ด้านหน้าอาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต 6 สงขลา
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)
อาคารสำนักงาน
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งเขต 6 (สงขลา)

     ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีท่านผู้อ่านก่อนนะครับ เป็นยังไงบ้างครับในช่วงหน้าร้อนอย่างนี้ยิ่งปีนี้ดูเหมือนจะร้อนกว่าทุก ๆ ปี ก็ทน ๆ กันหน่อยแล้วกัน หรือหากใครจะคลายร้อนโดยการพาครอบครัวไปเที่ยวชายทะเล น้ำตก ก็คงเข้าที หรือไม่ก็กลับบ้าน ซึ่งหน้าร้อนอย่างนี้ทำให้นึกถึงกลิ่นอายของชนบท เพราะช่วงหน้าแล้ง แม่น้ำลำคลองก็เริ่มแห้ง ชาวบ้านก็ได้จังหวะออกจับปลาตามแม่น้ำลำคลอง

     ปลาที่ได้ส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งปลาช่อน ปลานิล ปลาดุก ปลาสลิด ปลาหมอ เอ๊ะ ! ไปเจอปลาตัวหนึ่งรูปร่างคล้ายปลาหมอแต่หน้าตาไม่เหมือนปลาหมอเลยครับ พอไปถามผู้รู้ได้รับคำตอบว่า ที่แท้มันคือ ปลาหมอตาล ซึ่งผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยรู้จักกับปลาชนิดนี้มาก่อน ต่อจากนี้เราจะไปทำความรู้จักกันครับ

    ปลาหมอตาลเป็นปลาน้ำจืดพันธุ์พื้นเมืองของไทยตั้งแต่โบราณมีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปลาชนิดนี้มีความทนทาน อาศัยอยู่ตามแม่น้ำลำคลอง หนอง บึง ที่มีกระแสน้ำไม่เชี่ยว เลี้ยงง่ายและเนื้อของปลาหมอมีรสชาติอร่อย เป็นที่นิยมบริโภคกันทั่วไป ปลาชนิดนี้พบทั่วไปเฉพาะในนาข้าวหลังการเก็บเกี่ยว เป็นปลากินพืช สามารถเลี้ยงในบ่อได้ และปลาหมอตาลเผือกจะนิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม
    

    ปลาหมอตาลชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า  Helastoma temmincki
    ชื่อสามัญว่า  Temminck’Kissing
    ปลาหมอตาลเป็นปลาที่มีรูปร่างลักษณะ: ปากค่อนข้างเล็กยืดหดได้ริมฝีปากหนาริมฝีปากบนและล่างเท่ากัน ฟันละเอียด ตาอยู่เหนือมุมปาก ครีบหลังและครีบก้นมีก้านครีบแข็งและอ่อน ครีบท้องมีก้านครีบแข็ง 5 ซี่ เกล็ดเล็กมีอยู่ที่เส้นข้างตัว 44-48 เกล็ด เส้นข้างลำตัวขาดตอนตรงบริเวณใต้ก้านครีบอ่อนของครีบหลัง ลำตัวมีสีเทาเงินหรือปนเขียวอ่อนด้านท้องมีสีจางกว่าด้านหลัง ปลาหมอตาลเจริญเติบโตมีความยาวถึง32.5 เซนติเมตร ปลาหมอชนิดนี้มีไข่เยอะมาก ปกติแล้วปลาหมอตาลจะวางไข่ตามธรรมชาติ แต่อัตราการรอดของลูกปลาจะแตกต่างจากปลาชนิดอื่น เพราะปลาหมอตาลเป็นปลาที่ไข่ลอยน้ำ มักจะถูกศัตรูทำลายก่อนไข่จะฟักเป็นตัว ปลาหมอตาลเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่จับได้ง่าย ทำให้ปลาชนิดนี้ใกล้จะสูญพันธุ์แล้วใน ปัจจุบันนี้เพราะเหตุนี้เกษตรกรจึงเพาะเลี้ยงปลาหมอตาลขึ้น
   

 


    1. การเตรียมบ่อเลี้ยงปลา
ขนาดของบ่อเลี้ยงขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เลี้ยงแต่โดยทั่วไปบ่อเลี้ยงมีขนาดตั้งแต่ 400-1,000   ตารางเมตร หรือ 3-4 ไร่ขึ้นไป ความลึกของบ่อควรลึกประมาณ 1-1.5  เมตร ถ้าพื้นที่ กว้างจะทำให้ปลาเจริญเติบโตได้ดีและจะมีอาหารจากธรรมชาติมากขึ้นเพราะปลาหมอตาลเป็นปลาที่เพาะพันธุ์ทางธรรมชาติได้โดยการผสมพันธุ์กันเอง ซึ่งขึ้นอยู่กับความสะอาดของบ่อต้องไม่มีศัตรูของปลาหมอตาลที่จะไปกินไข่ของปลาในระหว่างปลาเริ่มวางไข่ ถ้ามีศัตรูของปลาจะทำให้ ไข่ถูกทำลายไม่สามารถจะฟักเป็นตัวได้ คันบ่อต้องมีความลาดเอียงเพื่อป้องกันดินพัง จะลาดเอียงขนาดใดก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของดิน คันบ่อต้องมีขนาดใหญ่และสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วมในฤดูน้ำหลากด้วย
    2. การเตรียมการเพาะพันธุ์ปลาหมอตาล
โดยทั่วไปจะแยกเพศของปลาหมอตาลที่จะนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์ สังเกตได้ต้องจะมีลักษณะลำตัวเรียวท้องกิ่วแบนมีติ่งเพศยื่นออกมาแต่ลักษณะของตัวเมียท้องจะอูมเป่ง ลำตัวกว้างกว่าตัวผู้ การเพาะปลาหมอตาลจะปล่อยพ่อแม่พันธุ์รวมกับปลาทั่วไปเพราะปลาหมอตาลจะชอบกินไรน้ำ แพลงก์ตอน สาหร่ายต่างๆ จึงสามารถเลี้ยงรวมกับปลาตัวอื่นได้ เช่น ปลาสลิด ปลานิล ปลาทับทิม ปลาตะเพียน เพื่อให้ปลาหมอตาลกินขี้ปลาตามก้นบ่อแต่ปริมาณอาหารพวกนี้อาจไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลทำให้ปลาโตช้า ดังนั้นจึงต้องช่วยเพิ่มปริมาณอาหารในบ่อให้มากอยู่เสมอ โดยการใส่ปุ๋ยเคมี และ ปุ๋ยคอก เช่น มูลวัว มูลสุกร หรือมูลไก่ แม้กระทั่งปุ๋ยหมักหรือพืชสดลงไปในบ่อ ปริมาณปุ๋ยที่เหมาะสมที่จะใส่ลงไปในบ่อนั้น ถ้าหากเป็นปุ๋ยหมักจะใส่ในอัตราส่วน 500-700 กิโลกรัมต่อไร่ ถ้าเป็นปุ๋ยคอกจะใส่ในอัตราส่วน 400-500กิโลกรัมต่อไร่และปุ๋ยเคมีจะใส่ในอัตราส่วน 16 กิโลกรัมต่อไร่
   3. อัตราการปล่อยพ่อแม่พันธุ์ของแต่ละบ่อ
ขนาดบ่อครึ่ง งาน ต้องใช้แม่พันธุ์ จำนวน 20 ตัว พ่อพันธุ์ 20 ตัว น้ำต้องลึกปริมาณ ครึ่งเมตร สีของน้ำจะออกสีเขียว ค่า pH อยู่ที่ปริมาณ 7 และเมื่อปล่อยปลาลงไปในบ่อแล้วถ้าอยากจะรู้ว่าปลามีไข่หรือยังต้องลากอวนแยกพ่อแม่พันธุ์ออกมาอัตราส่วน1:1 เก็บไว้ในบ่อปูนทั้งตัวผู้และตัวเมียเพราะไข่แก่เต็มที่แล้วผสมกันไว้โดยไม่ต้องฉีดฮอร์โมนปลาต่างๆ ทิ้งไว้ 1 คืน พอเช้ามาไข่ปลาจะออกมาเหลืองเต็มทั้งบ่อ ต้องแยกพ่อแม่พันธุ์ออกมาลงในบ่อดิน ระยะต่อมาไข่ปลาในบ่อเพาะจะเริ่มเป็นสีดำหลังจากนั้นอีก 1 คืน ก็จะนำลงบ่อดินได้เลยหลังจากลงบ่อดินแล้วประมาณ 4 วัน ควรจะให้อาหารลูกปลาด้วย ไข่แดงต้มผสมน้ำให้ลูกปลากิน
   4.  การให้อาหารปลาหมอตาล
โดยธรรมชาติปลาหมอตาลสามารถเจริญเติบโตได้จากการกินอาหารจากธรรมชาติที่มีอยู่ในบ่อแต่เพื่อให้ปลาโตเร็ว ก็ควรให้อาหารเพิ่มบ้าง ซึ่งจะใช้ฟางข้าวไปแช่ไว้ในน้ำก่อนและเอาขี้ไก่ใส่ผสมเข้าไปประมาณ 2 คืน มันจะเกิดลูกไรหลังจากนั้นก็นำฟางข้าวที่มีลูกไรติดอยู่ ไปใส่ไว้ในบ่อปลาหมอตาลก็จะได้กินลูกไรจากธรรมชาติและให้อาหารปลาดุกเสริมไปด้วย เมื่อเลี้ยงปลาหมอตาลได้ 7-8 เดือนก็จะได้ปลาหมอตาลขนาด 2 ตัว/กิโลกรัม ซึ่งเป็นทีต้องการของตลาด
   5. ศัตรูของปลาหมอตาล
เป็นพวกปลากินเนื้อ เช่นปลาช่อน ปลาดุก และสัตว์ชนิดอื่น เช่นกบเขียด และปูเป็นต้น ควรจับสัตว์เหล่านั้นออกเสียก่อน โดยวิธีระบายน้ำออกให้แห้งแล้วจับขึ้นมาพร้อมทำการล้างบ่อโดยการลอกเลนที่ก้นบ่อ หรือใช้โล่ติ๊นในอัตราส่วน 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่ขนาด 100  ตารางเมตร ทุบหรือบดโล่ติ๊นให้ละเอียดแล้วแช่น้ำในปี๊บนำน้ำไปราดให้ทั่วทั้งบ่อปลา ศัตรูของปลาจะตายและลอยขึ้นมาต้องเก็บขึ้นไปไม่ให้เหลือซากเน่าในบ่อ ซึ่งอาจทำให้น้ำเลี้ยงในภายหลังได้ ก่อนปล่อยปลาหมอตาลลงเลี้ยง ควรทิ้งระยะไว้ประมาณ 10 วัน เพื่อให้ฤทธิ์ของโล่ติ๊นสลายตัวหมด
   

      ปลาหมอตาลเป็นปลาที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีโปรตีนสูงเป็นปลาที่มีหายากมีเนื้อมากรสชาติอร่อย และเป็นปลาที่ผู้เลี้ยงสามารถกำหนดราคาขายได้ปัจจุบันราคาขายในท้องตลาดขนาด 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม ราคาขายกิโลกรัมละ 40-45 บาท หรือทำการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ปลา เช่น ปลาหมอตาลแดดเดียว ปลาหมอตาลเค็ม หรือนำไปปรุงอาหารชนิดอื่นๆ นับว่าเป็นปลาที่ควรค่าแก่การเลี้ยงนะครับ

เรียบเรียงโดย อนันต์  มิตรช่วยรอด

เอกสารอ้างอิง

นิรนาม.การเลี้ยงปลาหมอตาล.[ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : http://www.ku.ac.th/e-magazine/march48/agri/fish.html.
              (วันที่ค้นข้อมูล: 13 มกราคม 2553)
นิรนาม.ปลาหมอตาล.[ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก : jawnoyfishing.blogspot.com/.../blog-post_17.html.
              (วันที่ค้นข้อมูล: 13 มกราคม 2553)

ภาพจาก http://www.zoothailand.org/animal_view.php?detail_id=74