ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา

ปลากะพงขาว (Lates Calcarifer) เป็นสัตว์น้ำ ที่นิยมบริโภคเนื่องจากเนื้อมีรสชาติดี สามารถทำอาหารได้หลากหลายรายการ จึงทำให้เป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจสูงชนิดหนึ่ง ซึ่งในประเทศไทย สามารถผลิตลูกปลากะพงขาวได้ในปริมาณมากต่อปีเพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรและสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นจำนวนมาก

แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกษตรกรจะพบและเจอมานานคือ เมื่อไปซื้อลูกพันธุ์ปลากะพงขาวระยะวัยรุ่น จำนวนลูกปลาที่บรรจุอยู่ในแต่ละถุงจะมีจำนวนไม่แน่นอนมากบ้างน้อยบ้าง ส่งผลให้ได้รับลูกปลาไม่ตรงตามจำนวนที่ต้องการ บทความฉบับนี้จะนำเสนอวิธีการที่ใช้ในการสุ่มนับจำนวนลูกปลาเพื่อบรรจุถุงก่อนจะจำหน่ายแก่เกษตรกร ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป

          

         

           สำหรับการนับจำนวนปลากะพงขาวนั้น โดยทั่วไปส่วนใหญ่จะใช้วิธีการประเมินด้วยสายตา หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วิธีเทียบ ซึ่งจะทำโดย นับจำนวนลูกปลากะพงขาว ที่ต้องการจำหน่ายให้ทราบจำนวนที่แน่นอน เช่น 300 500 ตัว แล้วจะนำลูกปลาไปใส่ไว้ในภาชนะที่เตรียมเช่นกะละมัง ซึ่งบางครั้งอาจจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง ตามความพร้อมหรือประสบการณ์ของผู้ที่ประเมิน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลต่างของจำนวนลูกปลาที่ต่างกันมาก

           บทความนี้ต้องการนำเสนอผลการศึกษาของ นางสาว รัตนาวดี ศรีสมบัติ (ข้อมูลกำลังตีพิมพ์) ซึ่งศึกษา เรื่องการเปรียบเทียบจำนวนปลากะพงขาวด้วยวิธีชั่งน้ำหนักและการประเมินด้วยสายตา โดยผลการศึกษาน่าจะเป็นแนวทางสำหรับให้ผู้สนใจนำไปใช้ต่อได้ตามความเหมาะสม ผลการศึกษามีรายละเอียดดังนี้

                                

                                                              ภาพที่ 1 การสุ่มโดยวิธีชั่งน้ำหนัก                                        

                      

                      ภาพที่ 2 การสุ่มโดยวิธีประเมินด้วยสายตา

 การศึกษาครั้งนี้ได้แบ่งเป็น 3 ชุดการทดลอง 

การทดลองแบ่งเป็น 3 ชุด ๆ ละ 3 ซ้ำ จำนวนปลาที่ใช้เทียบคือ 300 ตัว ดังนี้

    ชุดการทดลองที่ 1 โดยให้ผู้มีอายุในการทำงานในโรงเพาะฟักมาเป็นเวลานาน เป็นผู้ประเมินจำนวนปลาด้วยสายตาโดยเทียบเคียงกับจำนวนปลาที่ทราบจำนวนแล้ว

    ชุดการทดลองที่ 2ให้ผู้ที่มีอายุการทำงานในโรงเพาะฟักน้อย เป็นผู้ประเมินจำนวนปลาด้วยสายตาโดยเทียบเคียงกับจำนวนปลาที่ทราบจำนวนแล้ว

    ชุดการทดลองที่ 3 วิธีการชั่งน้ำหนัก

          โดยศึกษาในปลาที่มีขนาด 0.8 เซนติเมตร จนถึงปลาที่มีขนาด 6 เซนติเมตร หรือตั้งแต่ปลาอายุ 15 วัน จนถึง 102 วัน เนื่องจากเมื่อปลามีอายุ 15 วัน จะมีการนับจำนวนลูกปลาเพื่อจัดการเรื่องพื้นที่การอนุบาลให้เหมาะสม และเมื่อปลาอายุ 25-30 วัน ( มีขนาดประมาณ 1-2 เซนติเมตร ) ก็จะเริ่มมีการจำหน่ายให้แก่เกษตรกร ดังนั้นการศึกษาปลากะพงขาวระยะวัยรุ่น ช่วงอายุดังกล่าวน่าจะนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้

 โดยผลการทดลอง แสดงดังตารางที่ 1-7

        ตารางที่ แสดงจำนวนปลากะพงขาว และอัตรารอด ที่ได้จากการประเมินจำนวนปลาด้วยวิธีต่างๆ กัน   เมื่อปลากะพงขาวอายุ 15 วัน หลังฟักออกจากไข่ (จำนวนเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน)

ชุดการทดลอง จำนวนปลา (ตัว) อัตรารอด (%)
T1 : ผู้มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา 244.67 ± 29.90a -
T2 : ผู้ไม่มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา 359.00 ± 83.91b -
T3 : วิธีการชั่งน้ำหนัก 306.33 ± 17.61ab 100

  หมายเหตุ : ตัวอักษรภาษาอังกฤษตามแนวตั้งที่เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05)

 

        ตารางที่ แสดงจำนวนปลากะพงขาวและอัตรารอด ที่ได้จากการประเมิน จำนวนปลาด้วยวิธีต่างๆ กัน เมื่อปลากะพงขาวอายุ 21 วัน หลังฟักออกจากไข่ (จำนวนเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน)

 ชุดการทดลอง  จำนวนปลา(ตัว)  อัตรารอด (%)
 T1 : ผู้มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  387.00 ± 5.77a  -
 T2 : ผู้ไม่มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  245.33 ± 16.25b  -
 T3 : วิธีการชั่งน้ำหนัก  292.00 ± 9.53c  99.3

 หมายเหตุ : ตัวอักษรภาษาอังกฤษตามแนวตั้งที่เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05)

 

     ตารางที่ 3 แสดงจำนวนปลากะพงขาวและอัตรารอด ที่ได้จากการประเมิน จำนวนปลาด้วยวิธีต่างๆ กัน เมื่อปลากะพงขาวอายุ 31 วันหลังฟักออกจากไข่ (จำนวนเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน)

 ชุดการทดลอง  จำนวนปลา(ตัว)  อัตรารอด (%)
 T1 : ผู้มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  234.00 ± 13.22a  -
 T2 : ผู้ไม่มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  263.00 ± 36.66ab  -
 T3 : วิธีการชั่งน้ำหนัก  304.33 ± 27.64b  100

หมายเหตุ : ตัวอักษรภาษาอังกฤษตามแนวตั้งที่เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05)

 

         ตารางที่ แสดงจำนวนปลากะพงขาวและอัตรารอด ที่ได้จากการประเมิน จำนวนปลาด้วยวิธีต่างๆ กัน   เมื่อปลากะพงขาวอายุ 40 วัน หลังฟักออกจากไข่ (จำนวนเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน)

 ชุดการทดลอง  จำนวนปลา(ตัว) อัตรารอด (%) 
 T1 : ผู้มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา 310.00 ± 7.81a  -
 T2 : ผู้ไม่มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  369.00± 22.71b  -
 T3 : วิธีการชั่งน้ำหนัก  313.00 ± 14.01a  97.6

หมายเหตุ : ตัวอักษรภาษาอังกฤษตามแนวตั้งที่เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05)

 

       ตารางที่ แสดงจำนวนปลากะพงขาวและอัตรารอด ที่ได้จากการประเมิน จำนวนปลาด้วยวิธีต่างๆ กัน เมื่อปลากะพงขาวอายุ 48 วัน หลังฟักออกจากไข่ (จำนวนเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน)

 ชุดการทดลอง  จำนวนปลา(ตัว)  อัตรารอด (%)
 T1 : ผู้มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  226.00 ± 31.00a  -
 T2 : ผู้ไม่มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  256.00 ± 35.15ab  -
 T3 : วิธีการชั่งน้ำหนัก  289.33 ± 18.56b  99.3

หมายเหตุ : ตัวอักษรภาษาอังกฤษตามแนวตั้งที่เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05)

 

       ตารางที่ แสดงจำนวนปลากะพงขาวและอัตรารอด ที่ได้จากการประเมิน จำนวนปลาด้วยวิธีต่างๆ กัน เมื่อปลากะพงขาวอายุ 84 วัน หลังฟักออกจากไข่ (จำนวนเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน)

 ชุดการทดลอง  จำนวนปลา(ตัว) อัตรารอด (%) 
 T1 : ผู้มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  268.66 ± 13.20a  -
 T2 : ผู้ไม่มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  311.00 ± 22.51b  -
 T3 : วิธีการชั่งน้ำหนัก  285.33 ± 23.50aab  100

 หมายเหตุ : ตัวอักษรภาษาอังกฤษตามแนวตั้งที่เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05)

 

 

         ตารางที่ แสดงจำนวนปลากะพงขาวและอัตรารอด ที่ได้จากการประเมิน จำนวนปลาด้วยวิธีต่างๆ กัน เมื่อปลากะพงขาวอายุ 102 วัน หลังฟักออกจากไข่ (จำนวนเฉลี่ย ± ค่าเบี่ยงแบนมาตรฐาน)

 ชุดการทดลอง  จำนวนปลา(ตัว) อัตรารอด (%) 
 T1 : ผู้มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา  248.33 ± 15.17a  -
 T2 : ผู้ไม่มีประสบการณ์ สุ่มตักปลา 330.00 ± 3.46b -
 T3 : วิธีการชั่งน้ำหนัก  294.33 ± 5.85c 100

หมายเหตุ : ตัวอักษรภาษาอังกฤษตามแนวตั้งที่เหมือนกัน ไม่แตกต่างกันทางสถิติ (P>0.05)

           โดยผลการทดลอง มีดังนี้ จากตารางแสดงผลการทดลอง จะแบ่งออกตามช่วงอายุของปลา ได้แก่ อายุ 15 21 31 40 48 84 และ 102 วัน ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า วิธีการชั่งน้ำหนักนั้น จะมีผลที่เม่นยำมากที่สุด และจากการทดลองทำให้รู้ว่าวิธีดังกล่าวไม่ได้มีผลทำให้ลูกปลากะพงขาวตายแต่อย่างใด ดังนั้นการใช้วิธีการชั่งน้ำหนักจึงเป็นวิธีการที่เหมาะจะนำไปใช้สำหรับผู้ที่สนใจ และหากเกษตรกรซื้อพันธุ์ปลาในปริมาณที่เยอะ จะทำให้ลดระยะเวลาในกระบวนการจำหน่ายพันธ์ปลา เกษตรกรจะได้ปลาตามจำนวนหรือใกล้เคียงมากที่สุด

โดย อนุเชษฐ์ อรชร