทำหน้าที่เพาะขยายพันธุ์หอยมือเสือ ศูนย์ชีวฯ ภูเก็ต รับลูกหอยมือเสือตัวเล็กๆ ที่ได้จากการเพาะพันธุ์ไปดูแลอนุบาลในทะเลจนโตพร้อมปล่อยสู่แหล่งธรรมชาติ และได้ร่วมกันดำเนินการปล่อยหอยมือเสือเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรในแนวปะการังอีกด้วย

โดย.......ขวัญเรือน  สุวรรณรัตน์

เอกสารอ้างอิง

Fish Zone.Vol.4 ฉบับที่35.ประจำเดือน พฤษภาคม. พ.ศ.2546
http://www.ginkosea.com/print/14.html
http://coop.wu.ac.th/document/803.doc
http://www.siamscubadiving.com/board/view.php?tid=1266