อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
โรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
สวนหย่อมด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ถนนไปโรงเพาะเลี้ยงปลาทะเลของศูนย์ฯ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
สะพานสูบน้ำทะเล
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่าน พบกันอีกครั้งนะคะ หลังจากที่ห่างหายไปหลายเพลา สำหรับบทความฉบับนี้ ดิฉันจะนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของปูทะเลที่หลายๆ คนคงเคยสงสัยกัน หรืออาจยังไม่ทราบว่าคือปูอะไร ชนิดไหนบ้าง และแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ดิฉันรับประกันเลยว่าหลังจากที่ทุกท่านได้อ่านบทความนี้แล้ว คงต้องร้องอ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง

แน่นอนค่ะ เมื่อเอ่ยถึงปูทะเล หลายคนอาจคิดว่า มันคือปูที่อาศัยอยู่ในทะเล ซึ่งนั้นรวมถึงปูม้า ปูดาว หรือปูต่างๆ ที่พบเวลาไปดำน้ำ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปูทะเล คือปูที่จัดอยู่ใน Family Portunidea Genus Scylla  สามารถจำแนกได้เป็น 4 ชนิด คือ

1.ปูดำ : Scylla olivacea (Herbst, 1796) กระดองด้านบนมีสีน้ำตาลปนเขียว หรือสีน้ำตาลปนเทา ขาว่ายน้ำมีสีน้ำตาลเข้ม ครึ่งบนด้านหน้าของก้ามไม่มีจุด ครึ่งหลังด้านหน้าของก้ามมีสีน้ำตาล เป็นปูที่หลายๆท่านรู้จัก และพบเห็นได้บ่อย

 

ภาพจาก https://www.causewayocean.com

 

2.ปูขาวหรือปูทองหลาง : Scylla paramamosian (Estampador, 1949) เป็นปูที่มีขนาดใหญ่กว่าปูดำ บางตัวอาจมีน้ำหนัก 7-8 ขีด ลักษณะทั่วไปกระดองมีสีเขียวอ่อน หรือเขียวอมเหลืองปนสีน้ำตาล มีจุดขาวเล็กน้อย ครึ่งบนหน้าของก้ามมีสีเขียว อมน้ำตาลมีจุดสีเขียวเข้ม กระจายทั่วตัว บริเวณครึ่งล่างของด้านหน้าของก้าม มีสีเขียวเหลืองอ่อน ขาว่ายน้ำมีสีเขียวอ่อน เป็นปูที่กำลังเป็นที่นิยมทั้งการบริโภค และการเลี้ยงเนื่องจากว่ามีรสชาติอร่อยและสามารถเพาะเลี้ยงได้ง่ายและโตเร็วกว่าปูดำ

ภาพจาก https://nl.wikipedia.org

 

3.ปูเขียว หรือปูทองโหลง : Scylla serrata (Forskal,1775) เป็นปูที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในบรรดาปูทะเลทั้ง4 ชนิด ผู้เขียนมีโอกาสเห็นปูชนิดนี้ตัวเป็นๆ มีขนาดใหญ่ถึง 2 กิโลกรัม ปูเขียวเป็นปูที่พบเห็นได้ยาก ส่วนใหญ่เป็นปูที่ชาวประมงจับได้ และนำมามอบให้แก่ทาง ศพช. เพื่อใช้ในการศึกษาและขยายพันธุ์ต่อไป

ภาพจาก https://en.wikipedia.org

 

4.ปูม่วง : Scylla tranquebarica (Fabricius, 1798) เป็นปูที่พบได้ยากมาก ลักษณะทั่วไปของปูชนิดนี้ คือ กระดองด้านบน มีสีน้ำตาลอ่อนปนม่วง บริเวณปากมีสีน้ำตาลปนม่วง ครึ่งบนด้านหน้าของก้ามไม่มีจุดสี ครึ่งล่างด้านหน้าของก้ามมีสีน้ำตาล หรือน้ำตาลม่วง

ภาพจาก  https://www.flickr.com

 

ความแตกต่างของปูทั้ง 4 ชนิดนี้

 

ปูทะเล พบกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณน้ำกร่อย ป่าชายเลน และบริเวณปากแม่น้ำที่มีน้ำท่วมขัง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ปูทะเลที่พบในน่านน้ำไทย สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

1.ปูที่มีนิสัยชอบขุดรู ได้แก่ ปูดำเป็นปูที่ชาวบ้านสามารถจับมาได้จากการขุดรูที่ปูอาศัยอยู่ในบริเวณป่าชายเลนเขตน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งผู้เขียนไม่แนะนำให้ท่านผู้ท่านไปขุดหาเองนะคะ เพราะว่าอาจจะเจออย่างอื่นที่ไม่ใช่ปูดำก็ได้

2.ปูที่อาศัยอยู่ในทรายหรือโคลนในทะเล ได้แก่ปูขาวหรือปูเขียว ทั้งสองชนิดนี้ ชาวประมงสามารถจับได้โดยการใช้ไซหรือ ลอบดักในทะเลหรือบริเวณป่าชายเลนช่วงน้ำขึ้นน้ำลง

วงจรชีวิตของปูทะเล

ภาพจาก https://www.fisheries.go.th

 

1.Zoea แบ่งออกเป็น 5 ระยะ คือ zoea1-5 ใช้เวลาในระยะนี้ประมาณ 15-17 วัน

2.Megalopa ใช้ระยะเวลาประมาณ 5-7 วัน

3.Young crab หลังจากที่ลูกปูฟักออกมาจนเป็นระยะ young crab จะใช้ระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 25- 30 วัน ทั้งนี้ช่วงระยะเวลาการอนุบาลขึ้นอยู่กับสภาพของโรงเพาะฟักและสภาพแวดล้อมภายนอก

อาหารและลักษณะการกิน

ปูทะเลเป็นสัตว์หากินกลางคืน การหากินอาหารของปูแบ่งออกได้ตามช่วงวงจรชีวิตของปู

  1. Zoea รยางค์ว่ายน้ำยังไม่สามารถใช้งานได้ จะล่องลอยไปหากินตามกระแสน้ำ (mesoplankton) ปูลอกคราบและเริ่มมีลักษณะของรยางค์ที่ชัดเจนขึ้นมีรูปแบบของก้ามที่ชัดเจน
  2. Megalopa ปูลอกคราบและเริ่มมีลักษณะของรยางค์ที่ชัดเจนขึ้นมีรูปแบบของก้ามที่ชัดเจน อาหารในระยะเป็นพวกอาร์ทีเมียที่โตเต็มวัย และสามารถว่ายน้ำได้อิสระ
  3. Adult ปูจะมีลักษณะเหมือนกับปูที่โตเต็มวัย แต่มีขนาดเล็ก กินพวกหอยหรืออาร์ทีเมียแช่แข็ง

การเลี้ยงปูทะเลในปัจจุบันเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเลี้ยงแล้วได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและโอกาสที่ขาดทุนนั้นน้อยมาก มีตลาดรองรับสูง และอีกอย่างหนึ่งจากที่เกษตรกรมีฟาร์มเลี้ยงกุ้ง หรือบ่อกุ้งที่ร้าง สามารถนำลูกพันธุ์ของปูทะเลไปปล่อยสามารถเลี้ยง จนสร้างรายได้เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันลูกพันธุ์ของปูทะเลค่อนข้างขาดตลาดและหายาก จึงยังไม่สามารถส่งเสริมให้เกษตรเลี้ยงได้อย่างทั่วถึง เอาล่ะค่ะพอได้ทราบกันคร่าวๆ แล้วนะคะว่าตกลงปูทะเลมันคือปูอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร และมีวงจรชีวิตเป็นอย่างไร สำหรับบทความฉบับหน้าดิฉันจะกล่าวถึงการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ การอนุบาลปูทะเล (ปูขาว) โปรดติดตามฉบับต่อไปนะคะ

เรียบเรียงโดย  ปณิตา  ชุมเชื้อ

เอกสารอ้างอิง

1. เอกสารแนะนำ กองส่งเสริมการประมง กรมประมง

2. Smithsonian Marine Station at Fort Pierce

3. การศึกษาเกี่ยวกับปูทะเล (Scylla serrata.Forsk) กองประมงน้ำกร่อย กรมประมง , ชูชาติ ชัยรัตน์.