ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมสัตว์น้ำชายฝั่ง

“ไข่มุก”คำนี้หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นอาหารเพื่อจะนำมาบริโภคเหมือนไข่ทั่วๆไป  เช่น ไข่ปลา  ไข่เป็ด  หรือไข่ไก่ แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกครับ  เพราะ  “ไข่มุก” คือเม็ดอัญมณีล้ำค่าที่คุณสามารถนำไปทำเวชภัณฑ์  เครื่องสำอาง  แลชะเครื่องประดับตกแต่งร่างกายเพื่อให้ดูสวยงามเหมาะสมกับสุภาพสตรีที่ชอบความสายงามนั่นเอง

... เอ๋!...คุณรู้หรือไม่ว่าไข่มุกได้มาจากไหน และ ได้มาอย่างไร คุณคงไม่เชื่อว่าไข่มุกนั้นได้มาจาก “หอย” นั่นก็คือ “หอยมุก” ที่คุณคงรู้จักมาแล้วนั่นเอง...ครับ! 

ภาพจาก https://www.dailynews.co.th/

 


   หอยมุกน้ำจืด  จัดเป็นหอยสองฝาขนาดใหญ่ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายด้าน  เช่น  นำไปทำเวชภัณฑ์และเครื่องสำอาง  นำมาเกะขายเป็นกิโลๆ  ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้นำไข่มุกมาบดเป็นผงละเอียด  เพื่อนำไปพอกหน้า  เพื่อบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งขาวใส  ลดรอยเหี่ยวย่น  ด้านเวชภัณฑ์ก็นำมุกบดไปทำยาอายุวัฒนะและรักษาโรคต่างๆ  เช่น  โรคเกี่ยวกับอวัยวะในช่องท้อง  ระบบทางเดินหายใจ  ระบบประสาทและที่สำคัญเป็นยาบำรุงสมรรถภาพทางเพศอีกด้วยเปลือกหอยมุกสามารถนำไปเจียรเพี่อนำไปทำโต๊ะประดับมุก  เครื่องประดับมุกต่างๆ  ซึ่งก็เป็นรายได้อีกทางสำหรับผู้ประกอบการฟาร์มหอยมุก
การคัดเลือกสถานที่เลี้ยงหอยมุก
   โดยทั่วไปจะเลี้ยงหอยมุกบริเวณริมแม่น้ำ  ที่มีน้ำใส  วัดได้โดยใช้  แป้นสีขาว(Sechi dish)จุ่มลงไปในน้ำลึก  50  เซนติเมตร  ถ้าเห็นแป้นอยู่ถือว่าน้ำบริเวณนั้นใช้ได้  น้ำต้องมีความสะอาดปราศจากมลพิษ  น้ำมีการไหลเวียนดี  หลักสึงเกตง่ายๆ  ถ้าเลี้ยงปลาในกระชังแล้งโตดี  ไม่มีปํญหาอะไร  ก็สามารถนำมาเลี้ยงหอยมุกได้
ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงหอยมุก
   หอยมุกน้ำจืดจะถึงวัยเจริญพันธุ์  เมื่อมีอายุ  6  ปี  มีการสืบพันธุ์แบบแยกเพศ  ในฤดูผสมพันธุ์หอยเพศเมียจะได้รับน้ำเชื้อจากหอยเพศผู้และไข่กับน้ำเชื้อจะผสมกันภาพในตัวหอยไข่จะได้รับการปฏิสนธิและถูกเก็บรักษาไว้ที่เหงือกของหอยโดยฤดูวางไข่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม  ถึงเดือนธันวาคมของทุกปี  วิธีตรวจสอบไข่หอยว่ามีไข่แก่หรือไม่   สังเกตได้จากสีของไข่จะเป็นสีน้ำตาล  ถ้าพบก็จะมีการแยกแม่พันธุ์นั้นมาปล่อยในถังพลาสติกเติมน้ำสะอาดแล้วทำการเตรียมปลา   เลือกใช้ปลานิลเพื่อให้ลูกหอยเกาะและดูดเลือดดูดน้ำจากปลาเป็นอาหาร  ไม่เกิน  48  ชั่วโมง  แม่พันธุ์หอยที่มีไข่แก่จะทำการพ่นไข่ออกมา  เรียกลูกหอยระยะนี้ว่า “ซูพีเรีย”
   การอนุบาลลูกหอย  นำลูกหอยไปใส่ตะกร้าที่มีความถี่ของตาข่ายประมาณ  200  ไมครอน  นำทรายละเอียดและขี้เป็ดบดละเอียดมาวางรองที่พื้นของตะกร้า  นำไปแขวนในแม่น้ำบริเวณราวกระชังปลาที่เตรียมเอาไว้  ใน 20 วันแรกต้องดูแลเป็นพิเศษ  เพราะจะมีศัตรูเข้ามากินลูกหอยวัยอ่อนได้  เมื่อสามารถเลี้ยงลูกหอยผ่าน  20  วัน  ถือว่าปลอดภัยไปอีกขั้นหนึ่ง  
การเลี้ยงและการจัดการ
   หลังจากที่เราได้ลูกหอยมาอนุบาลในน้ำประมาณ  20  วัน  ด้วยตะกร้าที่มีความถี่  200  ไมครอน  มาแขวนเลี้ยงบริเวณกระชังปลาด้วยความลึกจากผิวน้ำไม่เกิน  2  เมตร  เพราะถ้าเกิน  2  เมตรลงไป  ปริมาณแพลงก์ตอนจะมีปริมาณน้อย  ทำให้หอยไม่มีอาหารกิน  สำหรับช่วงนี้จะต้องทำความสะอาดหอยทุกเดือน  โดยการนำหอยขึ้นจากน้ำแล้วเขย่าๆ  เมื่อไม่ให้ตะไคร่น้ำเกาะติดบริเวณปากหอยหากมีตะไคร่น้ำติดมากก็จะทำการฉีดน้ำเพื่อให้ตะไคร่น้ำหลุดออกให้หมด  เมื่อหอยอายุ  1  ปี  จะโตขนาด  5-6  เซนติเมตร  สามารถปล่อยในอัตรา  50  ตัว/1 ตะกร้า  (ตะกร้าทำด้วยตาข่ายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของตะกร้า  40  เซนติเมตร  ความลึก  60  เซนติเมตร)  พอหอยเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นจะขยายใส่ตะกร้าอื่นต่อไป  หอยอายุ  2-3  ปี  อัตราการปล่อยอยู่ที่  15  ตัว/1  ตะกร้า  และเมื่ออายุ  3-5  ปี  จะปล่อยเลี้ยงในอัตรา  7-10  ตัว/1  ตะกร้า  จะต้องเลี้ยงอย่างน้อย  2  ปี  จึงจะนำมาฝังเนื้อเยื่อ
ขั้นตอนการผลิต “ไข่มุก”
   การผลิต “ไข่มุกน้ำจืด”  มีการฝังเนื้อเยื่อง่ายๆ  สำหรับหอยมุกน้ำจืดตัวหนึ่งๆ  สามารถฝังเนื้อเยื่อไดถึงครั้งละ  30-50  ชิ้น   ซึ่งทำให้หอยมุกแต่ละตัวสามารถผลิตไข่มุกได้ถึง  30-50  เม็ด  ต่อตัว  เทคนิคการทำ  คือ  ผ่าตัดฝังเฉพาะชิ้นเนื้อเยื่อแมนเทิลที่ติดมาจากหอยมุกน้ำจืดตัวอื่นๆ  ที่เป็นชนิดเดียวกันเข้าไปในเนื้อเยื่อแมนเทิลของหอยมุกน้ำจืดตัวที่จะใช้ผลิตไข่มุก   เมื่อเลือกหอยที่จะนำมาผลิตไข่มุกได้แล้วนำมาทำความสะอาดและแบ่งหอยออกเป็น  2  กลุ่ม   
   กลุ่มแรกจะนำมาผ่าตัดเนื้อเยื่อโดยเลือกเอาบริเวณขอบนอก  เอาออกมาและลอกออกอีกชั้นหนึ่ง  เพื่อให้ได้ชั้นเนื้อเยื่อบางและตัดขอบส่วนที่เป็นสีน้ำตาลออกมาให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดครึ่งเซนติเมตร  สำหรับหอยกลุ่มที่สองจะถูกฝังเนื้อเยื่อเพื่อสร้างไข่มุก  วิธีการให้เปิดฝาหอยด้วยคีมประมาณ  1-1.5  เซนติเมตร  นำชิ้นเนื้อแมนเทิลที่ตัดไว้สอดใส่เข้าไปในเนื้อเยื่อแมนเทิลของหอยที่จะผลิตไข่มุก  ต้องทำด้วยความรวดเร็วใช้เวลาไม่เกิน  15  นาที  ต่อการฝัง  1  ตัว  
   หลังจากฝังเนื้อเยื่อไปแล้ว  1  เดือนแรก  จะต้องดูแลเป็นพิเศษ   น้ำต้องสะอาด  หลังจาก  1  เดือนจะทำการเปิดฝาหอยประมาณ  1  เซนติเมตร  เพื่อดูว่าเนื้อเยื่อติดดีหรือไม่  ฟาร์มเอกชนพบว่าหอยจะตายในช่วงฝังเนื้อเยื่อไปแล้วประมาณ  10  เปอร์เซ็นต์  และอัตรารอดอยู่ที่  90  เปอร์เซ็นต์ทีเดียว  หลังจากฝังเนื้อเยื่อแล้วหอยจะถูกนำไปพักฟื้นและเลี้ยงดูอีกประมาณ  1.5-2  ปี  จึงจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
การตลาด
   ผลผลิตที่วางไว้คือ  30  เปอร์เซ็นต์จะนำเข้าตลาดเครื่องประดับ  อีก  70   เปอร์เซ็นต์จะไปตลาดยาและเครื่องสำอาง  แนวโน้มตลาดเท่าที่ทราบมาตอนนี้จะมี  3  ตลาด  คือ  ตลาดเครื่องประดับเฟอร์นิเจอร์  หอยเนื้อเพื่อการบริโภค  ส่วนตลาดที่น่าสนใจมากก็คือ  ตลาดเครื่องประดับ  เพราะราคาไข่มุกจะคิดจากความสวยงาม  สีสัน  และความพอใจของลูกค้าเป็นหลัก  ส่วนความต้องการของตลาดผู้รับซื้อเขาบอกว่ารับซื้อไม่อั้น
   หอยมุกน้ำจืดถือเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่น่าสนใจ   แต่ต้องเลี้ยงลักษณะเป็นงานเสริม  เพราะไม่ต้องลงทุนมาก  อย่างกรณีเกษตรที่เลี้ยงปลาในกระชังอยู่แล้ว  ก็มีพื้นที่ที่สามารถเลี้ยงหอยควบคู่กันไปได้ซึ่งจะสามารถได้ผลผลิตทั้งทางตรงและทางอ้อมเลยทีเดียวครับ

 

เรียบเรียงโดย......นายอนันต์   มิตรช่วยรอด

 

เอกสารอ้างอิง
เทียมศักดิ์   สง่ากชกร  หอยมุกน้ำจืด.  นิตยสารสัตว์น้ำเศรษฐกิจ.  ISSN : 1685-6333  ปีที่2  ฉบับที่  16  เดือน ตุลาคม  2546  หน้า  3-10